ส่ง ‘เสี่ยท็อป’ เข้าเรือนจำ! คดีเช็คเด้งถึงที่สุดศาลสั่งจำคุก 6 เดือน เจ้าตัวห่วงเงิน 1 พันล้าน

ตำรวจ สน.ดอนเมือง หิ้ว “เสี่ยท็อป-ธณัฏฐ์ สิริปิยพร” ไปศาลแขวงพระนครเหนือ หลังถูกรวบตัวในคดีเช็คเด้ง ซึ่งเป็นคนละคดีกับเรื่องเบี้ยวหนี้ค่าจัดงานแต่ง 3.5 ล้านบาท หลังจากเมื่อกลางดึกวันที่ 17 ต.ค. 62 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองควบคุมตัว “เสี่ยท็อป” เสี่ยหมื่นล้านที่ถูกพริตตี้สาวออกมาแฉหลอกแต่งงานแต่กลับไม่จ่ายเงินค่าจัดงานแต่งกว่า 3.5 ล้านบาท ได้ที่สนามบินดอนเมือง หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ในฐานความผิด พ.ร.บ.เช็ค คดีจ่ายเช็คเด้งเมื่อปี 2557 โดยเสี่ยท็อป พยายามชี้แจงว่าคดีนี้เป็นคดีเก่า และได้มีการชำระค่าเสียหายไปหมดแล้ว ก่อนเดินทางกลับก็รู้อยู่แล้วว่าจะต้องโดนจับ ยังไงเขาก็ต้องหาทางเล่นงานเรา ยังไงตนก็ขอต่อสู้ทุกคดี รวมทั้งเรื่องงานแต่งงานที่ผ่านมา ซึ่งจะมีการแถลงข่าวอีกครั้ง และจะดำเนินการตามหลักฐาน รวมทั้งแจ้งความดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายด้วย เนื่องจากตนถูกหลอกให้แต่งงาน ไม่ได้ไปหลอกให้เขามาแต่งงานด้วย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 ต.ค. 62 ตำรวจ สน.ดอนเมือง ได้นำตัวเสี่ยท็อป ผู้ต้องหาตามหมายจับระหว่างพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.8062/2558 คดีหมายเลขแดงที่ อ.9319/2559  ข้อหากระทำความผิดฐาน พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ไปที่ศาลแขวงพระนครเหนือ เพื่อฟังคำพิพากษาในคดีเช็คเด้งที่ได้มีคำพิพากษาไปแล้ว ซึ่งเจ้าตัวยังมีสีหน้ายิ้มแย้มเป็นปกติ ไม่ได้มีท่าทีกังวลหรือเครียดแต่อย่างใด โดยก่อนจะถูกคุมตัวเข้าไปภายในศาลนั้น […]

เพื่อนบ้านแฉ ‘เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ’ เคยถูกตำรวจตามถึงบ้าน

เพื่อนบ้าน เล่า เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ แต่งตัวดี ขับรถหรู มาเยี่ยมแม่นานๆครั้ง และยังเคยเห็นตำรวจตามตัวถึงบ้าน แต่ไม่เคยรู้ว่าทำงานอะไร คุณชมพูนุท ณ พัทลุง ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่งย่านสำโรงเหนือ ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นที่อยู่ของนายท็อป พบว่าลักษณะเป็นตึกแถว 2 ชั้น สภาพค่อนข้างทรุดโทรมคล้ายไม่มีคนอาศัย สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า บ้านหลังดังกล่าวเคยเป็นบ้านของแม่นายท็อป ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็มาเยี่ยมแม่บ่อยครั้ง จน 3 ปีที่แล้ว แม่นายท็อปได้ขายบ้านหลังนี้ให้กับเจ้าของใหม่ โดยจากการสังเกตที่ผ่านมา นายท็อป มักจะแต่งตัวดี ใส่สูทดูภูมิฐาน แต่ไม่ทราบว่าเจ้าตัวประกอบอาชีพอะไร รวมถึงมักขับรถหรูพร้อมมีผู้หญิงมาด้วยเสมอ ซึ่งหลังจากขายบ้านไป นายท็อปยังมีชื่ออยู่ในบ้านหลังดังกล่าว และเคยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาที่บ้าน 1 ครั้ง เมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา โดยเข้ามาหานายท็อป ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่านายท็อปทำความผิดอะไร ทั้งนี้จากการสังเกต ตนคิดว่านายท็อปไม่น่าจะรวยถึงขั้นเป็นเศรษฐีหมื่นล้าน ด้านแม่ค้าในพื้นที่ กล่าวว่า แม่นายท็อปค่อนข้างมีอายุ ไม่ได้ทำงาน เท่าที่สังเกตเจ้าตัวก็ทำตัวปกติ ไม่ได้ดูร่ำรวยหรือเป็นเศรษฐีแต่อย่างใด ส่วนนายท็อปมาเยี่ยมแม่นานๆ ครั้ง ตนทราบเพียงว่าเป็นลูกเจ้าของบ้าน และแม่นายท็อปก็ไม่เคยเล่ารายละเอียดว่าเจ้าตัวทำงานอะไร

