พระดึงสติ “บอย” ทรงเจ้าหยุดมั่วมึน – “หมอปลา” ฉะ เทพไม่สิงควายธนู – ร่างขอขมาสงฆ์ (คลิป)

หลังจากที่เมื่อวาน (3 มิ.ย.) ทีมข่าวได้เข้าไปพูดคุยกับ อ.บอย คลองหนึ่ง ร่างทรงพระพิฆเนศ ที่ได้มีการกล่าว ถึงพระมหาไพรวัลย์ พร้อมกับให้โดยดูการโพสต์ในเฟซบุ๊กของพระมหาไพรวัลย์ ที่มีการพูดถึงตนในทางไม่ดี

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักคิดนักเขียนแห่งวัดสร้อยทอง

ล่าสุด วันนี้ (4 มิ.ย.) พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักคิดนักเขียนแห่งวัดสร้อยทอง เปิดเผยว่า เรื่องที่การตนโพสต์เฟซบุ๊กเป็นพื้นที่สาธารณะที่บุคคลใดสามารถแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ต่อบุคคลอื่น คล้ายกับคุณบอยที่จะมีการใช้เฟซบุ๊กในการเผยแผ่ความเชื่อหรือพิธีกรรม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ยกเว้นแต่ว่า เป็นการใช้เฟซบุ๊กในทางที่ผิดกฎหมายในเชิงไลฟ์สดอวดอ้างเป็นร่างทรงหรือขายสินค้า ถือว่าผิด

ส่วนที่คุณบอย บอกว่า ร่างทรงเป็นมิจฉาชีพไม่ได้ เพราะไม่เคยมาบังคับว่าจะต้องให้เงินตน เพราะไม่เคยไปเดินขอข้าวใครกิน พระมหาไพรวัลย์มองว่า เป็นเรื่องที่เลอะเทอะ อยากโยงประเด็นอะไรก็โยงไปเรื่อย ยกตัวอย่างเช่น วันที่ได้ออกรายการต่างคนต่างคิด ที่มีการซักประวัติร่างทรงแล้วโยงไปเรื่องพระไตรปิฎก ตอนนั้นพระมหาไพรวัลย์บอกว่า อาตมาฮาเลย เนื่องจากอีกฝ่ายไม่มีตรรกะหรือเหตุผล ส่วนโยงไปเรื่องการบิณฑบาตของพระ พระมหาไพรวัลย์ มองว่า การพูดเช่นนี้สะท้อนวิธีคิดของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน เนื่องจากไม่มีการแยกแยะประเด็น คิดแต่เพียงว่าจะแย้งอีกฝ่ายเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่แย่มาก

บอย คลองหนึ่ง ร่างทรงพระพิฆเนศ

ส่วนที่คุณบอยบอกว่า สิ่งที่พระมหาไพรวัลย์กล่าวไม่ใช่กิจของสงฆ์ พระสามารถรักษาศีล 227 ข้อได้ครบทุกรูปหรือไม่ พระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า การรักษาศีลและการโต้แย้งเป็นคนละเรื่องกัน เนื่องจากพระนั้นทำกิจของสงฆ์ทุกวันแต่ถ้ามีเรื่องร่างทรงบางคนมาถกกัน ถือว่าเป็นประเด็นสาธารณะ คิดว่าการที่อีกฝ่ายออกมาพูดเช่นนี้เป็นเรื่องเลอะเทอะ

สำหรับกรณีที่คุณบอย คลองหนึ่ง มองว่า ทำไมเวลาหมอปลาเจอศาลพระภูมิจึงหาว น้ำตาไหล หรือ อาเจียน พร้อมถามกลับว่าอาการเหล่านี้เรียกว่าอะไร พระมหาไพรวัลย์ มองว่า คุณบอยมีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถามได้ อย่างที่ให้หมอปลาไปทุบศาลที่สี่แยกราชประสงค์ พระมหาไพรวัลย์ มองว่าความจริงหมอปลาไม่ได้ไปทุบเลอะเทอะ เนื่องจากต้องมีบุคคลยินยอมให้ทุบสถานที่ตรงนั้น ไม่ใช่ว่าจะไปทุบศาลบ้านบุคคลใดหรือสถานที่ก็ได้เพราะถือว่าทำผิดเรื่องทำลายทรัพย์สิน ทำให้ตนมองว่า คุณบอย ทั้งรั่วทั้งมึนที่นำประเด็นเหล่านี้มาโยงกัน

