“กล้องวงจรปิด” เทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยหา “หลักฐาน” จากจุดลับตาคน

กล้องวงจรปิด คืออุปกรณ์สำคัญใน โทรทัศน์วงจรปิด (closed circuit television หรือ CCTV) ซึ่งเป็นระบบการบันทึกภาพเคลื่อนไหวสำหรับการใช้เพื่อการรักษาความปลอดภัย หรือใช้เพื่อการสอดส่องดูแลเหตุการณ์หรือสถานะการณ์ต่างๆ ที่นอกเหนือจากการรักษาความปลอดภัย โทรทัศน์วงจรปิดได้ติดตั้งระบบครั้งแรกใน Peenemünde เยอรมนี เมื่อปี ค.ศ. 1942 เพื่อสังเกตการณ์ และในเดือนกันยายน 1968 ที่มหานครนิวยอร์ก คือแรกเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อติดตั้งกล้องวิดีโอ ในถนนธุรกิจเพื่อป้องกันการก่อการร้าย ต่อมาการใช้ โทรทัศน์วงจรปิดในภายหลังได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นใน ธนาคาร, สถานที่ราชการ,ที่สาธารณะ หรือแม้กระทั่งบริษัทห้างร้านต่างๆ องค์ประกอบที่สำคัญของระบบโทรทัศน์วงจรปิดนั้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ กล้องโทรทัศน์วงจรปิดและเลนส์  ที่แบ่งได้อีกเป็น 1. กล้องมาตรฐาน ที่ใช้ในแสงปกติ 2. กล้องอินฟราเรด ที่ใช้แสงจากหลอดอินฟาเรดส่องไปกระทบวัตถุ เพื่อให้กล้องจับภาพบริเวณนั้นได้ 3. กล้อง Day & Night ที่สามารถใช้งานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ต้องการแสงเล็กน้อยเพื่อให้สามารถจับภาพได้ และ 4. กล้อง Star Light การทำงานคล้ายๆ กับกล้อง Day […]

หลักฐานคาตา!! โซเชียลแฉคลิป ตร.จราจร รับเงินแลกไม่เขียนใบสั่ง

กลายเป็นอีกหนึ่งคลิปที่ถูกแชร์กันอย่าวกว้างขวางในโลกออนไลนื เมื่อเพจเฟซบุ๊ก ด่านไม่ลอย – ด่านตั้งพื้น ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรรายหนึ่งได้ทำทีเหมือนรับเงินจากรถยนต์ และรถมอเตอร์ไซค์จำนวนหลายคัน เพื่อแลกกับการไม่เขียนใบสั่ง ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต” #ตำรวจจราจรเมืองไทย #ตำนานสู่ตำนาน เล่าขานสู่ลูกสู่หลาน ตำรวจจราจรเมืองไทย โพสต์โดย ด่านไม่ลอย – ด่านตั้งพื้น เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2019

รีบลบก่อนโดนฟ้อง! ทนายตั้มขู่เล่นงานคนปล่อยคลิป ‘ตัดต่อ’ หวังบิดเบือนกรณีหวย 30 ล้าน

แม้ศาลอาญารัชดาอนุมัติออกหมายจับ นายปรีชา ใคร่ครวญ และนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น ใน 3 ข้อหา ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (อ่านเพิ่มเติมที่ : ด่วน! ออกหมายจับ ‘ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น’ แจ้งความเท็จคดีหวย 30 ล้าน) แต่ได้มีรายงานว่า ได้มีผู้ปล่อยคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นคำสารภาพของทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม ทนายฝ่าย ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ ซึ่งระบุว่าคลิปเสียงที่ใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับฝ่ายครูปรีชามีการตัดต่อ ซึ่งล่าสุดพบว่าในเพจเฟซบุ๊กของทนายษิทรา ได้ทำการแชร์คลิปดังกล่าว พร้อมทั้งโพสต์ข้อความว่า…ไม่ใช่รีบดูก่อนโดนลบ ควรรีบลบก่อนโดนผมฟ้อง แก๊งพวกนี้เริ่มใช้วิธีสกปรก ตัดต่อคำพูดผมล่ะ รวมทั้งมีชาวเน็ตจำนวนมากที่ร่วมฟังคลิปดังกล่าว และยืนยันว่าคลิปดังกล่าวมีการตัดทอนคำบางคำออกไป

