ข่าวอรุณอมรินทร์ : หนุ่มเสพยาหลอนหนัก หวั่นคนไล่ยิง ต้องวิ่งหนีหลบในน้ำ – กู้ภัยช่วยวุ่น

< ตำรวจ สภ.พนัสนิคม และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ช่วยกันนำตัวหนุ่มวัยรุ่นอายุประมาณ 20-25 ปีคนนี้ ขึ้นมาจากแอ่งน้ำที่มีป่าหญ้าขึ้นรกทึบ ริมถนนสายหนึ่งในเขตต.บ้านช้าง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี โดยชายหนุ่มคนดังกล่าว ให้การวกไปวนมา คล้ายคนเสพยาเสพติดจนเพี้ยน จำชื่อที่อยู่ตัวเองไม่ได้ จับใจความได้เพียงว่า เสพยาบ้าจนมีอาการหลอนเห็นคนใช้อาวุธปืนไล่ยิง จึงได้วิ่งหลบหนีลงไปในหนองน้ำดังกล่าว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

กลุ่มกบฎชาติพันธุ์เมียนมาก่อเหตุโจมตีทหาร ดับอย่างน้อย 15 ราย

กองทัพ เมียนมา รายงานว่า กลุ่มกบฎชาติพันธุ์ ก่อเหตุโจมตีวิทยาลัยทหารและเป้าหมายหลายจุดทางตะวันตกของประเทศวานนี้(15 ส.ค.)  ส่งผลให้มีประชาชนและเจ้าหน้าเสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย โดยกลุ่มพันธมิตรฝ่ายเหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ ออกมาอ้างว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นที่สถาบันฝึกทหารในเมือง ปยินอูลวิน ในรัฐฉาน เป็นฝีมือของกลุ่ม โดยสถาบันแห่งนี้ เป็นศูนย์ฝึกวิศวกรทหารของประเทศ โดยกลุ่มกบฏยังก่อเหตุโจมตีพื้นที่อื่น ๆ อีก 4 จุด โฆษกกองทัพเมียนมา ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มกบฏใกล้กับสะพานรถไฟก๊กเต็ก ซึ่งเป็นสถานที่องเที่ยวยอดนิยม ส่วนอีกหนึ่งจุดคือบริเวณสะพานข้ามหุบเขาก๊กเต็ก ที่ถูกกลุ่มกบฏทำลาย และผู้ก่อเหตุยังบุกไปเผาสำนักงานตำรวจปราบปรามยาเสพติดของเมืองอีกด้วย เหตุโจมตีหลายระรอกที่เกิดขึ้น ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งยาวนานหลายสิบปีที่ตึงเครียดยิ่งขึ้นในภูมิภาค ซึ่งกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มกำลังต่อสู้เรียกร้องเอกราช ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงนานหลายเดือน ซึ่งสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาได้รับการขยายเวลาไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 62 ส่วนโฆษกกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกลุ่มพันธมิตรฝ่ายเหนือ ออกมาอ้างว่า เหตุโจมตีที่เกิดขึ้น เพื่อตอบโต้การใช้กำลังของกองทัพเมียนมาในพื้นที่ชนกลุ่มน้อยเมื่อไม่นานมานี้ โดยย้ำว่า รัฐบาลที่นำโดยนาง ออง ซาน ซูจี พยายามจะสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนไม่มีอะไรคืบหน้าเลยหากกองทัพไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ข่าวอรุณอมรินทร์ : มือปืนลอบยิงโหดเจ้าของปั๊ม 5 นัดซ้อนดับคาที่ คาดขัดแย้งส่วนตัว-ชู้สาว

