สื่อนอกตีข่าว ‘หลวงพี่หมี’ พระไทยเดินเท้าธุดงค์เพื่อสันติภาพวันละ 10 ชม. ในสหรัฐฯ

“แอริโซน่า เดลี่ ซัน” หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ซึ่งมีฐานอยู่ในมลรัฐแอริโซน่าของสหรัฐฯ รายงานข่าว พระสุธรรม นทีทอง หรือ “หลวงพี่หมี” พระสงฆ์ชาวไทย เดินเท้า ธุดงค์วันละกว่า 10 ชั่วโมงในสหรัฐฯ โดยตั้งเป้าจะเดินถึงอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ในมหานครนิวยอร์กภายในเดือนมิถุนายนนี้ รายงานข่าวจากเว็บไซต์แอริโซน่า เดลี่ ซัน ที่มีการเผยแพร่ไปทั่วโลกระบุว่า พระสุธรรม หรือ หลวงพี่หมี ได้เริ่มการเดินธุดงค์จากมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ทางตะวันตกของสหรัฐฯ และตั้งเป้าจะเดินเท้าข้ามไปยังมหานครนิวยอร์กที่อยู่ทางตะวันออกของสหรัฐฯ ที่อยู่ห่างออกไปราว 4,830 กิโลเมตร ให้ได้ภายในช่วงปลายเดือนมิถุนายน โดยระบุ นี่เป็นการเดินธุดงค์เพื่อสร้างสันติภาพให้เกิดความรัก ความปรองดองระหว่างผู้คนที่นับถือศาสนาต่าง ๆ รายงานข่าวระบุว่า แม้หลวงพี่หมีจะต้องเดินเท้าบนทางหลวงท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายทั้งร้อนจัด และหิมะตก นานถึงวันละ 10 ชั่วโมง แต่ก็มีชาวอเมริกันจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ นำน้ำดื่มและอาหาร (ภัตตาหาร) มาถวายให้แก่หลวงพี่หมีตลอดเส้นทาง ขณะที่ผู้ที่ขับรถผ่านมาพบเห็นหลายรายก็ได้แวะทักทายและถ่ายรูปกับพระสงฆ์ชาวไทยรูปนี้ พร้อมอวยพรให้ภารกิจการเดินธุดงค์ไปยังนิวยอร์กประสบความสำเร็จด้วยดี ข้อมูลจากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ แอริโซน่า เดลี่ ซันระบุว่า พระสุธรรมหรือหลวงพี่หมี ได้เริ่มเดินเท้าธุดงค์เพื่อสันติภาพครั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา […]

กลาโหมโต้ “อินเวสติ้ง” มีข่าวปลอมบิดเบือนบิ๊กป้อมรวย ยันแจงทรัพย์ชัดผ่าน ป.ป.ช. (คลิป)

กรณีที่เว็บไซต์อินเวสติ้ง เผยแพร่ข้อมูลว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีชื่อเป็น 1 ใน 45 บุคคล ที่ร่ำรวยระดับเศรษฐีของทวีปเอเชีย ล่าสุด วันที่ 23 เม.ย. 62 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวเท็จ โดยอยากให้สื่อมวลชนไปตรวจสอบเว็บไซต์อินเวสติ้ง ว่าใครเป็นคนจัดทำข้อมูล ซึ่งทราบมาว่าบริษัทที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ดังกล่าวชื่อว่า ฟิวชั่นมีเดีย จดทะเบียนเว็บไซต์นี้ที่เกาะบริติช เวอร์จิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีข่าวปลอมในเว็บไซต์มีจำนวนมาก และส่วนใหญ่มาโยงกับเรื่องการเมือง จึงอยากให้สื่อหลักช่วยกันตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลที่เป็นจริง ก่อนที่จะมีการนำเสนอ เพราะไม่เช่นนั้น จะกระทบความน่าเชื่อถือของสื่อเองด้วย โดยเบื้องต้นกำลังตรวจสอบดูกฎหมายในการดำเนินคดี พร้อมย้ำว่าคนที่แชร์ข้อมูลเท็จมีโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ ยืนยันว่าทรัพย์สินของพลเอกประวิตร เป็นไปตามที่ยื่นบัญชีกับ ป.ป.ช.

