เตรียมใช้ ม.44 โละ 456 คำสั่ง-ประกาศ หัวหน้า คสช.พลิกบางฉบับเป็นกฎหมายถาวร

วันนี้ (7 พ.ค.62) พันเอก วินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวถึงการประชุม ร่วมคสช.-ครม. ว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาปรับปรุง เปลี่ยนแปลงคำสั่งหัวหน้า คสช. ประกาศคสช.ที่ออกมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งหมด 456 ฉบับ ซึ่งบางฉบับไม่มีผลไม่มีผลบังคับใช้แล้ว บางฉบับต้องยกเลิก ขณะที่บางฉบับต้องทำให้เป็นกฎหมายถาวร ทั้งนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นคนให้รายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง

“วิษณุ” จ่อล้างบางคำสั่ง คสช. พร้อมเปิดไทม์ไลน์ มิ.ย.นี้ ได้ ครม.ใหม่

วิษณุ เผย เตรียมออกคำสั่ง ม. 44 ล้าง คำสั่งเดิม เพื่อไม่ให้เป็นภาระรัฐใหม่ พร้อมเปิดไทม์ไลน์ ได้ ครม.ประมาณมิถุนายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรอบเวลา หรือ ไทม์ไลน์หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.ว่า หาก กกต. กำหนดวันในการประกาศรับรองผล ส.ส.เขต ร้อยละ 95 ในวันที่ 7 พ.ค. และวันที่ 8 พ.ค. รับรองผลบัญชีรายชื่อ ถือว่าวันที่ 8 คือการรับรองผล อย่างเป็นทางการ จากนั้นอีก 3 วันที่จะมีการประกาศรายชื่อ ส.ว. 250 คน และนำรายชื่อ ส.ว.ขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งไม่สามารถระบุวันที่ในการโปรดเกล้าฯลงมาได้ ทั้งนี้ หากโปรดเกล้ารายชื่อ ส.ว.ลงมา จากนั้น ภายใน 15 วัน จะมีรัฐพิธี ทรงเปิดสมัยประชุมสภาสมัญประจำปี ก่อนที่จะเลือกประธานและรองประธานรัฐสภา […]

“ประยุทธ์” เล็งใช้ ม.44 เยียวยาค่าโง่ “โฮปเวลล์” จากรัฐบาลยุคก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 เม.ย.62) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุด ตัดสินให้ รัฐฯคืนเงินชดเชยให้กับบริษัทโฮปเวลล์จากการบอกเลิกสัญญา รวมเป็นเงิน 11,888 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี รวมถึงค่าธรรมเนียมศาล ภายใน 180 วัน ว่า รับทราบแล้ว และอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองกันอยู่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในรัฐบาลอื่น แต่รัฐบาลปัจุบันก็ต้องแก้ไขปัญหา ที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่ได้แก้ไขแล้ว ทั้งการใช้มาตรา 44 มาช่วยแก้ปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ เนื่องจากหากปล่อยไว้ก็จะเป็นปัญหาสะสม ที่ทำให้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีมากขึ้น ทั้งนี้เห็นว่า แม้รัฐบาลจะพยายามแก้ไขปัญหาแต่ก็ยังถูกต่อว่า หากไม่แก้ไขก็จะยิ่งไปกันใหญ่

