ลามถึงโรงเรียน !? ครูประถมฯ ผสม’ฉี่’ให้เด็กดื่ม โกหกเป็นน้ำมนต์ โวสรรพคุณดุจยาวิเศษ

กลายเป็นกระแสให้ได้พูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังจากมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่สนใจการดื่มน้ำปัสสาวะ ถึงขั้นมีการตั้งกลุ่มเฟซบุ๊กเพื่อแชร์และแนะนำประสบการณ์ โดยอ้างสรรพคุณรักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งพบว่าไม่เพียงแต่ใช้ดื่มกินเอง แต่มีบางรายแอบใส่ในอาหารให้คนอื่นที่ไม่รู้เรื่อง ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2562 นายแพทย์ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ ได้มีการโพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า เพื่อร้องเรียนให้คุรุสภา สภาครู และบุคลากรทางการศึกษา เข้าตรวจสอบครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ซึ่งนำน้ำปัสสาวะของตัวเองให้เด็กนักเรียนระดับชั้นประถมต้นดื่ม โดยอ้างว่าเด็กปวดท้องเพราะดื่มน้ำอัดลม แต่เมื่อได้ดื่มน้ำปัสสาวะของครู ที่ครูอวดอ้างว่าคือน้ำวิเศษ อาการเด็กก็ดีขึ้นภายใน 30 นาที พร้อมเผยว่าให้เด็กดื่มมาแล้ว 30 คน โดยว่าคือน้ำมนต์ที่เอามาจากวัด ทั้งนี้ หมอแล็บ ระบุข้อความว่า…เรียนเจ้าสำนักลัทธิดื่มปัสสาวะ ช่วยควบคุมคนของพวกคุณด้วย ถ้าคิดว่าเยี่ยวมันดีก็เก็บไว้กินเอง ไม่ห้ามแล้ว !! แต่อย่ามายุ่งกับคนอื่นที่เขาไม่เชื่อ อย่าแอบเอามาใส่ให้คนอื่นกิน แบบนี้สามารถถูกฟ้องได้เลยนะ โรงเรียนนี้อยู่ขอนแก่น ฝากคุรุสภาตรวจสอบด้วยครับ เรียนเจ้าสำนักลัทธิดื่มปัสสาวะ ช่วยควบคุมคนของพวกคุณด้วย ถ้าคิดว่าเยี่ยวมันดีก็เก็บไว้กินเอง ไม่ห้ามแล้ว!!… โพสต์โดย หมอแล็บแพนด้า เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม […]

โกหกต้องตาย!! เปิดต้นฉบับ “ปิน็อกกีโอ” ที่ไม่แฮปปี้เอนดิ้งเหมือนในการ์ตูน

เชื่อว่าหลายคนคงจะโตมาพร้อมกับนิยายและการ์ตูนเรื่อง “ปิน็อกกีโอ” หุ่นไม้ที่ได้รับพรให้มีชีวิต และถูกกำหนดให้ต้องพูดแต่ความจริง หากพูดเรื่องโกหกจมูกนั้นจะยืดยาวออกมาทันที และตามท้องเรื่องนั้นเจ้าหุ่นไม้ก็จมูกยืดไปเรื่อยๆ เพราะการพูดเท็จ แต่สุดท้ายด้วยความดีก็ทำให้มันได้มีชีวิตขึ้นมาจริงๆ และไม่จมูกยืดอีกแล้ว แต่…หากย้อนกลับไปดูต้นฉบับของเรื่องล่ะก็ เรื่องราวอาจไม่จบสวยแบบนั้น ปิน็อกกีโอ (Pinocchio) เป็นวรรณกรรมเยาวชนภาษาอิตาเลียน ผลงานของ การ์โล กอลโลดี (Carlo Collodi) นักประพันธ์ชาวอิตาเลียน ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1880 เรื่องปิน็อกกีโอนี้ ได้กลายมาเป็นเรื่องอ่านเล่นคลาสสิกสำหรับเด็ก และแพร่หลายอย่างกว้างขวาง โดยมีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ เผยแพร่ไปทั่วโลก ทั้งยังมีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์มากกว่า 20 ครั้ง โดยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดนั้น เป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวของ วอลต์ ดิสนีย์ (Walt Disney) ส่วนที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ได้แก่ภาพยนตร์ที่ใช้คนแสดงในปี ค.ศ. 2002 กำกับและแสดงโดย Roberto Benigni ในชื่อเรื่อง พินอคคิโอ ฅนไม้ผจญภัย ปิน็อกกีโอ เป็นเรื่องราวการผจญภัยของหุ่นไม้ที่มีชีวิต กับพ่อผู้ยากจนของเขา เจปเปตโต ซึ่งเป็นช่างไม้ ปิน็อกกีโอมีลักษณะเด่นที่รู้จักกันดี คือ […]