ฝรั่งแตกตื่น ถ่ายรูปเครื่องบินหาดไม้ขาว ส่อโดนประหาร การท่าฯ แจงแค่วางกฎเหล็ก (คลิป)

วันที่ 9 เม.ย. 62 เว็บไซต์ข่าว “บิสเนสส์ อินไซเดอร์” ของสหรัฐอเมริกา และเว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ “อาร์ที” ของรัสเซีย นำเสนอรายงานข่าวว่า ทางการไทยเตรียมประกาศบังคับใช้โทษประหารชีวิตกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หากมีการถ่ายรูปเครื่องบินโดยสาร ขณะบินผ่านชายหาดไม้ขาว ที่ จ.ภูเก็ต รายงานข่าวจากสื่อดังระบุว่า ล่าสุดทางการไทยประกาศจัดตั้งเขตหวงห้ามที่มีรัศมี 9 กิโลเมตร โดยรอบสนามบินนานาชาติภูเก็ต ซึ่งการประกาศจัดตั้งเขตหวงห้ามนี้ ส่งผลให้กิจกรรมยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติก่อนหน้านี้ คือการดักรอถ่ายรูปเครื่องบินโดยสารที่บินผ่านหาดไม้ขาว กลายเป็นเรื่องต้องห้าม โดยผู้ที่ฝ่าฝืนจะได้รับโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต รายงานข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลกระบุว่า ที่ผ่านมาชายหาดไม้ขาวที่ภูเก็ต ถือเป็นเพียงชายหาดเพียง 1 ใน 2 แห่งของโลก ที่นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพเครื่องบินขึ้น-ลงจอดได้อย่างใกล้ชิด ส่งผลให้การถ่ายรูปเครื่องบินที่หาดไม้ขาวถือเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่ติดอันดับโลก นอกจากนี้ ชายหาดไม้ขาว มีที่ตั้งอยู่ห่างจากรันเวย์ 09 ของสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียงแค่ราว 1,000 ฟุต หรือราว 300 เมตรเท่านั้น รายงานข่าวจาก สถานีโทรทัศน์ อาร์ที ของรัสเซีย https://www.rt.com/news/455952-thailand-runway-selfie-death-penalty/ รายงานข่าวจากเว็บไซต์ บิสเนสส์ อินไซเดอร์ ของสหรัฐฯ […]

สื่อนอกชี้ ‘การเมืองไทย’ ไม่แน่นอนยิ่งกว่าเดิม-อาจนับคะแนนเลือกตั้งใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งยังคงเกาะติดความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังการเลือกตั้งของไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยต่างอ้างความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลในเวลานี้ โดยทางเดลี่ เมล์ สื่อของอังกฤษได้ไปสัมภาษณ์นายปีเตอร์ มัมฟอร์ด นักวิเคราะห์จากยูเรเซีย กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยง ที่ระบุว่าการเมืองไทยเวลานี้กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน ซึ่งเกิดจากสาเหตุในหลายประเด็น ทั้งการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ความเป็นไปได้ที่จะมีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ การประกาศให้ผู้สมัครบางรายขาดคุณสมบัติ และการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย ไปจนถึงความชอบธรรมของการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่มีข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตและปัญหาจากการทำงานของกกต. ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในช่วงเวลา 2 วันหลังการเลือกตั้งกลับทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมืองมากกว่ายิ่งกว่าเดิม ทั้งที่การเลือกตั้งครั้งนี้ควรจะนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยและความมั่นคง นอกจากนี้ เหล่านักวิเคราะห์มองว่าปัญหาหลังการเลือกตั้งในเวลานี้เกิดจากระบบรัฐสภา ที่มีความซับซ้อน ที่รัฐบาลทหารสร้างขึ้นมาเพื่อสกัดพรรคการเมืองคู่แข่ง ซึ่งทางรอยเตอร์มองว่าพรรคพลังประชารัฐ ที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาน่าจะได้เสียงสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ แต่จำเป็นต้องได้เสียงสนับสนุนในสภาสส.เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

ฮือฮาทั่วโลก! สื่อนอกแห่ตีข่าว ‘ทูลกระหม่อมหญิง’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ

