เปิดโปงขบวนการโกงเอนทรานซ์ในสหรัฐฯ พบค่าจ้างหัวละ 80 ล้าน

อัยการรัฐแคลิฟอร์เนียกำลังสืบสวนขบวนการทุจริตการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่อาจจะใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมา หลังพบว่ามีบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายสูงถึง 25 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 790 ล้านบาท  โดยผู้ก่อเหตุเป็นสถาบันกวดวิชารับเงินจ้างจากพ่อแม่ผู้ปกครองระดับมหาเศรษฐี เพื่อช่วยให้ลูกของพวกเขาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังได้ โดยพบว่าสนนราคาค่าจ้างต่อหัวสูงเกือบ 80 ล้านบาท ในการขึ้นให้การต่อศาล ผู้ต้องหารับสารภาพว่าตนเองเปิดสถาบันกวดวิชาบังหน้า แต่เบื้องหลัง คือการรับเงินจากพ่อแม่เด็กเพื่อช่วยให้ลูกของพวกเขาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดัง ๆ ได้ ลูกค้าที่เคยใช้บริการมีทั้งนักธุรกิจ มหาเศรษฐีและนักแสดงฮอลลีวูด โดยค่าใช้จ่ายต่อนักเรียน 1 คน ตกอยู่ราว 3 ล้าน – 80 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับความยากในการดำเนินการ สำหรับวิธีที่ใช้ มีทั้งการติดสินบนโค้ชสอนกีฬา จ้างคนสอบแทน ไปจนถึงการปลอมประวัติเพื่อให้ได้โควต้าในมหาวิทยาลัย หลังผู้ต้องหารับสารภาพ ตำรวจยังขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย มีทั้งโค้ชที่รับสินบน 13 คน และผู้ปกครองอีก 33 คนในข้อหาทุจริต โดยทั้งหมดต้องเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลต่อไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เทรนด์ใหม่! หนุ่มนิวยอร์กรวมตัวถักไหมพรมเป็นงานอดิเรก

ชายหนุ่มในย่านบรูคลิน นครนิวยอร์กของสหรัฐฯที่ได้นัดรวมตัวกันถักไหมพรมเพื่อพูดคุย และดื่มเบียร์ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย โดยหนึ่งในผู้ที่ร่วมการถักไหมพรมดังกล่าวบอกว่าการถักไหมพรมเป็นการงานอดิเรก ที่ต้องทำให้อาศัยความคิดสร้างสรรค์ และการจัดกลุ่มถักไหมพรมนี้ก็ถือเป็นการได้มาสังสรรค์กับเพื่อนผู้ชายที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ลูอิส โบเรีย ผู้ก่อตั้งกลุ่มถักไหมพรมสำหรับผู้ชายบอกว่าเพิ่งตั้งกลุ่มนี้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยโบเรียเริ่มถักไหมพรมมานาน 10 ปีแล้ว และเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์เมื่อปี 2017 หลังมีภาพของเขากำลังถักผ้าพันคอในรถไฟใต้ดิน ซึ่งทำให้มีสื่อต่างๆเริ่มมาสัมภาษณ์ โดยเรื่องราวของเขาก็ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่มีความฝันและรักการถักไหมพรม ทั้งยังทำให้ผู้ชายที่ชื่นชอบการถักไหมพรมได้รวมกลุ่ม และพูดคุยกันมากขึ้นด้วย โบเรียยังบอกด้วยว่าชื่อเสียงของเขาในโลกออนไลน์ก็ยังช่วยให้ร้านผ้าไหมพรมของเขาขายดีและเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งเขาก็ใช้ชื่อเสียงของตัวเองเริ่มโครงการ “แฮท โน เฮท” (Hat no Hate ) ซึ่งเป็นแคมเปญต่อต้านการข่มเหงและรังแกในเด็ก รวมทั้งสอนให้เด็ก ๆ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยการถักไหมพรม ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ประชุม ‘ทรัมป์-คิม’ ปิดฉากก่อนกำหนดแบบไร้ข้อตกลง

การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้ปิดฉากลงแล้วในวันนี้(28 ก.พ.)  โดยไม่มีการลงนาม หรือบรรลุข้อตกลงใด ๆ จากผู้นำทั้งสอง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯเปิดการแถลงข่าวเมื่อเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 กับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือในกรุงฮานอยของเวียดนาม โดยประธานาธิบดีประทรัมป์และนายคิม จองอึนได้หารือกันในช่วงเช้า แต่ได้ยกเลิกการรับประทานอาหารมื้อเที่ยงแบบกะทันหัน ทั้งยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลง หรือลงนามในข้อตกลงใด ๆ ร่วมกันในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งทำให้การประชุมเสร็จสิ้นก่อนกำหนดเดิมถึง 2 ชั่วโมง แม้ว่าก่อนหน้าการประชุมผู้นำทั้งสองแสดงความมั่นใจว่าผลการประชุมจะออกมาดีและเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่ายก็ตาม ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าได้หารือในประเด็นเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจกับผู้นำเกาหลีเหนือ และการหารือประเด็นปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีก็มีความคืบหน้า แต่เกาหลีเหนือกลับต้องการให้สหรัฐฯยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือทั้งหมดถึงจะยอมยุติการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ แต่สหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุด้วยว่ายังไม่มีแผนที่จะประชุมหารือกับนายคิม จองอึนในรอบที่ 3 ในเร็ววันนี้ และบอกว่าการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการปูทางไปสู่การเจจราหารือที่ดีระหว่างทั้งสองประเทศในอนาคต ทั้งยังยืนยันว่าความสัมพันธ์ของเขากับนายคิม จองอึนยังคงเหนียวแน่น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สหรัฐฯ หนาวจัดต่อเนื่อง ‘ชิคาโก’ ติดลบ 28 องศา ทุบสถิติในรอบ 34 ปี

สภาพอากาศในหลายรัฐทางแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ ยังคงหนาวจัดต่อเนื่อง อุณหภูมิลดลงจนทุบสถิติอากาศหนาวสุดในรอบกว่า 30 ปี ขณะที่การคมนาคมขนส่งกลายเป็นอัมพาต โดยที่มหานครนิวยอร์ก นักท่องเที่ยวต่างพากันไปบันทึกภาพของสถานที่สำคัญ เช่นน้ำพุหรือแม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวจัด โดยอุณหภูมิในนิวยอร์กลดลงถึงติด  -18 องศาเซลเซียส ชาวนิวยอร์กเปิดเผยว่าตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเจออากาศหนาวขนาดนี้มาก่อน ส่วนที่นครชิคาโก อุณหภูมิลดต่ำติดลบถึง -28 องศาทำลายสถิติหนาวที่สุดในรอบ 34 ปี สายการบินได้ประกาศยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก ขณะที่รถไฟแอมแทรคประกาศยกเลิกเที่ยวรถที่จะเข้าตัวเมือง พนักงานไปรษณีย์งดส่งพัสดุเป็นวันที่ 2 ขณะที่เศรษฐีรายหนึ่งประกาศเปิดโรงแรมที่พักให้ฟรีสำหรับคนไร้บ้าน 70 คน ท่ามกลางอากาศวิกฤต ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ทำกิจกรรมท้าความหนาว บางคนลองเป่าฟองสบู่ให้เป็นลูกโป่ง ปรากฏว่าเพียงแค่ไม่กี่นาที ลูกโป่งฟองสบู่ก็แข็งตัว บางคนลองนำเสื้อผ้าไปตากไว้กลางแจ้ง เพียงแค่ไม่กี่นาทีเสื้อผ้าก็กลายเป็นน้ำแข็งเช่นกัน อย่างเช่นกางเกงยีนส์ที่เห็น ตั้งได้เหมือนกับว่ามีคนยืนสวมอยู่จริง ๆ ขณะที่บรรดาสัตว์เลี้ยงก็ถูกจับแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ากันหนาว เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น น้องหมาหลายตัวถูกเจ้าของปิดประตูขังไว้ในบ้าน เพื่อไม่ให้ออกไปวิ่งเล่นท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัด ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