แม่ใจยักษ์ โทรแจ้งตร. อ้างพบเด็กถูกทิ้ง ที่แท้ลูกตัวเอง

พ.ต.ท.วิศิษฏ์ มะอักษร รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้ให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ลงพื้นที่หาข่าวบ้านเช่าที่มีผู้พบเด็กทารกที่ถูกนำมาทิ้งไว้กลางกองขยะ ที่ซอยใจเอื้อบางโพธิ์เหนือ หมู่2 ต.บ้างฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเมื่อเข้าสอบถาม น.ส.แซน ผู้ที่พบเจอเด็ก ถามไปถามมา นางสาววรรณิดา รับสารภาพว่าเด็กหญิงแรกเกิดคนนั้นเป็นลูกของตน ที่คลอดที่บ้านเช่าที่ตนอาศัยอยู่ ไม่มีเลขที่หมู่ 8 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี น.ส.แซน เปิดเผยว่า ตนเองทำงานเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในเขต ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยได้แต่งงานกับสามีคนเก่าแล้วมีลูกติดด้วยกัน 1 คน กระทั่งเลิกลามาคบกับชายคนใหม่ได้ประมาณ 10 เดือน กระทั่งเกิดการตั้งท้อง แต่ท้องไม่ใหญ่มากทำให้เพื่อนบ้านที่เช่าห้องอยู่ข้างกันไม่แปลกใจ ก่อนวันเกิดเหตุได้เกิดคลอดลูกออกมา จึงกุเรื่องขึ้นว่าพบเด็กทารกถูกทิ้งที่กองขยะ จึงเก็บมาดูแลไว้ที่บ้าน เพราะนำเข้ามาหลบในร่ม แต่จริงแล้วตนเองไม่ได้เจอจากกองขยะ เป็นการสร้างเรื่องขึ้นมา เพราะทุกวันนี้ต้องหาเงินคนเดียวใช้จ่ายซึ่งไม่เพียงพอ ซึ่งตอนนี้เด็กได้รับการดูแลอยู่ที่โรงพยาบาลปทุมธานีอย่างปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัว น.ส.แซน สอบสวนอย่างละเอียดว่าจะรับลูกไปเลี้ยงเอง หรือจะส่งให้ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มารับไปเลี้ยงเพื่อดูแลต่อไป

