ยืมเก่ง! พิพิธภัณฑ์ดังยอมให้ทำเนียบขาวยืม ‘ส้วมทองคำ’ เพื่อให้ ‘ทรัมป์’ ได้นั่งปลดทุกข์

ขอบคุณภาพจาก NY POST ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ตกเป็นข่าว “ขอยืม” โถส้วมทองคำ 18 กะรัตจากพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ในมหานครนิวยอร์ก เพื่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ใช้ในระหว่างการขับถ่ายประจำวัน ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ทางทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พยายามขอยืมภาพเขียน “แลนด์สเคป วิธ สโนว์” ของศิลปินชื่อก้องโลกอย่างวินเซนต์ แวนโก๊ะห์ สำหรับนำไปประดับภายในทำเนียบขาวที่เป็นที่พำนักของทรัมป์มาแล้ว แต่ทางพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ปฏิเสธคำขอ เนื่องจากเกรงว่าภาพเขียนเก่าแก่นี้จะได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ดี ล่าสุดมีการยืนยันว่า ทางพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ ตกลงจะให้ทางทำเนียบขาวยืม “โถส้วม” ที่ทำจาก “ทองคำ 18 กะรัต” ที่สามารถใช้งานได้จริง เพื่อตอบสนองรสนิยมส่วนตัวของทรัมป์ ที่ได้ชื่อว่าชื่นชอบสิ่งของเครื่องใช้ที่ทำจากทองคำแท้ หรือ สิ่งของที่เคลือบด้วยทอง ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยว่า ทางทำเนียบขาวต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนเท่าใดให้กับทางพิพิธภัณฑ์ เพื่อแลกกับการขอยืมส้วมทองคำให้ทรัมป์ได้นำไปใช้ระหว่างการขับถ่าย และไม่มีการเปิดเผยระยะเวลาในการขอยืม ขณะที่เมาริซิโอ กัตเตลัน ศิลปินชาวอิตาเลียนผู้สร้างโถส้วมทองคำนี้ให้กับทางพิพิธภัณฑ์ก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆต่อเรื่องนี้เช่นกัน.

‘ทรัมป์’ แถลงนโยบายครั้งแรก ขอปรองดองการเมือง-อวดผลงานเด่น

ประธานาธิบดีนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ขึ้นกล่าวนโยบายประจำปีเมื่อช่วงเช้าวันนี้(31 ม.ค. 61) ตามเวลาในไทย ซึ่งถือเป็นการกล่าวนโยบายครั้งแรกของประธานาธิบดีทรัมป์ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้เรียกร้องให้ทั้งสมาชิกพรรครีพับลิกันและเดโมแครตยุติความบาดหมางต่อกัน และร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน ขณะเดียวกันประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้กล่าวถึงผลงานที่โดดเด่นรัฐบาล เช่นเรื่องเศรษฐกิจที่เติบโต และอัตราการว่างงานที่ลดลง ส่วนนโยบายสำคัญที่ผู้นำสหรัฐฯ นำมาแถลงต่อสภาครองเกรสยังคงมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปนโยบายผู้อพยพ พร้อมประกาศว่าจะทำงานร่วมกับพรรคเดโมแครต ที่ยังคงมีความเห็นไม่ตรงกับประธานาธิบดีทรัมป์ในประเด็นผู้อพยพ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ก็จะให้ความสำคัญเรื่องการช่วยเหลือเด็กๆ ผู้ใช้แรงงาน และคนยากจนในประเทศให้มีโอกาสทางสังคมมากขึ้น นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ประกาศว่าจะเพิ่มมาตรการกดดันเพื่อไม่ให้นิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ  ทั้งยังมีแผนที่จะสร้างอาวุธนิวเคลียร์ให้ทันสมัยมากขึ้นเพื่อพร้อมสำหรับการปกป้องประเทศ ขณะเดียวกันยังประกาศเดินหน้าปราบปราบกลุ่มไอเอสให้หมดสิ้นไป และจะยังคงเปิดเรือนจำบนเกาะกวนตานาโมในคิวบาต่อไปเพื่อใช้เป็นสถานที่กักขังกลุ่มผู้ก่อการร้าย ทั้งนี้การแถลงโนยบายดังกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์มีขึ้นในช่วงที่คะแนนความนิยมของเขายังคงลดต่ำลง โดยเป็นที่คาดว่าจะมีชาวสหรัฐฯ ติดตามการถ่ายทอดสดการแถลงนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ราว 40 ล้านคน