เจ้าของอึ้ง! พบแมวที่หายไป ไกล 1,600 กิโลเมตรจากบ้าน

เกิดเหตุเจ้าแบนดิท แมววัย 2 ปีครึ่ง ได้หายออกไปจากบ้านในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน สหรัฐฯ เป็นเวลา 2 เดือน ก่อนถูกพบตัวอีกครั้งในรัฐฟลอริดาที่อยู่ห่างไปกว่า 1,600 กิโลเมตร จูดี้ แซนบอร์น เจ้าของแมวตัวดังกล่าว เล่าว่า เธอรู้สึกตกใจมากตอนที่ได้รับการติดต่อในเดือน ธันวาคม 61 ที่ผ่านมา จากโรงพยาบาลสัตว์ในเมือง แทมป้ารัฐฟลอริดา ว่าได้พบแมวตัวหนึ่งก่อนทำการตรวจสอบไมโครชิปที่ตัวของมัน และพบว่าเป็นแมวของเธอที่หายไป ทั้งนี้ไม่มีใครทราบว่าเจ้าแบนดิทเดินทางจากดีทรอยต์ไปฟอลริดาได้อย่างไร ด้านผู้เชี่ยวชาญ เผย ไม่เคยพบสัตว์ที่เดินทางห่างจากถิ่นที่อยู่ของตัวเองไกลขนาดนี้มาก่อน คาดว่ามันอาจซ่อนอยู่บนรถ หรือมีคนเจอมันที่เมืองดีทรอยต์และติดรถไปที่ฟลอริดาด้วย โดยแบนดิทจะเดินทางกลับบ้านในสัปดาห์นี้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เจ้าของบ้านงง! หนุ่มบุกเลียกริ่งหน้าบ้าน นานกว่า 3 ชั่วโมง

ตำรวจรัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐฯ กำลังเร่งตามจับตัว นายโรแบร์โต อาร์โรโย่ วัย 33 ปี ที่มีพฤติกรรมประหลาดเลียกริ่งหน้าประตูบ้านนานเกือบ 3 ชั่วโมง โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ ขณะที่เขากำลังเลียกริ่งหน้าประตูของบ้านหลังหนึ่งในเมืองซาลินาส ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯเมื่อช่วงคืน(8 ม.ค. 62)ที่ผ่านมา ด้านเดฟ และซิลเวีย ดันแกน สองสามีภรรยา ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านบอกว่าในช่วงที่เกิดเหตุทั้งคู่ไม่ได้อยู่บ้าน แต่ลูก ๆ ของพวกเขาก็กำลังนอนหลับอยู่ภายในบ้าน และไม่รู้เรื่องขณะที่นายอาร์โรโย่มาเลียกริ่งประตู ซึ่งทั้งคู่ก็รู้สึกประหลาดใจ และขำกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหลังจากเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิด สามีภรรยาคู่นี้ก็ตัดสินใจแจ้งตำรวจ ซึ่งตำรวจก็สามารถระบุตัวนายอาร์โรโย่ได้ในทันที และกำลังอยู่ระหว่างการนำตัวเขามาดำเนินคดี โดยคาดว่านายอาร์โรโย่อาจถูกตั้งข้อหาลักทรัพย์ และข้อหาดูลาดเลาเพื่อเตรียมก่ออาชญากรรม ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ประชาชนแห่เขียนคำอธิษฐานปีใหม่ 2019 กลางนครนิวยอร์ก

นักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวเมืองในมหานครนิวยอร์ก ของสหรัฐทั้งชายและหญิง จากทุกช่วงวัย ได้เขียนความปรารถนาและความฝันสำหรับปีใหม่ที่จะถึงนี้ โดยมีตั้งแต่การขอให้สอบได้ A ทุกวิชา ไปจนถึง การขอให้โลกมีสันติภาพ สุขภาพดี และของเล่นชิ้นใหม่ ใส่กระโดโน้ตสีสันต่าง ๆ ติดไว้ที่ กำแพงคำอธิษฐาน (Wishing Wall) ที่กลางจัตุรัสไทม์สแควร์ หากประชาชนคนใด ไม่สามารถมาร่วมงานในนครนิวยอร์กได้ ก็ยังสามารถส่งคำอธิษฐานผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.timessquarenyc.org โดยคำอธิษฐานทั้งหมดจะได้รับการพิมพ์ใส่กระดาษสีชิ้นเล็ก ๆ เพื่อนำไปรวมกับอีกหลายล้านชิ้น และโปรยปรายลงมาในคืนวันที่ 31 ธ.ค.61 ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

บทลงโทษคนใจโหด! ศาลสั่งนักโทษคดีฆ่ากวาง ดู ‘แบมบี้’ เดือนละครั้ง

ที่สหรัฐฯ มีคดีแปลก โดยศาลพิพากษาให้ชายคนหนึ่งต้องถูกจำคุก 1 ปี แต่ในระหว่างนั้นเขาจะต้องดูการ์ตูนเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อกล่อมเกลาจิตใจ ชายคนดังกล่าวชื่อว่า เดวิด โฮเมอร์ เบอร์รี่ อายุ 29 ปี เป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าสัตว์ป่า หลังเขาพร้อมกับพ่อและพี่ชายเข้าไปล่าสัตว์ในรัฐมิสซูรี่ และได้สังหารกวางมากกว่าร้อยตัว เมื่อถึงวันพิพากษา ศาลได้ตัดสินให้ชายคนนี้ถูกจำคุกเป็นเวลา 1 ปี แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ทุก ๆ เดือนในช่วงที่ถูกคุมขัง เขาจะต้องดูการ์ตูนเรื่อง “แบมบี้” อย่างน้อย 1 ครั้ง “แบมบี้” เป็นการ์ตูนคลาสสิกจากค่ายดิสนีย์ เป็นเรื่องราวของกวางน้อยที่ต้องกลายเป็นกำพร้า หลังแม่ของมันถูกนายพรานสังหาร ซึ่งผู้พิพากษาหวังว่าบทลงโทษดังกล่าวจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจของผู้ต้องหาขณะที่อยู่ในคุก ไม่ให้กลับออกมาก่อเหตุอีก ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สหรัฐฯ ส่งคืน ‘ระฆังโบราณบาลังกิก้า’ ให้ฟิลิปปินส์ หลังทหารขโมยไปนาน 117 ปี

ระฆังคู่ แห่งบาลังกิก้า ระฆังโบราณได้ถูกนำกลับคืนถึงฟิลิปปินส์แล้ว ด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบซี-130 ของกองทัพสหรัฐฯ ลงจอดยังฐานทัพอากาศในกรุงมะนิลา ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โดยที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ส่ง เดลฟิน โลเร็นซาน่า รัฐมนตรีกลาโหม มารอรับการมาถึงของระฆังโบราณในครั้งนี้ ร่วมกับซอง คิม เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงมะนิลา ระฆังโบราณนี้ ถูกกลุ่มทหารอเมริกันขโมยไปจากโบสถ์แห่งหนึ่งบนเกาะซามาร์ ทางตอนกลางของฟิลิปปินส์ เมื่อปี ค.ศ.1901 หรือเมื่อ 117 ปีก่อน ในช่วงที่สหรัฐฯ แผ่ขยายอิทธิพลเข้ามายึดครองฟิลิปปินส์ ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลหลายชุดของฟิลิปปินส์ รวมถึงกลุ่มเคลื่อนไหวของภาคประชาชนและนักประวัติศาสตร์ในฟิลิปปินส์ ต่างเรียกร้องให้สหรัฐฯ คืนระฆังโบราณนี้ ที่ถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ในการรวมตัวของชาวฟิลิปปินส์เพื่อต่อต้านการยึดครองของอเมริกาในอดีต ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สหรัฐฯ จัดรัฐพิธีศพอดีตปธน. ‘จอร์ช บุช’ ผู้นำโลกร่วมอาลัย

