สหรัฐฯ เปิด ‘คาเฟ่กัญชา’ แห่งแรก – มีชนิดกัญชาให้เลือกเพียบ

สหรัฐฯ เปิด คาเฟ่กัญชา แห่งแรก โดยเปิดให้ลูกค้าสามารถนั่งรับประทานอาหารและสูบกัญชาภายในร้านได้ คาเฟ่ดังกล่าวมีชื่อว่า โลเวลส์ ฟาร์มส์ ในย่านเวสต์ ฮอลลิวู้ด รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่รัฐแคลิฟอร์เนียอนุญาตให้การซื้อขายกัญชาเพื่อสันทนาการเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายเมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 ร้านแห่งนี้มีอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการ และจะไม่มีการใส่กัญชาลงไปในอาหาร ลูกค้าซึ่งมาที่คาเฟ่แห่งนี้จะมีพนักงานต้อนรับคอยแนะนำชนิดของกัญชา เมนูอาหารและมวนกัญชาสำหรับสูบบนโต๊ะ ทั้งยังมีกัญชาให้เลือกสูบมากมายทั้งแบบมวน แบบสูดดมไอ บ้องกัญชา และกัญชาที่รับประทานได้ ขณะที่พื้นที่ให้บริการก็มีทั้งด้านนอกและด้านใน พร้อมกับติดตั้งระบบกรองอากาศสุดทันสมัยที่ช่วยให้ไม่มีควันกัญชาปกคลุมทั่วร้าน ขณะที่บรรดาลูกค้าต่างชื่นชอบบรรยากาศภายในร้าน ที่ชวนเพลิดเพลินและผ่อนคลาย มีอาหารและกัญชาให้บริการ และยังได้พบปะสังสรรค์กับผู้คนด้วย ทั้งนี้ แม้ว่ากัญชาจะเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายรัฐแคลิฟอร์เนียมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ร้านคาเฟ่โลเวลส์ถือเป็นคาเฟ่กัญชาแห่งแรกที่มีใบอนุญาตให้เปิดบริการ และเป็นคาเฟ่กัญชาแห่งแรกในสหรัฐฯ ด้วย

นักดำน้ำชาวอังกฤษ 1 ในทีมช่วย 13 หมูป่า ติดถ้ำที่สหรัฐฯ

นักดำน้ำชาวอังกฤษ ที่ร่วมปฏิบัติการช่วยทีมหมูป่าในจังหวัดเชียงรายได้เกิดติดถ้ำในสหรัฐฯ ขณะดำน้ำสำรวจถ้ำ นายจอช แบรทชลี่ย์ นักดำน้ำกู้ภัยชาวอังกฤษ ซึ่งมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอคาเดมี่ในถ้ำหลวงที่จังหวัดเชียงรายได้หายไปขณะดำน้ำสำรวจถ้ำเกนส์โบโรในเขตแจ็คสัน เคาท์ตี้ รัฐเทนเนสซี่ของสหรัฐฯกับนักสำรวจถ้ำอีก 4 คน โดยกลุ่มนักสำรวจถ้ำได้รีบโทรแจ้งทีมนักดำน้ำจากรัฐอาร์คันซอร์และฟลอริดาให้มาช่วยเหลือ ซึ่งทีมนักดำน้ำเชื่อว่านายแบรทชลี่ย์น่าจะไม่หาทางออกจากถ้ำไม่ได้ ทีมนักดำน้ำใช้เวลาราว 45 ถึง 50 นาทีกว่าที่จะพบตัวนายแบรทชลี่ย์ ซึ่งในตอนที่พบนั้นเขายังมีสติดี โดยทีมนักดำน้ำระบุว่านายแบรทชลี่ย์มีจิตใจที่แข็งแกร่งและนิ่งสงบ ซึ่งทำให้เขารอดสามารถรอดชีวิตมาได้ ทั้งนี้ นายแบรทชลี่ย์เป็นทีมนักดำน้ำจากสภานักดำน้ำกู้ภัยในถ้ำที่อังกฤษ โดยหลังจากนายแบรทชลี่ย์ได้ช่วยเหลือทีมหมูป่าให้ออกจากถ้ำหลวง เขาก็ได้รับรางวัลและเหรียญเชิดชูความกล้าหาญมากมายจากภารกิจดังกล่าว

‘บลูมเบิร์ก’ รายงาน สหรัฐฯ รอขายอาวุธมหาศาลให้ไทย หลังการเลือกตั้ง 24 มี.ค.