ชาวเน็ตผุด #Oprah2020 หนุน ‘โอปราห์’ สมัครปธน.สหรัฐฯ หลังสุนทรพจน์เวทีลูกโลกทองคำ

ที่ประเทศสหรัฐฯ มีควันหลงจากงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำเมื่อวานนี้(8 ม.ค. 61) โดยสุนทรพจน์ที่กลายเป็นที่สุดของงานคือคำพูดของโอปราห์ วินฟรีย์ เจ้าของรางวัลเกียรติยศ ซึ่งสุนทรพจน์ของเธอประทับใจผู้คนทั่วโลกจนตอนนี้เกิดกระแสผลักดันให้เธอลงสมัครเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรชื่อดังของสหรัฐฯ กล่าวหลังขึ้นรับรางวัลเกียรติยศของตน โดยยกย่องผู้หญิงหลายคนที่กล้าออกมาเปิดเผยเรื่องการถูกคุกคามทางเพศจนสามารถสร้างกระแสในสังคม ทำให้จุดประกายการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม และตามมาด้วยแคมเปญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “มีทู” และ “ไทม์ส-อัพ” เพื่อรณรงค์ให้เกิดความเท่าเทียม ไม่ให้สังคมถูกควบคุมโดยเพศชาย โดยถือเป็นสุนทรพจน์ที่ดีที่สุดต้อนรับปีใหม่เลยก็ว่าได้ ซึ่งโอปราห์ใช้คำว่า “ความพยายามของทุกคนจะไม่สูญเปล่า เพราะรุ่งอรุณแห่งวันใหม่กำลังจะมาถึง” คำพูดของเธอสร้างความประทับใจให้กับผู้คนอย่างมาก จนหลายคนอยากให้เธอได้เข้ามาเป็นผู้นำประเทศ ถ้าหากเข้าไปดูในสังคมออนไลน์ของบรรดาคนบันเทิงในฮอลลีวูด ตลอดจนชาวเน็ตทั่วไป จะเห็นแฮชแทกคำว่า #โอปราห์ ฟอร์ เพรซิเดนท์  (#oprahforpresident ) และ #โอปราห์ 2020 (#Oprah2020) ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในอีกสองปีข้างหน้า ต่อจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถ้าหากว่าโอปราห์ลงสมัครและชนะเลือกตั้งจริง ก็จะได้เป็นผู้นำหญิงคนแรกของสหรัฐฯ

นายมี…เราก็มี!! ทรัมป์ โพสต์เย้ย ‘คิม จองอึน’ หลังแถลงมีปุ่มกดนิวเคลียร์บนโต๊ะทำงาน

จากกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดประเทศเกาหลีเหนือ ได้ออกแถลงการณ์ประจำปีเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ที่ระบุว่าเกาหลีเหนื่อกำลังเร่งพัฒนาโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังย้ำว่าเกาหลีเหนือเป็นรัฐนิวเคลียร์ที่สมบูรณ์แบบตามเป้าหมายตั้งแต่ปีก่อน และขอให้สหรัฐอเมริกาตระหนักว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การขู่ แต่เป็นเรื่องจริง และตนมีปุ่มกดนิวเคลียร์อยู่บนโต๊ะทำงานแล้ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มกราคม นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก พร้อมระบุตำแหน่งว่ากำลังอยู่ที่ทำเนียบขาว (The White House) โดยมีเนื้อหา ตามที่ผู้นำเกาหลีเหนือที่แถลงว่ามีปุ่มกดนิวเคลียร์บนโต๊ะทำงานนั้น ตนอยากฝากให้ใครสักคนในประเทศที่ขาดแคลนอาหารนั้นไปบอกกับคิม จองอึน ทีว่า บนโต๊ะทำงานของตนก็มีปุ่มยิงนิวเคลียร์เช่นกัน แถมยังมีอานุภาพทำลายล้างสูงกว่าด้วย ทั้งยังบอกอีกว่า…ปุ่มของตนสามารถใช้งานได้จริง (My Botton work!)

