ความเชื่อผิดๆ! โซเชียลเตือนสังคมไทย อย่าคิดว่า ‘หลั่งนอก’ แล้วจะไม่ท้อง

เชื่อว่าคงเป็นอีกหนึ่งความเชื่อผิดๆ ที่ฝั่งหัวคนไทยจำนวนไม่น้อย เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์แบบหลั่งนอก แล้วสามารถวางใจได้ว่าจะไม่ท้อง ซึ่งหลายคนก็อาจจะยังไม่เจอผลกระทบอะไรที่ตามมา แต่ก็คงมีหลายคนที่รู้แล้วว่าวิธีดังกล่าวไม่ได้ช่วยในเรื่องการคุมกำเนิดแม้แต่น้อย อย่างกรณีล่าสุดเมื่อเฟซบุ๊ก ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน ได้โพสต์ภาพที่ตรวจครรภ์ซึ่งขึ้นสองขีดของหญิงสาวรายหนึ่ง พร้อมข่อความที่ระบุว่า…สอบถามหน่อยค่ะ มีคุณแม่ท่านไหนที่หลั่งนอกตลอด แล้วยังท้องแบบนี้ไหมค่ะ #ท้องนี้ท้อง2ค่ะ มาแบบงงๆ ทั้งนี้ทางเพจดังกล่าวได้อธิบายว่า…ไม่ต้องงงลูกกกกกกกกก.. ถ้าหนูไม่ป้องกันแล้วจะมาหกคะเมนตีลังกายังไงก็ท้องได้ค่ะ เอาจริงๆ เราว่าเด็กไม่รู้เยอะมากๆๆๆๆ ต่อให้ไม่เด็กบางคนก็ยังคิดแบบนี้อยู่เลย แต่ก็ต้องยอมรับว่าการสอนเพศศึกษาในประเทศเรามันใช้ไม่ได้จริงๆ มันไม่ practical เราก็รู้กันดีว่าในหนังสือมันสอนอะไรบ้าง ทุกอย่างมันดูเป็นการให้ข้อมูลแบบเลี่ยงๆ หลบๆ พอเด็กสงสัย อยากจะถามก็โดนผู้ใหญ่ว่า “มาถามอะไรแบบนี้!” แต่เอาจริงๆ ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ในบ้านเราก็โตมาแบบนี้เหมือนกัน แบบที่รู้สึกว่าไม่รู้จะอธิบาย จะสอนเรื่องเพศศึกษาให้ลูกยังไง เรื่องจะให้ไปเปลี่ยนระบบการศึกษาไทยไม่รู้ต้องรอชาติไหน คงต้องฝากให้คนที่เป็นพ่อเป็นแม่เนี่ยแหละมั้ง..เฮ่อ.. อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์พบว่า การหลั่งนอกเป็นการคุมกำเนิดที่แพทย์ไม่แนะนำ เนื่องจากเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ได้ โดยเฉพาะในกรณีของคนไม่ชำนาญหรือยังไม่มีประสบการณ์มากพอ จะไม่สามารถควบคุมการหลั่งได้ อีกทั้งการมีเพศสัมพันธ์โดยหลั่งนอกเป็นประจำจะส่งผลกระทบต่อความสุขระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ได้ เนื่องจากฝ่ายชายจะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการหลั่ง และทำให้รู้สึกประหม่าในขณะมีเพศสัมพันธ์ ส่วนฝ่ายหญิงอาจมีความรู้สึกที่ไม่ดี และไม่อิ่มเอมกับเพศสัมพันธ์ที่มีเท่าที่ควร

เมื่อผู้รับขอเป็น ‘ผู้ให้’ โครงการดี๊ดี ‘สานฝันให้น้อง’ ในถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภูมิภาค

เมื่อ “ผู้รับ” อยากขอเป็น “ผู้ให้” ผ่านโครงการเพื่อสังคม “โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง” มาพร้อมกับ 5 สิ่งดีๆ ที่โครงการฯ ขอตอกย้ำความเป็นผู้ให้ เข้าสู่ปีที่ 11 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2550 สิ่งดีๆ ที่ 1 – เข้าถึงทุกพื้นที่ กว่า 11 ปีแล้ว ที่โรบินสัน เดินหน้าสานฝันให้น้องในถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ รวมแล้วกว่า 125,000 คน ของ 877 โรงเรียน ใน 31 จังหวัดทั่วประเทศ สิ่งดีๆ ที่ 2 – สานความฝันจริงๆ จากน้องผู้ขาดแคลน : โดยโรบินสันได้เปิดโอกาสให้น้องๆ เขียนบอกเล่าความฝันในรูปแบบโครงงานที่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง โรงเรียน และชุมชน เพื่อร่วมส่งเข้ามารับการคัดเลือกที่จะทำความฝันของน้องๆ ให้เป็นจริงต่อไป สิ่งดีๆ ที่ 3 – น้องๆ ได้ประโยชน์โดยตรง : โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง […]

