ชักอยู่ยาก!? หมอแมวเผย พบ ‘กลุ่มคนรักหมา’ ประกาศตามล่า ‘คน-เพจ’ ที่เตือนเรื่องพิษสุนัขบ้า

ไม่ว่าจะด้วยความรักหมา หรือเพราะความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโลกพิษสุนัขบ้า ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการทวิตของความของหมอแมวในทวิตเตอร์ ที่ออกโรงโพสต์เตือนว่า…ตอนนี้ในFacebookน่ากลัวมาก มีคนที่ไม่เชื่อว่ามีโรคพิษสุนัขบ้าระบาดในสุนัขในไทย ประกาศตามล่าคนและเพจที่ให้ความรู้และะเตือนเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่กรณีแรกที่พบว่ามีคนบางกลุ่มออกมาต่อต้านการตรวจสอบโรคพิษสุนัขบ้า และตำหนิคำเตือนต่างๆ ในโลกออนไลน์ที่พยายามชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับโรคดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ภาพและข้อความเตือนสติคนรักสุนัขว่า…พิษสุนัขบ้าระบาดเป็นเรื่องจริง และมีผู้ร่วมแสดงความเห็นเชิงตักเตือนคนที่ยังไม่ทราบถึงการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าที่เกิดขึ้น (อ่านเพิ่มเติมที่ : เพจดังดึงสติ หลังคนรักหมาโพสต์ ‘พิษสุนัขบ้าระบาด’ เป็นแค่ข่าวลวงโลก) รวมทั้งมีผู้คนในโลกออนไลน์ที่พยายามรณรงค์ ให้ผู้คนเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้านที่กำลังมีการระบาดอยู่ในขณะนี้ด้วย แต่ดูเหมือนจะยังมีคนรักสุนัขอีกบางส่วนที่ไม่เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ (อ่านเพิ่มเติมที่ : โซเชียลแปลงเพลงเตือนสติ ‘คนรักหมา’ อย่าใจบุญผิดวิธี หลังมีข่าวโรคพิษสุนัขบ้าระบาด) ตอนนี้ในFacebookน่ากลัวมาก มีคนที่ไม่เชื่อว่ามีโรคพิษสุนัขบ้าระบาดในสุนัขในไทย ประกาศตามล่าคนและเพจที่ให้ความรู้และะเตือนเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า — หมอแมว (@mor_maew) 8 มีนาคม 2561

อย่าคิดว่าปลอดภัย!! เพจ ‘หมอแมว’ โพสต์เบรกกระแส ‘จูบชักโครก’ ยันกดน้ำก็ยังมีเชื้อโรค

หลังจากการเป็นกระแสในโลกออนไลน์ เมื่อพบว่ามีการโพสต์รูป ‘ฝากรอยจูบไว้ที่ชักโครก’ เพราะเชื่อว่าการกดน้ำนั้นสามารถขจัดสิ่งสกปรกไปจนหมดได้ ซึ่งล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ความรู้สนุกๆแบบหมอแมว ได้โพสต์ข้อความเตือนผู้คนที่คิดจะเลียนแบบกระแสดังกล่าว โดยระบุว่าเมื่อมีการขับถ่ายลงไป ก็จะมีเชื้อโรคติดลงไปด้วย 
และเมื่อเชื้อโรคลงไปเจอพื้นผิวที่มันสัมผัส ก็จะมีการสร้างชั้นฟิล์มขึ้นเพื่อยึดติดกับพื้นผิวเหล่านั้น ซึ่งไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าได้ และไม่ได้ถูกชะล้างไปกับการกดน้ำ แต่จะไปเห็นอีกทีก็ต่อเมื่อมันสร้างชั้นหนาๆ หรือเป็นคราบแล้วเท่านั้น

สิ้นสงสัย! หมอแมวเฉลย ทำไมหมอไม่แนะนำให้ใช้กล้วยเลี้ยงทารก แต่คนเฒ่าคนแก่ชอบใช้

เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่มีการพูดถึงอย่างกว้างขวางในช่วงปีที่ผ่านมา สำหรับกรณีการนำกล้วยบดมาเลี้ยงเด็กทารก ที่ทางการแพทย์เตือนว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะอาจเป็นเหตุให้เด็กเสียชีวิตด้วยภาวะลำไส้อุดตันได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีคนเฒ่าคนแก่ ที่เชื่อว่าใช้กล้วยเลี้ยงเด็กแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ล่าสุด ในเพจเฟซบุ๊ก ความรู้สนุกๆแบบหมอแมว ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าว โดยชี้แจงว่า เด็กทารกยังมีความสามารถในการย่อยแป้งได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ จึงทำให้เกิดอาการท้องผูก ท้องอืด ปวดท้อง ทั้งยังอธิบายว่าคนสมัยก่อนจะเลือกกล้วยที่สุกงอมมาป้อนเด็ก และบางครั้งก็เคี้ยวก่อนป้อนทำให้เอนไซม์จากน้ำลายช่วยย่อยแป้งในกล้วยที่ยังเหลืออยู่ให้หมดไป แต่ปัจจุบันคนมักจะเลือกกล้วยที่เป็นลูกสวยงามมาป้อน แถมเมื่อมีความรู้เพิ่มก็ไม่เคี้ยวแล้วคายไปป้อนให้เด็กเพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เลยทำให้แป้งไม่ถูกย่อย นอกจากนี้ กรณีที่สมัยก่อนนั้นทารกมีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก จนเราไม่มีทางรู้ได้ว่าจริง ๆ แล้วเสียชีวิตเพราะอาหารหรือเพราะติดเชื้อ ดังนั้นในยุคนี้ที่อินเทอร์เน็ตรวดเร็วเราก็ควรเลือกหนทางที่ปลอดภัยที่สุด และอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์

keyboard_arrow_up