จากกรณีที่หลายพรรคการเมืองได้ยื่นรายชื่อผู้สมัครส.ส. และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ในวันนี้ (8 ก.พ.) ซึ่งถือเป็นวันสุดท้าย สื่อต่างประเทศเองก็ให้ความสนใจกับประเด็นนี้เช่นเดียวกัน โดยสำนักข่าวยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น บีบีซี บลูมเบิร์ก เอเอฟพี ต่างพาดหัวข่าวว่าทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งทรงอยู่ในฐานะพระเชษฐภคินีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับการเสนอพระนามในบัญชีนายกรัฐมนตรี และอาจจะต้องลงสนามสู้ศึกกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย หลายสำนักข่าวได้เริ่มนำเสนอพระราชประวัติของทูลกระหม่อมหญิง รวมถึงพระราชภารกิจเพื่อสังคมที่ทรงทำมาตลอดหลายสิบปี ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

“ธวัชชัย” จวกสื่อนอกมาตรฐานต่ำ บุกบ้านซัก “เด็กทีมหมูป่า” ชี้ ไม่ควรอภัย

เมื่อวันที่ 20 ก.ค.61 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีที่สื่อต่างประเทศได้เดินทางไปสัมภาษณ์เด็กๆ ในทีมหมูป่า พร้อมทั้งไปบ้านเด็กเพื่อดูบรรยากาศต้อนรับกลับบ้าน นอกจากนี้ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของสื่อ โดยก่อนหน้านี้หลายภาคส่วนได้ขอความร่วมมือและห้ามให้มีการติดตามสัมภาษณเด็กอย่างน้อย 1 เดือน เนื้อหาในข้อความได้โพสต์ถึงกรณีดังกล่าวในเชิงที่ สื่อต่างประเทศปฎิบัติต่อเด็กและเยาวชนผู้ประสบภัยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ควรจะเป็น เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและไม่ควรให้อภัย เนื่องจาก กระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนเหตุผลที่ต้องใช้วิธีการพิจารณาสืบพยานเด็ก โดยให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์เป็นผู้แปลคำถามในระหว่างชั้นสอบถามปากคำในกระบวนการก่อนพิจารณาพิพากษาของศาล ทั้งนี้ นายธวัชชัย ได้ระบุอีกว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สื่อต่างประเทศที่ตนคิดและเข้าใจว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และกระบวนการปกป้องเด็กและเยาวชนเป็นอย่างดีแล้ว กลับมีมาตรฐานต่ำกว่าที่คิด เสมือนขาดสามัญสำนึกซึ่งมนุษย์ธรรมดาธรรมดาพึงระลึกได้ รวมขาดความรับผิดชอบได้เช่นนี้ ทั้งที่รู้ว่าประเทศไทยได้วางระบบการปกป้องดูแลและคุ้มครองเด็กผู้ประสบภัยกลุ่มนี้ไว้อย่างไร ขอบคุณภาพจาก abc NEWS และ เฟซบุ๊ก ธวัชชัย ไทยเขียว  

เทพชัย หย่อง โพสต์โวย ‘สื่อนอก’ แห่ดักสัมภาษณ์พิเศษถึงบ้าน ‘ทีมหมูป่า’

สืบเนื่องจากกรณีที่ “เจมส์ ลองแมน” ผู้สื่อข่าวหนุ่มชาวอังกฤษ วัย 31 ปี ที่คนไทยเพิ่งจะคุ้นเคยกับเขา เพราะเขาได้ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครชาวไทยในปฏิบัติการช่วยชีวิต 13 หมูป่า ได้เดินทางไปเยี่ยม น้องตี๋ “พรชัย คำหลวง” และพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในถ้ำ พร้อมถ่ายรูปร่วมกันและโพสต์ลงในทวิตเตอร์ (อ่านเพิ่มเติมที่ : ‘เจมส์ ลองแมน’ สื่ออังกฤษชื่อดังดอดเยี่ยมสมาชิกทีมหมูป่าถึงบ้าน) จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ และในวงการสื่อสารมวลชนไทย ที่ได้มีข้อตกลงร่วมกันว่าจะไม่ทำสกู๊ปพิเศษของทีมหมูป่า เพื่อให้เด็กๆ ได้ฟื้นฟูสภาพจิตใจ และไม่เป็นการรื้อฟื้นเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว (อ่านเพิ่ม : นักวิชาการโพสต์ประณาม ‘สื่อนอก’ มุ่งขายข่าว ‘ทีมหมูป่า’ จนละเลยสิทธิความเป็นส่วนตัว) นอกจากนี้ ทางด้าน เทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว  Thepchai Yong โดยกล่าวถึงกรณีที่สื่อนอกหลายรายพยายามเข้าถึงตัวเด็กๆ เพื่อทำบทสัมภาษณ์พิเศษของตนเอง พร้อมทั้งโพสต์ภาพของผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ ABC News ของสหรัฐอเมริกา ที่ตามไปสัมภาษณ์น้องไตตั้น  หรือ ด.ช.ชนินท์ วิบูลรุ่งเรือง อายุ 11 […]