เจ้าสาวหมาดๆ ช้ำรักถูกเสี่ยกำมะลอหลอกแต่ง เชิดค่าสินสอด-เบี้ยวเงินจัดงาน ทิ้งหนี้ต่างหน้า

พริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ ถูกชายอ้างเป็นเสี่ย 2 หมื่นล้านหลอกให้แต่งงาน สุดท้ายเป็นหนี้นับล้านบาท ทนไม่ไหว ขอหย่าและเข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก ทนายรณณรงค์ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 62 น.ส.ดา (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี พริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เดินทางเข้าพบ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านคดี เนื่องจากถูกนายเท็น (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นนักธุรกิจด้านการเงิน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส จัดงานที่โรงแรมหรู โดยจ้างออร์แกนไนซ์มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการจัดงาน กว่า 3.5 ล้านบาท จากนั้นเบี้ยวไม่จ่ายเงินทำให้ฝ่ายหญิงต้องเป็นผู้มาชดใช้หนี้แทน อีกทั้งเช็คค่าสินสอดที่ฝ่ายชายให้เป็นเงินจำนวน 1.6 ล้านบาท ได้หายไปโดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนเอาไป จึงเข้าปรึกษาทางด้านกฎหมายว่าสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง น.ส.ดา เล่าว่าเจอเจ้าบ่าวเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 62 ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นเพียง 1 วัน (16 มี.ค. 62) […]

สาวแฉ สุดซวย! ดร.เก๊ หลอกขอแต่ง ยืมเงินเป็นแสนไม่คืน สั่งทองเตรียมสินสอดแต่หายตัว (คลิป)

จากกรณีที่นายสุรพศ อ้างตัวเป็น ผศ.ดร. และหลอกผู้หญิงหลายคน เพื่อมาแต่งงาน และหลอกลวงเงินนั้น บางรายถูกหลอกเอาเงินไปมากกว่า 800,000 บาท โดยมีผู้เสียหายหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อมาแล้วนั้น วันที่ 24 ต.ค. 61 นางเจี๊ยบ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายสุรพศ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นด็อกเตอร์ในที่ทำงาน จากนั้นจึงรู้จักกันเพราะเคยติดต่องาน จากนั้นจึงเริ่มสานสัมพันธ์กันเรื่อยมา โดยนายสุรพศ บอกกับตนว่ากำลังเรียนด็อกเตอร์อยู่ ใกล้จบแล้ว และเป็นคนที่พูดจาดี ปากหวาน ดูดี ดูภูมิฐาน อบอุ่น ไม่คาดว่าจะมาหลอกกัน จนกระทั่งคบกันสักพัก ตนเองพาไปพบกับครอบครัว โดยแม่ของตนก็บอกว่า นายสุรพศดูน่าเชื่อถือ ในระหว่างที่คบกัน นายสุรพศมักจะมีปัญหาเรื่องเงิน และขอหยิบยืมเงินตนตลอด เดือนหนึ่งหลายครั้ง ครั้งละ 5,000 บาท โดยจะอ้างว่ามีเรื่องเดือดร้อน อ้างว่าพ่อป่วยแล้วจะคืนให้ ซึ่งตนเชื่อว่านายสุรพศนำเงินไปเลี้ยงผู้หญิง เงินที่นายสุรพศยืมตนไปนั้น รวมเป็นจำนวนเกือบ 100,000 บาท และตนยังไม่ได้เงินคืนสักบาทเดียว ตลอดเวลาที่คบกัน นายสุรพศไม่เคยซื้อของให้ตนเลย และเมื่อจะซื้อของให้ตน ก็จะยืมเงินตนทุกครั้ง จากนั้น คบกันมาสักพัก […]

หนุ่ม 18 สุดช้ำสาว 16 วิวาห์ไม่ถึงเดือนหนีหาย สูญสินสอดร่วมแสน อึ้งชาวบ้านแฉนี่รายที่ 5 (คลิป)

จากที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชี่ยล กรณี น.ส.ออย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี มีพฤติกรรมคล้ายกับ น้องน้ำฝน คือหลอกให้ชายหนุ่มมาแต่งงานด้วย ก่อนเชิดเงินค่าสินสอดหลบหนีไป โดยมีญาติของ นายบอย (นามสมมติ) ผู้เสียหาย วัย 18 ปี ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากอยู่ในขณะนี้ วันนี้ (19 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยได้เดินทางไปที่หมู่บ้านหนองยาวต.ไผ่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ นายสมัย ภูจอมขำ อายุ 50 ปี และนางสังวาลย์ ภูจอมขำ อายุ 47 ปีพ่อและแม่ ของ นายบอย ผู้เสียหาย นายบอย ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนรู้จักกับ น.ส.ออย ผ่านทางโลกออนไลน์ โดย น.ส.ออย ได้มาหาตนที่บ้าน และได้มาอยู่กับตนเป็นเวลา 3 เดือน จากนั้นพ่อแม่ของตนจึงได้ตกลงใจไปสู่ขอ และจัดพิธีแต่งงานให้ตนกับ น.ส.ออย เมื่อวันที่ […]