หมอดูดังชาวออสซี่นิมิตเห็นเมฆดำปกคลุมทำเนียบขาว ทำนาย ‘ทรัมป์’ จะถูกถอดจากตำแหน่งปีนี้ (คลิป)

หมอดูชื่อดังจากประเทศออสเตรเลีย ได้ออกมาทำนายว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะถูกถอดถอนจากตำแหน่งในปีนี้ ขอบคุณภาพ KIIS 1065 ขอบคุณภาพ tpmtv จอร์จิน่า วอล์คเกอร์ หมอดูชื่อดังชาวออสเตรเลีย ที่เคยทำนายดวงชะตาให้คนดังมาแล้วมากมาย ได้ทำนายว่า ในปีนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะถูกถอดถอนจากตำแหน่ง โดยเธอระบุว่า มีนิมิตเห็นเมฆดำเคลื่อนตัวปกคลุมเหนือทำเนียบขาว เหมือนกับที่เธอเคยเห็นในสมัยอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ซึ่งในเวลานั้น อดีตประธานาธิบดีคลินตันต้องเจอกับเรื่องอื้อฉาว ที่มีเรื่องชู้สาวกับนักศึกษาฝึกงาน จนทำให้เขาเกือบถูกถอดถอนจากตำแหน่ง โดยหมอดูวอล์คเกอร์ เชื่อว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ก็น่าจะเจอกับอุปสรรค และทำงานด้วยความยากลำบากในปีนี้เช่นกัน ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นที่ประธานาธิบดีทรัมป์ถูกถอดถอนจากตำแหน่ง ขอบคุณภาพ Craig Hamilton-Parker ขณะที่นายเครก แฮมมิลตัน พาร์กเกอร์ หมอดูชื่อดังชาวอังกฤษกลับมีคำทำนายในทิศทางตรงกันข้าม โดยเขาทำนายว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะรอดพ้นจากการถูกถอดถอนจากตำแหน่ง และจะได้รับคะแนนความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปีนี้ โดยที่ผ่านมาหมอดูพาร์กเกอร์เคยทำนายถูกเรื่อง เบร็กซิท ที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และเรื่องที่ประธานาธิบดีทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง นอกจากนี้ เขายังทำนายด้วยว่านายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือจะถูกโค่นล้มอำนาจในปีนี้ด้วย.

สมัชชาใหญ่ยูเอ็นลงคะแนนล้นหลาม โหวตคว่ำวาระ ‘เยรูซาเล็ม’ ให้คำประกาศมะกันเป็นโมฆะ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมัชชาใหญ่สหประชาชาติลงคะแนนเสียงอย่างล้นหลาม 128 ต่อ 9 เสียง คว่ำวาระ “เยรูซาเล็ม” ด้านปาเลสไลน์ขอบคุณผู้ไม่สนับสนุนจุดยืนของสหรัฐฯ ส่วนสหรัฐฯ เองก็เตรียมเชิญประเทศพันธมิตรที่ลงคะแนนเข้าข้าง ให้มาร่วมงานเลี้ยงพิเศษที่จะจัดช่วงหลังปีใหม่ หลังจากที่สหรัฐฯ ออกมาประกาศรับรองให้ “นครเยรูซาเล็ม” เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล จนเกิดกระแสต่อต้านไปทั่วโลก เพราะว่าเยรูซาเล็มถือเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ซึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา “อียิปต์” สมาชิกหมุนเวียนได้นำวาระดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ แต่ถูกสหรัฐฯ วีโต้จนตกไป ถึงแม้ประเทศที่เหลือทั้งหมดอีก 14 ประเทศจะลงคะแนนสู้ก็ตาม ต่อมาตุรกีได้เป็นตัวตั้งตัวตีนำวาระนี้เข้าสู่สมัชชาใหญ่ สุดท้ายที่ประชุมก็ลงคะแนน 128 ต่อ 9 เสียง เห็นชอบให้คำประกาศรับรองของสหรัฐฯ เป็นโมฆะ และยังมีอีก 35 เสียงที่ของดออกเสียง ทั้งนี้ เสียงที่ไม่เห็นด้วยและงดออกเสียงส่วนหนึ่งมาจากคำขู่ของสหรัฐฯ ก่อนการลงคะแนน ที่ว่าจะตัดความช่วยเหลือด้านการเงินกับประเทศที่ขัดจุดยืนสหรัฐฯ สำหรับไทยนั้นก็อยู่ใน 128 เสียงที่โหวตคว่ำวาระเช่นกัน รายงานข่าวระบุว่า หลังผลออกมาปาเลสไตน์ก็ออกมาขอบคุณนานาประเทศที่ช่วยกันลงคะแนนเสียงสู้กับสหรัฐฯ ส่วนอิสราเอลก็ประกาศไม่ยอมรับมติของยูเอ็น ส่วนสหรัฐฯ ได้เชิญพันธมิตร 64 ประเทศที่ลงคะแนนเสียงไม่เห็นด้วย งดออกเสียง และประเทศที่ไม่มาร่วมประชุม เข้าร่วมงานเลี้ยงขอบคุณที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 […]