นักวิชาการโพสต์ประณาม ‘สื่อนอก’ มุ่งขายข่าว ‘ทีมหมูป่า’ จนละเลยสิทธิความเป็นส่วนตัว

สืบเนื่องจากกรณีที่ “เจมส์ ลองแมน” ผู้สื่อข่าวหนุ่มชาวอังกฤษ วัย 31 ปี ที่คนไทยเพิ่งจะคุ้นเคยกับเขา เพราะเขาได้ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครชาวไทยในปฏิบัติการช่วยชีวิต 13 หมูป่า ได้เดินทางไปเยี่ยม น้องตี๋ “พรชัย คำหลวง” และพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในถ้ำ พร้อมถ่ายรูปร่วมกันและโพสต์ลงในทวิตเตอร์ (อ่านเพิ่มเติมที่ : ‘เจมส์ ลองแมน’ สื่ออังกฤษชื่อดังดอดเยี่ยมสมาชิกทีมหมูป่าถึงบ้าน) ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ โดยกล่าวชื่นชมสื่อไทยที่ทำหน้าที่โดยยึดกรอบจริยธรรมสื่อ โดยคำนึงถึงสิทธิเด็ก และผู้ตกเป็นข่าวในกรณีภารกิจช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลเยาวชนหมูป่า พร้อมทั้งขอประณามสื่อนอกที่มุ่งขายข่าวจนละเลยสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็กและครอบครัว เข้าไปวุ่นวายกับวิถีชีวิตของพวกเขาทั้งที่ได้รับการร้องขอแล้วก็ตาม

ทั่วโลกส่งกำลังใจ!! เกาะติดภารกิจช่วย ’13 ชีวิต’ จากถ้ำหลวง-นางนอน ติดค้างเข้าวันที่ 4

นิวยอร์ก โพสต์ เว็บไซต์ข่าวชื่อดังของสหรัฐฯ รวมถึงหนังสือพิมพ์ ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮรัลด์ สื่อยักษ์ใหญ่ของออสเตรเลีย เกาะติดรายงานข่าวภารกิจการค้นหา และช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชน และโค้ชรวม 13 ชีวิต ภายในถ้ำหลวง-นางนอน ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายของไทย รายงานของทั้งนิวยอร์ก โพสต์ และซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ ระบุว่า ถือเป็นปฏิบัติการกู้ภัยครั้งสำคัญ ที่ผู้คนทั่วโลกกำลังเฝ้าจับตามอง และส่งแรงใจมาช่วยให้นักฟุตบอลเยาวชนของทีมหมูป่าที่มีอายุระหว่าง 11-16 ปี และโค้ชประจำทีมวัย 25 ปี ปลอดภัย และได้รับการช่วยเหลือโดยเร็ว หลังจากติดค้างอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้มาเป็น “วันที่ 4” แล้ว สื่อดังของสหรัฐฯและออสเตรเลียต่างระบุว่า สภาพทางภูมิศาสตร์ของถ้ำหลวง-นางนอนที่มีความลึกกว่า 8 กิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในถ้ำที่ได้ชื่อว่ามีความสลับซับซ้อนมากที่สุด และจำเป็นต้องพึ่งพาทีมนักดำน้ำนับสิบชีวิตจากหน่วยนาวิกโยธินของไทย (หน่วยซีล) ในการเข้าถึงพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งติดตั้งสายส่งไฟฟ้าระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร เพื่อแก้ปัญหาเรื่องแสงสว่าง ระบบไหลเวียนอากาศ และระบบการสื่อสารกับโลกภายนอก ให้กับสมาชิกหน่วยซีล ที่เข้าร่วมภารกิจค้นหาภายในถ้ำแห่งนี้ สื่อต่างประเทศทั้ง 2 สำนักยังระบุด้วยว่า […]

