เสียเชิงเจ้าป่า! พบกับเจ้า Lambert สิงโตที่ไม่สามารถกลับเข้าป่าได้ เพราะดันมีนิสัย ‘ติดผ้าห่ม’

ถึงจะดูเป็นนิสัยที่พบได้เฉพาะในเด็กเล็กๆ เท่านั้น แต่เมื่อคนนำลูกสัตว์มาเลี้ยงในสภาพแวดล้อมและการดูแลที่เหมือนกับเด็ก ก็ทำให้มันติดนิสัยบางอย่างที่สร้างผลกระทบอย่างมากให้กับมัน เช่นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเจ้าสิงโตน้อย Lambert ที่โตมาพร้อมกับนิสัยแปลกๆ อย่างการขาดผ้าห่มไม่ได้ และกลายเป็นปัญหาในการกลับคืนป่าของมัน จุดเริ่มต้นทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อเจ้า Lambert ยังเป็นลูกสิงโตอายุเพียง 3 เดือน และถูกนำไปเลี้ยงอย่างผิดกฎหมายโดยครอบครัวหนึ่งที่ลูกๆ เกิดอยากได้ลูกสิงโต เพราะชอบตัวละครใน The Lion King ซึ่งตอนแรกเจ้าสิงโตน้อยได้รับการดูแลอย่างดีและเป็นสมาชิกที่น่ารักของครอบครัว แต่เมื่อมันโตขึ้นจนเด็กๆ เริ่มกลัว ทำให้เขาต้องศูนย์พิทักษ์สัตว์  Global Federation of Animals Sanctuaries (GFAS) เพื่อรับมันไปดูแลและฟื้นฟูสภาพร่างกายเพื่อเตรียมส่งกลับสู่ธรรมชาติ แต่เนื่องจากเจ้า Lambert นั้นถูกเลี้ยงในกรงมาตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้มันปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่เป็นที่โล่งๆ ยากมาก แถมมันยังมีนิสัยติดผ้าห่มและที่นอนนิ่มๆ มาก จนไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสิงโตปกติได้ และแม้จะมีความพยายามปรับพฤติกรรมของมัน แต่นั่นกลับทำให้เจ้า Lambert ยิ่งควบคุมยากกว่าเดิม จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจเลี้ยงมันต่อไป เนื่องจากประเมินแล้วว่าสิงโตตัวนี้สูญเสียพฤติกรรมตามธรรมชาติไปแล้ว นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการนำสัตว์มาเลี้ยงโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง และพฤติกรรมตามธรรมชาติมัน จนทำให้สัตว์ตัวหนึ่งต้องอยู่ในพื้นที่กักขังไปตลอดชีวิต ที่มา – thedodo.com

“ดุกด้าน” ปลาสารพัดประโยชน์ จะกินก็อร่อย จะเลี้ยงก็สวยแปลกตา

ปลาดุกด้าน (Walking catfish) เป็นปลาน้ำจืดในวงศ์ปลาดุก (Clariidae) มีรูปร่างค่อนข้างยาวเรียว ส่วนหางค่อนข้างแบน มีสีเทาปนดำ ส่วนท้องมีสีขาว สามารถเคลื่อนที่บนบกได้เป็นระยะทางสั้น ๆ โดยใช้ครีบ เรียกว่า “ปลาแถก” ขนาดเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 50 เซนติเมตร สามารถพบได้ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงจนลุ่มน้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ยังพบได้ในแถบคาบสมุทรมลายู, เกาะสุมาตรา, เกาะชวา, เกาะบอร์เนียว, ฟิลิปปินส์ และมีรายงานว่าพบในศรีลังกา, บังกลาเทศ, อินเดีย และพม่า ในประเทศไทยและประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ปลาดุกถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการเลี้ยงเพื่อนำมาทำเป็นอาหาร เช่น ปลาดุกย่าง, ปลาดุกฟู หรือปลาหยอง เป็นต้น ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นปลาที่ถูกควบคุมการซื้อขายในหลายประเทศ เช่นในเยอรมนี ที่มีรายงานว่าปลาชนิดนี้ได้สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างมาก หลังจากนำเข้าไปเพื่อพัฒนาเป็นปลาเศรษฐกิจ แต่ได้มีบางส่วนที่หลุดลงไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ จนกลายเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ที่ไล่กินลูกปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็ก นอกจากจะมีการเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจแล้ว ปลาดุกยังถูกพัฒนาขึ้นเป็นปลาสวยงามที่มีสีสันและลวดลายแตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะปลาที่มีลักษณะของสีเผือกและปลาด่าง ซึ่งเป็นที่ต้องการในกลุ่มนักเลี้ยงปลาแปลกอย่างมาก