สาวแฉแหลก หลังเจอหลักฐานมัดแฟนนอกใจ แอบคบหาผู้หญิงที่เจอในเกม

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจจากผู้คนในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพเรื่องราวความรักอันเจ็บปวด เมื่อเจ้าตัวพบหลักฐานที่ยืนยันว่าแฟนหนุ่มของตนที่คบกันมานานถึง 6 ปี ได้แอบนอกใจไปคบหากับผู้หญิงอีกคนที่เจอกันในเกม ทั้งยังบอกอีกว่าฝ่ายผู้หญิงเองก็มีสามีอยู่แล้วด้วย ทั้งนี้เจ้าของโพสต์ดังกล่าวได้บอกว่า ฝ่ายหญิงมักจะเล่าเรื่องสามีของตนให้คนรักของเธอฟัง ส่วนคนของเธอก็มักจะเล่าเรื่องของเธอให้กับฝ่ายหญิงได้ฟังเช่นกัน เพราะรับได้ที่ต่างฝ่ายต่างมีแฟนแล้ว และมีการส่งรูปหากัน 400 – 500 รูป อีกทั้งแม้ก่อนนอนแฟนของเธอยังบอกรักเธอ แต่พอเธอหลับก็ลงไปโทร. หาผู้หญิงคนดังกล่าว และแอบคุยกันทุกวัน  พอจะคุยก็แอดหากันใหม่ แถมวันวาเลนไทน์ฝ่ายชายก็โอนเงินไปให้ผู้หญิงซื้อแหวนร้านจิวเวลรี่แห่งหนึ่งด้วย

โซเชียลแฉภาพชาวประมงล่า ‘ปลาโรนิน’ เผยหลักฐานขณะตัดหนามขายเป็น ‘เครื่องรางของขลัง’

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในเมืองไทย เมืองในกลุ่มเฟซบุ๊ก siamensis.org ได้มีผู้เผยแพร่ภาพของชาวประมงที่จับปลาโรนินขนาดใหญ่ได้ 2 สองตัว พร้อมกับลูกปลาอีกจำนวนหนึ่ง และกำลังทำการตัดหนามที่เรียงกันอยู่บนหลัง เพื่อนำเป็นขายเป็นเครื่องรางของขลังตามความเชื่อของคนบางกลุ่ม ซึ่งมีราคาซื้อขายที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากปลาชนิดดังกล่าวเป็นสัตว์น้ำหายากและมีสถานะถูกคุกคามจากการล่าและทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย เนื่องจากการทำประมงผิดกฎหมาย ทั้่งนี้ จากข้อมูลในเพจเฟซบุ๊กของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบว่าปลาชนิดดังกล่าวถูกจัดให้เป็นสัตว์คุ้มครอง ตามมติคณะกรรมการสงวนคุ้มครองสัตว์ป่าเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ร่วมกับสัตว์น้ำหลายชนิด รวมทั้งวาฬบรูด้า วาฬโอมุระ ฉลามวาฬ และเต่ามะเฟือง ที่ถูกจัดให้เป็นสัตว์หายากและสัตว์ป่าสงวนของไทย ปัจจุบัน ปลาโรนินถือว่าเป็นปลาที่ได้รับความนิยมจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทั่วโลกอย่างมาก เนื่องจากมีขนาดใหญ่ และเป็นปลาที่ฝึกให้เชื่องกับคนเลี้ยงได้ง่าย แต่ขณะเดียวกันก็มีราคาซื้อขายที่แพงมาก เนื่องจากเป็นปลาที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์ในที่เลี้ยง จึงทำให้ปลาส่วนใหญ่มักถูกจับมาจากธรรมชาติ

‘ช่างสักคิ้ว’ ขอไม่ยุ่งคดี ‘ครูจอมทรัพย์’-คณะทำงานเร่งรวมหลักฐานเอาผิดขบวนการปั้นพยานเท็จ