สื่อตปท. ตีข่าว ‘บอสอิตาเลียนไทย’ บุกรุกทุ่งใหญ่ฯ ป่ามรดกโลก-ล่าสัตว์คุ้มครอง

วอชิงตันโพสต์ นิวยอร์กไทมส์ สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ รวมถึงสำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ รวมสำนักข่าวระดับโลกอื่นๆ รายงานข่าวการจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต นักธุรกิจชื่อดังวัย 63 ปี และประธานบริหารบริษัทก่อสร้างรายใหญ่ อิตาเลียน-ไทย ดีเวลอปเมนท์ จากความผิดฐานล่าเสือดำ และสัตว์ป่าอื่นๆ ในผืนป่าอนุรักษ์ที่เป็นมรดกโลก รายงานข่าวจากสื่อต่างประเทศระบุว่า นอกจากผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตกจะเป็นพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีความสำคัญของไทยแล้ว ผืนป่าแห่งนี้ยังถูกขึ้นบัญชีเป็นแหล่งมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย ดังนั้น การบุกรุกเข้าไปตั้งแคมป์เพื่อลักลอบล่าสัตว์ป่าคุ้มครองของนายเปรมชัยและพวก จึงเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดต่อผืนป่าที่เป็น “สมบัติร่วมกัน” ของผู้คนทั่วโลกอีกด้วย อย่างไรก็ดี รายงานของวอชิงตันโพสต์ระบุด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่นายเปรมชัยจะสามารถหลุดรอดจากการลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม จากความร่ำรวยและ “สายสัมพันธ์ที่ดี” กับผู้มีอำนาจในหลายวงการของไทย ในอีกด้านหนึ่งมีรายงานว่าองค์กรด้านการอนุรักษ์ระดับโลก 6 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย องค์กรฟรีแลนด์ , กรีน เวิลด์ ฟาวเดชั่น , เลิฟไวล์ดไลฟ์ , แทร็ฟฟิค, ไวล์ดเอด และกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อ ประณามนายเปรมชัยและพวกที่ล่วงละเมิดต่อมรดกทางธรรมชาติของไทย พร้อมย้ำว่า ไม่ว่านายเปรมชัยจะร่ำรวยและมีอิทธิพลมากเพียงใดก็ไม่มีสิทธิ์ทำตัวอยู่เหนือกฏหมาย และเข้าไปย่ำยีผืนป่ารวมถึงสัตว์ป่า โดยเฉพาะสายพันธุ์เสือดาวอินโดจีน(ชื่อทางการของเสือดำ) ที่เหลืออยู่บนโลกเพียงแค่ 2,500 ตัว […]

‘ตูน’ เปิดใจสื่อนอกยันไม่เคยหวังเป็นฮีโร่! ขอเป็นสะพานเชื่อมคนให้มองเห็นปัญหาเท่านั้น

โครงการก้าวคนละก้าวของ “ตูน บอดี้สแลม” ไม่ได้เป็นปรากฏการณ์แค่ในประเทศไทยเท่านั้น ล่าสุดสื่อต่างประเทศยังให้ความสนใจกับโครงการฯ นี้ด้วย โดยเว็บไซต์ของแชนนอล นิวส์ เอเชีย สื่อใหญ่ของสิงคโปร์ ได้สัมภาษณ์ตูนถึงโครงการฯ ที่เขาใช้การวิ่งมาระดมทุน เพราะการวิ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เมื่อเทียบกัน ถ้าหากว่าเขาใช้ความเป็นศิลปินจัดคอนเสิร์ตระดมทุน พอได้เงินมาแล้วหักค่าใช้จ่ายก็จะเหลือเงินนิดเดียวซื้ออะไรแทบไม่ได้ เขาเลยคิดว่าใช้ตัวเองนี่แหละออกวิ่งเพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนในวงกว้างได้รับรู้ถึงปัญหาและรับเงินบริจาคไปด้วย ส่วนเรื่องที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า วิ่งไปก็แก้ปัญหาไม่ได้ ตูน บอกว่า เขาไม่สนใจ เขาไม่เคยอยากเป็นฮีโร่ หรือเป็นคนสำคัญอะไร แค่อยากเป็นสะพานเชื่อมคนทั้งประเทศให้มองเห็นปัญหานี้เท่านั้น. ภาพจาก instagram/artiwara