< ตำรวจ สภ.เขาวิเศษ ตรวจสอบเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายใน ปั๊มน้ำมัน ช.พันธ์ทิพย์ ปิโตรเลียม บ้านควนขวาง ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ทราบชื่อผู้ตายคือ นายชูใจ รักหอม อายุ 49 ปี เจ้าของปั๊มน้ำมัน ซึ่งอดีตรับราชการเจ้าหน้าที่ป่าไม้ฯ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สภาพศพนอนหงายจมกองเลือดที่บริเวณปากประตูทางเข้าร้านขายของชำภายในปั้ม ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด 5 นัด เข้าที่บริเวณลำตัวด้านขวา และบริเวณกกหูขวา 2 แผล ใต้ลำคอ 1 แผล บริเวณไหล่ด้านขวา 1 แผล เหนืออกข้างซ้าย 1 แผล ตำรวจ กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนสาเหตุ และเรียกพยานสอบปากคำไปแล้ว 2 ปาก เบื้องต้นคาดว่าเป็นเรื่องขัดแย้งส่วนตัว และปมชู้สาว ทราบว่าผู้ตายไปคบหากับผู้หญิงรายหนึ่ง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ข่าวอรุณอมรินทร์ : พี่ชายสุดทนเห็นน้องป่วยจิตทุบแม่ คว้ามีดแทง-เตะซ้ำดับสลด

< เกิดเหตุพี่ชายแทงน้องชายเสียชีวิต ที่บ้านหลังหนึ่งในซอยเรวดี 10 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยกล้องวงจรปิดจับภาพขณะพี่ชายวิ่งเอามีดมาแทงน้องชาย จนเข้าทรุดลงไปนั่ง ก่อนจะเตะซ้ำเข้าที่ใบหน้าน้องชายอีกหลายที สอบถามผู้เป็นแม่ของทั้งสองคน เล่าว่า ลูกชายคนที่เสียชีวิตเป็นผู้พิการทางจิต ก่อนเกิดเหตุได้มาขอเงินแต่ตนไม่ได้ให้ จึงพยายามมาตีเหมือนที่เคยตีเป็นประจำ จนลูกคนโตมาเห็นจึงเกิดการชกต่อยกันขึ้น จากนั้นคนน้องก็วิ่งออกมาที่หน้าบ้าน โดยมีคนพี่จึงวิ่งตามไป และพอตนเดินตามออกไปดู ก็เห็นลูกคนเล็กมีนั่งเอามือกุมท้องมีเลือดไหลออกมาแล้ว จึงรีบเดินออกไปตามคนมาช่วย แต่พอกลับมาถึงบ้านก็เห็นลูกคนเล็กนอนเสียชีวิตไปแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ข่าวอรุณอมรินทร์ : จับ “ไอ้พงษ์” จ้วงแทงชิงทรัพย์ตายายร้านชำ หลังหนีซุกข้ามอำเภอ

< ตำรวจ สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี บุกจับกุมตัว นายสมพงษ์ ภูถนนนอก อายุ 29 ปี ผู้ก่อเหตุฆ่า นายสมบูรณ์ ทักษิโณ อายุ 63 ปี และ นางบุญหลาย จอมวัน อายุ 60 ปี สองสามีภรรยา ซึ่งเปิดร้านขายของชำอยู่ห้องพักข้าง ๆ ชิงเงินในกระเป๋าของนายสมบูรณ์ ประมาณ 1 หมื่นบาท ก่อนพาภรรยาและลูกขึ้นรถ จยย. ยามาฮ่า นูโว สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับหลบหนีไปซ่อนตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้ในที่สุด ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ข่าวอรุณอมรินทร์ : หนุ่มปากคาบสายชาร์จโทรศัพท์เล่นเกม ถูกไฟช็อตดับคาที่นอน

< สน.บางมด รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตถูกไฟช็อตตาย ในบ้านเลขที่ 200 ถนนพระราม 2 ซอย 25 แขวงบางมด  เขตจอมทอง กทม. พบศพ นายเทพธร แก้วคำ อายุ 28 ปี สภาพศพนอนหงายห่มผ้าเสียชีวิตบนที่นอน สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีชมพู นุ่งกางเกงขาสั้นลายดอก บริเวณข้างศีรษะพบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อออปโป้ 1 เครื่อง สภาพเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่อยู่ในลักษณะสายชาร์จพาดเข้าไปอยู่ในปากของผู้ตาย แพทย์สันนิษฐานเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง ตำรวจ กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพห้องพักไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ส่วนเพื่อนข้างห้องและญาติ ๆ ยืนยัน ผู้ตายไม่มีครอบครัว และไม่มีปัญหาชีวิต แต่เป็นคนติดเกมส์ชอบเล่นเกมส์ออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ จึงคาดว่าก่อนนอนน่าจะชาร์จโทรศัพท์เอาไว้ที่หัวนอน แล้วสายชาร์จรั่วจึงเกิดเหตุกระแสไฟฟ้าดูดจนเสียชีวิตดังกล่าว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เครื่องบินรัสเซียลงจอดฉุกเฉิน หลัง ‘นก’ ติดอยู่ในเครื่องยนต์-บาดเจ็บ 4 ราย

