พี่ร่ำไห้! แฉน้องแก๊งตุ๋นทำข้าวกล่อง สูญเงินนับแสน อ้างไสยศาสตร์หลอกให้ขายรถ ถ้าไม่ทำแม่ตาย แค้นไม่ขอนับญาติ (คลิป)

จากกรณีนางธนิสร กุยแก้ว แม่ค้าวัย 42 ปี ชาวอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยคนงานจำนวนหนึ่ง อยู่ในอาการเครียด พร้อมร้องเรียนว่าถูกหลอกให้ทำอาหาร และน้ำดื่มส่งโรงงาน สูญเงินลงทุนไปเกือบ 1 ล้านบาท โดยมีข้าวกล่องจำนวน 1 หมื่นกล่อง กองเรียงรายอยู่ พร้อมอุปกรณ์ทำครัวจำนวนมาก ซึ่งในภายหลัง ผู้ว่าจ้างทำข้าวกล่องได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องยกเลิกข้าวกล่องทั้งหมดนั้น (อ่าน : เหยื่อร่ำไห้ ถูกหลอกสัมปทานข้าวกล่องนับหมื่น สูญนับล้าน เงินซื้อผ้าอนามัยยังไม่มี อึ้ง! ญาติแท้ ๆ ยังโกง)

วันนี้ 8 พ.ย. 61 รายการต่างคนต่างคิด ตอน แฉอีกยก! 2 สาวลวงทำข้าวกล่องตุ๋นญาติอีก ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. ได้เชิญ นายไอศูรย์ โสดี และนายฐิติวัชร ชนะกุล ผู้เสียหายถูกหลอกลงทุน นายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ ทนายความ มาร่วมพูดคุยในรายการ

รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์

นายไอศูรย์ เปิดเผยว่า น.ส.ธนิตา จันทร์อิ่ม หรืออิ๋ว เริ่มเข้ามาในครอบครัวของตน เนื่องจากเป็นแฟนกับน้องชายของนางกัญจ์หทัย สุขใส หรือป้าง จากนั้นอิ๋วจึงรู้จักและสนิทสนมกับป้าง โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มจากพวกตนเดินทางขึ้นมาจากจังหวัดกระบี่ เพื่อมาที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เนื่องจากอิ๋วและป้างหลอกแม่ของพวกตนว่า น้องชายถูกคุณไสย และให้แม่ตนย้ายไปปฏิบัติธรรมเพื่อแก้คุณไสยดังกล่าว ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนได้รู้จักและคุ้นเคยกับอิ๋วมากขึ้น

จากนั้นอิ๋วได้ชักชวนให้ตนร่วมทำสัมปทานข้าวกล่องเพื่อส่งบ่อนในพื้นที่ โดยอ้างว่า เจ้าของบ่อน หรือเจ๊จิ๋ม ต้องการให้พวกตนทำข้าวกล่องส่ง โดยในช่วงแรกพวกตนทำข้าวกล่องไปจำนวนน้อย ๆ ประมาณ 300 – 400 กล่อง ซึ่งก็ได้รับเงินกลับมาจริง แต่ขณะนั้นยังไม่ได้พูดคุยเรื่องสัมปทานกับอิ๋ว โดยพฤติการณ์ของอิ๋วนั้น จะไม่ให้พวกตนออกไปซื้อวัตถุดิบใกล้บ้าน และไม่ให้พวกตนไปส่งข้าวที่บ่อน โดยอ้างว่า คนในพื้นที่ไม่ชอบคนต่างถิ่น

ต่อมา อิ๋วบอกว่าจะนำสัมปทานข้าวกล่องมาจาก เจ๊จิ๋ม เจ้าของบ่อน โดยให้ตนร่วมลงทุนค่าสัมปทานจำนวน 200,000 บาท เพื่อทำข้าวกล่อง 10,000 กล่อง ส่งบ่อน โดยขณะนั้นตนจ่ายเงินไปก่อน 130,000 บาท รวมถึงยังต้องจ่ายเงินลงทุนค่าอุปกรณ์การทำอาหาร เช่น หม้อ เตา ด้วย ตนจึงตัดสินใจขายรถยนต์ส่วนตัว เพื่อนำเงินมาซื้ออุปกรณ์ทำอาหาร โดยอิ๋วอ้างว่า ขาดเพียงอุปกรณ์เท่านั้น จึงจะสามารถทำสัญญาสัมปทานได้ อีกทั้งหากตนได้รับสัมปทานแล้วทำข้าวกล่องส่งไม่ถึง 3 งวด ก็จะได้เงินคืนมาเพื่อซื้อรถใหม่อย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากขายรถและนำเงินให้อิ๋วไปซื้ออุปกรณ์การทำอาหารแล้ว อิ๋วก็ส่งหม้อให้ตนจำนวน 2 ใบ