ดีสนีย์เปิดทำเนียบประธานาธิบดีต้อนรับ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ร่วมกับหุ่นผู้นำสหรัฐฯ 44 คน

สวนสนุกดิสนีย์ในฟลอริดา เปิดทำเนียบประธานาธิบดีต้อนรับน้องใหม่ “โดนัลด์ ทรัมป์” เข้าเป็นส่วนหนึ่งของหุ่นผู้นำสหรัฐฯ 44 คน ซึ่งทรัมป์ก็อัดเสียงของตัวเองให้ทางดิสนีย์เพื่อนำมาใช้จัดแสดงโดยเฉพาะด้วย ใครที่ไปเที่ยวสวนสนุก “ดิสนีย์ แมจิค คิงด้อม พาร์ค” ที่เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ตั้งแต่วันนี้ก็จะได้พบกับหุ่นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขยับได้ พูดได้ อยู่ร่วมกับอดีตประธานาธิบดีอีก 44 คนของสหรัฐอเมริกา ในทำเนียบประธานาธิบดี หุ่นทรัมป์สวมสูทสีดำ ไม่ติดกระดุมเสื้อนอก และเนคไทลายขาวน้ำเงิน หน้าตาหุ่นนั้นดูไม่ค่อยจะเหมือนตัวจริงสักเท่าไหร่ จากความคิดเห็นของชาวเน็ต แต่ว่าเสียงนั้นเป๊ะแน่นอน เพราะทรัมป์อัดเสียงตัวเองมาให้ดิสนีย์ใช้เป็นกรณีพิเศษ เป็นเสียงของเขาตอนที่กล่าวคำสาบานตนรับตำแหน่ง ต่อด้วยสุนทรพจน์ยาว 1 นาที ทำเนียบประธานาธิบดีในสวนสนุกดิสนีย์ฟลอริดา เปิดให้เข้าชมมานาน 46 ปีแล้ว พอนักท่องเที่ยวเข้าไปในทำเนียบก็จะได้พบกับหนังสั้นเล่าเรื่องราวการบริหารบ้านเมืองของผู้นำสหรัฐฯ คนเด่นๆ ต่อด้วยการแสดงของหุ่นทั้งหมด รวมถึงสุนทรพจน์ของอับราฮัม ลินคอล์น, จอร์จ วอชิงตัน และโดนัลด์ ทรัมป์.

‘มือระเบิด’ แมนฮัตตันโดน 8 ข้อหาหนัก พบมีโพสต์ด่า ‘ทรัมป์’ ก่อนลงมือก่อเหตุร้าย

ความคืบหน้าเหตุก่อการร้ายที่นิวยอร์ก มีรายงานว่าก่อนที่ “อาคาเย็ด อุลเลาะห์” ชาวบังกลาเทศวัย 27 ปี จะลงมือ เขาได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า “ทรัมป์ แกปกป้องประเทศตัวเองไม่ได้” ชุดสืบสวนยังพบหนังสือเดินทางของเขาที่มีข้อความเขียนไว้ว่า “อเมริกา จงตายไปในความพิโรธของเจ้า” และจากการสอบปากคำเบื้องต้น นายอุลเลาะห์ สารภาพว่า แผนโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มที่สนับสนุนกลุ่มไอเอสในโลกออนไลน์ ที่เป็นรูปซานตาคลอส เหนือจัตุรัสไทม์สแควร์ก็ทำให้เขาอยากก่อเหตุ สำหรับการเตรียมตัวก่อเหตุ นายอุลเลาะห์ เริ่มศึกษาวิธีการประกอบระเบิดประมาณ 1 ปีก่อน จากนั้นก็ใช้เวลา 2-3 สัปดาห์รวบรวมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ก่อนจะประกอบระเบิดจนเสร็จที่บ้านในสัปดาห์ที่แล้ว โดยนายอุลเลาะห์มีระเบิดอย่างน้อย 2 ลูก แต่ในวันที่เกิดเหตุระเบิดเพียงลูกเดียว และทำงานไม่สมบูรณ์ ปัจจุบันนายอุลเลาะห์ ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจากแผลฉีกขาด และแผลไหม้ เขาถูกตั้งข้อหา 8 กระทง เป็นข้อหาก่อการร้ายระดับชาติ 5 กระทง และระดับรัฐอีก 3 กระทง. ภาพจากรอยเตอร์