‘รักแท้แพ้คนลวง’ ถูกสาวหลอกแต่งงาน สูญเสียทรัพย์สินเกลี้ยง นับแสนบาท (คลิป)

อีกหนึ่งกรณีที่ถูกหลอกจากความรัก ความไว้ใจ สูญเสียไปกว่าแสนบาท เฉลิมศักดิ์ผู้ถูกหลอกเล่าว่า ตัวเองได้เดินทางไปทำงานเป็นแรงงานอยู่ที่ประเทศไต้หวัน ในขณะนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งติดต่อมาทางเฟซบุ๊ก คุยกันอยู่ประมาณ 3-4 เดือนทั้งทางข้อความและโทรศัพท์คุยกัน จนเกิดเป็นความรู้สึกชอบพอนำไปสู่การตกลงว่าจะแต่งงานกันในที่สุด เฉลิมศักดิ์จึงตั้งใจกลับเมืองไทยมาเพื่อแต่งงาน โดยช่วงก่อนจะเดินทางกลับ ได้โอนเงินไปให้ทางผู้หญิงจำนวน 5 หมื่นบาทโดยอ้างว่าเป็นค่าชุดและแหวนแต่งงาน เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ชวนให้ฝั่งผู้หญิงเข้าไปคุยกับพ่อแม่ นัดเจอกันที่กรุงเทพฯ ทางผู้หญิงคนดังกล่าวก็บอกอีกว่าตนเองเป็นอิสลาม ต้องมีค่าทำพิธีทางศาสนาอีก 7 หมื่นบาท ด้วยรักและไว้ใจเฉลิมศักดิ์ก็ได้โอนเงินจำนวนนี้ไปให้ และรอที่จะได้พบกันในวันนัดหมาย แต่เมื่อถึงวันนัดหมายที่ฝ่ายผู้หญิงบอกให้ไปรับที่สนามบินดอนเมือง เมื่อไปถึงกลับพบกับผู้หญิงอีกคนที่อ้างตัวว่าเป็นพี่สาว พาเฉลิมศักดิ์ไปเปิดโรงแรมบอกว่าให้พักที่นี่รอไปก่อน แล้วน้องสาวจะเดินทางตามมาหา จนผ่านไปสองคืนก็ไร้วี่แวว และเริ่มติดต่อไม่ได้จึงรู้ตัวว่าตนเองโดนหลอก รู้สึกเสียใจมากเพราะเงินที่โอนไปให้ก็เป็นเงินเก็บที่ตนเองไปทำงานหามาจากประเทศไต้หวัน แถมยังมีบางส่วนที่ไปกู้มาเพิ่มเติมอีก และยังไม่มีโอกาสได้ใช้ในการดูแลครอบครัว ตอนนี้เฉลิมศักดิ์ได้ไปแจ้งความที่สน.ท่าข้าม เพื่อทำเรื่องขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่โรงแรม ก่อนมาแจ้งความที่สภ.ประตูน้ำจุฬา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในเขตพื้นที่ที่ตนได้โอนเงินไป แต่ถูกบอกให้กลับไปที่สน.ท่าข้ามอีก แต่เมื่อมาถึงสน.ท่าข้าม กลับได้รับแจ้งว่าจะทำเรื่องกลับมาที่สภ.ประตูน้ำจุฬาอีก ตนอยากให้ดำเนินเรื่องเร็วๆ เพราะเหมือนตอนนี้ตำรวจกำลังโยนคดีไปมาอยู่ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจควรเร่งดำเนินคดีอย่างจริงจังเพราะมีอายุความสั้น ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนเท่านั้นซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการโยนคดีกันไปกันมาเกรงว่าจะไม่ทันการณ์ โดยต้องดำเนินคดีทั้งหญิงสาวผู้ที่มาหลอกและผู้ร่วมขบวนการซึ่งอ้างว่าเป็นพี่สาว สามารถขยายผลจากภาพที่จับได้จากกล้องวงจรปิด และตรวจสอบเฟซบุ๊กของผู้หญิงคนดังกล่าวว่าเป็นของจริงหรือไม่หรือแอบอ้างคนอื่นมาใช้ ควรรีบจับกุมเพราะอาจทำงานเป็นขบวนการและเดินหน้าหลอกผู้ชายคนอื่นต่อได้ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา […]

ไม่ได้หลอกหมั้น! สาวถูกกล่าวหา ยืนยันไม่เคยคิดเชิดเงินสินสอด ตามตัวได้ ไม่หนี (คลิป)

