ช็อก! ชายเร่ร่อนโดดตึกห้าง ที่แท้คนเคยรวย เมียชี้ เขียน จ.ม. ลา หวังไม่กวนญาติทำศพ (คลิป)

จากกรณี วานนี้ (12 ม.ค. 62) เวลา 20.30 น. ร.ต.ท.ฐานันดร สาสูงเนิน รอง สว. (สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุคนตกลงมาจากรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านรามอินทรา จนเสียชีวิตคาที่ ทราบชื่อคือนายฉัตรชัย ปั่นทรัพย์ อายุ 50 ปี ในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดสีดำ มีเลือดออกที่หู ศีรษะ จมูก จำนวนมาก โดยผู้ตายทิ้งจดหมายลาตายตัดพ้อเป็นคนเร่ร่อนไร้ญาติเอาไว้นั้น

บริเวณสถานที่เกิดเหตุ
ภาพจำลองเหตุการณ์

วันที่ 13 ม.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมายังบ้านของผู้เสียชีวิต ภายในซอยพหลโยธิน 48 แยก 33 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร พบว่าเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ภายในบ้านมีญาติและครอบครัวพักอาศัยอยู่

บ้านของผู้เสียชีวิต

จากนั้น นางสร้อย (นามสมมติ) ภรรยาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า นายฉัตรชัย ปั่นทรัพย์ ไม่ใช่คนเร่ร่อน หรือคนไร้ญาติพี่น้อง ตามที่มีการเขียนสั่งลาในจดหมายลาตาย พร้อมยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นคนมีบ้าน มีรถ มีครอบครัว มีลูกสาว 2 คน

นางสร้อย (นามสมมติ) ภรรยาผู้เสียชีวิต

โดยสาเหตุที่นายฉัตรชัยฆ่าตัวตายนั้น เนื่องจากครอบครัวประสบปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องเงินหมุนเวียนในครอบครัว ตลอดจนหนี้สิน ประกอบกับเจ้าตัวเป็นคนคิดมาก และมักคิดน้อยเนื้อต่ำใจตัวเองว่า เป็นคนดูแลครอบครัวไม่ได้ ไม่มีความเป็นผู้นำที่ดี ซึ่งปัญหาเหล่านี้ผู้เสียชีวิตไม่สามารถไประบายความทุกข์ หรือความในใจกับเพื่อนฝูงได้ เนื่องจากเป็นคนมีเพื่อนน้อย พูดน้อย แต่คิดมาก จึงเกิดความกดดัน จนกระทั่งทนแรงกดดันตัวเองไม่ไหว จึงตัดสินใจคิดสั้น

จดหมายที่ผู้ตายทิ้งไว้ในสถานที่เกิดเหตุ

ภรรยาของผู้เสียชีวิต ระบุต่อว่า สาเหตุที่เขียนจดหมายลาตายในลักษณะที่อ้างว่าเป็นคนเร่ร่อนไม่มีญาติพี่น้อง เนื่องจากผู้ตายไม่ต้องการให้ลูก ภรรยา และครอบครัวต้องเดือดร้อนจากการฆ่าตัวตาย แต่บัตรประชาชนที่ติดตัวก็ปรากฎบ้านเลขที่เอาไว้อย่างชัดเจน จึงไม่สามารถปกปิดได้ ส่วนเรื่องของญาติพี่น้องฝั่งผู้เสียชีวิตนั้น ยอมรับว่าอาจจะมีปัญหากับญาติพี่น้องบ้างเล็กน้อย ในเรื่องหนี้สินเงินทอง แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักที่เป็นมูลเหตุจูงใจให้ฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ ตนยืนยันว่า สามีไม่มีอาการป่วยทางจิตแต่อย่างใด อีกทั้งไม่มีอาการซึมเศร้า สำหรับปัญหาสุขภาพมีแค่ความดันเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกช็อกและตกใจมาก แต่เมื่อผู้เสียชีวิตเลือกเส้นทางที่จะไปแล้ว ตนก็ขอให้ไปสู่สุขคติ และอยากบอกว่า หากเลือกที่จะไปแบบนี้แล้ว ขอให้ “ไปพักรอ” หากโลกนี้อยู่ยาก ก็ขอให้เลือกอยู่ในโลกที่มีความสุข ส่วนตนนั้นจะไม่ท้อ และสู้ต่อเพื่อดูแลลูกให้ดีที่สุด

นางก้อย (นามสมมติ) ลูกสาวผู้เสียชีวิต พูดคุยกับทีมข่าว

ขณะเดียวกัน นางก้อย (นามสมมติ) ลูกสาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า พ่อเป็นคนที่รักตนและน้องมาก ที่ผ่านมาตนเรียนหนัก จนทำให้มีปัญหาเรื่องซึมเศร้า พ่อก็มักให้กำลังใจมาโดยตลอด ไม่คิดว่าวันนี้พ่อจะคิดสั้นแบบที่ตนเคยคิด นอกจากนี้พ่อเคยบอกกับตนว่า “พ่อจะอยู่ด้วยจนประสบความสำเร็จ จนลูกเรียนจบ จึงจะไปได้” แต่ตอนนี้ตนยังเรียนไม่จบและเหลือเพียง 1 ภาคการศึกษาเท่านั้น แต่พ่อกลับจากไปก่อน

ลูกสาวผู้เสียชีวิต เล่าต่อว่า วานนี้ตนเจอพ่อตามปกติ พ่อเตรียมของใช้ ของกินให้ตนไว้ก่อนกลับไปหอพัก โดยนัดหมายกันว่าวันนี้พ่อจะไปส่งที่หอ ที่ผ่านมาพ่อจะพักอาศัยอยู่กับแม่ และช่วงเมื่อวาน ก่อนเกิดเหตุก็ไม่มีความผิดปกติ ซึ่งที่ผ่านมา พ่อเคยหนีออกจากบ้าน และเคยคิดฆ่าตัวตายด้วยความน้อยใจแม่ รวมถึงเคยเขียนจดหมายลักษณะนี้ สุดท้ายนี้ตนอยากบอกพ่อว่า “หนูเสียใจที่ครั้งนี้ ดึงพ่อไว้ไม่ได้เหมือนครั้งก่อน ๆ โดยวันนี้พ่อทิ้งจดหมายให้ตนและแม่ไว้ โดยบอกให้ตนเข้มแข็ง ซึ่งหนูก็ขอสัญญาว่าจะเข้มแข็งเพื่อดูแลน้องกับแม่ให้ได้”

โดยจดหมายที่ นายฉัตรชัย ปั่นทรัพย์ ผู้เสียชีวิต ทิ้งไว้ก่อนฆ่าตัวตาย เป็นข้อความที่เขียนลงบนกระดาษโดยระบุในลักษณะของการสั่งเสีย ขอโทษลูกและภรรยา ตัดพ้อน้อยใจที่เป็นภาระให้ภรรยาต้องดูแล พร้อมกับขอให้ลูกและภรรยาเข้มแข็งต่อไป พร้อมกับลงชื่อท้ายจดหมายที่เขียนว่า “อ้วน” คือคำที่ภรรยาผู้เสียชีวิตมักเรียกเจ้าตัวเสมอ

keyboard_arrow_up