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 61 บรรยากาศรัฐพิธีศพของนายจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช อดีตประธานาธิบดีคนที่ 41 ของสหรัฐฯ เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติ มีผู้นำและอดีตผู้นำโลกเข้าร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก รัฐพิธีดังกล่าวถูกจัดขึ้นภายในมหาวิหารแห่งชาติ ในกรุงวอชิงตันดีซี โดยมีสมาชิกราชวงศ์และผู้นำชาติต่างๆ เดินทางเข้าร่วม อาทิ สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์แห่งจอร์แดน เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ แห่งอังกฤษ และอังเกลา แมร์เคิล นายกฯ เยอรมนี ที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือการรวมตัวของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ 3 คน คือจอร์จ ดับเบิลยู บุช ผู้เป็นลูก,  บิล คลินตัน และบารัก โอบามา ทั้งหมดนั่งเรียงกันที่เก้าอี้ตัวหน้าของแถว ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน โดนัลด์ ทรัมป์ก็เดินทางมาถึง และเข้าไปนั่งที่แถวเดียวกัน ทำให้เป็นการปรากฎตัวอย่างพร้อมเพรียงกันของผู้นำและอดีตผู้นำสหรัฐฯ ที่มากที่สุด ซึ่งถ้าหากนับจอร์จ บุช ซีเนียร์ (ผู้เสียชีวิต) ด้วย ก็จะเป็น 5 คน หลังเสร็จสิ้นรัฐพิธี ร่างของบุชได้ถูกนำขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เพื่อเดินทางกลับไปที่รัฐเท็กซัส […]

ชาวอเมริกันหลายสิบล้านแห่กลับบ้าน ‘วันขอบคุณพระเจ้า’ จราจรหนาแน่นทุกเส้นทาง

วันนี้(22 พ.ย.) ถือเป็นวันขอบคุณพระเจ้าถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ชาวอเมริกันจะได้กลับบ้านเพื่อเฉลิมฉลองร่วมกับครอบครัว ซึ่งทุกปี คาดการณ์กันว่ามีประชาชนหลายสิบล้านคนที่ออกเดินทาง ทั้งด้วยรถส่วนตัว รถไฟ และเครื่องบิน สถานการณ์ล่าสุดตามท้องถนนสายต่าง ๆ ในสหรัฐฯ เต็มไปด้วยปริมาณรถที่หนาแน่นและติดสะสมหลายชั่วโมง ประกอบกับสภาพอากาศที่มีฝนตกและหิมะตกเร็วกว่าปกติ ขณะที่ตามสถานีรถไฟ ตั๋วเดินทางก็ถูกจองเต็มทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รับปากว่าจะจัดหารถสำรองเพื่อนำทุกคนกลับบ้านไปฉลองกับครอบครัวได้ทั้งหมด นอกจากภาคพื้นดินแล้ว การเดินทางด้วยเครื่องบินก็หนาแน่นไม่แพ้กัน โดยช่วงวันขอบคุณพระเจ้า เป็นเทศกาลที่คนเดินทางกันมากที่สุดในรอบปี ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สหรัฐฯ เตือนปชช.งดบริโภคผักกาดหอม หลังเชื้อแบคทีเรียระบาด