คณะทำงานดำเนินคดีเอาผิดขบวนการปั้นพยานเท็จช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม กลุ่มผู้เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือ หลังจากเมื่อวานนี้ได้ออกหมายเรียกกลุ่มบุคคลที่เชื่อมโยงคดีนี้เพิ่มอีก 5 ราย พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เปิดเผยความคืบหน้า หลังประชุมร่วม คณะทำงานดำเนินคดีเอาผิดขบวนการปั้นพยานเท็จช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ โดยวันนี้ได้มีการสรุปรวบรวมพยานหลักฐานและได้ออกหมายเรียก บุคคลที่เชื่อมโยง เข้าข่ายความผิด ให้การช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ อีก 5 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่เป็นญาติ คนใกล้ชิด รวมไปถึงทนายความส่วนตัว และพยานสำคัญ ประกอบไปด้วย 1. นายรจนา จันทรัตน์ เพื่อนครูจอมทรัพย์ 2.นางสาววาสนา เพชรทอง เป็นญาติ 3.นายเสน่ห์ สุพรรณ์ เป็นคนใกล้ชิด 4. นางทองเรศ วงศ์ศรีชา เคยเป็นพยาน และ 5. นายธณัช สุขตลอดปี เป็นทนายความส่วนตัว ทั้งหมดทางตำรวจได้มีการออกหมายเรียกมารายงานตัว รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ในฐานความผิด ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน รวมถึงเบิกความเท็จต่อศาล และซ่องโจร ซึ่งมีระยะเวลา ออกหมายเรียก 2 นัด นัดละ 7 […]

ครอบครัวงัดหลักฐานยัน ‘น้องเมย’ ไม่เป็นโรคหัวใจ ‘ประวิตร’ชี้ นตท.ทุกคนต้องทำใจยอมรับ ‘ธำรงวินัย’

ความคืบหน้าการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ นายภัคพงศ์ หรือ “น้องเมย” ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งทางโรงเรียนเตรียมทหารออกมาแถลงข่าวชี้แจงว่าผลชันสูตศพ น้องเมย บ่งชี้ได้ว่าอาจเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันนั้น ล่าสุดทางครอบครัวตัญกาญจน์ได้ออกมาตอบโต้ พร้อมนำหลักฐานการตรวจสุขภาพมายืนยันว่าน้องเมยไม่ได้เป็นโรคหัวใจ เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 60 นายพิเชษฐ นางสุกัลยา และนางสาวสุพิชชา ตัญกาญจน์ พ่อแม่และพี่สาวของ นายภคพงศ์ นำผลเอ็กซเรย์ร่างกาย น้องเมย จากโรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา ครั้งสุดท้าย ก่อนเสียชีวิต 4 วัน มาให้ทีมข่าวอมรินทร์ดู ซึ่งพบว่า ไม่มีกระดูกซี่โครงซี่ไหนหัก และร่างกายแข็งแรง ไม่มีภาวะของโรคหัวใจใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้กล่าวหาว่า มีการขโมยอวัยวะ แต่แค่อยากได้อวัยวะของลูกคืน พร้อมกับตั้งข้อสงสัยว่า ตามระเบียบหากเอาอวัยวะจากศพไป ต้องแจ้งให้ครอบครัวทราบก่อน ครอบครัวตัญกาญจน์ ยังเผยด้วยว่า ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.นครนายก ส่งไลน์มาแจ้งว่า ให้ไปรับอวัยวะของน้องเมย ที่ รพ.พระมงกุฎ วันพฤหัสนี้ (23 พ.ย.60) ซึ่งหลังจากไปรับอวัยวะของลูกมาแล้ว ครอบครัวจะนำไปตรวจดีเอ็นเอ […]

พ่อ ‘น้องเมย’ ลั่นไม่เผาศพลูกจนกว่าจะได้อวัยวะภายในกลับคืน ‘บิ๊กต๊อก’เต้นสั่งสอบด่วน