“รากกล้วย” ปลาไทยๆ ที่กินเป็นอาหารก็ได้ จะเลี้ยงใส่ตู้ปลาก็สวยไปอีกแบบ

“ปลารากกล้วย” หรือ “ปลาซ่อนทราย” เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในวงศ์ปลาหมูแท้ (Cobitidae) มีขนาดยาวไม่เกิน 30 เซนติเมตร หัวแหลม ตาเล็ก หางแหลม กลางลำตัวมีเส้นสีเทาจากหัวถึงหางระหว่างเส้นมีจุดสีดำเป็นแนวยาว ครีบหางเว้าตื้น มีพฤติกรรมชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ในพื้นท้องน้ำที่มีกรวดทรายและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว สามารถมุดทรายได้อย่างรวดเร็วเมื่อตกใจหรือจะซ่อนตัวจากสัตว์นักล่า ปลารากกล้วย เป็นปลาพื้นเมืองในรัฐอัสสัมของอินเดีย, พม่า, ไทย, เวียดนาม, มาเลเซีย (ทั้งตะวันตกและตะวันออก) และเกาะสุมาตราและเกาะชวาของอินโดนีเซีย ตัวอย่างที่นำมาจัดอนุกรมวิธานถูกจับมาจากบริเวณจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำเลอมาตัง กับแม่น้ำเอนิมในจังหวัดสุมาตราใต้ ส่วนในไทยพบที่แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำยม แม่น้ำวัง แม่น้ำมูล แม่น้ำสงคราม แม่น้ำปัตตานี เป็นต้น เนื่องจากปลาชนิดนี้เป็นปลาขนาดเล็ก จึงนิยมบริโภคด้วยการรับประทานทั้งตัวและก้าง โดยนำมาทำเป็นอาหารได้หลายอย่างทั้งการปรุงสดและตากแห้ง โดยรายการที่ขึ้นชื่อที่สุด คือ ปลารากกล้วยทอดกระเทียม รับประทานกับข้าวต้ม สำหรับการปรุงสดสามารถทำอาหารได้หลากหลาย เช่น ต้มยำ ต้มโคล้ง ฉู่ฉี่ นอกจากนี้ยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาตู้สวยงาม โดยเฉพาะในตู้ไม้น้ำ นิยมเลี้ยงเพราะเป็นปลาที่เก็บเศษอาหารที่ปลาอื่นกินเหลือไว้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยพรวนทรายให้ร่วนอยู่ตลอดเวลาด้วย จากการที่มันสามารถมุดทรายได้เป็นอย่างดี

“กรงหัวจุก” นกเงินล้านที่อยู่บนเส้นกั้นบางๆ ระหว่างการอนุรักษ์ กับธุรกิจสัตว์เลี้ยง

นกปรอดหัวโขน หรือ นกปรอดหัวจุก หรือที่นิยมเรียกกันว่า นกกรงหัวจุก (Red-whiskered bulbul) เป็นนกที่อยู่ในวงศ์นกปรอด (Pycnonotidae) ซึ่งอยู่ด้วยกันทั้งหมด 109 ชนิด สำหรับในประเทศไทยพบได้ 36 ชนิด และอยู่อาศัยในหลายสภาพแวดล้อม ตั้งแต่ยอดเขาสูง ป่าที่ราบต่ำ จนถึงทุ่งหญ้า ชายป่า และเขตที่ใกล้กับชุมนุมมนุษย์ นกกรงหัวจุกจัดเป็นนกขนาดเล็ก ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 20 เซนติเมตร ที่มีสีสันสวยงามและเสียงร้องไพเราะ ที่แก้มและคอจนถึงหน้าอกจะมีสีขาวและมีสีแดงเป็นเส้นอยู่ข้างหูลงมาถึงหน้าอกเหมือนเป็นเส้นแบ่งขนสีขาวกับสีดำที่มีอยู่ทั่วทั้งตัวขนส่วนหัวจะร่วมกัน เป็นเหมือนหน่อตั้งอยู่บนหัวสูงขึ้นไปเหมือนหัวโขน อันเป็นที่มาของชื่อ ใต้ท้องมีขนสีขาว พบกระจายอยู่ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียใต้, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงเอเชียตะวันออก แง่ของการเป็นสัตว์เลี้ยง นกกรงหัวจุกได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการเลี้ยงไว้เพื่อฟังเสียงร้องอันไพเราะ และมีการแข่งขันประชันเสียงร้องเช่นเดียวกับนกเขาชวา (Geopelia striata) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ติดกับมาเลเซีย คือ นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา ซึ่งการเลี้ยงนกชนิดนี้เป็นเหมือนหนึ่งในวัฒนธรรมและวิถีการดำรงชีวิตของผู้คนที่นั่น นกปรอดหัวโขนหากได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง สามารถมีอายุยืนนานได้ถึง 11 ปี และนกตัวใดที่มีเสียงร้องไพเราะและได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดแข่งขัน อาจมีสนนราคาถึงหลักล้านบาท อย่างไรก็ตาม นกกรงหัวจุกจัดเป็นสัตว์ที่มีรายชื่ออยู่ในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 […]

“ไทรออปส์” ฟอสซิลมีชีวิตที่อยู่บนโลกนี้มากว่า 300 ล้านปี และกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงอายุสั้นของมนุษย์