คดีพลิก! ‘นศ.สาว’ แจ้งความถูก ‘วินจยย.’ จี้ชิงมือถือ รับกุเรื่อง ที่แท้เอาไปจำนำ (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 4ต.ค.60 เวลาประมาณ 19.00 น. นางสาวพรชนก นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.คลองหลวงว่า ตนเองได้เรียกวินรถจักรยานยนต์ให้มารับที่หน้าคอนโด ส่งที่หน้าม.กรุงเทพ แต่คนขับรถวินจักรยานยนต์ก็ได้ขับรถเข้าซอยและได้ใช้อาวุธมีดจี้ชิงโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ไอโฟน 7 พลัสไปนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ต.ค. 60 เวลา17.30น. ที่ห้องสืบสวนสภ.คลองหลวงต.คลองสองอ.คลองหลวงจ.ปทุมธานีได้นำตัวนางสาวพรชนกนศ.มหาวิทยาลัยกรุงเทพมาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากเกิดเหตุและได้มีการรายงานข่าวและถูกแชร์ทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสภ.คลองหลวงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่พบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เมื่อเรียกวินรถจักรยานยนต์จักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุก็พบว่าไม่เป็นความจริง เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสภ.คลองหลวงได้เรียกนางสาวพรชนก (สงวนนามสกุล)นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพมาสอบสวนเพิ่มเติม นางสาวพรชนกได้ยอมรับสารภาพว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง ตนมีปัญหาทางการเงินจึงได้นำโทรศัพท์มือถือไปจำนำและได้มาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกคนร้ายจี้ชิงโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้ พ.ต.ท.ฐานพันธ์เฉลิมพัชร พรกุล รองผกก.สส.สภ.คลองหลวง ฝากเตือนประชาชนและนักศึกษาว่าในเขตพื้นที่สภ.คลองหลวงมีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ต้องระวังในการใส่สร้อยคอทอง กระเป๋าสะพาย กระเป๋าสตางค์หรือโทรศัพท์มือถือที่มีราคาแพงด้วย อย่าเดินคนเดียวข้างถนนเพราะอาจเป็นเป้าหมายของคนร้ายที่จะก่อเหตุได้

เหตุเกิดเพราะความไว้ใจ…สาวโกงเงินเพื่อนบ้านทั้งหมู่บ้าน! เสียหายหลายล้านบาท

การมีน้ำใจต่อกันและกันนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่หลายครั้งก็มีคนอาศัยความปรารถนาดี และน้ำใจเหล่านี้มาเป็นช่องทางในการเอาเปรียบผู้อื่น อย่างเช่นกรณีนี้ เกิดขึ้นที่หมู่บ้านแถวๆ บางบัวทอง จ. นนทบุรี เมื่อคนในหมู่บ้านอาศัยความคุ้นเคย 20 ปีหลอกโกงเงินเพื่อนบ้าน มีผู้เสียหายกว่า 20 คน รวมเป็นเงินหลายล้านบาท ผู้ก่อเหตุรายนี้อาศัยความเชื่อใจ เลือกยืมเงินจากเพื่อนบ้าน หรือคนรู้จักที่สนิทสนม เข้าไปขอยืมเงิน สมุดบัญชี หรือเอาชื่อไปกู้ยืมต่างๆ โดยอ้างเหตุผลและความจำเป็นที่น่าสงสารเช่น ถูกโกงมา หรือญาติป่วยหนักต้องใช้เงินรักษา ยกตัวอย่างผู้เสียหายรายแรกรู้จักกับผู้ก่อเหตุประมาณ7 ปี โดนหลอกยืมบัญชี อ้างว่าจะให้ญาติโอนเงินเข้ามาให้แต่ตนเองไม่มีบัญชีเพราะสามีไม่ให้เปิด ฝากกดเงินหรือบางครั้งก็เอาบัตรไปกดเอง แต่แท้จริง แล้วเอาชื่อเจ้าของบัญชีไปกู้เงิน กรณีต่อมาผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายรู้จักกันมากว่า 20 ปี ยืมเงินสดไป 2 หมื่น อ้างว่าให้พี่สาวไปลงทุนค้าขาย หรืออีกกรณียืมเงินสด 3 หมื่น อ้างว่าพี่สาวป่วยหนักเป็นมะเร็งลำไส้ ขอยืมเพียงเดือนนึงเท่านั้น หรือหลอกว่าจะให้ร่วมหุ้นขายของ เมื่อลงเงินไปเรื่อยๆ กลับไม่ได้ปันผลคืน โดยอ้างว่าโดนโกงบ้าง ไม่มีกำไรบ้าง ซึ่งกรณีนี้สูญเงินไป ถึง 1.8 ล้านบาท และเมื่อผู้เสียหายทั้งหมดรวมตัวกันไปแจ้งความ กลับทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันเท่านั้น เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ และเป็นการให้โดยเสน่หา ทนายสงกานต์ […]