“บลูมเบิร์ก” สถานีโทรทัศน์ช่องดังของสหรัฐฯ รายงานข่าวผ่านเว็บไซต์ของตนวันนี้ (6 มี.ค.) ระบุ รัฐบาลสหรัฐฯภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมขายอาวุธจำนวนมากให้กับไทย หลังจากการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมนี้ รายงานของบลูมเบิร์กที่มีการเผยแพร่ไปทั่วโลกระบุว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการขายอาวุธให้กับไทยอย่างมาก แต่ไม่อาจทำได้เพราะสหรัฐฯมีกฎหมายของประเทศตัวเองที่กำหนดว่า ห้ามรัฐบาลอเมริกันขายอาวุธ หรือให้ความช่วยเหลือทางการเงินใดๆ ต่อรัฐบาลทหาร หรือระบอบการปกครองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง บลูมเบิร์ก ระบุว่า กฎหมายห้ามสหรัฐฯขายอาวุธให้รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งดังกล่าว ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาสูญเสียไทย ซึ่งเป็นลูกค้ารายสำคัญในตลาดค้าอาวุธโลก ไปให้กับจีน เพราะสหรัฐฯไม่สามารถขายอาวุธหรือมีความร่วมมือทางการทหารใด ๆ กับรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เข้ามาครองอำนาจหลังการทำรัฐประหารเมื่อปี ค.ศ.2014 หรือเมื่อ 5 ปีก่อนได้ รายงานข่าวระบุว่า ข้อมูลของนักการทูตสหรัฐฯในไทยระบุว่า การกลับมาของรัฐบาลพลเรือน ในไทยหลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม จะทำให้สหรัฐฯกลับมาขายอาวุธให้กับไทยได้อีกครั้ง ซึ่งสหรัฐฯมีความพร้อมเต็มที่ในเรื่องนี้ แทนการปล่อยให้รัฐบาลไทยหันไปซื้อยานยนต์หุ้มเกราะ รถถัง และเรือดำน้ำ รวมถึงยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ จากจีน ทั้งนี้ บลูมเบิร์กระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯถือว่าไทยเป็นชาติพันธมิตรสำคัญ นอกนาโต้ (องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ) […]

รวบ 2 ผัวเมีย ฆ่าอำพรางศพลูกสาววัย 3 ขวบ – อ้างจมน้ำเอง

ตำรวจในรัฐเท็กซัสเข้าจับกุมนายโมนิก้า โดมิงเกวซ วัย 37 ปี และนางเจราโด้ ลอเรโด้ วัย 32 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีการฆาตกรรมหนูน้อยรีเบคก้า ลูกสาววัย 3 ขวบ และพยายามซ่อนเร้นอำพรางศพ  โดยตำรวจได้เข้าจับกุมทั้งสองคนที่บ้านพัก หลังได้รับเบาะแสจากเพื่อนบ้านว่าทั้งคู่มีพฤติกรรมแปลก ๆ  ขณะที่ลูกสาววัยสามขวบของพวกเขาได้หายตัวไป จึงได้เข้าตรวจสอบภายในบ้าน และไปพบถังน้ำกรดภายในตู้เสื้อผ้า ที่มีโครงกระดูกมนุษย์ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นลูกสาวของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และอ้างว่าเด็กจมน้ำเสียชีวิตขณะกำลังอาบน้ำในอ่าง อัยการสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลในหลายข้อหา และนำตัวลูกอีกสามคนที่เหลือส่งให้เจ้าหน้าที่ดูแล ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สหรัฐฯ ประกาศเตือนภัยกว่า 10 รัฐ หลังอุณหภูมิลดฮวบ-หิมะตกหนัก

