เจาะลึก 5 เหตุผล GWM TANK 500 HEV ทำไมถึงเป็นรถที่ไม่อาจมองข้าม

16 ก.พ. 67

All New GWM TANK 500 HEV รถยนต์เอสยูวีออฟโรดแบรนด์ TANK ที่ได้เปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนกันยายน ปี 2566 ยอดจองสิทธิ์ซื้อกว่า 1,000 คันและได้รับรางวัล The Most Exciting SUV Award จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2566 ในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว All New GWM TANK 500 HEV ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Nothing is Unreachable: ไม่มีความสำเร็จไหนที่ไปไม่ถึง” เราจะพาไปเจาะลึก 5 เหตุผลว่า GWM TANK 500 HEV ถึงเป็นรถอีกรุ่นที่ต้องจับตามอง

All New GWM TANK 500 HEV

เหตุผลข้อ 1 สร้างโดยแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ

All New GWM TANK 500 HEV เป็นรถยนต์เรือธงรุ่นแรกภายใต้แบรนด์ TANK ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่อันดับที่ 3 ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ รถยนต์ค่ายใหญ่จากแดนมังกรนำเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส โดยตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยจวบจนถึงปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ HAVAL และ ORA ที่ได้รับความนิยมและตอบรับจากคนไทยเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น HAVAL H6 HEV ที่ครองตำแหน่งผู้นำในเซ็กเมนต์ได้อย่างแข็งแกร่ง, HAVAL JOLION, HAVAL JOLION Sport และ HAVAL H6 PHEV ที่คว้ารางวัล “BEST HYBRID SUV UNDER 1,600 CC.” จากงานประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR & BIKE OF THE YEAR 2023” และขวัญใจชาวไทยอย่าง ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT ก่อนที่ GWM ยังได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า สปอร์ตคูเป้ ORA 07 ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) ที่ผ่านมา และล่าสุดได้เปิดตัว New GWM ORA Good Cat จากสายการผลิตภายในประเทศที่โรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ที่จังหวัดระยองอีกด้วย

ดังนั้น All New GWM TANK 500 HEV ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ความจุ 1.76 กิโลวัตต์ ให้กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 244 แรงม้า แรงบิดเครื่องยนต์สูงสุด 380 นิวตัน-เมตร และกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 106 แรงม้า แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 268 นิวตัน-เมตร ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 9 สปีด (9HAT) ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด จึงถือเป็นรถที่ถูกสร้างโดยแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งในตลาดประเทศไทย

All New GWM TANK 500 HEV ด้านท้าย

เหตุผลข้อ 2 ดีไซน์หรูหราแต่ดุดัน

All New GWM TANK 500 HEV เป็นรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์ SUV แต่ก็ถือว่ามันมีความคล่องตัวในระดับที่ใช้ได้ ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ แม้จะเหมือนดูเรียบง่ายแต่สไตล์การออกแบบสะท้อนความบึกบึนและแข็งแกร่งของรถยนต์ออฟโรดเอาไว้ด้วยกัน จุดเด่นก็อาทิเช่น

  • ดีไซน์ด้านหน้า ออกแบบภายใต้ปรัชญาของ "ความหรูหราที่แข็งแกร่ง”
  • ประตูท้ายแบบ Horizontal ระบบดูดไฟฟ้า
  • ไฟหน้า Intelligent LED เปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ และฟังก์ชันหน่วงเวลาไฟส่องทางหลังดับเครื่อง (Follow Me Home) Daytime Running Light และไฟตัดหมอกด้านหน้าและหลังแบบ LED
  • บันไดข้างระบบไฟฟ้า เปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อเปิด-ปิดประตู
  • หลังคาซันรูฟระบบไฟฟ้าแบบพาโนรามิคขนาดใหญ่พร้อมราวหลังคา เสาอากาศแบบ Shark Fin
  • จอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอมัลติมีเดีย 14.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay, Android Auto, MP5, Bluetooth, ระบบนำทาง และแสดงข้อมูลการขับขี่
  • ระบบความบันเทิง พร้อมลำโพง Infinity จำนวน 12 ตัว ระบบแอมพลิฟายเออร์อิสระ และระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถ
  • เบาะนั่งไฟฟ้าคู่หน้า ระบบเบาะนวดไฟฟ้า ระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ เบาะนั่งคนขับไฟฟ้าปรับได้ 8 ทิศทาง และเบาะหนัง NAPPA พร้อมระบบ memory seat และระบบ welcome seat เพื่อความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงรถ
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5


All New GWM TANK 500 HEVAll New GWM TANK 500 HEV เบาะแถวสอง

เหตุผลข้อ 3 ลุยได้สบาย

GWM ระบุว่า All New GWM TANK 500 HEV ถูกออกแบบมาขึ้นมาเพื่อเหล่านักผจญภัยสายลุย ให้การเดินทางที่ราบรื่นตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงจุดหมายปลายทาง เขาว่ามาแบบนั้น ตัวรถติดตั้งระบบล็อกเฟืองขับด้านหน้าและด้านหลัง (Front & Rear Electric Differential Locks) ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่แคบ (TANK Turn) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบออฟโรด (Offroad Cruise Control) ระบบตรวจจับความลึกของน้ำ (Wading Depth Detection) และระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent System) พร้อมโหมดการขับขี่ 11 รูปแบบ ได้แก่ โหมดมาตรฐาน โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด โหมดสภาพถนนลื่น และ offroad ได้แก่ โหมดโคลน โหมดทราย โหมดหิน โหมด4L โหมด4H โหมดอัตโนมัติ และโหมดเชี่ยวชาญ

All New GWM TANK 500 HEV สีให้เลือก

เหตุผลข้อ 4 สีสันตัวรถโดนใจสายคลาสสิก

All New GWM TANK 500 HEV ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น ULTRA และรุ่น PRO โดดเด่นด้วยสีสันคลาสสิก สีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ ขาว ดำ เทา และสีใหม่เทาคริสตัล (เฉพาะรุ่น ULTRA) จับคู่กับสีภายในสีดำและทูโทนสีน้ำเงิน-เบจ (เฉพาะรุ่น ULTRA และสีเทาคริสตัล)

All New GWM TANK 500 HEV พวงมาลัยและคอนโซลAll New GWM TANK 500 HEV ห้องสัมภาระท้าย

เหตุผลข้อ 5 ข้อเสนอน่าสนใจ

All New GWM TANK 500 HEV รับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี ฟรี ค่าอะไหล่และค่าแรงบํารุงรักษาตามระยะทาง GWM Pro Service Inclusive - GPSI สูงสุด 10 ครั้ง ภายใน 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน (ไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ( Roadside Assistance ) ตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 5 ปี ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี รวมถึงสิทธิพิเศษกับการเป็นส่วนหนึ่งของ GWM TANK CLUB และกิจกรรมมากมาย

เหตุผลทั้ง 5 ข้อที่ยกมาเป็นเพียงเหตุผลเบื้องต้นสั้นๆ ง่ายๆ ที่พอจะนึกออกสำหรับเจ้า All New GWM TANK 500 HEV ที่ต้องบอกว่ามันเป็นรถที่ค่อนข้างสะกดสายตาแม้มันจะเป็นรถที่ออกแนวสายลุย แต่ยามมันเคลื่อนไหวบนทางเรียบมันก็ดูมีเสน่ห์ไม่น้อย ผมจึงมองว่า All New GWM TANK 500 HEV น่าจะเป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นในตลาดประเทศไทยที่เราคงมองข้ามมันไปไม่ได้ครับ

advertisement

ยานยนต์ คุณอาจสนใจ

ข่าวยอดนิยม