นายไอศูรย์ โสดี ผู้เสียหายถูกหลอกลงทุน

นายไอศูรย์ เปิดเผยว่า ตนรู้ความจริงว่าถูกหลอกเนื่องจาก เมื่อขายรถ ทำให้ต้องไปซื้อวัตถุดิบประกอบอาหารที่ตลาดใกล้บ้าน จึงพบว่า ข้าวกล่องที่ตนทำมาตั้งหมดนั้น ถูกนำมาแจกจ่ายให้กับคนในตลาด โดยทราบว่ามีคนนำมาแจกต่อ อิ๋วไม่ได้เป็นผู้นำมาแจกเอง จากนั้นพวกตนก็ทะเลาะกับอิ๋วและป้าง จนกระทั่งไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย ตั้งแต่ เดือน ต.ค. 60 ซึ่งตอนแรก ตนคิดว่า พฤติกรรมของอิ๋วและป้าง อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด และเป็นปัญหาส่วนตัว แต่เมื่อเห็นข่าวที่สื่อต่าง ๆ นำเสนอ จึงเพิ่งทราบว่าเป็นขบวนการหลอกลวง

ทนายเจมส์ แสดงความคิดเห็นว่า หากถามว่าสามารถแจ้งความเอาผิดฐานฉ้อโกงกับกลุ่มคนพวกนี้ได้หรือไม่นั้น จะต้องดูว่าผู้เสียหายรู้ตัวตั้งแต่ตอนไหนว่าถูกโกง เพราะคดีฉ้อโกงนั้น จะเริ่มนับอายุความ คือ 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกโกง ซึ่งจากกระบวนการดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ผู้เสียหายถูกหลอกด้วยการอ่อยเหยื่อให้เห็นว่าธุรกิจดังกล่าวมีกำไร จากนั้นจึงตกปลาตัวใหญ่ด้วยการแกล้งทำเป็นว่าโครงการที่ร่วมกันทำมานั้นถูกยกเลิก

ตนแนะนำว่าให้ผู้เสียหายไปแจ้งความ จะที่ สภ. หรือสน. ใดก็ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประมานเรื่องให้เอง โดยใช้หลักฐานคือ ใบเสร็จโอนเงิน และหลักฐานแสดงพฤติการณ์ของคนร้าย ซึ่งในจุดนี้สามารถไปร่วมแจ้งความกับผู้เสียหายรายอื่น ๆ รวมถึงใช้ ใบสัญญา เป็นหลักฐานสำคัญซึ่งสามารถทำให้เห็นเจตนาและพฤติกรรมของอิ๋วอีกด้วย

นายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ ทนายความ

นายฐิติวัชร กล่าวว่า ตนเองก็ถูกป้าง ซึ่งเป็นญาติหลอกเช่นเดียวกัน โดนตนถูกชักชวนให้มาทำบัญชีให้กับบ่อน โดยอิ๋วเสนอเงินเดือนให้ตนจำนวน 80,000 บาทต่อเดือน และเสนอค่าสัมปทาน 200,000 บาท จากนั้นเมื่อตนบอกว่าไม่มีเงิน อิ๋วจึงเสนอใหม่ว่า ให้ตนมาลงทุนทำสัมปทานข้าวแทน โดยอิ๋วจะช่วยออกค่าสัมปทานให้ด้วย ทำให้ตนถูกหลอกเงินไปจำนวน 110,000 บาท ทั้งนี้ อิ๋วเป็นคนพูดจาอ่อนหวาน สวย ฉลาดรอบรู้ ลักษณะคล้ายกับว่าเคยทำธุรกิจมาก่อนและไม่มีท่าทีว่าจะมาหลอกพวกตนแต่ประการใด อีกทั้ง อิ๋วยังเป็นคนใช้เงินเก่ง ตนเห็นว่าอีกฝ่ายออกรถใหม่เป็นประจำ บางคันขับไม่ถึง 1,000 กม. ก็นำมาถอดแต่งชิ้นส่วนรถเสียแล้ว