ท่ามกลางสัตว์โบราณที่สูญพันธุ์ไปมากมายตามกาลเวลา โลกนี้ก็ยังมีบางสายพันธุ์ที่ไม่รอดตายผ่านยุคต่างๆ มาอย่างยาวนาน แต่พวกมันยังเฟื่องฟูซะจนเป็นสัตว์ที่ดูท่าทางว่าจะไม่สูญพันธุ์ง่ายๆ อย่างเช่นเจ้าไทรออปส์ (Triops) สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจำพวกสัตว์ขาปล้องประเภทหนึ่ง จัดอยู่ในไฟลัมครัสตาเซียนเช่นเดียวกับ กุ้ง หรือ ปู ที่อาศัยอยู่บนโลกนี้มาตั้งแต่ยุคคาร์บอนิฟอรัส หรือเมื่อกว่า 300 ล้านปีที่แล้ว ไทรออปส์ เป็นสัตว์น้ำขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในน้ำจืด มีรูปร่างประหลาดคล้ายแมงดาทะเล และยังเป็นสัตว์ที่แทบไม่มีเปลี่ยนแปลงรูปร่างเลยแม้แต่น้อย จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์จัดพวกมันได้ฟอสซิลที่มีชีวิตอีกจำพวกหนึ่ง (living fossils) โดยไทรออปส์ในปัจจุบันจัดอยู่ในสกุลของตัวเองคือ Triops และแบ่งออกได้ทั้งสิ้น 10 ชนิด แพร่กระจายอยู่ตามหนองน้ำ หรือบึงน้ำในทวีปอเมริกาเหนือ แต่ไม่พบในอะแลสกา, อเมริกาใต้, ยุโรป, ยูเรเชีย, แอฟริกา, ญี่ปุ่น, นิวแคลิโดเนีย, ออสเตรเลีย และแอนตาร์กติกา ไทรออปส์ มีลักษณะโดยรวมคือ มีตา 3 ตาอยู่บนหัว ส่วนหางที่มีลักษณะเป็นง่ามคู่ที่ยาวออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน การหายใจ ของไทรออปส์อยู่ที่ขา ซึ่งมีมากถึง 35-71 คู่ ซึ่งใช้ทั้งว่ายน้ำและลำเลียงอาหารเข้าปาก และใช้ในหารหายใจเนื่องจาก เท้าของไทรออปส์มีอวัยวะพิเศษที่คล้ายเหงือกของสัตว์น้ำจำพวกอื่น ซึ่งขณะที่เคลื่อนที่หรือว่ายน้ำอยู่ ก็จะได้รับออกซิเจนจากน้ำผ่านเข้าไปทางขานั่นเอง นอกจากนี้ […]

“ลิงลม” สัตว์กินเนื้อสุดอาภัพ ที่ถูกมนุษย์จับมาตัดเขี้ยว และขายเป็นสัตว์เลี้ยง

ลิงลม (Slow lorises) โดยคำว่า “Loris” นั้นเป็นภาษาดัตช์ที่หมายความว่าถึง “ตัวตลกในละครสัตว์” เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Lorisidae อันดับไพรเมต (Primates) เป็นสัตว์ที่มักเคลื่อนไหวเชื่องช้ามากในเวลากลางวัน แต่จะว่องไวในเวลากลางคืน เมื่อหาอาหาร และเวลาที่โดนลมพัด อันเป็นที่มาของชื่อ เมื่อตกใจจะเอาแขนซุกใบหน้าไว้ อันเป็นที่มาของชื่อสามัญในภาษาไทยว่า “นางอาย” ลิงลมมีรูปร่างโดยรวม คือ มีขนนุ่มสั้นเหมือนกำมะหยี่ ลำตัวป้อมกลมอ้วน รูปร่างหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา มีตากลมโต มีสีขนมีความหลากหลายแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ที่อยู่อาศัยและแต่ละชนิด บางชนิดจะมีรอยขีดคาดตามใบหน้า, ส่วนหัว, ดวงตา และเส้นกลางหลัง อันเป็นลักษณะสำคัญในการแบ่งแยกชนิด มีส่วนหางที่สั้นมากจนดูเหมือนไม่มีหาง น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 1 กิโลกรัม นอกจากนี้แล้ว ยังเป็นสัตว์ที่มีลิ้น 2 ลิ้น คือ ลิ้นสั้น กับ ลิ้นยาว ใช้ประโยชน์ในการกินอาหารแตกต่างกัน รวมถึงมีกระดูกสันหลังที่มีลักษณะพิเศษที่สามารถบิดตัวได้คล้ายงูอีกด้วย จึงใช้ในการปีนป่ายต้นไม้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสภาพของขนและสียังสามารถแฝงตัวให้กลมกลืนกับธรรมชาติได้ด้วย ลิงลมทุกชนิดพบกระจายพันธุ์อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศอินเดีย จนถึงหมู่เกาะต่างๆ ในอินโดนีเซีย โดยปกติมักอาศัยอยู่ตามลำพังและใช้ปัสสาวะกลิ่นฉุนรุนแรงประกาศเขตแดน แต่ก็อาจมีอาณาเขตหากินที่ทับซ้อนกับลิงลมตัวอื่น ที่ส่วนมากจะจับแมลง สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก และไข่นกกินเป็นอาหารหลัก […]