พระมหาไพรวัลย์ มองว่า การที่ท้วยเทพจะลงมาประทับร่างของมนุษย์จะลงมาประทับได้อย่างไร ทำไมถึงไม่ไปประทับพราหมณ์ที่โบสถ์ไม่ดีกว่าหรือ เพราะเป็นบุคคลที่ทำพิธีกรรมและบูชาเทพเจ้า หากมองอย่างเป็นกลาง เทพต้องมาประทับร่างบุคคลที่น่าเคารพเชื่อถือเสียมากกว่า ในปัจจุบันเทพทรงร่างมีจำนวนเยอะจนเรียกได้ว่ามั่วกันไปหมด

นายวิวัฒน์ ประดิษฐสุวรรณ ร่างทรงองค์พ่อนารายณ์

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตำหนักร่างทรงองค์พ่อนารายณ์ โดย นายวิวัฒน์ ประดิษฐสุวรรณ เปิดเผยว่า ตนทรงเจ้ามากว่า 20 ปีแล้ว โดยเป็นร่างทรงองค์พ่อนารายณ์ ปางหริหระ เมื่อก่อนตนก็ไม่เชื่อเรื่องร่างทรง จนกระทั่งมาเจอกับตัว แล้วตนไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้จึงเชื่อ

คุณวิวัฒน์ เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพประจำที่มั่นคงอยู่แล้ว ถ้าเลือกได้ตนก็ไม่อยากเป็นร่างทรง เพราะเป็นแล้วสิ่งที่เคยปฏิบัติหลาย ๆ ก็ปฏิบัติไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนตนเคยดื่มสุรา แต่พอมาทรงเจ้าก็ไม่สามารถดื่มได้ เพราะพอจะดื่ม ปากก็ไม่ยอมอ้า สำหรับคนที่มองร่างทรงว่าเป็นมิจฉาชีพ นายวิวัฒน์กล่าวว่า อย่าเชื่อทุกคำพูดของร่างทรง เพราะร่างทรงก็มีทั้งดีและไม่ดี แต่ร่างทรงที่ดีจะบอกหนทางที่ถูกต้อง ซึ่งต้องใช้วิจารณญาณก่อนแล้วจึงจะเชื่อ คือให้ฟังแล้วเอาเหตุผลมาคิด ซึ่งร่างทรงที่มีการหลอกเงินลูกศิษย์นั้น ตนคาดว่าไม่ใช่ร่างทรงจริง เนื่องจากร่างทรงจะไม่ทำนาบนหลังคน ไม่หลอกเอาเงินผู้อื่น ซึ่งตนคิดว่าคนไทยมีสติในการมอง และสามารถมองออกได้ว่าคนไหนจริงคนไหนปลอม

ภายใน ตำหนักร่างทรงองค์พ่อนารายณ์

สำหรับร่างทรสุริยะเทพที่มีการไลฟ์สดนั้น ตนมองว่า เกินเลยขอบเขตของการเป็นร่างทรงที่ดี และมองว่า ไม่ใช่ของจริง เพราะร่างทรงที่แท้จริงจะไม่ลงเร็วขนาดนั้น และจะไม่ป่าวประกาศให้คนมาศรัทธา หากใครจะศรัทธาก็จะมาด้วยตนเอง

เมื่อถามว่าสามารถทรงเจ้าให้ดูได้หรือไม่ นายวิวัฒน์ตอบว่า ตนไม่ทรงเพราะตนจะทรงเฉพาะเมื่อมีเหตุเท่านั้น และตนทรงแต่ละครั้งตนรู้สึกทรมาน และใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าเทพจะออก เมื่อลูกศิษย์มาหาตนจึงเน้นไปในทางพูดคุยกันมากกว่า โดยจะมีค่ากำนลคนละ 12 บาท ซึ่งตนได้รวบรวมนำไปทำบุญ โดยเผยว่า ปัจจุบันตนรวบรวมเงินเหล่านี้รวมกับลูกศิษย์ที่ช่วยกันทำบุญนำไปสร้างเป็นสำนักสงฆ์ภูและวัด

