สุดมึน! ยายเลือดท่วม เผยเจ้าหนี้ซ้อม แฉ ตร.แนะให้พูดล้มฟาดหิน บอกไม่ติดใจคงรุมผิดตัว (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ แชร์เรื่องราวของคุณยายชื่อ “ชู” ที่โดนกลุ่มเจ้าหนี้รายวัน รุมทำร้ายที่ จ.ชลบุรี โดยลูกชายของคุณยายได้มาร้องเรียนไว้ที่ สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 61 ซึ่งในวันนี้ (30 พ.ค. 61) ได้มีการสอบปากคำยายคนดังกล่าวแล้ว

สถานีตำรวจภูธรแสนสุข

ค่ำวันนี้ทีมข่าวเดินทางมายัง สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี เพื่อสอบถามผลการสอบปากคำ โดย ร.ต.อ.สุชาติ เจริญศรี ร้อยเวรเจ้าของคดี เผยว่า วันนี้ได้มีการสอบปากคำยายชู และพยาน ตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งยายชู ยืนยันว่า ถูกเจ้าหน้าทำร้ายร่างกาย จนกระทั่งประมาณช่วงค่ำ หลังจากที่มีการตะล่อมถามเป็นเวลานาน จึงยอมรับว่า ตนสะดุดล้ม หน้าฟาดก้อนหิน ที่บริเวณหน้าห้องเช่า

ตำรวจสอบปากคำยายชู

ร.ต.อ.สุชาติ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ที่มีการแจ้งความไว้ ตำรวจมีการลงพื้นที่ จนพบพยานหลักฐานทำให้ทราบว่ายายไม่ได้ถูกเจ้าหนี้ซ้อม แต่สะดุดล้มฟาดก้อนหิน โดยมีพยานเห็นเหตุการณ์ขณะที่ยายสะดุดล้ม แม้กระทั่งหินก้อนนั้นก็ยังมีรอยเลือด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บกลับมาพิสูจน์หลักฐานเรียบร้อยแล้ว โดยที่เรียกมาสอบปากคำในวันนี้ เพราะอยากให้ยายรับสารภาพเอง โดยระหว่างการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้กดดัน เพียงแต่ใช้วิธีตะล่อมถาม จนยายยอมรับสารภาพออกมาเอง

ทั้งนี้ กรณีนี้จะถือเป็นการแจ้งความเท็จหรือไม่ ร.ต.อ.สุชาติ ระบุว่า กรณีนี้ยายไม่ได้เป็นคนแจ้งเอง แต่ลูกชายเป็นคนแจ้ง ซึ่งเป็นการได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ไม่ได้มีเจตนาแจ้งความเท็จ จึงถือว่าคดีเป็นโมฆะ ไม่ได้มีความผิดแต่อย่างใด

ยายชู อายุ 63 ปี ผู้เสียหาย

ด้าน ยายชู อายุ 63 ปี เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ 23 พ.ค. 61 ตนกำลังเข้านอนเนื่องจากมีอาการวิงเวียนศรีษะ และได้กินยาแก้ปวดศรีษะไป เวลาประมาณ 11.00 น. มีคนมาเคาะประตู เมื่อไปเปิดดูก็พบว่า เป็นชายวัยรุ่น 2 คน ตนจึงสอบถามว่ามีธุระอะไร ชายรายหนึ่งจึงตอบมาว่า มาเก็บดอกเบี้ยจากเงินที่ยืมไว้ ตอนแรกตนเข้าใจว่า เป็นเงินที่ตนเคยยืมคนรู้จักไว้จำนวน 5,000 บาท แต่คืนไปแล้ว 2,000 บาท เหลืออีก 3,000 บาท จึงตอบกลับไปว่า ยังไม่มี รอให้ลูกชายกลับมาจากทำงานก่อนจึงจะคืนให้ ชายรายดังกล่าวจึงชกเข้าที่ใบหน้าตนหนึ่งครั้ง จนสลบไป โดยตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีเลือดท่วมหน้า และเจ็บบริเวณตาด้านซ้าย

แผลบริเวณตาซ้าย ของยายชู
แผลบนใบหน้า ของยายชู

ยายชู ยืนยันว่า ตนกินเหล้าประมาณครึ่งแบน แต่ไม่ได้เมา เพราะกินตั้งแต่เช้าแล้ว อีกทั้งไม่ได้สะดุดล้มเองตามที่ตำรวจให้ข่าว ส่วนที่ต้องยอมพูดว่าสะดุดเอง เพราะตำรวจแนะนำให้พูดแบบนั้น เนื่องจากตนจำหน้าคนร้ายไม่ได้ ทั้งนี้ตำรวจบอกว่าหากแจ้งความเท็จจะติดคุก ด้วยความกลัวจึงยอมรับว่าเมาแล้วสะดุดล้มเอง ซึ่งตอนนี้คดีความก็จบแล้ว เพราะกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิด โดยตนก็ไม่ขอดำเนินการใด ๆ ต่อ เพราะไม่อยากให้ลูกเดือดร้อนมาตามคดี ส่วนผู้ที่ชกตน คาดว่าอาจจะเป็นการชกผิดตัว เพราะเจ้าหนี้ของตนเป็นคนจิตใจดี ไม่เคยมาทวงหนี้ในลักษณะนี้มาก่อน

keyboard_arrow_up