สืบเนื่องจากกรณีที่ นายแมน ( นามสมมุติ ) ได้ถูก นางสาว กิ่งแก้ว ( นามสมมุติ ) และมารดา หลอกลวงเงินหมั้นไปจำนวนทั้งสิ้น 5 หมื่นบาท พร้อมทองอีก 25 สตางค์ โดยทั้งสองตกลงปลงใจกันที่ จะเข้าพิธีหมั้น ภายหลังจากรู้จักกันเป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือนผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์นั้น ล่าสุดวันนี้ (4 ต.ค. 60) ที่สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง จ.ปทุมธานี นายแมน ( นามสมมุติ ) ได้เดินทางเพื่อเข้ามาพบกับ นางสาว กิ่งแก้ว ( นามสมมุติ ) เพื่อพูดคุยถึงเรื่องคดีความ โดยนางสาว กิ่งแก้ว ( นามสมมุติ ) ถึงกรณีที่เกิดขึ้น ทราบว่า ส่วนตัวยอมรับทุกอย่างในช่วงเวลาคบกัน จวบจนถึงที่จะมีการตกลงปลงใจที่จะหมั้นกัน เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ซึ่งการตกลงหมั้นกันในครั้งนี้เป็นการตกลงกันด้วยความยินยอมของทั้ง 2 ฝ่าย โดยมีลักษณะว่า จะเข้าพิธีหมั้นกันกลางเดือนตุลาคม […]

‘ทนายสงกรานต์’ ชี้พิรุธ ‘สร้อยเพ็ชร’ แจ้งความทำบัตรประชาชนใหม่ถึง 7 ครั้ง ช่วงที่รู้จักน้องพร

พนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ออกหมายเรียกพ่อ แม่น้องพรเข้าให้ปากคำแล้ว ขณะที่ “ทนายสงกานต์” เผยข้อมูลการทำบัตรประชาชนใหม่ถึง 7 ครั้งของ “สร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์” ที่อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ ยังคงเป็นประเด็นให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง กรณี น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือ น้องพร หรือน้ำมนต์ อายุ 32 ปี ที่ลวงผู้ชายแต่งงานก่อนเชิดเงินสินสอดนับสิบราย ล่าสุดในรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ทางช่องอมรินทร์ทีวี ออกอากาศเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 60 ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ได้เผยข้อสังเกตเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของ น.ส.สร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ และน้องพร เกี่ยวกับการใช้บัตรประชาชน ซึ่ง น.ส.สร้อยเพ็ชร ปฏิเสธไม่รู้เห็นเกี่ยวกับการฉ้อโกงผู้อื่นของน้องพร แต่จากการสืบค้นข้อมูลแล้วพบว่า น.ส.สร้อยเพ็ชร แจ้งทำบัตรประชาชนใหม่ถึง 7 ครั้งในช่วงที่รู้จักน้องพร มีทั้งผู้นำชุมชนรับรอง และครั้งสุดท้ายเป็นแม่รับรอง กรณีนี้จะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ เพราะ น.ส.สร้อยเพ็ชรรู้อยู่แก่ใจว่าบัตรไม่ได้หายจริงๆ โดยจะมีโทษทั้งจำและปรับ ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ยังได้สอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับน้องพร โดยเฉพาะคนใกล้ตัวอย่างพ่อ-แม่ น้องพร โดย […]

เดือดร้อนหนัก! เหยื่อ ‘น้องพร’ วอนผู้มีอำนาจช่วยเหลือตามเงินคืน (คลิป)

จากกรณีน้องพร, น้ำมนต์ หรือ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ สาวหลอกแต่งงานกับชายหนุ่ม มีผู้เสียหาย 13 คน แต่น้องพรยืนยันว่าแต่งงานด้วยเพียง 7 คน ที่เหลือเป็นเพียงการฉ้อโกงทางธุรกิจนั้น ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของเหยื่อ คือนายไพรัช พึ่งสุข ที่จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งทางครอบครัวนายไพรัชเองก็ได้รับความลำบาก เนื่องจากค่าสินสอดจำนวน 1.8 แสนบาท พร้อมทองคำหนัก 4 บาท ทางพ่อและแม่ของนายไพรัชได้ไปกู้มาและต้องเป็นหนี้ นายบุญเลิศ พึ่งสุข ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า น้องพรหลอกว่าเงินสินสอดดังกล่าว จะนำไปลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับผลไม้ แต่หลังจากแต่งงานได้เพียง 1 วันก็บอกให้เจ้าบ่าว คือนายไพรัช กลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่เพชรบูรณ์ ก่อนที่น้องพรจะตามมาที่บ้านและเอาเงินสินสอดและรถยนต์ ไฮลักซ์ วีโก้ ของตนไป บอกจะเอาไปรับผลไม้ที่สวน โดยมีนายไพรัชโดยสารไปด้วย แต่เมื่อถึงสวนผลไม้ น้องพรกลับบอกให้นายไพรัชนั่งรถโดยสารกลับมาก่อน และขับรถยนต์หลบหนีไป ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ มารู้ตัวอีกทีเมื่อมีข่าวเรื่องฉ้อโกงออกมาแล้ว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตามเงินมาคืนให้ทางครอบครัว เนื่องจากตอนนี้เดือดร้อนและเครียดมาก นอกจากทางพ่อแม่ของนายไพรัชแล้ว […]

อ่วม! ‘น้องพร’เตรียมรับอีกข้อหาคดีฉ้อโกง ด้าน ‘พ่อแม่’ ประสานพบ ตร. แจงถูกโยงหลอกแต่งงาน