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา หรือ ซีดีซีได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้งดบริโภคผักกาดหอมโรเมน และให้บรรดาร้านผัก และร้านอาหารต่าง ๆ งดจำหน่ายผักกาดหอมโรเมนในช่วงนี้ คำประกาศเตือนดังกล่าวมีขึ้น หลังตรวจพบว่ามีเชื้อแบคทีเรียอีโคไลแพร่ระบาดในผักกาดหอมโรเมนตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม 61 ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนี้พบผู้ติดเชื้ออีโคไลในสหรัฐฯแล้ว 32 รายภายในพื้นที่ 11 รัฐ ซึ่งในจำนวนนี้มี 13 รายต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และยังพบผู้ติดเชื้อในรัฐออนแทรีโอ และรัฐควิเบกของแคนาดาอีก 18 ราย ก่อนหน้านี้ เชื้อแบคทีเรียอีโคไลเคยแพร่ระบาดในสหรัฐฯเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้ติดเชื้อมากถึง 197 ราย และเสียชีวิต 5 ราย นับเป็นการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของเชื้ออีโคไล นับตั้งแต่ปี 2006  ในเวลานี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาทางยับยั้งและสอบสวนการแพร่ระบาดของเชื้ออีโคไล โดยผู้ติดเชื้ออีโคไลจะมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน และอาการอาจรุนแรงถึงขั้นไตวายเสียชีวิตได้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

จำคุกตลอดชีวิต หนุ่มชาวอเมริกันหวังคบชู้ ฆ่าลูกและเมียตั้งครรภ์

คริสโตเฟอร์ วัตส์ วัย 33 ปี ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต หลังก่อเหตุฆาตกรรม แชนแนนน์ วัตส์ ภรรยาวัย 34 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างตั้งครรภ์ได้ 15 สัปดาห์ และลูกสาว 2 คน วัย 3 และ 4 ขวบ โดยผู้พิพากษาที่ขึ้นนั่งบัลลังก์มาแล้ว 17 ปี กล่าวว่า คดีนี้อาจเป็นคดีอาชญากรรมที่ไร้ความปรานีและชั่วช้าที่สุดที่เขาเคยพิจารณามาตลอดชีวิตการทำงาน ส่วนผู้ก่อเหตุ ที่อยู่ในสภาพยอมรับผิด กล่าวขอโทษต่อสิ่งที่ได้กระทำลงไปผ่านทนายความ แต่ปฏิเสธที่จะกล่าวต่อหน้าศาล ทั้งนี้ หลังมีรายงานว่า แชนแนนน์ วัตส์ พร้อมลูกสาว 2 คน หายตัวออกจากบ้านไปในเดือนสิงหาคม คริสโตเฟอร์ ผู้เป็นผู้สามี ไปตระเวนออกรายการโทรทัศน์ตามสถานีต่าง ๆ เพื่ออ้อนวอนให้พวกเธอกลับมาอย่างปลอดภัย จนต่อมาในวันที่ 15 สิงหาคม เขาถูกจับกุมตัวในข้อหาฆาตกรรม คริสโตเฟอร์ ให้ข้อมูลกับนักสืบว่า เขากำลังนอกใจภรรยา จึงตัดสินใจฆาตกรรมเธอและลูก จากนั้นนำร่างของทั้งหมดไปยังทุ่งน้ำมัน ฝังร่างภรรยาไว้ในหลุมตื้น […]