อุณหภูมิที่ตกฮวบลงหลังพายุฤดูหนาว ทำให้มีหิมะตกหนักหนากว่า 1 ฟุต ในหลายพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐในวันอาทิตย์(20ม.ค.) ที่ผ่านมา จากอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งประกอบกับมีลมกระโชกแรก ทำให้สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐ ออกประกาศเตือนและคำแนะนำในกว่า 10 รัฐ ตั้งแต่ นอร์ทดาโคตา และหลายพื้นที่ในรัฐทางตอนกลาง ไปจนถึงเมืองใหญ่ทางชายฝั่งตะวันออก ที่รวมทั้ง กรุงวอชิงตัน นครนิวยอร์ก และเมืองบอสตัน สภาพอากาศในขณะนี้ มีความแปรปรวนสูง โดยอุณหภูมิอบอุ่นในวันอาทิตย์ เริ่มทำให้หิมะที่ตกลงมาทั้งคืนเริ่มละลาย และอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐแมสซาชูเซตส์ และคาดว่าภายในคืนวันอาทิตย์ อุณหภูมิจะตกลงจนถึงจุดเยือกแข็งเฉียบพลัน มีการพยากรณ์ว่า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเป็นราว -8 องศาเซลเซียส ในนครนิวยอร์ก และ -11 องศาเซลเซียส ในเมืองบอสตัน โดยพายุฤดูหนาวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หิมะตกหนักในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยล่าสุด พายุพัดมุ่งหน้าสู่รัฐเมน ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดหิมะตกหนักหนา 2 ฟุต สภาพอากาสในฤดูหนาวนี้ ทำให้การจราจรติดขัดทั่วสหรัฐ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีการยกเลิกเที่ยวบินกว่า 1400 เที่ยว และอีกเกือบ 1000 เที่ยวต้องล่าช้า ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง […]

มือดีขู่วางระเบิดสำนักงานใหญ่เฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่อพยพพนักงานโกลาหล

เจ้าหน้าที่ตำรวจในมลรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เร่งอพยพพนักงานและผู้บริหารของเฟซบุ๊ก สื่อสังคมออนไลน์หมายเลขหนึ่งของโลก ที่มีผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 2,200 ล้านคน ออกจากสำนักงานใหญ่เฟซบุ๊ก ที่เมืองเมนโล่ พาร์ค หลังมีมือดีโทรศัพท์มาขู่วางระเบิดสำนักงานใหญ่ของบริษัท เหล่าพนักงานต้องอพยพอยู่นานหลายชั่วโมงเพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแคลิฟอร์เนียและผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดเข้าตรวจค้นภายในสำนักงานใหญ่ ซึ่งหลังการตรวจค้นโดยละเอียด เจ้าหน้าที่ไม่พบวัตถุระเบิด รวมถึงหีบห่อต้องสงสัยใด ๆ ภายในสำนักงาน และเตรียมตามล่าตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังการขู่วางระเบิดในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่พนักงานของเฟซบุ๊กก้ได้รับแจ้งให้กลับเข้าทำงานภายในสำนักงานใหญ่ได้ตามปกติแล้ว ด้านทีมโฆษกของเฟซบุ๊ก ออกคำแถลงยืนยันว่า ไม่มีพนักงานของตนได้รับบาดเจ็บจากเหตุระทึกขวัญครั้งนี้ ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า คณะผู้บริหารระดับสูงของเฟซบุ๊ก ทั้งมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานและซีอีโอ, เชอรีล แซนด์เบิร์ก ประธานฝ่ายปฏิบัติการ, และเดวิด เวห์เนอร์ ประธานฝ่ายการเงิน ต่างก็ปลอดภัยดี แต่ไม่มีการเปิดเผยว่า ในขณะที่เกิดการอพยพนั้น ผู้บริหารทั้งสามอยู่ภายในสำนักงานใหญ่หรือไม่ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สหรัฐฯ เตือนปชช.งดบริโภคผักกาดหอม หลังเชื้อแบคทีเรียระบาด