จากกรณีที่ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือ พร สาวลวงโลกหลอกแต่งงานกับชายหนุ่ม ที่ก่อคดีอื้อฉาว มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามที่เป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่องนั้น ความคืบหน้า พ.ต.อ.อริยะ พันธุฟัก ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีญาติของ น.ส.จริยาภรณ์ มาขอยื่นประตัวแต่อย่างใด ส่วนการขออายัดตัวนั้น มี สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ได้มีหน้งสือแจ้งอายัดตัวในคดีฉ้อโกงไว้ ทั้งนี้ ในส่วนของ สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ ได้มีการแจ้งความไว้ 3 คดี ได้แก่คดีฉ้อโกงจำนวน 2 คดี และคดีลักทรัพย์จำนวน 1 คดี ซึ่งทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี ส่วนการจะดำเนินคดีกับพ่อแม่ของผู้ต้องหาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผู้เสียหายถ้าไม่ติดใจเอาความ สามารถยอมความกันได้ เพราะเป็นคดีฉ้อโกงไม่ใช้กรณีลักทรัพย์ที่ไม่สามารถยอมความกันได้ ขณะที่บรรยากาศที่เรือนจำธัญบุรีเป็นไปอย่างปกติ ยังไม่มีญาติของ น.ส.จริยาภรณ์มายื่นเรื่องขอเข้าเยี่ยมแต่อย่างใด ด้าน พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีนี้เช่นกันว่า ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้เสียหายมาเเจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเเต่อย่างใด ยอดผู้เสียหายยังเท่าเดิมอยู่ ตามที่นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ เเจ้งไว้มี 13 คน เเต่ขณะนี้ยังสอบได้ไม่ครบ สอบได้เท่ากับวันเเรก […]

พี่สาวเผย สามีเก่า ‘น้องพร’ เคยทิ้งไปมีคนใหม่ คาดเป็นปมให้น้องสาวหลอกผช.แต่งงาน!

หลังจาก น้องพร ถูกจับกุมตัวได้ วันนี้ ผู้สื่อข่าวของเรา ลงพื้นที่ไปยัง พื้นที่หมู่ 11 ต.ศรีสงคราม อ.วังสะพุง ไปที่บ้านของนางเหมียว พี่สาวคนโต ของน้องพร พบข้อมูลใหม่ ซึ่งอาจเป็นเหตุจูงใจให้น้องพรก่อเหตุหลอกลวงผู้ชายให้มาแต่งงานด้วย โดยเหมียวบอกว่า สามีคนแรกของน้องพร ที่มีลูกด้วยกัน 2 คน อยู่อำเภอท่าลี่ จ.เลย ก่อนเลิกกันก็ทราบว่า ฝ่ายชายหนีไปมีผู้หญิงคนใหม่ซึ่งก็ไม่แน่ในว่าเป็นมูลเหตุที่ทำให้น้องสาวมาทำแบบนี้หรือไม่ แต่เรื่องอื่นๆ ของน้อง ตอนนี้ตนยังไม่ทราบ ที่ผ่านมาเป็นระยะเวลา 4-5 ปี ไม่ได้ติดต่อหรือข้องเกี่ยวกับน้องสาวคนนี้เลย เหมียว ยังบอกอีกว่า ตอนนี้ตนมีอาการไม่สบายเพราะเครียดกับเรื่องนี้มาก ทำให้ออกไปขายของที่ตลาดนัดไม่ได้ และขาดรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัว หลังจากได้ทราบข่าวว่าน้องสาวถูกจับกุมตัวแล้ว ในฐานะที่เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน ก็รู้สึกเป็นห่วงแต่ก็ขอให้เป็นไปตามเวรตามกรรม ตอนนี้เป็นห่วงพ่อกับแม่มาก ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง ทั้งสองคนก็อายุมากแล้ว และเริ่มเจ็บป่วยด้วย หนีหายไปนานกว่า 8 วันแล้ว อยากให้เรื่องนี้จบลงเร็วๆ พ่อกับแม่จะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเสียที

‘น้องพร’น้ำตาตกในถูกสื่อจี้ถาม…มีความรักบ้างไหม? ยอมรับหลอกหนุ่มแต่งงานแค่ 7 ราย ที่เหลือฉ้อโกงธุรกิจ