สหรัฐฯ ระดมจนท.กว่า 3,300 นาย พร้อม ฮ. เร่งดับไฟป่า

วูลซีย์ ไฟร์ หนึ่งในไฟป่าครั้งใหญ่ที่กำลังเผาไหม้รัฐแคลิฟอร์เนีย ส่งผลให้ประชาชนราว 250,000 คนต้องอพยพออกจากเขตเวนทูตรา และลอสแองเจลิส ล่าสุดกระแสลมที่อ่อนกำลังทำให้เจ้าหน้าที่นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นทิ้งระเบิดน้ำควบคุมพื้นที่ไฟป่าได้มากขึ้น โดยทางการรัฐแคลิฟอร์เนียบอกว่า มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 3,300 นาย ได้รับมอบหมายให้รับมือไฟป่าครั้งนี้ และด้วยสภาพอากาศที่เอื้อต่อการทำงาน ทำให้ทางการคาดว่าจะสามารถควบคุมพื้นที่ไฟป่าได้มากขึ้นเรื่อย ๆ และใช้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงน้อยลง ล่าสุดคุมไฟป่าได้แล้วกว่า 82% ทางการรัฐแคลิฟอร์เนียบอกว่า ชาวเมืองท้องถิ่นได้รับอพยพออกจากบ้านของตนเอง แต่ความปรารถนาที่จะกลับไปยังบ้านของตนเองมีมากขึ้น หลังฤดูหนาวใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าระดมเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง เตรียมพร้อมที่สนามบิน และเดินหน้าปฏิบัติการดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไฟป่าครั้งรุนแรงในแคลิฟอร์เนียยังโหมต่อเนื่อง เผาพื้นที่มากกว่า 8 แสนไร่

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟป่าในพื้นที่มลรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นเหตุไฟป่าที่ถือว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ล่าสุดเพิ่มจำนวนเป็นอย่างน้อย 56 ราย ขณะที่ยอดผู้สูญหายที่ยังไม่ทราบชะตากรรมยังคงมีสูงกว่า 130 ราย นอกเหนือจากยอดผู้เสียชีวิตและสูญหายแล้ว รายงานข่าวยังระบุว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นยังได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 135,000 เฮคตาร์ (มากกว่า 843,750 ไร่) รวมถึงบ้านเรือน-สิ่งปลูกสร้างอีกมากกว่า 500 หลัง ซึ่งรวมถึงบ้านของเหล่ามหาเศรษฐีและนักแสดงฮอลลีวูดหลายคน สื่อท้องถิ่นระบุว่า จนถึงขณะนี้ทางการท้องถิ่นต้องสั่งอพยพประชาชนหนีไฟป่าที่ลุกลามไปแล้วมากกว่า 200,000 คน ขณะที่การควบคุมไฟป่าของทีมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่เพิ่งทำได้ราว 30 เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบ 1 ใน 3 เท่านั้น เนื่องจากกระแสลมที่พัดแรงในพื้นที่ ได้โหมกระพือให้ไฟลุกลามขยายวงกว้างมากกว่าเดิม ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

น่ารักมาก! สหรัฐฯ ใช้นักฮอกกี้น้ำแข็งฝึกลูกสุนัขบำบัด

นักฮอกกี้น้ำแข็งสโมสรฮอกกี้น้ำแข็ง ชาร์ล็อต เช็คเกอร์ เมืองชาร์ล็อต รัฐนอร์ทแคโรไลนา และลูกสุนัขจาก Project2Heal องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่คอยฝึกสุนัขบำบัด พากันเดินเล่นบนลานน้ำแข็ง โดยมีนักฮอกกี้คอยเล่นด้วย สโมสร บอกว่า กำลังช่วยฝึกให้ลูกสุนัขออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยให้พวกมันเรียนรู้ที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนหน้าใหม่ ๆ โดยท้ายที่สุด สุนัขเหล่านี้จะได้จับคู่ฝึกกับเหล่าทหารผ่านศึก โดยสโมสรฮอกกี้น้ำแข็งแห่งนี้เริ่มทำงานร่วมกับ Project2Heal เมื่อไม่นานมานี้ และกำลังวางแผนให้ทีมฮอกกี้รับเลี้ยงสุนัขประจำทีม 1 ตัว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ชาวโคโลราโด้แห่เลือกผู้สมัครเกย์คนแรก นั่งเก้าอี้ผู้ว่าการรัฐ