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา หรือ ซีดีซีได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้งดบริโภคผักกาดหอมโรเมน และให้บรรดาร้านผัก และร้านอาหารต่าง ๆ งดจำหน่ายผักกาดหอมโรเมนในช่วงนี้ คำประกาศเตือนดังกล่าวมีขึ้น หลังตรวจพบว่ามีเชื้อแบคทีเรียอีโคไลแพร่ระบาดในผักกาดหอมโรเมนตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม 61 ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนี้พบผู้ติดเชื้ออีโคไลในสหรัฐฯแล้ว 32 รายภายในพื้นที่ 11 รัฐ ซึ่งในจำนวนนี้มี 13 รายต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และยังพบผู้ติดเชื้อในรัฐออนแทรีโอ และรัฐควิเบกของแคนาดาอีก 18 ราย ก่อนหน้านี้ เชื้อแบคทีเรียอีโคไลเคยแพร่ระบาดในสหรัฐฯเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้ติดเชื้อมากถึง 197 ราย และเสียชีวิต 5 ราย นับเป็นการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของเชื้ออีโคไล นับตั้งแต่ปี 2006  ในเวลานี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาทางยับยั้งและสอบสวนการแพร่ระบาดของเชื้ออีโคไล โดยผู้ติดเชื้ออีโคไลจะมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน และอาการอาจรุนแรงถึงขั้นไตวายเสียชีวิตได้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เงินรางวัลหวยเมกะ มิลเลียนส์ ของสหรัฐฯ พุ่งกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท

ยอดเงินรางวัลแจ็คพอตของลอตเตอรี่เมกะ มิลเลียนส์ (Mega Millions) ในสหรัฐฯได้เพิ่มสูงเป็น 667 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 21,700 ล้านบาท โดยยอดเงินรางวัลแจ๊คพอตนี้ถือว่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ สูงกว่าเงินยอดรางวัลแจ๊คพอตของการถูกรางวัลครั้งก่อน ที่มียอดเงินรางวัลสะสมที่ 656 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 21,300 ล้านบาทเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 61 โดยหลังจากนั้น 11 สัปดาห์ก็ไม่มีผู้ใดถูกรางวัลแจ็คพอตลอตเตอรี่เมกะ มิลเลี่ยนส์อีกเลย ส่งผลให้ยอดเงินรางวัลแจ็คพอตสะสมเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนผลการจับรางวัลครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจียของสหรัฐฯในคืนนี้ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเช้าวันพรุ่งตามเวลาในไทย ขณะที่ผู้ชนะรางวัลแจ็คพอตในงวดนี้สามารถเลือกรับเงินรางวัลก้อนใหญ่ได้ 2 แบบ คือแบ่งรับเงินรางวัลแบบก้อนเดียว ที่หักภาษีแล้ว 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 12,000 ล้านบาท หรือจะแบ่งรับเงินรางวัลแบบรายปีต่อเนื่องเป็นเวลา 29 ปี ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ตร.สหรัฐฯ รวบชายเร่ร่อน ฆ่านักกอล์ฟสาววัย 22 ดีกรีแชมป์ยุโรป