“ปลาไหลนา” ปลาสารพัดประโยชน์ ที่คนไทยนำมากิน เลี้ยงใส่ตู้ และปล่อยสะเดาะเคราะห์

หากใครเคยออกไปเดินจ่ายตลาดสดยามเช้า เชื่อว่าต้องเคยเห็นปลาตัวยาวๆ รูปร่างคล้ายงู นอนแช่อยู่ในกะละมังน้ำตื้นๆ แน่ และคงมีคนอีกจำนวนไม่น้อยเหมือนกัน ที่อดสงสัยไม่ได้ว่า “ปลาไหลนา” พวกนี้ นอกจากนำมาปล่อยสะเดาะเคราะห์แล้ว ยังเอามาทำประโเยชน์อย่างอื่นได้ด้วยหรือ งั้นเอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับเจ้าปลาตัวลื่นๆ ที่ว่านี้กันสักหน่อยดีกว่า ปลาไหลนา (Asian swamp eel) เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งมีรูปร่างเรียวยาวคล้ายงู มีดวงตาขนาดเล็ก มีอวัยวะช่วยหายใจอยู่ในคอหอยซึ่งช่วยให้หายใจได้โดยไม่ต้องผ่านซี่กรองเหงือกเหมือนปลาทั่วไป และยังสามารถขุดรูในดินเพื่อจำศีลในช่วงฤดูร้อนได้ด้วย ลักษณะทั่วไปของปลาไหลเป็นปลาที่ไม่มีครีบใดๆ ยกเว้นบริเวณปลายหางแบนยาวคล้ายใบพาย แต่เมื่อยังเล็กจะมีครีบอก ซึ่งจะหายไปเมื่อโตขึ้น ลำตัวลื่นมาก สีลำตัวปกติเป็นสีเหลืองทอง ใต้ท้องสีขาว ในบางตัวอาจมีจุดกระสีน้ำตาล แต่ก็มีพบมากที่สีจะกลายไป เป็นสีเผือก สีทองทั้งตัว หรือสีด่าง มีความยาวประมาณ 60 เซนติเมตร พบใหญ่สุดถึง 1.01 เมตร ปลาไหลนา จัดเป็นปลาในวงศ์ปลาไหลนาที่พบมากที่สุดในประเทศไทยและเป็นชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดด้วย สามารถพบได้ทุกภาค ทุกแหล่งน้ำ ดำรงชีพด้วยการกินเนื้อเป็นอาหารสัตว์เป็นอาหาร และกินได้แม้กระทั่งซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย ซึ่งคนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะนิยมบริโภคกันมาแต่โบราณ อีกทั้งยังมีความเชื่ออีกว่า หากปล่อยปลาไหลนาแล้วจะช่วยให้ทุกข์โศกไหลไปตามชื่อ ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงกันในเชิงพาณิชย์ โดยนิยมเลี้ยงในบ่อปูน ในปลาที่มีสีกลายออกไป นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม นอกจากนี้ ปลาไหลยังมีวงจรชีวิตแปลกๆ […]

“ปลากริมมุก” ปลาไทยไซซ์ตะมุตะมิ ที่เลี้ยงเป็นปลาสวยงามขนาดน่ารัก

ปลาสวยงามนับเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่ได้รับนิยมอย่างมาก และมีปลาหลากหลายสายพันธุ์ในประเทศไทยที่กลายเป็นปลาสวยงามที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ อย่างเช่น “ปลากริมมุก” ปลาน้ำจืดขนาดเล็ก ที่มีสีสันจัดจ้านโดนใจคนเลี้ยงปลาจำนวนมาก ปลากริมมุก หรือ ปลากริมสี (Pygmy gourami) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trichopsis pumila เป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพบได้ในประเทศไทยทั่วทุกภาค มีรูปร่างเรียวยาว แบนข้าง ปากมีขนาดเล็ก พื้นลำตัวสีน้ำตาลอมเขียว เกล็ดข้างลำตัวสะท้อนแสงแวววาว ข้างลำตัวมีแถบสีคล้ำพาดยาวตามความยาวลำตัว 1 แถบ เหนือแถบมีจุดสีน้ำตาลกระจายเรียงเป็นแถว ครีบมีลักษณะโปร่งใสและมีจุดสีน้ำตาลขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่ว ปลายหางมน ตรงกลางเป็นติ่งยื่นยาวเล็กน้อย ปลายขอบครีบมีสีแดงสด มีขนาดความยาวไม่เกิน 4 เซนติเมตร จัดเป็นปลากริมที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ปลากริมมุกมีพฤติกรรมชอบอยู่รวมเป็นฝูงในแหล่งน้ำนิ่งตื้นๆ ขนาดเล็ก เช่น หนองหรือบึงน้ำ และแม้จะมีนิสัยก้าวร้าวชอบกัดกันเองในฝูงอยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่รุนแรงขั้นกัดกันจนตายเหมือนปลากัด สามารถฮุบอากาศเหนือผิวน้ำได้โดยไม่ต้องผ่านเหงือกเหมือนปลาชนิดอื่น ปลาตัวผู้มีสีสดกว่าตัวเมีย แพร่พันธุ์ด้วยการก่อหวอดใต้ร่มไม้หรือติดกับพืชน้ำ ใช้เวลาฟักไข่ประมาณ 2 วัน โดยตัวผู้จะเป็นฝ่ายดูแลไข่และตัวอ่อน โดยไม่ให้ตัวเมียเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยเลย แม้จะเป็นปลาที่หาได้ไม่ยาก แต่ด้วยสีสันที่สวยงาม เลี้ยงง่าย สามารถฝึกให้กินอาหารเม็ดได้ไม่ยาก และไม่ค่อยสร้างปัญหากับปลาอื่นที่ไม่ใช่ปลากริม ทั้งยังสามารถขยายพันธุ์ในที่เลี้ยงได้ ทำให้ปลากริมมุกได้รับความนิยมเลี้ยงจากนักเลี้ยงปลาตู้อย่างกว้างขวาง รวมทั้งนิยมเลี้ยงในตู้ไม้น้ำอีกด้วย