สื่อนอกตีข่าวปรากฏการณ์ ‘รุ้งไฟ’ เหนือท้องฟ้าในจังหวัดเชียงใหม่ (คลิป)

สื่อต่างประเทศได้รายงานข่าวภาพปรากฏการณ์ “รุ้งไฟ” ที่ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าในจังหวัดเชียงใหม่ของไทย ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับผู้พบเห็น ขอบคุณภาพ srinivasgoud kashagouni ที่เห็นอยู่นี้เป็นคลิปวิดีโอของปรากฏการณ์รุ้งไฟ ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเดลี่เมล์ สื่อของอังกฤษได้รายงานว่าคลิปดังกล่าวบันทึกได้เมื่อเวลาราว 16 นาฬิกาเมื่อวันศุกร์ที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวก็ทำให้ท้องฟ้ามีสีสวยแปลกตา และสร้างความตกตะลึงให้กับผู้พบเห็น ทั้งนี้ รุ้งไฟถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก และเกิดขึ้นได้น้อยมาก ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดจากการที่แสงอาทิตย์หักเหผ่านผลึกน้ำแข็งของเมฆที่ก่อตัวในชั้นบรรยากาศระดับสูง ซึ่งส่งผลให้ท้องฟ้ามีสีรุ้งสวยงามปรากฏในแนวราบของฟ้า แทนที่จะเป็นแนวโค้งเหมือนกับรุ้งกินน้ำทั่วไป.

เปิดชื่อ 14 บุคคล ‘เบาะแสสำคัญ’ ที่ได้พบ ‘ยิ่งลักษณ์’ 2 วันก่อนหายตัวปริศนา!?

แม้จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีไปที่ใด แต่จากกรณีปรากฏภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นัดพบคนสนิทจำนวน 14 คน จากกล้องวงจรปิดของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา เป็นเวลา 2 วันก่อนจะถึงนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มิได้ไปตามกำหนดนัดและหายตัวไปดังกล่าว ล่าสุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรหมกุล รอง ผบ.ตร.ก็ออกมาระบุว่า ได้มีการเชิญบุคคลบางคนที่ปรากฏในภาพมาให้ข้อมูลบ้างแล้ว ซึ่งคนสนิททั้ง 14 คนที่เป็นเบาะแสสำคัญในคดีนี้จะมีใครบ้าง ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี มีข้อมูลมารายงาน

ตระกูล’ชินวัตร’ครองพาดหัวสื่อนอก จับตาทวีตแรกในรอบ 2 ปีทักษิณ-เส้นทางหลบหนีของยิ่งลักษณ์

สื่อต่างชาติยังให้ความสนใจรายงานความคืบหน้ากรณีพี่น้องตระกูล “ชินวัตร” ทั้งเรื่องความเคลื่อนไหวล่าสุดในทวิตเตอร์ของนายกทักษิณ ชินวัตร วิธีการหลบหนีออกนอกประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมถึงแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย โดยเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 60 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเรื่องทวีตแรกของนายทักษิณในรอบ 2 ปี โดยระบุว่าข้อความนี้จะเป็นที่สนใจของคอการเมืองทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมระบุว่าได้ติดต่อไปยังโฆษกของ คสช. แต่ทางโฆษกปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น ส่วนกรณีที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ออกมาเปิดเผยวิธีการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเรื่องแถลงการณ์จากพรรคเพื่อไทย ก็มีสื่อต่างชาติหลายเจ้านำเสนอ ทั้งเอเอฟพี, เดอะ สเตรทส์ ไทม์ส และเซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ โดย เดอะ สเตรทส์ไทม์ ของสิงคโปร์พาดหัวว่า “ทางการไทยเร่งตามล่าอดีตนากยกฯ ยิ่งลักษณ์ ใน 6 ประเทศ” โดยอ้างคำพูด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ว่าได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศไปประสานผ่านช่องทางการทูตกับ 6 ประเทศ คือ […]

