ไม่น่ากลัวขนาดนั้น! อ.เจษฎา แจงกิ้งกืออันตรายน้อยมาก แค่บางคนที่แพ้รุนแรง

กรณีที่ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ที่ 4 ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ว่าในพื้นที่พบกิ้งกือจำนวนมาก และมีเด็กได้รับพิษจากกิ้งกือมาทำการรักษา จึงรุดตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบกิ้งกือลำตัวสีเทา มีเส้นสีแดงกลางหลัง ขาสีแดง ไม่ทราบสายพันธุ์ ขนาดความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร เป็นจำนวนมาก (อ่านเพิ่มเติม : อย่าแตะ “กิ้งกือกระบอก” นักชีวะชี้ มีหลากสี ถ้าโดนสารหลั่ง ผิวแพ้เกิดรอยไหม้ แนะรีบล้างน้ำ (คลิป))

ล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ขอความผ่านเพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ โดยระบุว่ากิ้งกือสีเทาที่ปรากฎในข่าวนั้น เป็นกลุ่ม ‘กิ้งกือกระบอก’ ส่วนที่เป็นแผลปวดแสบปวดร้อนนั้นเกิดจากการไปเหยียบ จึงทำให้โดนสารคัดหลั่งของมันเวลามันตกใจ แต่ไม่ใช่พิษอันตรายและมีเพียงแค่บางคนเท่านั้นที่จะแพ้รุนแรง

นอกจากนี้ อ.เจษฎา ยังบอกอีกว่า กิ้งกือส่วนใหญ่ไม่ได้มีพิษอะไรในตัวเอง แต่มีบางชนิดที่อาจปล่อยสารพิษพวกไซยาไนด์ หรือพวกเบนโซควิโนน ออกมาเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ซึ่งมีปริมาณเพียงเล็กน้อย และไม่ได้ทำให้คนเป็นอันตรายอะไรมาก ทั้งยังบอกว่ากิ้งกือเป็นสัตว์กินซาก ไม่ได้มีเขี้ยว มีแค่แผ่นฟันรูปร่างคล้ายช้อนตักไอศครีมสำหรับกัดแทะซากเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถกัดคนได้ อย่างมากถ้าโดนมันแทะ ก็จะรู้สึกจั๊กจี้ ดังนั้นอย่าไปกลัวกิ้งกือกันเกินเหตุจนไปทำร้ายมัน เพราะเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์อย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ

keyboard_arrow_up