สัตว์เลี้ยงถูกใจสิ่งนี้! ‘โอ่งเจ้านาย’ โอ่งดินเผาติดแอร์ คลายร้อนด้วยวิธีธรรมชาติ

คนรักสัตว์มารวมตัวกันตรงนี้ รายการปากลำโพง มีผลิตภัณฑ์แสนเก๋สำหรับสัตว์เลี้ยงมาฝาก กับ “โอ่งเจ้านาย” โอ่งดินเผาคลายร้อนสำหรับสัตว์เลี้ยง คุณแป้ง นันทนัช นวลดอกรัก เจ้าของร้านเครื่องปั้นดินเผาบ้านน้องจาปุณณ์ เผยว่า แรกเริ่มเกิดจากเพจ เราเป็นคนรักแมว หรือจะเรียกว่า ทาสแมวก็ได้ ซึ่งจากการสังเกตพฤติกรรมของแมวเวลาที่ร้อน มันจะกระโดดเข้าไปอยู่ในถัง ในโอ่งดิน ทำให้เรารู้ว่า อ่อ โอ่งมันเย็นนี่เอง ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นในการทำโอ่งเจ้านาย “ปัจจุบันมียอดจองเข้ามาเยอะมาก งานดีไซน์เราจะเป็นลักษณะโอ่งเปิดโปร่งด้านหน้า ส่วนด้านบนเป็นเป็นที่ปิดแบบมีหลุม จะไว้ปลูกต้นไม้ หรือวางน้ำ หรือ น้ำแข็งเพื่อให้เย็นมากขึ้นก็ได้เช่นกัน” คุณจี๋ นฤเบศท์ เลี้ยงสุข เจ้าของร้านเครื่องปั้นดินเผาบ้านน้องจาปุณณ์ เล่าว่า โอ่งเจ้านายมีขนาดตั้งแต่ 4-22 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 100-1,200 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก : โอ่งเจ้านาย โอ่งแมว เครื่องปั้นดินเผาบ้านน้องจาปุณณ์.

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 18 ‘นำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยวัด’ มีโทษทางกฎหมายหรือไม่?

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา การ “ นำสัตว์เลี้ยงไป ปล่อยวัด ” หรือที่สาธารณะอื่น ๆ สร้างความเดือดร้อน รำคาญ ในกรณีนี้เจ้าของสัตว์เลี้ยงจะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่? ในกรณีที่เจ้าของสัตว์เลี้ยง นำสัตว์เลี้ยงของตัวเองไปปล่อยไว้ที่วัด หรือที่สาธารณะต่าง ๆ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ เนื่องจากเป็นการปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใด ๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตน มีโทษปรับ 40,000 บาท ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจเลี้ยงสัตว์สักตัวหนึ่ง ควรพิจารณาถึงศักยภาพในการดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเองด้วย ว่าสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงดังกล่าวได้ถึงวาระสุดท้ายของมันหรือไม่ เพื่อไม่เป็นการทรมานสัตว์ สร้างภาระและความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