วันนี้(15 ส.ค.) เครื่องบินของสายการบินอูราลแอร์ไลน์ ของรัสเซีย ต้องลง จอดฉุกเฉิน ในไร่ข้าวโพดใกล้กับกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย หลังขึ้นบินไปได้เพียง 1 กิโลเมตร เนื่องจากมี นก ถูกดูดเข้าไปติดอยู่ในเครื่องยนต์ เครื่องบินลำดังกล่าว เป็นเครื่องบินแอร์บัส 321 มีผู้โดยสารทั้งสิ้น 234 คน บินออกจากสนามบินซูคอฟสกี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมอสโก หลังลงจอดทางสายการบินได้รีบอพยพผู้โดยสารออก โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 4 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ผู้อำนวยการสายการบินอูราลแอร์ไลน์ ระบุว่า การลงจอดฉุกเฉินดังกล่าว เกิดจากการที่มีนกเข้าไปติดอยู่ในส่วนเครื่องยนต์ทั้ง 2 ข้าง ทำให้เครื่องยนต์ไม่ทำงาน นักบินจึงต้องประคองเครื่องลงจอดฉุกเฉิน ทั้งนี้ ความกังวลด้านความปลอดภัยทางการบิน ถือเป็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในธุรกิจการบินของรัสเซีย หลังเกิดอุบัติเหตุทางการบินหรือเหตุเครื่องบินตกบ่อยครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ข่าวอรุณอมรินทร์ : แฉอดีตพระเสพเมถุนน้องสาวต่างแม่-โยมสาวคนสนิทนาน 3 ปี

< น.ส.ชุติตา(สงวนนามสกุล)อายุ 29 ปี ชาวต.แม่พริก อ.แม่สลวย จ.เชียงราย น้องสาวต่างมารดาของอดีตพระสงฆ์ เจ้าของสำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งในพื้นที่อ.เมืองจ.อุตรดิตถ์ออกมาแฉพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของอดีตพระสงฆ์ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ชายต่างมารดา ว่าใน 2550 ได้มาอาศัยอยู่กับพระพี่ชายที่สำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าว จนต่อมาตนเองกระทั่งมีอาการกระดูกทับเส้นและพระพี่ชายแนะนำว่าต้องทำการฝึกจิตด้วยวิธีการเปลื้องผ้าต่อหน้าจนต่อมาได้มีการเสพเมถุนด้วยกัน และต่อเนื่องมานานถึง 3 ปี นอกจากนี้ยังทราบว่าพระพี่ชายมีความสัมพันธ์เกินเลยกับลูกศิษย์สาวใหญ่รายหนึ่งด้วย ซึ่งต่อมาเมื่อเดือน ก.ค. 62 ที่ผ่านมา พ่อทราบเรื่องที่เกิดขึ้นจึงเดินทางมาพบพระลูกชาย ก่อนพบว่าลาสิกขาไปแล้ว ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ให้หน่วยงานที่ดูแลงานด้านพระพุทธศาสนาให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ข่าวอรุณอมรินทร์ :เพื่อนห้ามไม่ฟัง! หนุ่มท้าตายซดเหล้าขาวแกล้มทุเรียน สิ้นใจคาศาลา

< ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิตภายในศาลาที่พักผู้โดยสาร ริมถนนสุขุมวิท เส้นทางพัทยา-สัตหีบ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบศพ นายหมี (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ชาวจังหวัดระยอง อายุ 48 ปี อาชีพเก็บของเก่าขาย ใกล้กันพบขวดเหล้าขาว และห่อโฟมใส่ทุเรียนวางอยู่ สอบถามเพื่อนของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ทุกวันตนกับนายหมี จะพากันออกเดินเก็บหาของเก่าขาย และช่วงเย็นก็จะซื้อสุรามานั่งดื่มด้วยกันในศาลาแห่งนี้ แต่ก่อนเกิดเหตุนายหมี ได้ซื้อทุเรียนมากินกับเหล้าด้วย ซึ่งตนก็พยายามห้ามแล้ว เพราะอาจถึงตายได้ แต่นายหมียังดื้อรั้นบอกว่า “กูเป็นคนพื้นที่ กูไม่กลัว” ตนจึงขอตัวแยกย้ายกลับบ้านไปก่อน ปล่อยให้นายหมี นั่งกินอยู่ในศาลาคนเดียว กระทั่งวันรุ่งขึ้นจึงมาพบนายหมี นอนสิ้นใจอยู่ในศาลาแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ข่าวอรุณอมรินทร์ : หนุ่มใหญ่ทำงานเหนื่อยจัด นอนนวดน้ำมัน หัวใจวายคาเตียง

< ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าตรวจสอบเหตุคนเสียชีวิต ที่ร้านนวดเพื่อสุขภาพภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ผู้เสียชีวิตชื่อ นายสมเพชร ผาจวง อายุ 55 ปี เป็นลูกจ้างประจำของหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง สภาพศพนอนหงายเสียชีวิตอยู่บนเตียงนวด ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต มาจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน สอบสวนพนักงานของร้านที่นวดให้กับผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายเป็นลูกค้าประจำ มักจะมา นวดน้ำมัน เพื่อผ่อนคลายเป็นประจำแต่ที่ผ่านมาไม่เคยสอบถามว่าผู้ตายมีโรคประจำตัวหรือไม่ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายก็มานวดน้ำมันตามปกติ โดยนวดแผ่นหลังประมาณ 40 นาที จากนั้นให้ผู้ตายนอนหงายก่อนมือนวดสักพัก จนได้ยินเสียงผู้ตายหายใจแรงดังเฮือกแล้วเงียบไปไม่หายใจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะมีอาการป่วยเป็นโรคหัวใจโดยไม่รู้ตัวมาก่อนแล้ว และอาการคงกำเริบเพราะเหนื่อยมาจากการทำงาน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ออสเตรเลียจับกุม ‘ยาอี’ ล็อตใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ มูลค่าทะลุ 1.8 หมื่นล้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย จับกุม ยาอี ล็อตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ พบของกลางมีมูลค่ามากกว่า 900 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 18,770 ล้านบาท รายงานข่าวระบุว่า ยาอีล็อตนี้มีน้ำหนักมากถึง 766 กิโลกรัม โดยทั้งหมดถูกซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่งที่เมืองโลแกนเลอา ทางตอนใต้ของนครบริสเบน ขณะนี้มีการตั้งข้อกล่าวหากับชายชาวอังกฤษจำนวน 2 ราย และชายชาวออสเตรเลีย 1 ราย ซึ่งมีหลักฐานบ่งชี้ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาอี ล็อตนี้ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า การตรวจยึดยาอีที่มีมูลค่าสูงถึง 18,770 ล้านบาท ในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการสืบสวนขยายผลของตำรวจออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ หลังมีการตรวจยึดยาบ้าน้ำหนัก 200 กิโลกรัมได้ที่เมืองออคแลนด์ของนิวซีแลนด์ เมื่อสัปดาห์ก่อน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