ความคืบหน้าการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่พบภายหลังว่าอวัยวะภายในหายไปหมด ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 60 บรรยากาศภายในบ้านพักของทางครอบครัว “ตัญกาญจน์” บรรยากาศยังเป็นไปอย่างเศร้าสร้อย โดยทางครอบครัวเก็บข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างของลูกไว้ที่เดิมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์ของน้อง ประกาศนียบัตรต่างๆ ที่เคยได้รับมา และนาฬิกาเรือนโปรดที่น้องเมยใส่ประจำ นายพิเชษฐ ตัญกาญจน์ พ่อของนายภคพงศ์ กล่าวว่า เหตุที่ทางครอบครัวต้องออกมาต่อสู้ในครั้งนี้เพื่อต้องการให้ทางโรงเรียนเตรียมทหารออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่แท้จริงในการเสียชีวิตของลูกชาย และไม่ต้องการให้น้องๆ โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นหลังๆ ต้องเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ส่วนจะออกมาขอโทษหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่ทางโรงเรียนจะพิจารณา ในส่วนของร่างน้องเมยจะยังคงเก็บไว้จนกว่าจะได้อวัยวะภายในที่หายไปกลับคืนมา และหากได้อวัยวะกลับคืนมาแล้วก็จะนำอวัยวะไปตรวจดีเอ็นเอ จากนั้นจึงนำไปตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง จึงอยากขอให้ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทางโรงเรียนเตรียมทหาร ส่งอวัยวะภายในของน้องเมยที่เอาไปเก็บไว้มาคืน หากไม่คืนครอบครัวจะดำเนินการแจ้งความเพื่อเอาผิด ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และย้ำว่าจะไม่ทำอะไรกับศพทั้งนั้น จะเก็บไว้จนว่าจะได้รู้สาเหตุการตายที่แท้จริง จึงจะทำการฌาปนกิจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวนี้ทาง พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทราบเรื่องแล้วและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ได้ไปสืบหาข้อเท็จจริงทั้งหมด พร้อมระบุว่าจะให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตและครอบครัว โดยขณะนี้ได้มีการประสานไปยังโรงเรียนเตรียมทหารเพื่อขอรายละเอียดที่มาที่ไปของเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตนำศพบุตรชายไปชันสูตรและพบว่าอวัยวะภายในหายไป ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจ และในฐานะที่โรงเรียนเตรียมทหารอยู่ในสังกัดของกองบัญชาการกองทัพไทย จะสอบสวนเรื่องนี้ให้เกิดความกระจ่างและชี้แจงข้อมูลให้สังคมรับทราบโดยเร็ว

พ่อช็อก! ลูกชาย นร.เตรียมทหารเสียชีวิตมีเงื่อนงำ อวัยวะภายในหายเกลี้ยง-ทิชชู่ยัดแทนสมอง หอบหลักฐานแฉ (คลิป)

เหตุการณ์ที่เป็นข่าวครึกโครมเมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค. 60 ที่ผ่านมา เมื่อนายพิเชษฐ และ นางสุกัลยา ตัญกาญจน์ 2 นักแข่งรถชื่อดังประเทศไทย ร้องสื่อมวลชนว่าบุตรชายคือ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตในวันที่ 17 ต.ค. หลังกลับเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เพียง 1 วัน และไม่ได้รับคำชี้แจงที่ละเอียดจากผู้เกี่ยวข้องของโรงเรียนเตรียมทหาร ได้รับเพียงใบมรณบัตรชี้แจงสาเหตุการตายจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน จึงข้องใจถึงสาเหตุการตาย ขณะที่ผลการชันสูตรชิ้นเนื้อจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ต้องใช้เวลานานถึง 2 เดือน หลังเกิดเหตุ นายพิเชษฐ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาลูกไม่เคยบ่นหรือเล่าว่ามีปัญหากับใคร เพียงแต่รู้ว่าลูกมักถูกลงโทษและถูกเรียกไปซ่อมเดี่ยวอยู่บ่อยๆ แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ และก็เคยถูกลงโทษโดยรุ่นพี่ซึ่งเป็นหัวหน้าหมวด จนทำให้ชีพจรหยุดเต้นไปแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเท่าที่ทราบ รุ่นพี่นายนั้นก็ถูกปลดชั้นจากหัวหน้าหมวด แต่ก็ไม่เคยคิดว่าสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้จะมาจากเหตุการณ์ในครั้งก่อน จึงอยากทวงถามความกระจ่างจากทางโรงเรียนว่า สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร ไม่ใช่เพียงคำบอกกล่าวที่ว่า เพราะลูกชายเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ขณะที่นางสุกัลยา กล่าวว่า ในครั้งแรกที่ลูกชายถูกทำโทษอย่างรุนแรงด้วยการให้ปักหัวลงที่พื้นห้องน้ำนายทหาร จนเกิดอาการช็อกเพราะเลือดตกที่หัวและความดันพุ่งต่ำลง ซึ่งในรายละเอียดไม่ทราบว่า ถูกทำโทษเพราะเหตุใดและถูกทำโทษนานเท่าใด แต่เมื่อบุตรชายถูกปั๊มหัวใจจนมีชีพจรอีกครั้งก็ไม่ติดใจเอาความ แต่ในครั้งล่าสุดที่ลูกชายหัวใจหยุดเต้น ไม่มีผู้ใดชี้แจงถึงรายละเอียดและสาเหตุการเสียชีวิต แม้ว่าทั้งคู่จะเคลือบแคลงถึงสาเหตุการตายของลูกชาย […]