‘น้องพร’น้ำตาตกในถูกสื่อจี้ถาม…มีความรักบ้างไหม? ยอมรับหลอกหนุ่มแต่งงานแค่ 7 ราย ที่เหลือฉ้อโกงธุรกิจ

หลังติดตามตัวอยู่นาน ในที่สุด “น้ำมนต์” หรือ “น้องพร” น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ วัย 32 ปี ที่ก่อเหตุหลอกลวงชายหนุ่มหลายรายแต่งงานก่อนเชิดเงินสินสอดหลบหนีไป ก็ไม่รอดเงื้อมมือกฎหมาย ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 60 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัว น.ส.จริยาภรณ์ พร้อมด้วยนายกิตติศักดิ์ ตันติวิวัฒกุล ชายหนุ่มคนสนิทของเธอ มาแถลงข่าวกับสื่อมวลชน หลังสามารถจับกุมตัวได้ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อกลางดึกวานนี้ (7 ก.ย.) น.ส.จริยาภรณ์ อ้างว่าไม่ได้มีเจตนากระทำเรื่องดังกล่าว พร้อมกับยืนยันว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกแต่งงานเพียง 7 ราย ไม่มากเหมือนที่โดนกล่าวหา เพราะคนอื่นๆ ไม่ได้ถูกหลอกแต่งงาน แต่เป็นการฉ้อโกงธุรกิจที่ทำร่วมกัน อย่างไรก็ตาม สีหน้าของ “น้ำมนต์” เปลี่ยนไปทันที เมื่อถูกถามถึงเรื่องความรัก ความจริงใจ ที่ชายหนุ่มและครอบครัวมีให้ว่า เธอเคยรู้สึกรักบ้างหรือไม่ โดยเธอถึงกับพูดไม่ออก และมีอาการสะอึกสะอื้น ด้านนายกิตติศักดิ์ หรือตี๋ เพื่อนชายคนสนิท ปฏิเสธไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว และว่าตอนนี้ตนก็สูญเงินไปประมาณ 4-5 หมื่นบาท […]

เจอแล้ว!! สาวอุดรหายตัว 5 วัน อ้างพัวพันยาเสพติด ที่แท้กุเรื่องหนีแม่เที่ยว (คลิป)

จากกรณีแม่และพี่ชายของน.ส. จิรานุช ภูงามดี อายุ 25 ปี ชาวบ้าน ต.สร้างก่อ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี เข้าแจ้งตำรวจและศูนย์ดำรงธรรมจ.อุดรธานี ว่า น.ส.จิรานุช หายตัวไปจากบ้านพร้อมรถกระบะโตโยต้าวีโก้ แคปสีดำทะเบียน ฒท 2475 กทม. ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. 60 รวมเป็นเวลานานกว่า 5 วัน เกรงว่า น.ส.จิรานุช จะได้รับอันตรายเนื่องจากมีการติดต่อทางข้อความทางโทรศัพท์กับเพื่อนสนิทในหมู่บ้านว่า เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดโดยไปเก็บเงินมาจ่ายค่ายาเสพติดให้กับคนมีสีนั้น ล่าสุดเมื่อ วันที่ 7 ก.ย. 60 เวลา 14.30 น. ตำรวจสภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วย นายกิตติศักดิ์ ด้วงทา อายุ 39 ปี พี่ชาย พบตัว น.ส.จิรานุช แล้วที่บ้านเพื่อน ที่บ้านนายม ต.สระพัง อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ในสภาพปวดขา เพราะไม่ได้ฉีดยารักษาโรคเบาหวานหลายวัน พร้อมรถยนต์กระบะโตโยต้า […]

อวสานนิยายรัก ‘น้องพร’ สาวหลอกแต่งงาน จนมุมที่สามพราน ตร.ตะครุบตัวก่อนหลบหนี คุมสอบเครียด (คลิป)