“ดีเจแมน” โพสต์เศร้า “ฮีทสโตรก” พรากหมาสุดที่รัก

ต้องบอกว่าช่วงนี้มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการตายของเหล่าสัตว์เลี้ยงด้วยอาการ “ฮีทสโตรก” เนื่องจากอาการอันร้อนจัด เป็นจำนวนไม่น้อย ล่าสุด ทางด้านพิธีกรและนักแสดงมาดเข้ม “ดีเจแมน พัฒนพล” ก็ได้สูญเสียน้องหมาเพื่อนรักอย่างเจ้า “เอลวิส” เพราะถูก “ฮีทสโตรก” เล่นงาน ไปอีกตัว โดยเจ้าตัวได้โพสต์บอกผ่านความรู้สึกสูญเสียครั้งนี้ผ่านไอจีส่วนตัวว่า “ลาก่อนเพื่อนที่ดีที่สุดของพ่อ Elvis ทุกวินาทีมีค่า ขอโทษที่มาหาช้า ความร้อนทำให้เอลวิส มีอาการ Heat Stroke และผมถึง รพ. 4 ทุ่ม เอลวิสเข้ามาหาและเรานั่ง มองปลาในบ่อน้ำกัน และมองหน้าผม เหมือนสั่งลา และอีกครึ่ง ชม.เพื่อนที่ดีที่สุดของผมต้องจากไปตลอดกาล อย่าให้หมาอยู่ในที่ร้อนมากๆ นะครับ Rip ลูกจะอยู่ในใจพ่อตลอดกาล เหมือนเพลงที่พ่อร้องไว้นะลูก”   ดูโพสต์นี้บน Instagram   ลาก่อนเพื่อนที่ดีที่สุด ของพ่อ Elvis ทุกวินาทีมีค่า ขอโทษ ที่มาหาช้า ความร้อน ทำให้เอลวิส มีอาการ Heat Stroke และผมถึง รพ 4 […]

ผลวิจัยชี้ เลี้ยงหมามีความสุขมากกว่าเลี้ยงแมว

ทีมนักวิจัยจากเจนเนอรัล โซเชียลได้เปิดเผยผลการสำรวจล่าสุด ที่บ่งชี้ว่า คนเลี้ยงหมา มักจะมีความสุขมากกว่าคนที่เลี้ยงแมว โดยเป็นการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจากครอบครัวชาวอเมริกัน พบว่าครอบครัวที่เลี้ยงสุนัขมีความสุขมากถึง 36 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ผู้เลี้ยงแมว มีเพียง 18 เปอร์เซ็นต์ที่ตอบว่ามีความสุข สาเหตุที่ทำให้ผู้เลี้ยงสุนัขมีความสุขมากกว่าคนที่เลี้ยงแมวเป็นเพราะเจ้าของสุนัขส่วนใหญ่มักเป็นผู้ที่แต่งงานแล้ว นอกจากนี้ อุปนิสัยของผู้เลี้ยงสุนัขก็มีผลด้วยเช่นกัน เนื่องจากเจ้าของสุนัขส่วนใหญ่มีนิสัยค่อนข้างเปิดเผย น่าคบหา และเป็นกันเองมากกว่าคนเลี้ยงแมว ผลการสำรวจยังชี้ด้วยว่าการที่สุนัขสามารถดมกลิ่นต่าง ๆ ก็ช่วยให้เจ้าของมีความสุขได้เช่นกัน โดยก่อนหน้านี้มีผลการศึกษาที่ชี้ว่าสุนัขสามารถดมกลิ่นตรวจจับอาการลมชัก มะเร็งในระยะแรก ไปจนถึงอาการเบาหวานเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดของเจ้าของลดลงในระดับที่เป็นอันตราย ซึ่งความสามารถของสุนัขที่เกี่ยวข้องกับการมีชีวิตรอดของมนุษย์ก็ยิ่งทำให้สุนัขมีความผูกพันกับมนุษย์แนบแน่นมากขึ้น ถ้าหากไปเปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์เลยก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะในการตอบแบบสอบถาม ผู้ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง พบว่ามีความสุขมากถึง 32 เปอร์เซ็นต์ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 5 “สัตว์เลี้ยงเพื่อนบ้านก่อปัญหา” ควรทำอย่างไร??

กลับมาพบกับช่วง ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาที่คลายคนอาจจะกำลังประสบพบเจอกันได้ในชีวิตประจำวัน นั่นคือปัญหาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในที่พักอาศัยครับ สำหรับเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงนี้ขออนุญาตแยกเป็น 2 ประเด็นนะครับ ประเด็นแรกก็คือ การที่ เรา ได้รับความเดือดร้อนจาก สัตว์เลี้ยงของผู้อื่น เช่น สุนัข แมว นก หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ ขั้นตอนแรกที่สามารถทำได้เลยเดี๋ยวนั้นก็คือ การเจรจากับคู่กรณีเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุกระทบกระทั่งบานปลายนั่นเองครับ ส่วนถ้าหากว่าคุยตกลงกันเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าของสัตว์เลี้ยงยังไม่ได้จัดการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนที่ได้รับ ขั้นตอนต่อไปคือต้องดำเนินการแจ้งนิติบุคคลหมู่บ้าน หรือนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อให้มีคนกลางในการเจรจา แล้วถ้าหลังจากนั้นเจ้าของสัตว์เลี้ยงยังคงเพิกเฉยอยู่ ก็ต้องไปแจ้งร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตหรือเจ้าหน้าที่อำเภอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงออกหนังสือแจ้งเตือนให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงเพื่อให้แก้ไข แต่ถ้ายังเกิดการเพิกเฉยอีก ทีนี้เจ้าหน้าที่ก็จะจัดการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปครับ ส่วนประเด็นที่ 2 คือ กรณีที่ เรา เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับ ผู้อื่น  ถ้าหากว่าเกิดปัญหาขึ้นแล้ว เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรที่จะรับฟังปัญหาของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน แล้วนำปัญหานั้นมาปรับปรุงเเก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางในการอยู่ร่วมสังคมกับผู้อื่น เพราะฉะนั้นจึงควรใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหามากกว่าใช้อารมณ์ ปัญหาก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีนั่นเองครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี […]