‘ชาวบ้านโป่ง’ ร้องกองปราบ! ถูกจนท.ใช้กำลังไล่ที่ เชื่อนายทุนได้เอกสารสิทธิโดยมิชอบ

ตัวแทนชาวบ้านต.หนองอ้อ และ ต.ดอนกระเบื้อง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รวมตัวเข้าร้องเรียน กองบังคับการปราบปราม หลังถูกตำรวจสภ.บ้านโป่ง และทหารใช้กำลังขับไล่ให้ออกจากพื้นที่ทำกิน หลังจากศาลฎีกาตัดสินให้ชาวบ้านออกจากที่ทำกินที่เป็นที่ดินจากเอกสารสิทธิ น.ส.3 ของนายทุน ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เมื่อปี พ.ศ. 2552 และออกหมายจับชาวบ้าน โดยชาวบ้าน ที่เข้ามาร้องเรียน บอกว่า พวกตนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการออก น.ส.3 ของนายทุน ยืนยันว่าชาวบ้านอยู่ในที่ดินดังกล่าวมานานหลายชั่วอายุคน ก่อนที่นายทุนจะเข้ามาออกเอกสารสิทธิ ช่วงที่ผ่านมาชาวบ้านได้คัดค้านการออก น.ส.3 แต่กลับไม่เป็นผล อีกทั้งอ้างว่าถูกตำรวจ เข้ามาขับไล่ และทำร้ายร่างกาย ซึ่งได้นำหลักฐานเป็นภาพถ่าย คลิปวีดิโอ สภาพบ้านข้าวของเครื่องใช้ที่ได้รับความเสียหายมายื่นให้กองปราบอีกด้วย ทั้งนี้กลุ่มชาวบ้านอยู่ระหว่างการร้องศาลปกครอง เพื่อให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ น.ส.3 เพราะเชื่อว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบและเรียกร้องให้กองปราบระงับการเข้าจับกุม และข่มขู่ชาวบ้านของเจ้าหน้าที่

หลักฐานคาปาก!! เจ้าของไก่ชนสุดช้ำ เจอหมาบุกขย้ำถึงบ้าน แถมเจ้าของสุนัขไม่รับผิดชอบ

อีกปัญหาโลกแตกที่ยังเป็นที่ถกเถียงกันระหว่างคนรักสัตว์ไม่รู้จบ เมื่อล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ลีโอ โสด ซึ่งได้โพสต์ภาพสุนัขสองตัวกำลัรุมกัดไก่ชนที่เขาเลี้ยงไว้ในเขตบ้าน จนทำให้มีไก่ชนตายไปหลายตัว และมีบางตัวก็ถูกกัดจนได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าของโพสต์ดังกล่าวได้ขอคำแนะนำจากชาวเน็ตด้วยว่าควรทำอย่างไรดี เนื่องจากทางเจ้าของหมาไม่ยอมรับผิดชอบ และยังพาคนมาที่บ้านกลุ่มนึง ก่อนจะต่อว่าเขาว่าไปยิงหมาตาย งานนี้ชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่าควรแจ้งความเพื่อดำเนินคดี เนื่องจากมีพยานและหลักฐาน และสามารถเอาผิดกับเจ้าของสุนัขได้ ในผิดฐานปล่อยสัตว์เพ่นพ่านรบกวนผู้อื่นและไปสร้างความเสียหายต่อทรัพย์ของผู้อื่น ที่มา – Facebook.com / ลีโอ โสด

รอง ผวจ.สั่งตรวจหาระเบิดก่อนรื้อ 7 รีสอร์ทหรู ‘ภูทับเบิก’ ตร.ปล่อยตัว 2 อดีตนายทหารแล้ว