ไม่ยุติธรรม! สังคมไทยตัดสินการใช้ชีวิตของ ‘ผู้หญิง’ จากช่วงอายุ-ขึ้นเลข 3 ไม่แต่งงานได้ไหม?

ผลสำรวจเผยสังคมไทยสร้างกรอบให้ผู้หญิงต้องใช้ชีวิตตาม…อายุ!! จากคำถามที่ว่า อายุเท่าไหร่แล้ว?, เงินเดือนเท่าไหร่?, แต่งงานหรือยัง? หรือแม้กระทั่ง มีอะไรทรัพย์สินอะไรเป็นของตัวเองบ้างหรือยัง? ดูจะเป็นคำถามหลักๆ ที่ผู้หญิงไทยต้องคอยตอบคำถามเหล่านี้จากคนรอบข้าง สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยนั้นลึกๆ แล้วมีความคาดหวังกับการใช้ชีวิตของผู้หญิงในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะในวัยที่ขึ้นเลข 3 ซึ่งเป็นวัยที่ผู้หญิงจะโดนจับตามอง และถูกกดดันเรื่องแต่งงานมากเป็นพิเศษ พร้อมกับคำต่อท้ายที่ว่า ถ้ายังไม่ได้แต่งให้รีบแต่งซะ เพราะไม่เช่นนั้นเดี๋ยวจะขึ้นคาน โอเลย์จึงทำการสำรวจกับกลุ่มผู้หญิงไทยทั่วประเทศ จำนวน 1,000 คน อายุระหว่าง 25 – 49 ปี เพื่อสอบถามทัศนคติของผู้หญิงเกี่ยวกับอายุที่มากขึ้น พบว่า 86 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงไทยรู้สึกไม่ยุติธรรมที่สังคมได้ตั้งความคาดหวังในตัวพวกเธอโดยตัดสินจาก “ช่วงอายุ” และพบอีกว่า กว่า 94 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิง ในช่วงอายุ 25 – 30 ปี ยอมรับว่า ต้องเผชิญกับความคาดหวังจากคนรอบข้างให้พวกเธอมีอาชีพการงานที่มั่นคง พร้อมสภาพทางการเงินที่คล่องตัว นอกจากนี้ ผู้หญิงกว่า 80 เปอร์เซนต์ ยังถูกคาดหวังให้มีความสัมพันธ์ที่มั่นคงในช่วงอายุนี้อีกด้วย ขณะที่วัย 30 คือ ช่วงอายุที่ผู้หญิงรู้สึกว่าตัวเองถูกสังคมคาดหวังและจับตามองมากเป็นพิเศษในทุกๆ เรื่อง […]

สังคมไทยน่าเป็นห่วง! นิด้าโพลเผย ถูกลวนลามช่วงสงกรานต์คนมองเรื่องปกติ หนึ่งปีมีครั้งเดียว

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “เทศกาลสงกรานต์ : การถูกลวนลาม – คุกคามทางเพศ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5 – 6 เมษายน 2560 จากประชาชนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,250 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.20 ระบุว่า เป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม รองลงมา ร้อยละ 43.28 ระบุว่า เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ความคึกคะนอง หรือมีนเมา ขาดสติ ส่วนร้อยละ 31.28 ระบุว่า เป็นพฤติกรรมที่นำมาสู่การก่ออาชญากรรมอื่น ๆ เช่น การข่มขืนกระทำชำเราอนาจาร การทะเลาะวิวาท ขณะที่ร้อยละ 8.64 ระบุว่า หากเป็นแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่ควรถือโทษ เพราะเป็นช่วงเทศกาลรื่นเริง ส่วนร้อยละ 8.24 ระบุว่า บางครั้งเป็นการทำโดยไม่ตั้งใจหรือเจตนา […]

keyboard_arrow_up