อยากเลี้ยง “อีกัวน่า” ก็ไม่มีใครห้าม แต่จะเลี้ยงอย่างไรล่ะให้มีความรับผิดชอบ!?

แม้รูปร่างจะคล้ายกับตะกอง (Physignathus cocincinus) ซึ่งอยู่ในวงศ์ Agamidae หนึ่งในกิ้งก่าขนาดใหญ่ที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย แต่ อีกัวน่า (Iguana) นั้นเป็นสัตว์เลื้อยคลานจำพวกกิ้งก่าในสกุล Iguana ในวงศ์อิกัวนา Iguanidae) นั้นพบกระจายพันธุ์ในแถบอเมริกากลาง รวมทั้งเกาะต่าง ๆ ในภูมิภาคแคริบเบียนและพอลินีเซีย อีกัวน่านั้นถูกกล่าวถึงครั้งแรกในเชิงวิทยาศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1768 โดยโยเซฟุส นิโคเลาส์ เลาเรนที นักธรรมชาติวิทยาชาวออสเตรียในหนังสือของตนเองที่ชื่อว่า Specimen medicum, Exhibens synopsin Reptilium Emendatam cum Experimentis circia venena ในปัจจุบัน นอกจากอีกัวน่าจะเป็นอาหารพื้นเมืองในหลายประเทศแล้ว กิ้งก่าชนิดนี้ยังได้รับความนิยมเลี้ยงกันเป็นสัตว์เลี้ยงอีกด้วย แต่เนื่องจากขนาดที่ใหญ่ และสามารถโตเต็มที่ได้ถึง 2 เมตร และมีความดุร้ายเพิ่มขึ้นตามอายุและช่วงผสมพันธุ์ ทำให้ผู้เลี้ยงบางคนตัดสินใจปล่อยอีกัวน่า จนกลายเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในบางประเทศ สำหรับใครที่ต้องการเลี้ยงอีกัวน่า และไม่ต้องการเป็นคนเลี้ยงที่ขาดความรับผิดชอบ ด้วยการปล่อยให้กิ้งก่าต่างถิ่นนี้หลุดออกไปสู่ระบบนิเวศ นอกจากเรื่องของสายพันธุ์ที่ต้องศึกษาอย่างละเอียดแล้ว การทำกรงเพื่อให้อีกัวน่าอยู่อาศัยก้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะกรงเลี้ยงควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก และมีความกว้างเป็น 2 เท่า ยาว […]

หมาบ้าระบาดหนัก! เมืองตรังกางรัศมี 6 กม. เฝ้าระวัง 180 วัน ปศุสัตว์คุมเข้มสัตว์จร หวั่นลุกลาม

วันที่ 23 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายางานว่า หลังจากเหตุการณ์สุนัขติดเชื้อพิษสุนัขบ้าไล่กัดวัวที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ในเขตพื้นที่ ม.3 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง เป็นเหตุให้วัวติดเชื้อตายไปแล้ว 2  ตัว วันนี้ นางศิริลักษณ์ คงหนู ปศุสัตว์อำเภอเมืองตรัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จึงนำวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไปฉีดให้แก่วัวที่อยู่ในพื้นที่ ม.3 ต.นาโต๊ะหมิง ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงในรัศมี 6 กิโลเมตร จากจุดที่มีการติดเชื้อ พร้อมทั้งยังมีการฉีดวัคซีนให้แก่เจ้าของวัว และผู้เลี้ยงที่มีการสัมผัสกับวัวที่ติดเชื้อด้วย โดยปศุสัตว์อำเภอเมืองตรังได้มีการประสานไปยังผู้นำหมู่บ้านให้แจ้งประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง และสังเกตอาการของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะ สุนัข และแมวและต้อง ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องอีก 180 วัน เพื่อควบคุมโรคให้อยู่ในวงจำกัด โดย นางศิริลักษณ์ คงหนู เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอเมืองตรัง กล่าวว่า การฉีดวัคซีนให้วัวที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงครั้งนี้ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. หลังพบว่ามีวัวตายจำนวน 2 ตัว จากการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า เจ้าหน้าที่จึงประสานกับทุกภาคส่วนทั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานสาธารณสุข  สำนักงานปศุสัตว์ และส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำงานลงพื้นที่ร่วมกัน ในการตรวจคัดกรองโรคอย่างเข้มงวดทุกพื้นที่ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์น่าจะควบคุมได้ […]