แจเร็ด โพลิส สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นผู้ว่าการรัฐคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองอเมริกัน ที่เป็น เกย์โดยเปิดเผย หลังจากที่เขาได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะ ในศึกเลือกตั้งผู้ว่าการที่มลรัฐโคโลราโด้ รายงานข่าวระบุว่า โพลิส อดีตนักธุรกิจด้านเทคโนโลยีอย่างโพลิส วัย 43 ปี จากพรรคเดโมแครต เอาชนะ วอล์คเกอร์ สเตเปิลตัน ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันในศึกเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐโคโลราโด้ โดยโพลิสได้คะแนนเสียงจากประชาชนคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 51.1 หรือเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้โพลิสกลายเป็นผู้ว่าการคนที่ 43 ของมลรัฐแห่งนี้ โดยก่อนหน้านี้เขาเคยชนะการเลือกตั้งและได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจำเขตที่ 2 ของมลรัฐโคโลราโด้ มาแล้วถึง 5 สมัย หลังจากทราบผลการเลือกตั้ง โพลิสได้สวมกอดกับ มาร์ลอน ไรส์ คู่รักชายของเขา ซึ่งกำลังจะได้เป็น “สุภาพบุรุษหมายเลขหนึ่ง” คนแรกในประวัติศาสตร์ของมลรัฐโคโลราโด้เช่นกัน สื่อท้องถิ่นระบุว่า หนึ่งในนโยบายสำคัญที่ทำให้โพลิสชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐโคโลราโด้ครั้งนี้ คือ นโยบายให้เงินสนับสนุนโรงเรียนอนุบาลที่เปิดการเรียนการสอนแบบเต็มวัน รวมถึงนโยบายการฝึกอบรม-พัฒนาฝีมือแรงงาน โดยจะเน้นการฝึกทักษะด้านคอมพิวเตอร์ให้กับเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ทรัมป์ ส่งทหาร 15,000 นาย ประจำชายแดนเม็กซิโก ต้านขบวนผู้อพยพ

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ บอกว่า สหรัฐอาจส่งกำลังทหารมากถึง 15,000 นาย ไปประจำการบริเวณพรมแดนที่ติดกับเม็กซิโก เพื่อแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อขบวนผู้อพยพที่หลบหนีความรุนแรงและความยากจนในภูมิภาคอเมริกากลาง และกำลังมุ่งหน้ามายังอเมริกาเหนือ โดยล่าสุดบรรดาทหารพร้อมยุทโธปกรณ์ชุดแรก เดินทางถึงเมือง ซานแอนโตนิโอ ในรัฐเท็กซัส ที่อยู่ติดกับเม็กซิโกแล้ว หลายวันมานี้ ทรัมป์ออกมาแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าว โดยบอกว่า ขบวนผู้อพยพจากอเมริกากลางที่หลบหนีความยากจนและความรุนแรงผ่านแม็กซิโกมุ่งหน้ามายังพรมแดนสหรัฐ ถือเป็นภัยคุมคามต่อสหรัฐ โดยทหารจำนวน 15,000 นาย ที่ทรัมป์บอกว่าจะส่งไปประจำการที่พรมแดน เป็นจำนวนมากกว่า 2 เท่าของจำนวนที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ บรรดา สส. พรรคริพับลิกัน และผู้สนับสนุนทรัมป์ คนอื่น ๆ ต่างเห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ แต่เหล่านักวิจารณ์ โต้แย้งว่า ทรัมป์ได้ฉวยโอกาสสร้างวิกฤต เพื่อให้ประชาชนที่หนุนรีพรรคริพับลิกันออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศในสัปดาห์นี้ด้วยว่า เขาจะหาทางยกเลิกสิทธิการเป็นพลเมืองสหรัฐที่ให้แก่เด็กที่เกิดในสหรัฐ แต่ผู้ปกครองไม่ใช่พลเมืองสหรัฐ และผู้อพยพผิดกฎหมาย โดยบอกว่า เขาจะออกคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อยกเลิกสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

keyboard_arrow_up