ความคืบหน้าเหตุระเบิดบนภูทับเบิก หลังจาก เจ้าหน้าที่คุมตัว อดีตนายทหารยศ ร้อยตรี 2 นาย ไปสอบปากคำ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวออกมาแล้ว ขณะที่ทางจังหวัด สั่งคุมเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพราะยังมีรีสอร์ต อีก 7 แห่งที่ทำผิดระเบียบจะต้องถูกรื้อถอน โดยเริ่มในวันที่ 22 ก.ย. 60 นี้ 1 รีสอร์ทก่อน เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 60 นายกฤษณ์ คงเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะประธานการปฏิบัติการการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนภูทับเบิก เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ จะมีการเข้า รื้อถอน รีสอร์ทอีก 1 ราย คือ ภูกระต๊อบเงิน ที่จะครบกำหนดรื้อถอนแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้ง จากเจ้าของรีสอรืทว่า กำลังทำการรื้อถอนอยู่ แต่หากครบกำหนดยังไม่เสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจะเข้ารื้อถอนต่อไป และการดำเนินการต้องใช้ความระมัดระวังให้มากขึ้น โดยจะใช้ ชุด EOD เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนจะเข้ารื้อถอน นอกจากนี้ ยังเหลือรีสอร์ทที่จะต้องรื้อถอน […]

สุดเซ็ง!! หนุ่มเจอเด็กละเลงสีทาบ้านทั่วรถ แต่พ่อแม่ไม่รับผิดทั้งที่เด็กตัวเลอะสี

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่กำลังได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งได้โพสต์ภาพรถสีแดงที่ถูกสีทาบ้านสีเหลืองทาละเลงรอบคัน โดยซึ่งเจ้าของรถระบุว่า มีเด็กใช้สีทาบ้านมาทารถของตน ตนได้ถ่ายรูปเด็กที่เลอะสีเหลืองทั่วทั้งตัวไว้ แต่พ่อ-แม่เด็กกลับบอกว่าไม่ใช้ฝีมือของเด็ก และไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น จึงทำให้เจ้าของโพสต์ตัดสินใจเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าต้องการหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ และไม่ยอมพิจารณาหลักฐานอย่างอื่นเลย หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และเห็นด้วยกับคำพูดของเจ้าของที่ระบุว่าถ้ามีลูกแล้วไม่สามารถรับผิดชอบได้ ก็อย่ามีซะดีกว่า รวมทั้งแสดงวิธีแก้ต่างๆ ด้วย ที่มา – Facebook.com / Nut Khaijeaw

ตร.สอบพยานปากสำคัญ เห็นเบาะแส ‘นันทิยา’ เป็นครั้งสุดท้ายเมื่อ 2 ปี ก่อนจะหายตัวลึกลับ

ความคืบหน้าคดีการหายตัวไปอย่างปริศนาถึง 2 ปี ของ น.ส.นันทิยา แสงอุไร อดีตแฟนสาวของนายซีมอน เบตัน ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพโบกปูนชาวอิสราเอล ล่าสุดนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความพาตัวพยานสำคัญ ซึ่งเป็นคนที่เห็นความเคลื่อนไหวของเธอเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อ 2 ปีก่อน มาสอบที่ สภ.บางบัวทอง น.ส.ฝน ลูกพี่ลูกน้องของ น.ส.นันทิยา แสงอุไร หรือ ออย บอกว่าเบาะแสสุดท้ายที่รู้ว่าออยยังมีชีวิตอยู่คือ เห็นจากเฟซบุ๊กที่มีการออนไลน์ เมื่อเดือน พ.ย. 2559 โดยไม่ได้มีการโพสต์ข้อความใดๆ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย โดยทราบเพียงว่าโทรศัพท์ของออยหาย จึงใช้การออนไลน์ผ่านทางคอมพิวเตอร์ ฝนบอกอีกว่าปกติ ออยจะเป็นคนไม่หายตัวไปเฉยๆ จะติดต่อกับทางบ้านตลอด เนื่องจากเพื่อนๆ ที่รู้จักก็อยู่ในละแวกบ้านเดียวกัน ไปมาหาสู่กันตลอด ขณะที่เพื่อนคนอื่นก็ไม่มีใครรู้เบาะแสเกี่ยวกับออยเลย ซึ่งฝนเป็นคนเลี้ยงดู “เบน” ลูกชายของออยกับซีมอนมาตั้งแต่เล็ก ก่อนที่เบนจะถูกส่งกลับไปอิสราเอล และมีโอกาสได้เจอเบนอีกครั้งตอนที่กลับมาไทย แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก แต่รู้ได้สึกว่าเบนค่อนข้างเป็นคนเก็บตัว และไม่คิดว่าเบนจะตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกับพ่อด้วย ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นว่าทั้งสองคนนี้มีปากเสียงหรือทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่สิ่งที่แปลกไปคือ ซีมอนย้ายบ้านหนีไป หลังจากที่นัดให้มาเจอ โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นการปิดบังข้อมูลบางอย่างจากพฤติกรรมที่เคยก่อคดี เนื่องจากซีมอนบอกกับฝนว่า ออยติดคุกอยู่ที่ลาวในคดียาเสพติด แต่ให้หญิงคนไทยที่อยู่ด้วยกัน […]