ไม่ทิ้งกัน! คุณตาใช้ผ้าขาวม้าห่อแมวน้อย หลบพายุ “ปาบึก” ที่ศูนย์อพยพ

จากสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 150 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช จนทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ และส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหลายจุด รวมถึงเกิดปัญหาการทอดทิ้งสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ต่างๆ ที่สร้างความไม่สบายใจต่อผู้คนในโลกออนไลน์อย่างมาก (อ่านเพิ่มเติม : สะเทือนใจคนรักสัตว์! โซเชียลเผยคนทอดทิ้งสุนัขหนีพายุปาบึก) อย่างไรก็ตาม ภายหลังได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Alex Marine Junyatanakorn ได้โพสต์ภาพสุดประทับใจที่เกิดขึ้นในศูนย์อพยพปากพนัง เมื่อมีคุณตาท่านหนึ่งได้เดินทางมาหลบพายุ ณ ที่บริการประชาชนแห่งนี้ โดยมีห่อผ้าขาวม้าที่ห่อแมวน้อยตัวนึงไว้ในอ้อมอก ขอบคุณเฟซบุ๊ก Alex Marine Junyatanakorn

สะเทือนใจคนรักสัตว์! โซเชียลเผยคนทอดทิ้งสุนัขหนีพายุปาบึก

จากสถานการณ์ของพายุโซนร้อนปาบึก ที่ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณระหว่าง อ.ปากพนัง และ จ.นครศรีธรรมราช แล้ว ส่งผลให้หลายพื้นที่มีการอพยพประชาชนออกจากชุมชนไปเกือบทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยนั้น ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Phongsakorn Hongjun ได้เปิดเผยว่ามีหลายชุมชนที่ยังคงมีสัตว์เลี้ยงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่พายุ ซึ่งคาดว่าเจ้าของนั้นไม่ได้นำติดไปด้วยระหว่างที่อพยพ จนกลายเป็นภาพสะเทือนใจคนรักสัตว์อย่างมาก อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยและพบว่ามีสัตว์เลี้ยงถูกทอดทิ้ง สามารถประสานงานกับทางปศุสัตว์จังหวัด ผ่านเบอร์ 075-356-254 , 075-356-454 หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนช่วยเหลือได้แล้วบางส่วน ซึ่งล่าสุดพบว่าสถานการณ์ที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เริ่มดีขึ้นหลังพายุเคลื่อนผ่านไปแล้ว คาดว่าจะมีการทยอยเข้าช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่หลงเหลืออยู่ในพื้นที่ได้ในเร็ว ๆ นี้

คนรักสัตว์เฮ! สุนัขโคลนนิ่งตัวแรกของไทย กำหนดคลอด มี.ค. 62 จับมือเกาหลีใต้ ทุ่มสร้างตัวละ 3 ล้าน

เร็ว ๆ นี้ จะได้เห็นสุนัขโคลนนิ่งตัวแรกของประเทศไทย เป็นความร่วมมือระหว่าง สัตวแพทย์ไทย – เกาหลี มีกำหนดคลอด มีนาคมปี 2562 เหมือนต้นแบบ 99 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งใช้เงินลงทุน 3 ล้านบาทต่อตัว สุนัขโคลนนิ่งตัวแรกของไทยนี้ เป็นสุนัขพันธุ์พุดเดิล ซึ่งถูกโคลนนิ่งโดยสัตวแพทย์ไทย ร่วมมือกับเกาหลีใต้ ซึ่งนายสัตวแพทย์ศุภเสกข์ ศรจิตติ ผู้เชี่ยวชาญด้านสเต็มเซลล์ อธิบายว่า ปัจจุบันการโคลนนิ่งสัตว์เริ่มเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรักสัตว์ เพราะบางคนอาจทำใจไม่ได้เมื่อสัตว์ตายไป และหากมีกำลังทรัพย์มากพอ ก็ต้องการโคลนนิ่งสัตว์ไว้อีกตัว โดยสัตว์เลี้ยงที่จะโคลนนิ่งได้นั้น สามารถทำได้ทั้งก่อนที่สัตว์จะตาย หรือหลังจากตายแล้ว แต่ถ้าเป็นการโคลนจากสัตว์ที่ตายแล้ว เจ้าของต้องรีบนำตัวสัตว์มาให้คุณหมอเก็บเซลล์ต่าง ๆ โดยเร็วที่สุด เพราะหากเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายตาย ก็จะไม่สามารถโคลนได้ ส่วนราคา อยู่ที่ประมาณ 1 แสนเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 3 ล้านกว่าบาท และสำหรับทาสแมว ที่สนใจจะโคลนนิ่ง ก็สามารถทำได้ เพียงแต่ราคาจะสูงกว่าการโคลนสุนัข 2 เท่า เพราะจะมีขั้นตอนที่ยากกว่า […]

keyboard_arrow_up