หลังติดตามตัวอยู่นาน ในที่สุด “น้ำมนต์” หรือ “น้องพร” น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ วัย 32 ปี ที่ก่อเหตุหลอกลวงชายหนุ่มหลายรายแต่งงานก่อนเชิดเงินสินสอดหลบหนีไป ก็ไม่รอดเงื้อมมือกฎหมาย ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 60 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัว น.ส.จริยาภรณ์ พร้อมด้วยนายกิตติศักดิ์ ตันติวิวัฒกุล ชายหนุ่มคนสนิทของเธอ มาแถลงข่าวกับสื่อมวลชน หลังสามารถจับกุมตัวได้ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อกลางดึกวานนี้ (7 ก.ย.) น.ส.จริยาภรณ์ อ้างว่าไม่ได้มีเจตนากระทำเรื่องดังกล่าว พร้อมกับยืนยันว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกแต่งงานเพียง 7 ราย ไม่มากเหมือนที่โดนกล่าวหา เพราะคนอื่นๆ ไม่ได้ถูกหลอกแต่งงาน แต่เป็นการฉ้อโกงธุรกิจที่ทำร่วมกัน อย่างไรก็ตาม สีหน้าของ “น้ำมนต์” เปลี่ยนไปทันที เมื่อถูกถามถึงเรื่องความรัก ความจริงใจ ที่ชายหนุ่มและครอบครัวมีให้ว่า เธอเคยรู้สึกรักบ้างหรือไม่ โดยเธอถึงกับพูดไม่ออก และมีอาการสะอึกสะอื้น ด้านนายกิตติศักดิ์ หรือตี๋ เพื่อนชายคนสนิท ปฏิเสธไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว และว่าตอนนี้ตนก็สูญเงินไปประมาณ 4-5 หมื่นบาท […]

อวสานนิยายรัก ‘น้องพร’ สาวหลอกแต่งงาน จนมุมที่สามพราน ตร.ตะครุบตัวก่อนหลบหนี คุมสอบเครียด (คลิป)

จากกรณีที่น้องพร (นามสมมติ), น้ำมนต์ หรือ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ ชาวจังหวัดเลย ก่อเหตุหลอกลวงชายหนุ่มหลายคนจัดงานแต่งงาน ก่อนเชิดสินสอดและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มีผู้เสียหายแสดงตัวกว่า 10 รายนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 60 เวลาประมาณ 20.00 น. ตำรวจสามารถจับกุมน้องพร หรือ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ ได้แล้วที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ขณะกำลังจะทำการหลบหนี โดยได้นำตัวมาสอบปากคำตลอดทั้งคืนจนถึง 04.00 น. ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ชั้น 1 กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.จริยาภรณ์มีอาการค่อนข้างเครียด พยายามจะหลบหนีเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าว นอกจากนี้ตำรวจยังได้มีการยึดรถยนต์ทั้งสิ้น 2 คัน เป็นรถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ 1 คัน และรถยนต์นิสสันอีก 1 คัน คาดว่าหนึ่งในรถยนต์ดังกล่าว เป็นของนายไพรัช พึ่งสุข หนึ่งในเหยื่อที่ถูกน้องพรขับรถออกมาก่อนทำการหลบหนี นอกจากน้องพร มีการควบคุมตัวผู้ชายอีก 1 คน […]

เหยื่อ ‘น้องพร’ ยืนยันล่าตัวจนถึงที่สุด! ทนายสงกรานต์ร้อง ป.ป.ง. อายัดบัญชีทั้งครอบครัว (มีคลิป)

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวียังคงเกาะติดกรณีที่หญิงวัย 32 ปี ชื่อ น้ำมนต์, น้องพร หรือชื่อจริง นางสาวจริยาภรณ์ บัวใหญ่ ชาวจังหวัดเลย ก่อเหตุหลอกลวงชายหนุ่มหลายคนจัดงานแต่งงาน ก่อนเชิดสินสอดและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ล่าสุดผู้เสียหายรวม 4 คน มาเปิดใจอีกครั้งในรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ทางช่องอมรินทร์ทีวี พร้อมกับทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ผู้เสียหายส่วนใหญ่ บอกว่า หากเจอตัวน้องพร หรือน้ำมนต์แล้ว ก็อยากถามว่า ทำแบบนี้ลงไปได้อย่างไร เพราะทุกคนต่างก็รักและเอ็นดูน้องพร ทุ่มเททุกอย่างให้แบบเกิน 100% โดยย้ำด้วยว่าจะเอาผิดให้ถึงที่สุด เพราะตอนนี้ผู้เสียหายทุกคนก็ทุกข์หนัก ลำบาก ต้องใช้หนี้ที่เอามาลงทุนกับน้องพรเดือนละหลายบาท ด้านทนายสงกานต์ บอกว่า กรณีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี กำลังเร่งติดตามตัวน้องพร หรือน้ำมนต์มาดำเนินคดีตามกฎหมาย และกำลังเร่งตรวจสอบว่ามีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ หลังมี 1 ในผู้เสียหายบอกว่า เคยถูกตำรวจข่มขู่ไม่ให้เอาความ และปล่อยตัวน้องพรไป หลังจับกุมตัวมาที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ซึ่งล่าสุดก็เร่งตรวจสอบครอบครัวว่าเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะปรากฏภาพถ่ายในงานแต่งทุกครั้ง ขณะที่ น.ส.สร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ ตัวจริงนั้นก็ยังไม่มีการติดต่อมาที่ตำรวจ แม้การตรวจสอบมีการลงบันทึกแจ้งความบัตรหาย แต่กลับไม่มีการแสดงตัวใดๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา วันพรุ่งนี้ทนายสงกานต์ […]

ผู้ชายเหยื่อน้องพร เผยหลงเสน่ห์ ถูกแหกตา อ้างตั้งท้องจ่ายสินสอดดูแลก่อนเชิดหนี (คลิป)