ปาเลสไตน์ประท้วงเดือดไม่รับ ‘เยรูซาเล็ม’ เป็นเมืองหลวงอิสราเอล บาดเจ็บระนาว 31 ราย

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวปาเลสไตน์เกิดปะทะรุนแรงกับทหารอิสราเอล ระหว่างเหตุประท้วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มให้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอล โดยมีภาพขณะที่ทหารอิสราเอลยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์นับหมื่นคนบริเวณเขตเวสต์แบงค์ และฉนวนกาซ่า ซึ่งเหตุประท้วงได้บานปลายจนเป็นเหตุปะทะเมื่อกลุ่มประท้วงเริ่มเผายางรถยนต์ และขว้างปาก้อนหินใส่ทหาร ทำให้ทหารอิสราเอลต้องยิงทั้งกระสุนยางและกระสุนจริง รวมทั้งฉีดแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงเป็นการตอบโต้ โดยขณะนี้มีรายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุประท้วงแล้ว 31 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย การประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ที่ต่างอ้างว่ากรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของตน ทั้งยังส่งผลกระทบต่อฐานะของสหรัฐฯ ที่วางตัวเป็นกลางในเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางมาตลอด นอกจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเตรียมการย้ายสถานทูตสหรัฐฯประจำอิสราเอล จากกรุงเทลอาวีฟ ไปยังเยรูซาเล็มด้วย รายงานข่าวระบุว่า คำประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เพียงแต่จะทำให้ชาวปาเลสไตน์ไม่ใจเท่านั้น แต่ยังมีบรรดาชาติอาหรับ และมุสลิมจากหลายประเทศทั้งอินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และตุรกี ออกมาประณามประธานาธิบดีทรัมป์ โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง และเสถียรภาพของโลก พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทบทวนการตัดสินใจอีกครั้ง ส่วนประเทศพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯอย่างอังกฤษ เยอรมนีและฝรั่งเศส ต่างก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับการประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์เช่นกัน ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและสันนิบาตรอาหรับก็เตรียมนัดประชุมในเร็ววันนี้เพื่อหารือประเด็นนี้อีกด้วย.

ระอุ! โลกอาหรับรุมประณาม ‘ทรัมป์’ รับรอง ‘เยรูซาเล็ม’ เป็นเมืองหลวงยิว

คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในการรับรองกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศจะย้ายที่ตั้งสถานทูตอเมริกันจากนครเทลอาวีฟมายังเยรูซาเล็มใน 4 ปี สร้างความไม่พอใจและก่อให้เกิดการประท้วงเป็นวงกว้างในหลายประเทศ ประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ ออกมาประณามการตัดสินใจนี้ของทรัมป์ผ่านโทรทัศน์ โดยระบุว่าเป็นสิ่งที่ชาวปาเลสไตน์ “มิอาจยอมรับได้” และตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นเจตนาของสหรัฐฯในการยุติบทบาทของตัวเองในฐานะ ผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพ ในตะวันออกกลาง ขณะที่ประชาชนชาวปาเลสไตน์ในเมืองเบ็ธเลเฮม ที่เป็น บ้านเกิดของพระเยซู รวมถึงที่เมืองรามัลเลาะห์ พร้อมใจกันดับไฟประดับต้นคริสต์มาส เพื่อเป็นการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ต่อการตัดสินใจนี้ของผู้นำสหรัฐฯ ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เขตเวสต์แบงก์ และฉนวนกาซ่า ต่างออกมาเดินขบวนตามท้องถนนพร้อมตะโกนถ้อยคำด่าทอทรัมป์ รวมถึงมีการจุดไฟเผายางรถยนต์และขว้างปาก้อนหินใส่ทหารอิสราเอล ในซีเรีย กระทรวงต่างประเทศซีเรียออกคำแถลงประณามท่าทีล่าสุดของทรัมป์ โดยระบุเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฏหมายระหว่างประเทศ และจะก่อให้เกิด ผลลัพธ์ที่เป็นอันตราย ต่อความสงบสุขของโลก ในทางกลับกัน การตัดสินใจของทรัมป์ที่ให้การรับรองสถานะของกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลได้สร้างความยินดีปรีดาให้กับชาวยิวทั่วโลก รวมถึงชาวยิวในมหานครนิวยอร์ก ที่ต่างแสดงความชื่นชมการตัดสินใจนี้ โดยหลายคนถึงกับยอมรับว่า นี่เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ที่ผู้นำสหรัฐฯ มอบให้กับอิสราเอล และลูกหลานชาวยิวทั่วโลก ทั้งนี้ สถานะของกรุงเยรูซาเล็มซึ่งเป็นที่ตั้งของศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของ 3 ศาสนา คือ คริสต์ อิสลาม และยิว มาแต่โบราณ ถือเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนทางการเมืองระหว่างประเทศมาโดยตลอด เพราะทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ต่างก็อ้างอธิปไตยของตนเหนือเมืองนี้.