พ่อร้องกองปราบฯ ลูกสาวหายตัว 2 ปี หลักฐานโยงผู้ต้องหาอิสราเอล มือฆ่าหั่นศพโบกปูน

พ่อร้องกองปราบฯ ลูกสาวหายตัวขาดการติดต่อไปตั้งแต่ปี 58 พบเบาะแสครั้งสุดท้ายอยู่กินกับหนุ่มอิสราเอล ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพโบกปูน ทำใจเชื่อลูกสาวไม่มีชีวิตอยู่แล้ว หวังเพียงได้พบศพ เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 60 นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ นำนายอนันต์ แสงอุไร บิดาของ น.ส.นันทิยา แสงอุไร ซึ่งหายตัวและขาดการติดต่อไปตั้งแต่ปี 2558 เข้าร้องขอความเป็นธรรมที่กองบังคับการปราบปราม ให้ช่วยติดตามหาลูกสาว ซึ่งเป็นภรรยาของนายซีมอน เบตัน ชาวอิสราเอล ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพและโบกปูนอดีตนายตำรวจอิสราเอลที่ จ.นนทบุรี ก่อนถูกจับกุมตัวเมื่อปี 2559 นายอนันต์ กล่าวว่า ตั้งแต่แจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง เมื่อปีที่แล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าใดเพิ่มเติม และตำรวจได้อายัดเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ซึ่งมีหลักฐานสำคัญเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้านของนายซีมอน ซึ่งตำรวจอ้างว่า ต้องมีผู้เชี่ยวชาญของอิสราเอลมาช่วยถอดรหัสแปลภาษา เพราะข้อมูลทั้งหมดเป็นภาษาอิสราเอล แต่เวลาผ่านมาจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ส่วนตัวไม่มีความหวังว่าลูกสาวยังมีชีวิตอยู่เพราะเวลาล่วงเลยมากว่า 2 ปี แล้ว ส่วนเบาะแสสุดท้าย คือการพูดคุยกับลูกสาว เมื่อปี 2558 ที่มาขอยืมอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพ ซึ่งขณะนั้นลูกสาวถูกนายซีมอนจับโกนศีรษะ และบอกว่าถูกบังคับให้เข้าลัทธิหนึ่งตั้งแต่นั้นก็ขาดการติดต่อไป จึงได้สอบถามไปหานายซีมอนหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้รับคำตอบที่ตรงกันเลย […]

พบหลักฐานสำคัญไขปมบึ้ม ‘ภูทับเบิก’ เชื่อคนร้ายจงใจนำมาวาง พุ่งประเด็นขัดแย้งในพื้นที่

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 60 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดูแลคดีเหตุระเบิดบริเวณสามแยกทางเข้าภูทับเบิก ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ที่ส่งผลให้ นายสวน อ่อนตา อายุ 63 ปี คนขับรถรับส่งนักท่องเที่ยวเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานผู้บาดเจ็บและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เบาะแสสำคัญบางอย่าง นอกจากนี้ยังพบสายไฟที่เชื่อว่าเป็นตัวจุดชนวนทำให้เกิดระเบิด ไม่ใช่อุบัติเหตุจากการเหยียบ ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บลายนิ้วมือและดีเอ็นเอไปตรวจพิสูจน์แล้ว พร้อมระบุจากการตรวจสอบภายในรถยนต์ของผู้ตายยังพบหลักฐานสำคัญบางอย่าง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ จากข้อมูลการสืบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ระเบิดนี้เป็นการจงใจนำมาวาง ไม่ใช่ระเบิดเก่าตกค้างแต่อย่างใด เพราะบริเวณนี้ประชาชนเดินทางสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก โดยตั้งประเด็นไว้ทั้งหมด 3 เรื่องด้วยกัน คือ 1. เกิดจากความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ 2. ปมความขัดแย้งการรื้อถอนรีสอร์ทบนภูทับเบิก 3. ปมขัดแย้งส่วนบุคคลในธุรกิจการเดินรถท่องเที่ยวในพื้นที่ ขณะเดียวกันได้มีการประชุมตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล เพื่อหารือถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น และมีรายงานว่า […]