‘ผ้าปิดตาเปื้อนเลือด’ สัญลักษณ์ใหม่ชาวม็อบฮ่องกง หลังผู้ชุมนุมถูกตำรวจยิงตาบอด

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ปะทุอย่างต่อเนื่องที่ฮ่องกง ล่าสุดในกลุ่มผู้ชุมนุมได้เพิ่มสัญลักษณ์ใหม่ในการแสดงออกนอกจากเสื้อยืดสีดำและหน้ากากกันแก๊สน้ำตาแล้ว ก็คือ การแปะผ้าก๊อซปิดตาที่ดวงตาด้านขวา และใช้สีแดงระบายเล็กน้อยให้ดูคล้ายกับเลือด โดยที่มาของเทรนด์ดังกล่าวมาจากภาพของผู้ประท้วงหญิงรายหนึ่งที่ถูกยิงด้วยกระสุนยางเข้าที่ดวงตาขวาจนตาบอด ระหว่างการเข้าสลายม็อบเมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้ชุมนุมต่างระบุว่าสาเหตุที่พวกเขาปิดตาแบบนี้เพื่อให้ประชาคมโลกได้เห็นถึงสิ่งที่ตำรวจทำกับคนบริสุทธิ์ และจี้ทางการให้อธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะจนถึงขณะนี้ ตำรวจยังคงไม่ยอมรับว่ายิงผู้ชุมนุมจนตาบอด ผู้ชุมนุมยังระบุด้วยว่าพวกเขาจะไม่นิ่งเฉยต่อการใช้ความรุนแรงเช่นนี้ และพร้อมต่อสู้อย่างถึงที่สุด เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเหยื่อความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ตำรวจปะทะผู้ชุมนุมที่สนามบินฮ่องกง – นักท่องเที่ยวตกค้างเพียบ

วานนี้ (13 ส.ค.) เกิดเหตุตำรวจปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงที่สนามบินนานาชาติ ฮ่องกง หลังผู้ชุมนุมหลายพันคนเข้าไปรวมตัวกันบริเวณอาคารผู้โดยสาร พร้อมกับตะโกน ร้องเพลง และชูป้ายต่าง ๆ ก่อนตำรวจจลาจลบุกเข้าไปผลักดันผู้ประท้วงให้ออกจากสนามบิน ด้วยการใช้สเปรย์พริกไทย โดยในบางจังหวะ ตำรวจต้องชักปืนออกมาข่มขู่ผู้ประท้วง ขณะที่ผู้ประท้วง พากันนำรถเข็น รั้วเหล็กและวัตถุอื่น ๆ มาขวางกั้นทางเดินภายในสนามบิน การปะทะกันเกิดขึ้นหลายระลอก โดยชายคนหนึ่งถูกนำตัวออกไปจากอาคารผู้โดยสารหลัก หลังถูกกลุ่มผู้ประท้วงกักตัวไว้ ผู้ประท้วงบางคนบอกว่า ชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจจีนแผ่นดินใหญ่แฝงตัวมา แต่มีการยืนยันภายหลังว่าเขาเป็นผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว Global Times ของจีน ส่วนในกรุงวอชิงตันดีซี ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ บอกว่า รัฐบาลจีน กำลังสั่งการให้ทหารไปประจำการบริเวณชายแดนฮ่องกงแล้ว ส่วนบรรดานักท่องเที่ยวในฮ่องกง บอกเมื่อช่วงคำวานนี้ว่า ยังคงกังวลเรื่องการประท้วงที่เกิดขึ้น และไม่แน่ใจว่าจะได้กลับบ้านเมื่อใด เนื่องจากสายการบินยังไม่สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติ นักท่องเที่ยวชาวอิตาลีคนหนึ่งบอกว่า เพื่อน ๆ ของเธอยังกลับบ้านไม่ได้เมื่อวานนี้ เนื่องจากสนามบินปิด และเธอกังวลว่าตัวเองก็อาจยังกลับไม่ได้เช่นกัน ส่วนนักท่องเที่ยวจากสวิตเซอร์แลนด์สองคน บอกว่า ยังกลับบ้านไม่ได้ และอาจต้องติดอยู่ในฮ่องกงอีกสามวัน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

