ปภ.เตือน! ทั่วประเทศรับมือพายุฝน – สตช.สั่งทุกพื้นที่ปรับผิวจราจรรับช่วงเปิดเทอม-น้ำท่วม

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวถึงสถานการณ์วาตภัยว่า ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม ถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยรวม 31 จังหวัด 1,226 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 8,810 หลัง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และ ผู้บาดเจ็บ 3 ราย แยกเป็น ภาคเหนือ 10 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ภาคกลาง 4 จังหวัด และ ภาคตะวันออก 1 จังหวัด

ดังนั้นจึงประสานไปยังหน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจ ประเมินและจัดทำบัญชีข้อมูลความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯต่อไป

และจากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่ ประกอบกับลมตะวันออกพัดปกคลุมภาคใต้ ส่งผลให้ภาคใต้จะเกิดฝนฟ้าคะนองมากขึ้น จึงได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุ เพื่อให้พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันที

พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 10 หน่วยงาน ประชุมความพร้อมด้านจราจร เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียน และรับมือกับฤดูฝน โดยสั่งกำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมด้านกายภาพพื้นผิวจราจร หากพบว่าจุดไหนมีปัญหาให้เร่งแก้ไขทันที ทั้งนี้ได้ประสานไปยังสถานศึกษา ให้ทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง กรณีการรับส่งบุตรหลานไปโรงเรียน ควรเร่งดำเนินการให้เสร็จก่อนเวลา 7.30 น. เพื่อเคลียร์พื้นจราจรให้บุคคลที่จะเดินทางไปทำงาน นอกจากนี้ยังประสานไปยังสำนักการโยธา และสำนักการระบายน้ำ ของกรุงเทพมหานคร เตรียมรับมือกรณีฝนตกหนัดจนทำให้น้ำท่วมขัง โดยให้เตรียมเครื่องสูบน้ำ เพื่อระบายน้ำออกนอกพื้นผิวจราจรให้เร็วที่สุด

สำหรับเส้นทางที่น่าเป็นห่วงที่สุด ได้แก่ ถนนสาทร และถนนสามเสน ซึ่งมีโรงเรียนขนาดใหญ่อยู่ริมถนนกว่า 15 โรงเรียน ได้มีการจัดทำโครงการพี่รับน้อง โดยให้รุ่นพี่นักเรียนคอยรับส่งนักเรียนรุ่นน้อง บริเวณหน้าสถานศึกษา เพื่อประหยัดเวลาการจอดรถแช่ของผู้ปกครอง ที่สำคัญยังประสานไปยังผู้ดูแลโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ให้เร่งคืนพื้นผิวจราจรให้มากที่สุด เพื่อป้องกันการจราจรติดขัดอีกด้วย.

keyboard_arrow_up