หมายเรียก นศ.แพทย์วางยาฆ่าหมา ตร.เผยมีหลักฐานชัดคดีพยายามฉ้อโกง ถึงไม่ได้เงินแต่ความผิดสำเร็จแล้ว

จากกรณีนักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยชื่อดังถูกกล่าวหาเรื่องวางยาฆ่าสุนัขเพื่อเอาเงินประกันบริษัทขนส่ง ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 60 พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร ได้ออกหมายเรียกนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว โดยหมายเรียกกำหนดให้เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาในวันจันทร์ที่ 18 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น. โดยหมายเรียก จะถูกส่งทางไปรษณีย์ ไปยังที่อยู่ตามภูมิลำเนาในบัตรประชาชนของนักศึกษาแพทย์ คือที่ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ขณะเดียวกันจะส่งหมายเรียกไปยังคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อีกทางหนึ่งด้วย พ.ต.อ.เติมเผ่า เผยด้วยว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจนในคดีพยายามฉ้อโกง เนื่องจากนักศึกษาแพทย์ ได้พยายามกระทำการหลอกลวงบริษัทขนส่ง H.S.K.Express ไปแล้ว แม้จะไม่ได้เงินแต่ถือว่ากระทำผิดสำเร็จ อีกทั้งก่อนหน้านี้ตำรวจก็ได้สอบปากคำพยาน ทั้งเจ้าของฟาร์มสุนัข, บริษัทขนส่ง, คนขับรถ รวม 5 ปาก ถือว่าครบถ้วน เชื่อว่ามีน้ำหนักเพียงพอในการดำเนินคดี ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวมีอาการป่วยทางจิต สามารถนำมาเป็นข้อต่อสู้ได้ แต่ต้องส่งตัวให้จิตแพทย์ทำการตรวจสอบยืนยันอีกครั้ง เพื่อความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งนี้หากนักศึกษาแพทย์มาตามหมายเรียก จะพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว ตามหลักกฎหมายโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ สำหรับการดำเนินคดีในความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์ กรณีกลุ่ม Watchdog […]

ศิริราชสั่งพักการเรียน นศ.วางยาฆ่าหมา ตั้งกรรมการสอบ-ประเมินด้านจิตใจ หากรุนแรงให้พ้นสภาพนักศึกษา

ความคืบหน้ากรณีนักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยชื่อดังถูกกล่าวหาเรื่องวางยาฆ่าสุนัขเพื่อเอาเงินประกันบริษัทขนส่ง โดยที่ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิล ได้ร่วมกับผู้บริหารคณะ ได้สอบสวนข้อเท็จจริงในประเด็นเรื่องจริยธรรมและกฎหมาย พร้อมกับมีการสอบถามพ่อแม่ของนักศึกษา โดยเมื่อเวลา 16.30 น. ทาง ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้แถลงผลการประชุมคณะกรรรมการประจำคณะแพทยศาสตร์ศิริราช มีมติดังนี้ 1. ให้นักศึกษาที่ถูกกล่าวหาพักการศึกษาตั้งแตต่บัดนี้ จนกว่าผลการตัดสินการดำเนินการตามข้อ 2, 3 และ 4 จะสิ้นสุด 2. ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางจริยธรรมกับนักศึกษาดังกล่าว หามีความผิดทางจริยธรรมจริง จะดำเนินการส่งเรื่องไปยังมหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อดำเนินการต่อไป ตามเกณธ์ความผิดด้านจริยธรรม 3. คณะแพทยศาสตร์จะเฝ้าติดตามการรักษาปัญหาด้านจิตใจอย่างใกล้ชิด หากได้รับการประเมินว่ามีความรุนแรงขัดต่อการศึกษาด้านแพทยศาสตร์ ก็จะเสนอมหาวิทยาลัยมหิดลพิจารณาให้พ้นสภาพนักศึกษา 4. คณะแพทยศาสตร์จะเฝ้าติดตามความคืบหน้าของกระบวนการยุติธรรมหากมีผลทางอาญาเป็นที่สิ้นสุดและมีความผิด ก็จะเสนอมหาวิทยาลัยมหิดลพิจารณาให้พ้นสภาพนักศึกษา ทั้งนี้ คณะแพทยศาสตร์จะดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบแก่ทุกฝ่าย โดยยึดหลักคุณธรรรม จริยธรรม และกระบวนการยุติธรรม.  

keyboard_arrow_up