จากกรณีที่นางสาวจริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือน้ำมนต์ หรือพร สาวหลอกหนุ่มแต่งงาน ที่ได้หลอกชายหนุ่มแต่งงานแล้วเชิดสินสอดมูลค่าหลายแสนหนีไป ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีผู้เสียหายจำนวนหลายรายมาก โดยล่าสุดมีผู้เสียหายมาแสดงตนจำนวนหลายราย แล้วขณะนี้ก็ถูกออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ล่าสุด วันนี้ (4 ก.ย. 2560) คุณวิพล โพธิ์สุวรรณ ผู้เสียหาย ได้เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผ่านรายการต่างคน ต่างคิด ออกอากาศเวลา 18.45 น. ว่า ตนรู้จักกับนางสาวจริยาภรณ์ หรือน้ำมนต์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก ก่อนที่ฝ่ายหญิงชวนแต่งงาน เรียกค่าสินสอด 200,000 บาท แล้วชักชวนให้ทำธุรกิจไร่ส้ม ก่อนแต่งฝ่ายหญิงก็ได้มีการนำรูปภาพที่เป็นแผ่นอัลตราซาวด์ให้ดู ตนก็ดีใจที่ฝ่ายหญิงท้อง แล้วบอกฤกษ์แต่งงาน พอถึงวันแต่งสินสอดของตนไม่ครบ ฝ่ายหญิงจึงเลื่อนงานแต่ง ตนจึงโอนเงินค่าสินสอดให้ ฝ่ายหญิงกลับบอกว่าพ่อแม่ไม่อนุญาต ก่อนบอกว่าแท้งลูก สุดท้ายสูญเงินไปประมาณ 520,000 บาท โดยคุณวิพล ยอมรับว่า หากจับกุมตัวนางสาวจริยาภรณ์ได้ก็อยากที่จะไปดูหน้า เพราะอยากจะไปสอบถามว่าความจริงเป็นอย่างไร เนื่องจาก พ่อตนก็ต้องมาตรอมใจตายเพราะหนี้สินที่มี ส่วนที่ตนคิดจะแต่งงานกับฝ่ายหญิงเพราะอยากทำธุรกิจและสร้างฐานะด้วยกัน ไม่ได้คิดที่จะหลอกเอาทรัพย์สินแต่อย่างใด อีกทั้งฝ่ายหญิงก็มีเสน่ห์ ขณะที่ คุณไพรัตน์ พึ่งสุข ผู้เสียหาย บอกว่า […]

เปิดใจเหยื่ออีกราย หลงเชื่อ’น้องพร’สาวแสบ เป็นหนี้หัวโตกว่า 5 แสน ยังต้องชดใช้เดือนละ 2 หมื่น

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวียังคงเกาะติดกรณี “น้องพร” (นามสมมติ) สาววัย 32 ปี ชาว จ.เลย หลอกลวงชายหนุ่มหลายรายไปแต่งงานด้วย ก่อนเชิดเงินค่าสินสอดไปลอยนวล โดยเหยื่อรายล่าสุดที่ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้พูดคุยด้วย เป็นชาวจังหวัดระยองบอกว่า สูญเงินไปกว่า 500,000 บาท ผ่านไป 2 ปียังต้องแบกรับภาระใช้หนี้เดือนละกว่า 20,000 บาท คุณหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 38 ปี เปิดเผยว่า รู้จักกับน้องพรเมื่อปี 2558 โดยตัวเองเป็นคนทักอินบ็อกซ์ ไปหาน้องพร เพราะเห็นโปรไฟล์ว่าทำธุรกิจค้าขายผลไม้ และตอนนั้นที่บ้านตนมีสวนขนุน จึงสนใจอยากทำธุรกิจด้วย หลังพูดคุยกันได้เพียง 3 วัน น้องพรก็เดินทางมาหาที่บ้าน อ.แกลง และอยู่ค้างคืนด้วย 1 คืน โดยมีการพูดจาหารือเกี่ยวกับการร่วมทำธุรกิจ ตอนนั้นคุณหนึ่งบอกว่าไม่มีเงินร่วมทำการค้า จึงยอมให้ทองที่มีติดตัว 1 บาทให้ไป ก่อนที่น้องพรจะหายไป 3-4 วัน และติดต่อกลับมาหาอีกครั้ง เพื่อชวนทำฟาร์มเห็ด คุณหนึ่งเล่าต่อว่า หลังรู้จักกันได้ประมาณ 1 เดือนก็เริ่มมีการพูดคุยเรื่องแต่งงาน […]

พ่อ-แม่น้องพรเผ่นแล้ว! พี่สาวร่ำไห้ขอโทษผู้ชายถูกหลอกเชิดสินสอด วอนน้องมอบตัว (คลิป)