‘ขอให้ทุกคนมีความสุข…!’ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดไฟประดับ ‘ต้นคริสต์มาส’ ครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเมนาเลีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ร่วมงานเปิดไฟประดับต้นคริสต์มาสครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเมนาเลีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ควงคู่กันมาเป็นประธานในพิธีเปิดไฟประดับต้นคริสต์มาส ที่ เดอะ อิลลิปส์ สวนสาธารณะทางทิศใต้ของทำเนียบขาว ทั้งคู่เลือกเสื้อโค้ทและเนคไทสีแดงเพื่อให้เข้ากับเทศกาล ทรัมป์ อวยพรให้ทุกคนมีความสุขในช่วงคริสต์มาส และปีใหม่ พร้อมขอให้เมลาเนียเป็นคนเปิดสวิตช์ไฟให้ ก่อนจะชวนทุกคนนับถอยหลัง.

‘โสมแดง’ ยัน! ยิงขีปนาวุธข้ามทวีปสำเร็จ ปธน.เกาหลีใต้ สายตรงหารือทรัมป์

ล่าสุดทางการเกาหลีเหนือ ระบุว่า ประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธฮวาซอง 15 ซึ่งเป็นขีปนาวุธสัยไกลข้ามทวีปรุ่นใหม่ โดยการยิงทดสอบดังกล่าวมีขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ (29 พ.ย. 60) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเกาหลีเหนือได้อ้างว่าขีปนาวุธล่าสุดนี้สามารถยิงโจมตีได้ทุกพื้นที่ในสหรัฐฯ ด้านกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เปิดเผยว่าขีปนาวุธดังกล่าวของเกาหลีเหนือสามารถยิงได้ไกล 960 กิโลเมตรเป็นระยะเวลาว 50 นาที และทะยานสูงถึง 4,500 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดเท่าที่เกาหลีเหนือเคยทดสอบมา ก่อนที่ขีปนาวุธจะตกลงในทะเลญี่ปุ่น การทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือครั้งดังกล่าวถือเป็นการยิงทดสอบครั้งที่ 6 ในปีนี้ โดยที่ผ่านมาเกาหลีเหนือได้เดินหน้าพัฒนา และทดสอบโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านและมาตรการคว่ำบาตรจากนานาประเทศ ขณะที่ประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์หารือหลังเกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบยิงขีปนาวุธ ซึ่งเกาหลีใต้ยังได้เรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการกระทำอันยั่วยุ ที่อาจสร้างความตึงเครียดในภูมิภาค โดยขณะนี้กองทัพเกาหลีใต้ก็ได้ดำเนินการซ้อมรบรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือด้วย ด้านนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นได้ประณามการทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติก็เตรียมจัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อหามาตรการทางรับมือกับเกาหลีเหนือ

‘ทรัมป์’ ตื่นเต้น! ไถ่ชีวิตไก่งวงครั้งแรก เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า