ที่รัฐไอโอวาของสหรัฐฯ มีคดีฆาตกรรมนางสาวเซเลีย บาร์ควิน อโรซาเมนา นักกอล์ฟดาวรุ่งชาวสเปน วัย 22 ปี ซึ่งเป็นแชมป์ระดับประเทศหลายรายการ โดยมีผู้ไปพบศพเธออยู่ใกล้กับสระน้ำในสนามกอล์ฟ ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ทราบชื่อคือนายคอลลิน ริชาร์ด พบเป็นชายเร่ร่อนที่อาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ก่อนนำตัวไปขึ้นศาลเพื่อไต่สวน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 61 ที่ผ่านมา มีคนสังเกตเห็นถุงกอล์ฟถูกทิ้งไว้ที่สนามหลังสนามกอล์ฟปิด พนักงานจึงเดินเข้าไปตรวจสอบ และไปพบร่างของเซเลียอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก จากสภาพศพ พบว่ามีร่องรอยถูกแทงหลายแห่งที่ลำตัว เจ้าหน้าที่จึงปูพรมออกค้นหา โดยใช้สุนัขดมกลิ่นร่วมในปฏิบัติการด้วย สุดท้ายไปพบชายต้องสงสัย ที่มีบาดแผลคล้ายถูกข่วนบนใบหน้า นอกจากนี้ ยังพบเสื้อผ้าเปื้อนเลือดอยู่ในกระเป๋า รวมถึงมีดที่คาดว่าถูกใช้เป็นอาวุธ ตำรวจระบุว่าคนร้ายกับผู้ตายไม่ได้รู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องกันมาก่อน แต่คนร้ายก็ไม่ยอมเปิดปากว่าก่อเหตุเพราะอะไร เบื้องต้น ถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เผยภาพโจรควงปืนปล้นร้านค้า สุดท้ายเกิดผิดแผน! เผ่นหนีแทบไม่ทัน

ตำรวจในเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโดของสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านค้าแห่งหนึ่ง ขณะที่มีคนร้ายพกปืนหวังบุกปล้น แต่กลับผิดแผน โดย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า โดยภาพจากกล้องวงจรปิดเผยภาพของชายคนหนึ่งเดินเปิดประตูเข้ามาในร้าน ซึ่งในขณะนั้น ไม่มีลูกค้าเลยแม้แต่คนเดียว ชายคนดังกล่าวเดินพุ่งตรงมาที่แคชเชียร์ และพูดคุยกับพนักงานสาว ทำทีเหมือนจะซื้อของ แล้วก็ควักปืนขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง หวังจะขู่พนักงาน แต่ในจังหวะที่จะวางปืนลงบนเคาน์เตอร์ ปืนเกิดหลุดมือและร่วงตกพื้น ทำเอาเจ้าตัวตกใจใหญ่ ก่อนจะรีบวิ่งแจ้นออกจากร้านไป ส่วนทางด้านพนักงานสาวก็ดูเหมือนจะคุมสติได้ดีกว่า เธอค่อย ๆ หยิบปืนที่ตกพื้นขึ้นมา และเดินไปล็อคประตูร้าน ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพอตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก็พบว่าปืนกระบอกที่เห็นยังเป็นของปลอมอีกด้วย ตำรวจในเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโดของสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านค้าแห่งหนึ่ง ขณะที่มีคนร้ายพกปืนหวังบุกปล้นร้านค้า แต่กลับผิดแผน! เผ่นหนีแทบไม่ทัน (เพิ่มเติม https://t.co/eMwdHKICNx ) #AmarinTV34 #อมรินทร์ทีวี34 pic.twitter.com/k1gI5n7LMz — AmarinTV34 (@amarintvhd) 12 กันยายน 2561 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไฟป่ารุนแรงครั้งใหม่ในแคลิฟอร์เนีย สั่งอพยพปชช.หนีตายนับพัน

เกิดไฟป่าครั้งใหม่ในพื้นที่ตอนเหนือของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐฯ พบไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนเผาผลาญพื้นที่ป่าไปแล้วมากกว่า 12,600 ไร่ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง รายงานข่าวระบุว่า จุดที่ไฟป่าครั้งใหม่ปะทุขึ้นอยู่ใกล้กับเขตป่าสงวนแห่งชาติแชสต้า-ทรินิตี้ ไม่ไกลจากบริเวณรอยต่อเขตแดนระหว่างมลรัฐแคลิฟอร์เนีย กับมลรัฐออริกอน จนถึงขณะนี้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 600 นายเข้าควบคุมการลุกลามของไฟป่าครั้งนี้ แต่กระแสลมที่พัดแรงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การควบคุมไฟป่ายังทำได้ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์  ล่าสุด ทางการท้องถิ่นออกคำสั่งอพยพประชาชนจำนวนหลายพันคนออกนอกพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ปิดถนนกลางไทม์สแควร์ เหตุฝูงผึ้งกว่า 3 หมื่นตัวอาละวาด