สื่อนอกเกาะติดคดี ‘ยิ่งลักษณ์’ ตั้งข้อสงสัยหลบหนีง่าย โฆษก ‘ทักษิณ’ ในดูไบถูกสั่งห้ามให้ข่าว

สื่อต่างประเทศยังคงเกาะติดสถานการณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสำนักข่าวรอยเตอร์ เปิดเผยว่า สามารถติดต่อโฆษกของ นายทักษิณ ชินวัตร ในดูไบได้แล้ว เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 60 สำนักข่าวรอยเตอร์สเปิดเผยว่า ปัจจุบันยังไม่สามารถติดต่อกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ แต่สามารถติดต่อโฆษกของ นายทักษิณ ในดูไบได้แล้ว แต่ทางโฆษกระบุว่าไม่ได้รับอนุญาตให้พูดกับสื่อในขณะนี้ ขณะที่สำนักข่าวบีบีซี เผยแพร่บทความอธิบายคดีระบายข้าวจีทูจี และลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งศาลมีมติถอดถอนเธอออกจากตำแหน่ง รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่าการหลบหนีครั้งนี้รัฐบาลน่าจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วยเหตุผลด้านการเมือง รวมถึงตั้งข้อสันนิษฐานว่าหากเธอไม่หนีและถูกตัดสินจำคุก ก็น่าจะทำให้การเมืองไทยต้องอยู่ในสภาพหยุดชะงักต่อไปอีกนาน ด้านหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส อธิบายความเป็นมาของคดีระบายข้าว และพูดถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไปว่ารัฐบาลทหารได้ปูทางเอาไว้แล้วในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งการเพิ่มอำนาจให้กับฝ่ายตนเอง และลดโอกาสที่พรรคการเมืองประชานิยมจะสามารถคว้าชัยชนะได้ ส่วนเอเชี่ยน คอร์เรสปอนเดนท์ ได้แสดงความคิดเห็นว่า หากดูจากโทษจำคุกที่อดีตเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้รับแล้ว ก็ไม่ยากที่จะเดาว่าหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่สู้คดี ก็น่าจะโดนโทษจำคุกสูงสุด คือ 10 ปี และยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นเรื่องที่น่าสงสัยมาก เพราะเธอถือเป็นบุคคลสำคัญที่ คสช.จับตาดูใกล้ชิด จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่เธอจะหลบหนีไปได้ นอกจากนี้ยังพูดถึงกระบวนการยุติธรรมในไทยด้วยว่าไม่ค่อยจะมีประสิทธิภาพนัก เพราะยังมีหมายจับกว่า 170,000 […]

‘สื่อนอก’ ทั่วโลกเล่นข่าวใหญ่ ออกหมายจับ ‘ยิ่งลักษณ์’

ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในไทยตอนนี้เป็นประเด็นที่สื่อต่างประเทศให้ความสำคัญ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 25 ส.ค. 60 หลายสำนักข่าวส่งทีมไปเกาะติดสถานการณ์หน้าศาล และรายงานในเว็บไซต์ รวมถึงช่องทางต่างๆ ทันทีที่ทราบว่าศาลอนุมัติออกหมายจับ บัญชีทวิตเตอร์ของสำนักข่าวอัลจาซีราขึ้นข้อความว่า “เบรกกิ้วนิวส์” หรือข่าวด่วน ระบุว่าศาลไทยออกหมายจับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่มาฟังคำพิพากษา ด้านซีเอ็นเอ็น (CNN) เป็นภาพอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ยกมือไหว้ มีสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมข้อความบอกว่าศาลออกหมายจับหลังเบี้ยวไม่เดินทางมาในวันนี้ เว็บไซต์ของ เดอะ การ์เดี้ยน (The Guardian) รายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกออกหมายจับ ในคดีจำนำข้าว ที่เธอมีโอกาสถูกตัดสินว่าผิดจริง มีโทษสูงสุดคือจำคุก 10 ปี นอกจากนั้น ในข่าวเขียนด้วยว่าถ้าหากศาลตัดสินว่าผิด ก็อาจนำไปสู่การเผชิญหน้ากันระหว่างมวลชนกับเจ้าหน้าที่ สำนักข่าวบีบีซี (BBC) รายงานสถานการณ์ล่าสุด ว่าศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาเป็น 27 ก.ย. 60 พร้อมกับมีไทม์ไลน์โครงการรับจำนำข้าวที่ทำให้เธอถูกตัดสิทธิทางการเมือง ก่อนหน้านี้ บีบีซียังบอกด้วยว่าคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ทิศทางการเมืองไทย รวมถึงมิติอีกหลายด้านในสังคมไทย นอกจากที่กล่าวมา ก็มีสื่อยักษ์ใหญ่เจ้าอื่นๆ อีก ทั้งเอพี (AP) เอเอฟพี (AFP) […]