‘ไต้ฝุ่นเลกีมา’ ถล่มจีนอย่างหนัก เสียชีวิตแล้ว 49 ราย-ประชาชนนับล้านต้องอพยพ

จากกรณี ไต้ฝุ่นเลกีมา ที่พัดถล่มชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศจีน ส่งผลให้เกิดลมกรรโชกและฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เกิดน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนนั้น โดยรายงานข่าวระบุว่า ไต้ฝุ่นเลกีมาได้พัดถล่มมณฑลเจ้อเจียง มณฑลชานตง และมณฑลอานฮุย ทำให้ประชาชนมากกว่าล้านหลังคาเรือนต้องอพยพ ล่าสุดวันนี้(13 ส.ค.) ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 49 ราย สูญหาย 21 ราย นอกจากนี้เมื่อวันเสาร์(10 ส.ค.) ที่ผ่านมา ไต้ฝุ่นเลกีมายังส่งผลกระทบให้เกิดดินถล่มในมณฑลเจ้อเจียง โดยพายุมีความเร็วลมเกือบ 190 กม./ชม. ทำให้เกิดคลื่นสูงหลายเมตรเข้ากระทบชายฝั่ง ด้านมณฑลชานตงเกิดฝนตกหนักเป็นประวัติศาสตร์ ปริมาณน้ำฝนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 โดยภัยพิบัติครั้งนี้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ากว่า 2.6 หมื่นล้านหยวน(ราว 1.2 แสนล้านบาท) ทั้งนี้ได้มีการยกเลิกเที่ยวบินอีกหลายพันเที่ยว รวมถึงเที่ยวรถไฟที่ไม่สามารถวิ่งได้เนื่องจากรางรถไฟจมอยู่ใต้น้ำ และสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในเมืองตามแนวชายฝั่ง เช่น เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ ก็ต่างพากันประกาศปิดทำการเนื่องจากอิทธิพลของไต้ฝุ่น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ชาวบ้านอินเดียผวา เจอ ‘จระเข้’ หนีน้ำท่วมขึ้นหลังคาบ้าน

เมื่อวันอาทิตย์(11 ส.ค.)ที่ผ่านมา ชาวบ้านอินเดียพากันขวัญผวาหลังพบ จระเข้ ตัวใหญ่ขึ้นไปหลบภัยบนหลังคาบ้านที่ถูกน้ำท่วม ในเมืองเบลคาอุม ของรัฐกรนาฏกะ ทางตอนใต้ของประเทศ สื่อท้องถิ่นของอินเดียเผยแพร่คลิปวีดีโอที่มีผู้บันทึกไว้ได้ โดยจะเห็นได้ว่ามีจระเข้นอนพักอยู่บนหลังคาบ้านหลังหนึ่ง หลังน้ำในแม่น้ำกฤษณาลดระดับลง รายงานข่าวไม่ได้ระบุแน่ชัดว่า จระเข้ตัวนี้เป็นจระเข้ที่อยู่ตามธรรมชาติ แล้วถูกกระแสน้ำพัดพามาในเขตที่อยู่อาศัยของประชาชน หรือเป็นจระเข้เลี้ยงที่หลุดออกมาหรือไม่ ทั้งนี้ ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและเหตุดินถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย ในรัฐกรนาฏกะ เกรละ และ มหาราษฏระ และยังส่งผลให้ประชาชนหลายแสนคนต้องไปหลบภัยในค่ายพักพิงชั่วคราวเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ บริการรถไฟในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมยังถูกยกเลิกอีกด้วย ล่าสุด ระดับน้ำลดลงในหลายพื้นที่ทางตะวันตกของเมืองโกลฮาเปอร์ และพื้นที่ตอนใต้ของเมืองเบลคาอุม ทำให้ชาวบ้านโล่งใจได้ระดับหนึ่ง ส่วนรัฐอื่น ๆ ที่ได้รับความเสียหายหนักจากเหตุน้ำท่วมครั้งล่าสุดนี้เช่นกัน ประกอบด้วย รัฐคุตชราช อัสสัม และพิหาร ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ข่าวอรุณอมรินทร์ : ช่างรับเหมาฉุนจัดถูกตำหนิ ดักตีหัวแม่เจ้าของบ้าน จนหมวกกันน็อกแตก