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 61 เกิดเหตุฝูงผึ้งราว 30,000 ตัว ที่มาบินเกาะบนร่มของรถเข็นขายฮอตดอกในย่านไทม์สแควร์ของนครนิวยอร์กในสหรัฐฯ ซึ่งฝูงผึ้งเหล่านี้ทำให้ผู้คนและเหล่านักท่องเที่ยวในย่านไทม์สแควร์ต่างให้ความสนใจ และยืนถ่ายรูปเพราะไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนในเมืองใหญ่ ขณะที่บางคนก็รู้สึกกลัว และสงสัยว่าทำไมฝูงผึ้งถึงมารวมตัวกันตรงนี้ ด้านคนขายฮอตดอกก็ยังคงยืนขายของตามปกติ โดยที่เขาไม่ได้ตกใจกลัวแต่อย่างใด และก็ยังคงมีลูกค้ามาซื้อฮอตดอกของเขาด้วย ซึ่งคนขายฮอตดอกเองก็ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่ทำให้ฝูงผึ้งบินมาเกาะบนร่มของรถเข็นเขา ขณะที่ตำรวจได้ตัดสินใจปิดล้อมถนนบริเวณย่านไทม์สแควร์ และให้เจ้าหน้าที่คนเลี้ยงผึ้งใช้เครื่องดูดฝูงผึ้งเหล่านี้ออกจากร่มเพื่อนำพวกมันไปปล่อยยังที่อื่น เนื่องจากเกรงว่าฝูงผึ้งอาจเป็นอันตรายต่อผู้คนในย่านไทม์สแควร์ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

อัยการสหรัฐฯ สั่งฟ้องหนุ่มโหด ฆ่ายกครัว เมียตั้งครรภ์-ลูกสาว 2 คน

อัยการในมลรัฐโคโลราโดของสหรัฐฯ ยื่นฟ้องนายคริสโตเฟอร์ วัตต์ส วัย 33 ปี ในข้อหาฆ่ายกครัวภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์และลูกสาว 2 คน โดยรายงานข่าวระบุว่า นางแชนแนน วัตต์ส และลูกสาววัย 3 และ 4 ขวบ ได้หายตัวไปจากบ้านพักที่เมืองเฟรเดริค ในมลรัฐโคโลราโดตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 61 ที่ผ่านมา และเพื่อนของครอบครัวนี้ได้เข้าแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตามหา ก่อนจะพบศพของทั้งสามแม่ลูก ถูกทิ้งอยู่ภายในบ่อน้ำมัน ที่นายคริสโตเฟอร์ทำงานอยู่ ก่อนหน้านี้นายคริสโตเฟอร์เพิ่งเดินทางไปออกรายการโทรทัศน์ท้องถิ่นในเมืองเดนเวอร์ โดยเขาได้ร่ำไห้และวอนขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเมียที่กำลังตั้งท้อง และลูกสาวที่หายตัวไป อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากการสืบสวนของตำรวจในพื้นที่พบว่า นายคริสโตเฟอร์ วัตต์ส ผู้นี้เป็นผู้ลงมือฆาตกรรมลูกเมียของตัวเอง และยังพยายามซ่อนเร้นทำลายศพ ถึงแม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแรงจูงใจของเขาในการก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ซึ้ง! นักท่องเที่ยวกว่า 40 ชีวิต ทำ ‘โซ่มนุษย์’ ช่วยคนจมทะเลสาบ

