อีกแล้ว!!หนุ่มไลฟ์สด ขู่ผูกคอลูกประชดเมีย ยันไม่ทำอีก ขอโทษสังคม – ด้านทนาย ชี้พ่อเด็กทำผิด(มีคลิป)

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพผ่านโซเชียลอย่างหนัก เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2560  ที่ผ่านมา  เมื่อนายวิชัย ขวัญพรม ชาว ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ไลฟ์สดนำเชือกมาผูกไว้กลางบ้าน หวังจะฆ่าตัวตายพร้อมลูกสาววัย 5 ขวบ พร้อมระบายในคลิปวีดิโอว่า “เชือกเส้นนี้จะทำให้ผมกับลูกไปดี” พร้อมกับตัดภาพมาที่ลูกสาวของเขาที่กำลังนอนเล่น จากนั้น ชายคนดังกล่าว ก็อุ้มลูกสาวไปใกล้เชือก จนลูกสาวร้องไห้ ทำให้เจ้าตัวปล่อยลูกและได้สิ้นสุดการไลฟ์สด โดยกลายเป็นที่พูดถึงอย่างหนักในโลกออนไลน์

หนุ่มไลฟ์สดเอาลูกแขวนคอ ก่อนตัดสินใจปล่อยตัวลูกสาว

ล่าสุด (1 พ.ค.2560) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพร้อมกับนายอำเภอเพื่อเข้าพูดคุยกับนายวิชัย ขวัญพรม เพื่อดูสภาพความเป็นอยู่ พร้อมเปิดเผยว่า ตนกับภรรยามีลูกสาวด้วยกัน 1 คนแต่ด้วยฐานะยากจนตนจึงเดินทางไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ให้แฟนเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านโดยจะส่งเงินมาใช้โดยตลอดกระทั่งล่าสุดตนส่งมาให้4,000บาท แต่หลังจากนั้นเพียงอาทิตย์เดียวแฟนบอกว่าเงินหมดแล้ว และได้ข่าวว่าแฟนไปคบกับผู้ชายคนอื่นจึงกลับมาที่บ้านพบลูกสาวอยู่บ้านเพียงคนเดียว และแฟนได้หนีไปอยู่กับชายอื่น จึงเกิดความเครียดจึงได้จัดฉากเพื่อที่จะผูกคอลูกสาวเพื่อเรียกร้องความสนใจหวังว่าแฟนจะกลับมา โดยตนไม่มีเจตนาที่จะฆ่าหรือผูกคอลูกสาวแต่อย่างใดและขณะนี้ได้กำลังใจและพร้อมที่จะสู้เพื่อลูกสาวและไม่คิดจะทำเช่นนั้นอีก และอยากขอโทษสังคม ขอโทษญาติๆที่เป็นห่วงและทำไปโดยไม่ยั้งคิด

โดยทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้สอบถามไปยัง นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายความ ซึ่งเผยว่า การกระทำเช่นนี้ มีความผิดตาม พรบ.คุ้มครองเด็กตามมาตรา26(1) ที่กระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก โทษจำคุกไม่เกิน3เดือน ปรับไม่เกิน30,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  ถึงแม้เด็กจะไม่ได้เสียชีวิตก็ตาม พ่อเด็กจะมีความผิดตาม พรบ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว มาตรา4 ผู้ใดกระทำการอันเป็นความรุนแรงในครอบครัว ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัว โทษจำคุกไม่เกิน6เดือน ปรับไม่เกิน6,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายความ

ส่วนกรณีที่พ่อเด็กไลฟ์เฟซบุ๊ค มองว่าตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ยังเอาผิดไม่ได้ เนื่องจากข้อมูลไม่ได้มีผลต่อความมั่นคง หรือข้อมูลเป็นเท็จ แต่จะมีความผิด พรบ.คุ้มครองเด็ก ในมาตรา27 ของ เพราะไม่มีการปกปิดใบหน้าเด็กรวมทั้งที่อยู่ของครอบครัวเด็ก มีโทษจำคุกไม่เกิน6เดือน ปรับไม่เกิน60,000บาท หรือทั้งจำทั้งผิด ซึ่งหากประชาชนพบเห็น หรือเจอการกระทำลักษณะนี้ต่อเด็กและเยาวชน สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดที่ท่านอยู่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปนำตัวเด็กออกมา โดยเจ้าหน้าที่ไม่ต้องมีหมายค้น เนื่องจากเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็ก ด้านมารดาของเด็ก สามารถแจ้งความเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา309 ฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตราย โทษจำคุกไม่เกิน 3ปี ปรับไม่เกิน6,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

keyboard_arrow_up