สื่อนอกพร้อมใจตีข่าว ‘ยิ่งลักษณ์’ แถลงปิดคดีจำนำข้าว เว็บนสพ.จีนชูประเด็น ‘เหยื่อการเมือง’ พาดหัว

วันที่ 1 ส.ค. 60 สื่อต่างประเทศพร้อมใจรายงานข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย แถลงปิดคดีด้วยวาจาในคดีถูกกล่าวหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่มีมูลค่าความเสียหายนับแสนล้านบาท ขณะที่สื่อจีนพาดหัวใหญ่ด้วยประโยค “ดิฉันตกเป็นเหยื่อการเมือง” สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานระบุ กลุ่มคนเสื้อแดงและผู้สนับสนุนจำนวนมากกว่า 1,000 คน เดินทางมารวมตัวหน้าศาลในกรุงเทพฯ เพื่อให้กำลังใจ พร้อมเรียกร้องความยุติธรรม ให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ขณะที่ทางการไทยเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้คุมสถานการณ์ราว 300 นาย รายงานข่าวระบุว่า ทันทีที่อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงของไทยเดินทางมาถึงยังศาล บรรดากลุ่มผู้สนับสนุนต่างตะโกนคำว่า “สู้ สู้” จนดังสนั่น เพื่อให้กำลังใจแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ยังอยู่ระหว่างการถูกแบนห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่เมื่อปี 2015 ด้านเดลีเมล์ สื่อออนไลน์ชื่อดังของอังกฤษระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์แสดงความมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเองผ่านการให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวที่ด้านนอกศาล พร้อมยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่มีประโยชน์ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนา ที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ อย่างไรก็ดี ทั้งรอยเตอร์และเดลีเมล์ต่างระบุว่า โครงการรับจำนำข้าวในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่มีการรับซื้อข้าวจากเกษตรกรในราคาสูงกว่าความเป็นจริงเกือบ 2 เท่า เป็นโครงการที่ไม่สอดคล้องกับกลไกตลาด และเป็นเพียงนโยบายที่ถูกคิดขึ้นเพื่อสนองประโยชน์ทางการเมืองแลกเปลี่ยนกับคะแนนเสียงจากเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพที่มีสัดส่วนสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบครึ่งหนึ่งในตลาดแรงงานของไทย ขณะที่หนังสือพิมพ์ เซาท์ ไชน่า […]

สื่อนอกตีข่าวปมยึดทรัพย์คดีจำนำข้าว จับตา 1 ส.ค. ‘ยิ่งลักษณ์’ แถลงปิดคดีด้วยวาจา

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของตนในคดีรับจำนำข้าว และเตรียมแถลงชี้แจงต่อศาลสัปดาห์หน้า สื่อต่างประเทศหลายสำนักยังคงติดตามและรายงานความเคลื่อนไหวของคดีรับจำนำข้าว โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ส และเดอะ ซิดนี่ย์ มอร์นิ่ง เฮรัลด์ รายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าพร้อมสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในคดีรับจำนำข้าว ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาลที่ดำเนินการอายัดบัญชีและยึดทรัพย์สินของเธอในคดีรับจำนำข้าว พร้อมจะแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาต่อศาลในวันที่ 1 ส.ค.นี้ สำนักข่าวต่างประเทศยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า แม้ขณะนี้ยังจะไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ กระทำผิดในคดีรับจำนำข้าว แต่คณะกรรมการสอบสวนที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลเมื่อปีที่ผ่านมาได้สั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหาย ที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวเป็นเงิน 35,000 ล้านบาท

keyboard_arrow_up