นักท่องเที่ยวกว่า 40 คนได้ร่วมกันทำห่วงโซ่มนุษย์เพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนที่ติดอยู่กลางทะเลสาบมิชิแกน ที่กำลังมีคลื่นสูงกว่า 3 เมตรพัดเข้าฝั่ง โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวได้ร่วมกันจับมือ และเดินลงทะเลสาบเพื่อว่ายเข้าไปช่วยคนที่กำลังจะจมน้ำ หลังเกิดเหตุได้มีผู้โทรแจ้งตำรวจ ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวสามารถช่วยเหลือชาย 3 คนขึ้นมาจากทะเลสาบได้สำเร็จ อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิต 2 ราย เป็นชายวัย 20 ปีและ 64 ปี ทั้งนี้เหตุนักท่องเที่ยวจมน้ำในทะเลสาบมิชิแกนมักเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะนำป้ายประกาศเตือนนักท่องเที่ยวว่ามีคลื่นสูงในทะเลสาบแล้วก็ตาม

จ่อเอาผิดครูมัธยมในสหรัฐฯ หลังใช้ ‘ลูกหมา’ เป็นอาหาร ‘เต่า’

ครูรายหนึ่งในสหรัฐฯ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาทารุณกรรมสัตว์ และอาจถูกตัดสินโทษจำคุก 6  เดือน ปรับ 5,000 เหรียญ หลังใช้ลูกหมาที่กำลังป่วยเป็นอาหารแก่เต่าสแนปปิ้งต่อหน้านักเรียนชั้นมัธยมต้นหลายคน ครูคนดังกล่าวชื่อว่าโรเบิร์ต ครอสแลนด์ สอนในโรงเรียนแห่งหนึ่งในรัฐไอดาโฮ สหรัฐอเมริกา โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากนั้นได้มีการเผยแพร่เรื่องราวดังกลาวจนโด่งดังไปในโลกออนไลน์ มีผู้ออกมาประณามและเรียกร้องให้นายครอสแลนด์โดนไล่ออก และลงชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องดังกล่าวกว่า 190,000 รายชื่อ แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนนายครอสแลนด์กว่า 3,700 รายชื่อ โดยบอกว่าสิ่งที่ทำเป็นการสอนวิทยาศาสตร์แนวใหม่ และนายครอสแลนด์เป็นครูที่รักในหน้าที่ของตน บางรายก็กล่าวว่าลูกหมาตัวนั้นตายแล้ว การใช้เป็นอาหารแก่สัตว์อื่นจึงถือว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ทั้งนี้เหตุการร์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเวลาเลิกเรียนต่อหน้านักเรียนจำนวนหนึ่ง ไม่ใช่กิจกรรมในห้องเรียนแต่อย่างใด โดยเต่าตัวดังกล่าวได้ถูกเจ้าหน้าที่ยึดไปหลังจากตรวจสอบทราบว่าโรงเรียนไม่มีอำนาจในการครอบครอง ขอบคุณ bbc

ยอมให้จับแต่โดยดี! สถานีตำรวจสหรัฐฯ รับ ‘ผู้หมวดเหมียว’ เข้าทำงาน

สถานีตำรวจทรอย ในชานเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน สหรัฐฯ รับแมวตัวใหม่เข้ามาทำงาน หลังจากเจ้า Badges แมวตัวเก่ามีอาการป่วยหนัก ผู้หมวดเหมียวตัวดังกล่าวมีชื่อว่า พอฟิศเซอร์ โดนัท (Pawfficer Donut) มีหน้าที่หลักในการบำบัดและปรากฎตัวต่อสาธารณะชน ซึ่งเจ้าหน้าที่โดนัทได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา ทั้งนี้สถานีตำรวจดังกล่าวได้รับเจ้า Badges แมวตัวแรกเข้ามาทำงาน หลังมีการประกาศผ่านทวิตเตอร์ที่มียอดผู้ติดตามราว 4,000 คนว่า จะรับแมวเข้าทำงานหากมียอดติดตามถึง 10,000 คน ซึ่งใช้เวลาเพียง 8 วันเท่านั้น ก็มีผู้ติดตามถึงเป้าที่ตั้งไว้ Happy Mother’s Day from Troy PD. Here’s some footage of Pawfficer Donut training at home this weekend. #PawfficerDonut pic.twitter.com/26onslmvGP — Troy Police Dept. (@TroyMI_Police) […]