  ทำเนียบขาวมีพิธีสำคัญ เป็นการไถ่ชีวิตไก่งวง ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผู้นำสหรัฐฯ ในช่วงวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งครั้งนี้เป็นหนแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เจ้าตัวเลยมีอาการตื่นเต้นสุดๆ พิธีไถ่ชีวิตไก่งวงถูกจัดขึ้นที่สวนโรสการ์เด้นภายในทำเนียบขาว โดยมีเจ้าหน้าที่ทำเนียบ และผู้สื่อข่าวจำนวนมากเข้าร่วม ส่วนประธานในพิธีก็มีครอบครัวประธานาธิบดีทรัมป์เกือบครบทุกคน พอมาถึงทรัมป์ก็กล่าวต้อนรับแขก และต้อนรับเจ้าดรัมสติ๊ก และวิชโบน ไก่งวงทั้ง 2 ตัวที่ได้รับเลือก พอพูดทักทายจบ ทรัมป์ก็เดินมาที่โต๊ะซึ่งมีเจ้าไก่งวงอยู่ แล้วก็ถามว่า “เค้าจับตัวไก่งวงได้ใช่มั้ย” และตามธรรมเนียม ก็ต้องประกาศเสียงดังๆ ว่า “ไก่งวงตัวนี้ได้รับการไถ่โทษ” ก็ถือเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ซึ่งหลังจากพิธี ไก่งวงที่ได้รับการไถ่โทษจะถูกส่งไปที่ศูนย์เรียนรู้ และมีคนเลี้ยงดูจนสิ้นอายุขัย ไม่ต้องเสี่ยงถูกจับไปเป็นอาหาร.

มันจะงงๆ หน่อย!? เมื่อ ทรัมป์ ไม่เข้าใจธรรมเนียมจับมือแบบอาเซียน จนเกือบทิ้ง ดูแตร์เต ไว้กลางทาง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเวทีการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 31 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเหล่าผู้นำประเทศกำลังยืนเรียงกัน เพื่อจับมือไขว้กันตามธรรมเนียมเพื่อถ่ายภาพหมู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่ดูเหมือนประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่ค่อยคุ้นเคยกับวิธีจับมือแบบดังกล่าว จึงทำให้เขาหันไปจับมือกับนายกรัฐมนตรีเวียดนาม เหงียน ซวน ฟุก ด้วยมือทั้งสองข้าง จนลืมจับมือกับ โรดรีโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ และปล่อยให้มือของดูแตร์เตที่เอื้อมมาค้างอยู่กลางอากาศแบบนั้น ก่อนที่ผู้นำสหรัฐฯ จะรู้สึกตัว และทำการไขว้มือเพื่อจับมือของดูแตร์เตได้สำเร็จ ที่มา – Facebook.com / Rappler

ฉันมาทำอะไรที่นี่! ชาวเน็ตแห่แซวทหารแดนกิมจิ หลังถูกนั่งคั่นระหว่าง “ทรัมป์-มุนแจอิน”

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนาย มุน แจ อิน ผู้นำเกาหลีใต้ ได้เดินทางเยี่ยมค่ายฮัมฟรีย์ ฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศเกาหลีใต้ โดยทางค่ายได้จัดให้มีการรับประทานอาหารร่วมกับเหล่าทหารในค่าย แต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ หน่วยงานที่ดูแลจึงได้จัดให้ทหารเกาหลีใต้นายหนึ่งนั่งคั่นระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ มุนแจอิน และแล้วความฮาก็บังเกิด เมื่อภาพนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทำให้ชาวเน็ตต่างพากันขบขัน สงสาร และชื่นชม ต่างๆนาๆ ในความกล้าหาญของทหารนายนี้ โดยระหว่างการรับประทานอาหารของผู้นำทั้งสองได้มีการพูดคุยกันตลอดเวลา ทำให้นายทหารคนดังกล่าวนั่งตัวตรง หน้านิ่ง เพราะไม่กล้ากินอาหารที่อยู่ตรงหน้า และไม่กล้าที่จะสอดแทรกการสนทนาระหว่างผู้นำทั้งสองคน เนื่องจากจะดูไม่เหมาะสม ได้แต่นั่งเกร็งอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานทีเดียว ขอบคุณภาพ : สำนักข่าวซินหัว

เป็นเกียรติอย่างมาก! ‘ปิโกะ ทาโร่’ เผยภาพร่วมเฟรม ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ แฟนคลับกิตติมศักดิ์

ภารกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ปิดฉากการเยือนญี่ปุ่นอย่างสวยงามที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้ โดยมีแขกคนสำคัญที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงาน คือ ปิโกะ ทาโร่ เจ้าของเพลงฮิตติดหู ที่ทรัมป์เคยบอกว่าชื่นชอบ นี่เป็นภาพบรรยากาศงานเลี้ยงอาหารค่ำที่รัฐบาลญี่ปุ่นจัดให้กับคณะผู้นำสหรัฐฯ จะเห็นว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น และอบอุ่น เนื่องจากตลอด 2 วันที่ผ่านมา ผู้นำทั้ง 2 คนได้ทำกิจกรรมร่วมกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการหารือข้อธุรกิจ ไปเล่นกอล์ฟ ไปทานอาหารและไปให้อาหารปลา และเพื่อเป็นการเอาใจประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งท้าย รัฐบาลญี่ปุ่นได้เชิญ ปิโกะ ทาโร่ ศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่นมาร้องเพลงในงานด้วย เพราะว่าก่อนหน้านี้ ทรัมป์ เคยบอกว่า เขาชอบเพลงของศิลปินท่านนี้ และหลานสาวของเขาก็เป็นแฟนตัวยง ซึ่งในทวิตเตอร์ของปิโกะ ทาโร่ ได้มีการโพสต์ภาพที่เขาถ่ายกับประธานาธิบดีทรัมป์ และนายกฯ ชินโซ อาเบะ โดยบอกว่าถือเป็นเกียรติอย่างมาก นอกจากนั้น ยังได้โพสต์ภาพบรรยากาศทั่วไปในงาน จะเห็นว่าเขาได้ชวนให้แขกในงานทำท่าเต้นตามเพลงฮิตของเขาด้วย.

โต้กระแสไร้อารยะ!! ชมคลิปเต็ม 30 วิฯ ที่เผยนาที ‘ทรัมป์-อาเบะ’ เทอาหารปลาทั้งคู่ แถมผู้นำญี่ปุ่นเป็นฝ่ายเปิดก่อน

หลังจากการเป็นกรณีดราม่าบนหน้าสื่อไปทั่วโลก เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เดินทางมาประเทศญี่ปุ่นเป็นชาติแรกจากทั้งหมด 5 ประเทศในโปรแกรมการเยือนเอเชีย และได้มีภาพขณะเจ้าตัวกำลังเทอาหารให้ปลาคาร์ฟในสระต่อหน้านายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชินโซ อาเบะ ซึ่งสร้างกระแสความไม่พอใจให้กับผู้คนในโลกออนไลน์อย่างมาก จนถึงขั้นกล่าวโจมตีผู้นำสหรัฐฯ ว่าเป็นพวกไร้อารธรรม และไม่ให้เกียรติเจ้าบ้าน อย่างไรก็ตาม จากการตรวจข้อมูลพบว่า ภาพดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคลิปความยาวประมาณ 30 วินาที ซึ่งเผยให้เห็นภาพขณะทั้งคู่ใช้ช้อนตักอาหารปลาในกล่องไม้ ก่อนที่ผู้นำญี่ปุ่นจะเป็นฝ่ายเริ่มเทอาหารปลาลงในสระ ก่อนที่ฝ่ายผู้นำสหรัฐฯ จะเป็นผู้เทตาม แต่ดูเหมือนจะมีความตั้งใจนำภาพของทรัมป์เพียงจังหวะนั้นมาใช้เพื่อจุดประเด็นบางอย่าง ที่มา – Youtube.com / Guardian News

รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมต้อนรับการมาเยือนอย่างเป็นทางการของผู้นำสหรัฐฯ

“เจแปน ไทม์ส” สื่อดังแดนปลาดิบ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เตรียมจัดงานเลี้ยงต้อนรับประธานาธิบดีทรัมป์ โดยให้นายคาสุฮิโตะ โคซากะ ศิลปินชื่อดังที่รู้จักกันดีในชื่อ “ปิโกะทาโร่” ขึ้นแสดงให้ความบันเทิงในงานนี้ ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยเปิดเผยว่าเขาชื่นชอบเพลง PAPP ที่มียอดวิวบนยูทูบทะลุ 111 ล้านวิว อีกทั้งหลานสาวของเขาก็เป็นเเฟนคลับของปิโกะทาโร่เช่นกัน นอกจากนั้น รัฐบาลญี่ปุ่นยังเตรียมให้ฮิเดกิ มัตสึยามะ โปรกอล์ฟชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นมือวางอันดับ 4 ของโลก ลงสนามดวล “วงสวิง” กับประธานาธิบดีทรัมป์และนายกฯ อาเบะที่สนามกอล์ฟ ในจังหวัดไซตามะด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ทรัมป์มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศต่างๆ ในเอเชีย ประกอบด้วยญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เป็นเวลา 11 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.นี้ เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มอาเซียนและกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) รวมถึงหารือกับชาติพันธมิตรเกี่ยวกับปัญหาเกาหลีเหนือ

keyboard_arrow_up