จากกรณีที่น้องพร (นามสมมติ), น้ำมนต์ หรือ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ ชาวจังหวัดเลย ก่อเหตุหลอกลวงชายหนุ่มหลายคนจัดงานแต่งงาน ก่อนเชิดสินสอดและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มีผู้เสียหายแสดงตัวกว่า 10 รายนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 60 เวลาประมาณ 20.00 น. ตำรวจสามารถจับกุมน้องพร หรือ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ ได้แล้วที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ขณะกำลังจะทำการหลบหนี โดยได้นำตัวมาสอบปากคำตลอดทั้งคืนจนถึง 04.00 น. ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ชั้น 1 กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.จริยาภรณ์มีอาการค่อนข้างเครียด พยายามจะหลบหนีเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าว นอกจากนี้ตำรวจยังได้มีการยึดรถยนต์ทั้งสิ้น 2 คัน เป็นรถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ 1 คัน และรถยนต์นิสสันอีก 1 คัน คาดว่าหนึ่งในรถยนต์ดังกล่าว เป็นของนายไพรัช พึ่งสุข หนึ่งในเหยื่อที่ถูกน้องพรขับรถออกมาก่อนทำการหลบหนี นอกจากน้องพร มีการควบคุมตัวผู้ชายอีก 1 คน […]

เปิดใจเหยื่ออีกราย หลงเชื่อ’น้องพร’สาวแสบ เป็นหนี้หัวโตกว่า 5 แสน ยังต้องชดใช้เดือนละ 2 หมื่น

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวียังคงเกาะติดกรณี “น้องพร” (นามสมมติ) สาววัย 32 ปี ชาว จ.เลย หลอกลวงชายหนุ่มหลายรายไปแต่งงานด้วย ก่อนเชิดเงินค่าสินสอดไปลอยนวล โดยเหยื่อรายล่าสุดที่ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้พูดคุยด้วย เป็นชาวจังหวัดระยองบอกว่า สูญเงินไปกว่า 500,000 บาท ผ่านไป 2 ปียังต้องแบกรับภาระใช้หนี้เดือนละกว่า 20,000 บาท คุณหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 38 ปี เปิดเผยว่า รู้จักกับน้องพรเมื่อปี 2558 โดยตัวเองเป็นคนทักอินบ็อกซ์ ไปหาน้องพร เพราะเห็นโปรไฟล์ว่าทำธุรกิจค้าขายผลไม้ และตอนนั้นที่บ้านตนมีสวนขนุน จึงสนใจอยากทำธุรกิจด้วย หลังพูดคุยกันได้เพียง 3 วัน น้องพรก็เดินทางมาหาที่บ้าน อ.แกลง และอยู่ค้างคืนด้วย 1 คืน โดยมีการพูดจาหารือเกี่ยวกับการร่วมทำธุรกิจ ตอนนั้นคุณหนึ่งบอกว่าไม่มีเงินร่วมทำการค้า จึงยอมให้ทองที่มีติดตัว 1 บาทให้ไป ก่อนที่น้องพรจะหายไป 3-4 วัน และติดต่อกลับมาหาอีกครั้ง เพื่อชวนทำฟาร์มเห็ด คุณหนึ่งเล่าต่อว่า หลังรู้จักกันได้ประมาณ 1 เดือนก็เริ่มมีการพูดคุยเรื่องแต่งงาน […]

เหยื่อน้องพร ร่ำไห้โดนหลอกทั้งบ้านหนี้ท่วม ฟาดเงิน3แสนสู่ขอ หลอกแต่ง 1 วันทิ้งเลย (คลิป)

ความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับน้องพร (นามสมมติ) หญิงอายุ 32 ปี ชาวจังหวัดเลย ที่ไปหลอกลวงผู้ชายหลายรายแต่งงานก่อนเชิดเงินสินสอดหายไปอย่างลอยนวล วันนี้ (3 ก.ย.) กลุ่มผู้เสียหายได้รวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีก่อนเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่กองปราบฯ โดยหนึ่งในผู้เสียหาย คุณวิพล โพธิ์สุวรรณ บอกว่า ตนในฐานะคนแรกที่ออกมาตีแผ่เรื่องนี้ก็มีทั้งความสบายใจและกังวลใจปะปนกันอยู่ เพราะตอนนี้ก็ยังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีของคุณพ่อ จึงตั้งใจที่จะออกมาเผยแพร่เรื่องของน้องพรให้ถึงที่สุด เพื่อเตือนภัยให้สังคมได้รับรู้ ตอนนี้รวบรวมผู้เสียหายได้แล้วกว่า 10 ราย ทุกคนยืนยันรูปแบบในการพูดคุยว่า เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ทำให้เชื่อใจและชวนร่วมลงทุน ก่อนหนีหายไป ตอนนี้ก็คาดหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามตัวน้องพรมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ และยังแอบหวังว่าจะได้เงินที่ถูกหลอกไปคืนด้วย เพราะหลายคนตอนนี้ก็ต้องมาแบกรับใช้หนี้ที่กู้ยืมมาลงทุนกับน้องพร ทั้งนี้ เตรียมแจ้งความเอาผิดกับพ่อแม่ของน้องพรด้วย เพราะเชื่อว่ารู้เห็นกับลูกสาว คือ มาร่วมงานแต่งทุกครั้ง และน้องพรมักจะอ้างว่าพ่อแม่เป็นคนตัดสินใจเรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเธอ ซึ่งก็รวมถึงเงินค่าสินสอดด้วย พวกเขาจึงเชื่อว่าพฤติกรรมหลอกลวงแบบนี้ “ทำร่วมกันเป็นขบวนการ” อย่างไรก็ตาม หวังว่า น้องพรจะสามารถหยุดพฤติกรรมหลอกลวงนี้ได้ เพราะผลกระทบนั้นหนักมากจริงๆ บางคนต้องหมดอนาคตจากการรู้จักน้องพร ซึ่งเป็นไปได้อยากให้มามอบตัวกับตำรวจด้วย หากมั่นว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจ ขณะที่ คุณไพรัตน์ พึ่งสุข อายุ 28 ปี บอกว่า […]

ศาลอนุมัติหมายจับ ‘นายกอบต.บ้านใหม่’ หลังเบี้ยวนัดตำรวจฝากขัง

ศาลออกหมายจับนายก อบต.บ้านใหม่ คดีทุจริตงบดูงาน จ.แม่ฮ่องสอน ชี้มีเจตนาหลบหนี หลังเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มอบหมายทนายเข้าเลื่อนพบพนักงานสอบสวน อ้างขาหัก แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบการเข้ารักษาตัวตามที่ได้กล่าวอ้าง ภายหลังพนักงานสอบสวน สภ.บางเเม่นาง จ.นนทบุรี นัดให้ นายวสุ ผันเงิน นายกอบต.บ้านใหม่ มาพบเมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 พฤษภาคม เพื่อนำตัวไปขออนุญาตฝากขังต่อศาลอาญา คดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 เเต่เนื่องจากเมื่อช่วงเช้านายวสุได้ส่งทนายความไปขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยอ้างว่ามีอาการป่วยเเละทำการรักษาที่โรงพยาบาลเเห่งหนึ่ง โดยมีเพียงเอกสารคำร้อง เเต่ไม่มีใบรับรองเเพทย์มายืนยัน ต่อมาได้ทราบจากคนขับรถนายวสุที่ได้เเจ้งว่านายวสุได้รักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกเเห่งหนึ่ง ซึ่งชื่อไม่ตรงกับที่ทนายความเเจ้งมาประกอบกับหนังสือขอเลื่อน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลทั้งสองเเละทราบว่านายวสุไม่ได้ไปทำการรักษาโรงพยาบาลทั้ง 2 เเห่ง เเต่อย่างใด จึงเห็นว่าเป็นการประวิงเวลาเเละเกรงจะหลบหนี พนักงานสอบสวนจึงได้ยื่นคำร้องขออนุญาตศาลออกหมายจับในเวลาต่อมา

keyboard_arrow_up