จ่อเอาผิดครอบครัวมะกัน เก็บ ‘บอบแคต’ มาเลี้ยง อ้างคิดว่าเป็น ‘แมวเบงกอล’

ครอบครัวหนึ่งในเมืองซาน อันโตนิโอ รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ เก็บลูกแมวมาเลี้ยงก่อนที่จะพบว่าจริงๆ แล้วมันเป็น ‘บอบแคต’ หรือแมวป่า หลังจากที่มันกัดขวดนมจนขาด และกัดมือเจ้าของขณะพยายามให้อาหาร โดยครอบครัวนี้ระบุว่า คิดว่าแมวตัวดังกล่าวเป็นแมวพันธุ์เบงกอล เจ้าหน้าที่ได้นำแมวป่าตัวดังกล่าวมาเก็บไว้ที่สถานสงเคราะห์ และจะทำการสอบสวนว่า แท้จริงแล้วครอบครัวนี้รู้มาตั้งแต่ต้นว่าแมวตัวนี้ไม่ใช่แมวบ้านหรือไม่ เนื่องจากแมวทั้ง 2 สายพันธุ์มีลักษณะแตกต่างกันชัดเจน ยากที่จะเข้าใจผิด โดยครอบครัวนี้ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ได้รับลูกแมวมาจากญาติที่อาศัยในเขตชนบท ก่อนจะนำมาเลี้ยงที่ซาน อันโตนิโอ  และหากครอบครัวนี้รู้มาตั้งแต่ต้นว่าแมวตัวนี้ไม่ใช่แมวบ้าน ก็ถือว่าละเมิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แยกตัวลูกแมวออกมาให้ห่างจากผู้คนมากที่สุด เพื่อคงสัญชาตญาณของสัตว์ป่าและการเอาตัวรอดเอาไว้ และจะทำการตามหาตัวแม่แมวป่าเพื่อนำตัวทั้งคู่กลับสู่ธรรมชาติต่อไป ซึ่งหากหาตัวแม่แมวไม่พบจะมีการเก็บลูกแมวไว้ 1 ปีก่อนปล่อยเข้าสู่พื้นที่ควบคุม โดยเจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชนว่า ลูกสัตว์ป่าไม่ควรอยู่แยกกับแม่ของมัน หากพบลูกสัตว์ป่าให้ทิ้งไว้ตามเดิม อย่าย้ายที่อยู่ หรือนำกลับมาบ้าน เพราะแม่ของมันมักอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ทำให้ตามหาลูกไม่เจอได้ในภายหลัง

ภูเขาไฟฮาวายปะทุหนักต่อเนื่อง! ทำบ้านเรือนพังเสียหาย-จนท.เร่งอพยพประชาชน

ภูเขาไฟคิลาเวในรัฐฮาวายของสหรัฐฯ ยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดการปะทุของภูเขาไฟลูกดังกล่าวได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้มีควันไฟและเถ้าถ่านพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และลาวาจากภูเขาไฟได้ไหลเข้าสู่ถนนและบริเวณที่อยู่อาศัยของประชาชน และทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ส่งผลให้บ้านเรือน 35 หลังพังเสียหาย และมีรถยนต์อีกหลายคันถูกทำลาย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้อพยพประชาชนเกือบ 2,000 คนออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟปะทุดังกล่าว ทั้งนี้ภูเขาไฟคิลาเวเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคงเกิดการปะทุมากที่สุดลูกหนึ่งของโลก โดยภูเขาไฟลูกดังกล่าวเกิดการปะทุมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา

keyboard_arrow_up