การบอกเลิกสัญญาสัมปทานข้าวกล่อง

จากนั้น ทนายเจมส์ กล่าวถึงกรณีเรื่องการทำสัญญาสัมปทานว่า ลักษณะของสัญญานั้น เป็นสัญญาเพื่อการทำกิจการหรือธุรกิจ หากเจตนาที่บริสุทธิ์ แต่เมื่อทราบพฤติกรรมของผู้ทำสัญญาแล้ว ก็อาจจะถือว่าสัญญาทั้งหมดเป็นโมฆะได้ เนื่องจากเป็นการกระทำสัญญาที่ไม่บริสุทธิ์ ผู้ทำสัญญามีเจนตนาจะหลอกลวงเหยื่อเพื่อเรียกร้องเอาเงินค่าเสียหาย ซึ่งจะถือว่าการทำสัญญาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพฤติกรรมหลอกลวง หรือเป็นกลลวงเท่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ก็มีหลักการสังเกตง่าย ๆ ว่า ผู้ที่ทำสัญญาด้วยคนอื่นถูกทำพฤติกรรมอย่างเดียวกันหรือไม่

ข้อความสนทนาระหว่างนายไอศูรย์และรองกฤษณ์

นายไอศูรย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รองกฤษณ์เป็นสามีของป้าง โดยอ้างว่ามีตำแหน่งเป็น รองผบ. ภาค 5 และทำหน้าที่ตรวจจับยาเสพติด จึงจำเป็นต้องร่ำเรียนวิชาคาถาอาคมจากที่ต่าง ๆ เพื่อไว้ต่อสู้กับคนร้าย รวมถึงมีญาณวิเศษสามารถทำนายและล่วงรู้อนาคตได้ โดยขณะที่ตนลังเลใจว่าจะขายรถเพื่อนำเงินมาซื้ออุปกรณ์อาหารดีหรือไม่นั้น ตนก็ได้ปรึกษากับบุคคลดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยรองกฤษณ์ ทำนายว่า หากตนยังเก็บรถคันนี้เอาไว้ จะเป็นสาเหตุที่ทำให้แม่ของตนเสียชีวิต รวมถึงทำให้ตนบาดเจ็บอีกด้วย ซึ่งขณะนั้นตนเห็นว่า สัมปทานนั้นติดอยู่แค่เรื่องอุปกรณ์เท่านั้น ประกอบกับไม่อยากเอาชีวิตของแม่ไปแลกกับรถคันเดียว ทำให้ตนตัดสินใจขายรถคันดังกล่าว

ซึ่งตนก็ไม่เคยพบกับรองกฤษณ์ เนื่องจากป้างจะเป็นฝ่ายลงไปหารองกฤษณ์ที่กรุงเทพฯ ตนเพียงไปเคยไปส่งป้างที่สนามบินเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ ตนคิดว่า รองกฤษณ์ อาจจะเป็น อิ๋ว ซึ่งร่วมมือกับป้าง ปลอมตัวมาหลอกให้ตนขายรถเป็นได้

นายฐิติวัชร ชนะกุล ผู้เสียหายถูกหลอกลงทุน

จากนั้น ผู้เสียหายทั้งสอง เปิดใจหลังจากเกิดกรณีดังกล่าวว่า หากถามว่าแค้นอิ๋วและป้างไหม พวกตนยอมรับว่าแค้น แต่คงไม่หวังได้เงินคืน แต่หวังเพียงให้คนร้ายติดคุกมากกว่า เนื่องจากขณะนี้ไม่ได้นับว่าเป็นญาติกันแล้ว เพราะพ่อแม่ของตนก็โดนอิ๋วหลอก ต้องสูญเงินไปถึง 4-5 ล้านบาท พวกตนถูกกระทำมาเยอะแล้ว และคิดว่าถึงเวลาเสียทีที่ขบวนการเหล่านี้จะถูกเปิดเผยและถูกลงโทษ

นายไอศูรย์ โสดี ผู้เสียหายถูกหลอกลงทุน

สุดท้าย นายไอศูรย์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า วันที่ตนหมดเนื้อหมดตัวนั้นถึงกระทั่งต้องยืมเงินคนอื่นเพื่อพาแม่กลับบ้าน แต่ป้างซึ่งเป็นญาติแท้ ๆ กลับไม่ได้มาสนใจตนเลย อีกทั้งยังบอกอีกว่า ถึงจะยกเลิกสัญญาไปก็จะไม่คืนเงิน

keyboard_arrow_up