< ตำรวจ สภ.แกลง จ.ระยอง รับแจ้งจากนางพิกุล ดีมั่น อายุ 66 ปี ว่าถูกนายไก่ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นช่างรับเหมาก่อสร้างบ้าน ใช้วัตถุไม่ทราบชนิดทำร้ายที่ศีรษะ ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เหตุเกิดพื้นที่หมู่ 7 ตำบลวังหว้าอำเภอแกลง โดยก่อนเกิดเหตุนางพิกุล ขี่รถจักรยานยนต์มาหาบุตรชาย ที่กำลังก่อสร้างบ้านและนายไก่ ผู้รับเหมาเบิกเงินไปแล้วจำนวน 3 แสนบาทแต่ก่อสร้างบ้านไม่เสร็จและไม่เป็นไปตามที่บุตรชายของนางพิกุลต้องการ อีกทั้งใช้วัสดุที่ไม่มีมาตรฐานและราคาแพงเกินความเป็นจริงหลายเท่า ทำให้นายไก่ถูกนางพิกุล ตำหนิ จากนั้นนายไก่จึงทิ้งงานไม่มาก่อสร้างบ้านให้อีก ต่อมาบุตรชายนางพิกุลจึงไปว่าจ้างช่างรับเหมาก่อสร้างรายใหม่มาก่อสร้างแทน เมื่อนายไก่จึงไม่พอใจ ดักกระหน่ำตีศรีษะนางพิกุลหลายครั้ง จนหมวกกันน็อคแตก ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ข่าวอรุณอมรินทร์ : อส. เมาซิ่งรถชนแล้วหนี ตำรวจไล่ตะครุบได้ ค้นเจออาวุธเพียบ

เกิดเหตุรถกระบะคันหนึ่งขับชนรถของชาวบ้านบริเวณสี่แยกไฟแดง สภ.เมืองตราด แล้วซิ่งรถหลบหนี เจ้าหน้าที่ระดมกำลังกันออกติดตามตัว ใช้เวลา 30 นาที ก็สามารถสกัดจับรถคันนี้เอาไว้ได้ เบื้องต้นทราบชื่อคนขับคือ นายสมบัติ เรืองศิริ อายุ 34 ปี มีอาชีพเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดนในอ.เมืองตราด และจากการตรวจค้นภายในรถเจ้าหน้าที่พบทั้ง ปลอกกระสุนปืน 6 ปลอก สนับมือ 3 อัน หนังสติ๊ก ไม้เบสบอล มีดสั้น และมีดขอ จึงได้ควบคุมตัวนายสมบัติ ไปที่สถานีตำรวจภูธรแหลมงอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ข่าวอรุณอมรินทร์ : พลทหารเมาแย่งมีดกับแม่ยาย พลาดถูกเสียบอกดับคาบ้าน

ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบเหตุแทงกันตายที่หอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.3 ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ที่เกิดเหตุพบศพ พลทหารสุวัฒน์ นาคทองอินทร์ อายุ 23 ปี ทหารสังกัดกองพันทหารช่างที่ 9 กองพลทหารราบที่ 9 สภาพศพนอนหงายกับพื้นมีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงเข้าบริเวณใต้ราวนมด้านซ้าย สอบถามนายรุ่งอรุณ ยะยง อายุ 38 ปี พ่อตาของผู้เสียชีวิต บอกว่า ก่อนเกิดเหตุพลทหารสุวัฒน์ ได้นั่งกินเหล้ากับเพื่อนก่อนกลับมาชวนภรรยากินข้าวที่ห้องพักแต่ภรรยาไม่กินทำให้พลทหารสุวัฒน์ไม่พอใจและนั่งกินเบียร์ต่ออีก จากนั้นตนก็ถามไปว่า จะยังกินอีกเหรอ ทำให้พลทหารสุวัฒน์ไม่พอใจอีกและเกิดมีปากเสียงกันขึ้น ก่อนพลทหารสุวัฒน์เดินไปหยิบมีดปลายแหลมขนาดยาวประมาณ 9 นิ้วมา และบอกว่า วันนี้ต้องมีคนตายไปข้างหนึ่ง ทำภรรยาของตนคือนางสาวอันธิกา ปานดำ อายุ 39 ปี ได้เข้าไปห้าม และยื้อแย่งมีดกัน จนพลาดทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

keyboard_arrow_up