จากกรณีที่นางสาวพร อายุ32ปี ได้ถูกสภ.ประตูน้ำพระอินทร์จ.ปทุมธานีและศาลจังหวัดชุมพรออกหมายจับฐานฉ้อโกงและมีหมายจับอีกหลายท้องที่โดยมีผู้เสียหายที่เป็นชายที่ถูกหลอกให้แต่งงานแล้วนำสินสอดหลบหนีไปนั้น ขณะที่ พ.ต.อ.สุจินต์  นาวาเรือน  ผู้กำกับ สภ.วังสะพุง  สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและสายตรวจ สภ.วังสะพุง  ได้เข้าตรวจสอบบ้านที่บ้านหมู่ 11 ต.ศรีสงคราม อ.วังสะพุง จ.เลย  ซึ่งเป็นบ้านของน.ส.พร ผู้ต้องหาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อไปถึง พบว่าบ้านทั้งสองหลังไม่มีใครอยู่ และล็อคกุญแจบ้านไว้ สอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า บ้านหลังนี้ส่วนใหญ่เห็นมีพ่อกับแม่น.ส.พร อยู่กันสองคน ไม่เห็นเข้ามาบ้านสามวันแล้ว  ส่วนน้ำมนต์ลูกสาวคนเล็กนั้นก็ไม่ค่อยได้เจอ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่บ้านสวนของพ่อผู้ต้องหา  พบนางเหมียว(ขอสงวนชื่อจริง) อายุ 40 ปี พี่สาวคนโตอยู่ภายในบ้านพร้อมกับหลานและสามี  โดยไม่พบพ่อกับแม่ของน.ส.พร แต่อย่างใด ซึ่งนางเหมียว พี่สาวบอกกับผู้สื่อข่าวว่า พ่อกับแม่หายไปตั้งแต่สามวันที่แล้ว โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้เลย ตอนนี้รู้สึกเสียใจที่น้องไปทำเช่นนั้น การแต่งงานแต่ละครั้ง ตนกับสามีก็ไม่เคยได้รับรู้และไม่ได้ไปร่วมงาน เพราะปี 2557 มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง น้องสาวมายืมเงิน 10,000 แล้วไม่คืน จึงไม่ได้สนใจใยดี แทบจะตัดขาดความเป็นพี่-น้อง นางเหมียว กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและมีน้ำตาไหลออกมาว่า หลังจากวันที่ตำรวจมาที่บ้านเมื่อสามวันที่แล้ว พ่อกับแม่ก็เครียดทรุดลง เพราะโรคความดันกำเริบ แล้วก็บอกว่าจะไปซื้อของในเมืองเลยมาทำขนมไปขาย […]

เหยื่อน้องพร ร่ำไห้โดนหลอกทั้งบ้านหนี้ท่วม ฟาดเงิน3แสนสู่ขอ หลอกแต่ง 1 วันทิ้งเลย (คลิป)

ความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับน้องพร (นามสมมติ) หญิงอายุ 32 ปี ชาวจังหวัดเลย ที่ไปหลอกลวงผู้ชายหลายรายแต่งงานก่อนเชิดเงินสินสอดหายไปอย่างลอยนวล วันนี้ (3 ก.ย.) กลุ่มผู้เสียหายได้รวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีก่อนเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่กองปราบฯ โดยหนึ่งในผู้เสียหาย คุณวิพล โพธิ์สุวรรณ บอกว่า ตนในฐานะคนแรกที่ออกมาตีแผ่เรื่องนี้ก็มีทั้งความสบายใจและกังวลใจปะปนกันอยู่ เพราะตอนนี้ก็ยังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีของคุณพ่อ จึงตั้งใจที่จะออกมาเผยแพร่เรื่องของน้องพรให้ถึงที่สุด เพื่อเตือนภัยให้สังคมได้รับรู้ ตอนนี้รวบรวมผู้เสียหายได้แล้วกว่า 10 ราย ทุกคนยืนยันรูปแบบในการพูดคุยว่า เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ทำให้เชื่อใจและชวนร่วมลงทุน ก่อนหนีหายไป ตอนนี้ก็คาดหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามตัวน้องพรมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ และยังแอบหวังว่าจะได้เงินที่ถูกหลอกไปคืนด้วย เพราะหลายคนตอนนี้ก็ต้องมาแบกรับใช้หนี้ที่กู้ยืมมาลงทุนกับน้องพร ทั้งนี้ เตรียมแจ้งความเอาผิดกับพ่อแม่ของน้องพรด้วย เพราะเชื่อว่ารู้เห็นกับลูกสาว คือ มาร่วมงานแต่งทุกครั้ง และน้องพรมักจะอ้างว่าพ่อแม่เป็นคนตัดสินใจเรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเธอ ซึ่งก็รวมถึงเงินค่าสินสอดด้วย พวกเขาจึงเชื่อว่าพฤติกรรมหลอกลวงแบบนี้ “ทำร่วมกันเป็นขบวนการ” อย่างไรก็ตาม หวังว่า น้องพรจะสามารถหยุดพฤติกรรมหลอกลวงนี้ได้ เพราะผลกระทบนั้นหนักมากจริงๆ บางคนต้องหมดอนาคตจากการรู้จักน้องพร ซึ่งเป็นไปได้อยากให้มามอบตัวกับตำรวจด้วย หากมั่นว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจ ขณะที่ คุณไพรัตน์ พึ่งสุข อายุ 28 ปี บอกว่า […]

keyboard_arrow_up