หมอปลา มือปราบสัมพเวสี

ด้าน หมอปลา มือปราบสัมพเวสี ออกมาตอบโต้บอยร่างทรง ที่ท้าให้ไปทุบศาลที่แยกราชประสงค์ว่า ที่ตนไปทุบศาลพระภูมิตามที่เห็นนั้น เพราะเจ้าของศาลเขาอนุญาต กรณีที่บอยท้านั้นมันมีเจ้าของ เราจะไปทุบเขาได้อย่างไร ถ้าเจ้าของเขาให้ทุบถึงจะทุบได้ ถ้าเป็นศาลที่บ้านบอยแล้วบอยอนุญาตจะไปทุบให้ดู ที่ผมไปทุบศาลให้ชาวบ้านเขาเพราะเขาถูกสิ่งลี้ลับกระทำ เราจึงไปทุบให้เขา บอยไปยุ่งอะไรกับเขา คุยกับคนพวกนี้จะบอกว่าการศึกษาต่ำก็ไม่ได้ อาจเรียกว่าไม่มีการศึกษาก็ได้

ตนช่วยคนเหล่านี้ให้หลุดพ้นได้ แต่พวกนี้ดีแต่แต่งลิเก มันเป็นการแสดง เลิกเถอะ ส่วนที่กล่าวว่า พระบิณฑบาตเหมือนขอทานนั้น ต้องให้บอยไปศึกษาเรื่องการบวชให้ท่องแท้เสียก่อน บวชเพื่ออะไร ไปศึกษาให้ดีก่อน เขาสอนแบบนี้หรือที่บอกว่านับถือพุทธ แต่พวกนี้ไปบอกว่าเป็นเทพ ทำไมเทพมาเลือกร่างควายธนูแบบนี้ อยากให้บอยไปศึกษาเรื่องศาสนาให้ถ่องแท้เสียก่อนที่จะมาพูด

ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ ร่างทรงหลวงปู่จระเข้มองเห็นอดีตชาติว่า ตนเคยเกิดเป็นเต่า ถ้าเป็นเช่นนั้น พวกร่างทรงคงเกิดเป็นยอดหญ้า เพราะเต่าต้องเหยียบยอดหญ้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เดี๋ยวนี้ทำไมสัตว์ถึงมีร่างมาประทับทรงได้แล้ว ต่อไปจิ้งจก ตุ๊กแกก็เป็นร่างทรงได้

พระมหาไพรวัลย์ โพสต์เฟซบุ๊ก บอยคลองหนึ่งกราบขอโทษ

ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ได้โพสต์ภาพขณะบอยคลองหนึ่งเข้ากราบขอขมา พร้อมระบุข้อความว่า “บางทีคนเราคุยกันคนละที ว่ากันคนละครั้ง มันก็อาจทำให้เข้าใจกันผิด เข้าใจกันคลาดเคลื่อนได้ ต่อเมื่อได้มีโอกาสเปิดใจสนทนากันแล้ว จึงสามารถลดความอคติที่มีต่อกัน เมื่อเหตุผลเกิด อารมณ์ก็จางหาย เมื่อไร้ความโกรธ เมตตาก็ย่อมเข้ามาแทนที่ อาตมาเองบางทีก็อาจใช้คำพูดรุนแรงไป แม้ไม่ได้เจตนา เอาเป็นว่าเรื่องวิวาทะกับโยมบอย ก็ขอให้จบกันไป นับถือโยมบอยที่ยังมีน้ำใจ ไม่ถือโทษโกรธเคืองอะไรอาตมา ขอให้โยมบอยปฎิบัติตนอยู่ในวิถีความเชื่อของตนเองอย่างเป็นสุจริตธรรม ปล. ห้ามใช้คำหยาบคายในการคอมเมนต์”

keyboard_arrow_up