หัวหน้า คสช. งัด ม.44 เร่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่อง การดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยมีรายละเอียดดังนี้… โดยที่ปัจจุบันการจัดการบริการขนส่งสาธารณะโดยรถไฟฟ้าในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต – แบริ่งช่วงบางหว้า – สนามกีฬาแห่งชาติช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการและช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคตยังมีปัญหาในการบูรณาการ ทั้งเรื่องการบริหารจัดการโครงการและการบริหารจัดการสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถไฟฟ้า ที่ยังไม่มีความเป็นเอกภาพจําเป็นต้องมีมาตรการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through Operation) อํานวยความสะดวกสบายในการเดินทางของประชาชนผู้โดยสาร และมีการกําหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมเป็นธรรมและไม่เป็นภาระแก่ประชาชน เพื่อให้การเข้าถึงการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนเป็นไปอย่างเท่าเทียม และทั่วถึงอันจะเป็นประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพต่อระบบคมนาคมขนส่งและระบบเศรษฐกิจของประเทศ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา๒๖๕ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช๒๕๕๗หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ๑ในคําสั่งนี้“โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว” หมายความว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต – อ่อนนุชและช่วงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ – สะพานตากสิน“โครงการส่วนต่อขยายที่๑” หมายความว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงสถานีสะพานตากสิน – สถานีบางหว้าและช่วงสถานีอ่อนนุช – สถานีแบริ่ง“โครงการส่วนต่อขยายที่๒” หมายความว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการและช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต“สัญญาสัมปทาน” หมายความว่าสัญญาสัมปทานระบบขนส่งมวลชนกทม. ระหว่างกรุงเทพมหานครกับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจํากัดและที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ๒ให้กรุงเทพมหานครดําเนินการจ้างผู้ประกอบการเอกชนเพื่อติดตั้งระบบรถไฟฟ้าจัดการเดินรถไฟฟ้าและบริหารการเดินรถไฟฟ้าโครงการส่วนต่อขยายที่๒ให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อแก้ปัญหาการจราจรและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยคํานึงถึงการให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้าโดยเร็วสะดวกและประหยัดค่าโดยสารรวมทั้งเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเดินรถเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้ากับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวและโครงการส่วนต่อขยายที่๑การจ้างตามวรรคหนึ่งไม่ถือเป็นการร่วมลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ข้อ๓เพื่อให้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวโครงการส่วนต่อขยายที่๑และโครงการส่วนต่อขยายที่๒สามารถเดินรถแบบต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through […]

‘บิ๊กตู่’ ใช้ม.44 เด้ง ‘บิ๊กโจ๊ก’ พ้นตำรวจ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ

จากกรณีวันที่ 5 เม.ย. 62 มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 232/0562 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ให้พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล พ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (อ่านเพิ่มเติม ผบ.ตร. เซ็นเอง! เด้ง “บิ๊กโจ๊ก” เข้ากรุ ศปก. สั่งขาดจากตำแหน่งเดิม) ล่าสุดจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคสช.ที่ 2/2562 ลงวันที่ 9 เมษายน เรื่องแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบ และการกำหนดกรอบอัตราชั่วคราว โดยให้พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขาดจากตำแหน่งหน้าที่และอัตราเงินเดือนเดิม โอนย้ายจากข้าราชการตำรวจ มาเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหารระดับสูง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(นักบริหารระดับสูง) โดยให้มีผลทันที ตั้งแต่วันนี้ 9 เมษายน เป็นต้นไป ทั้งนี้ที่ประชุม ครม.ก็ได้รับทราบการโอนย้ายดังกล่าวแล้ว และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ไม่ตอบคำถามในประเด็นนี้แต่อย่างใด โดยโบกมือให้นักข่าว ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี […]

‘เพื่อไทย’ ออกแถลงการณ์ ร้องทุกภาคส่วนเดินหน้าการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส

พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนทำให้การเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม น่าเชื่อถือเพื่อเป็นทางออกให้ประเทศไทย นายชูศักดิ์ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายพรรคเพื่อไทย อ่านแถลงการณ์เรียกร้อง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งการเลือกตั้ง จัดการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมให้เป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรมและโปร่งใส และต้องไม่ยอมให้มีการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. โดยเด็ดขาด พร้อมเรียกร้อง ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยุติการอนุมัติงบประมาณและไม่โยกย้ายและแต่งตั้งข้าราชการที่จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง หัวหน้า คสช.ต้องงดเว้นในการใช้อำนาจตามมาตรา 44 คสช.และรัฐบาลต้องรักษาความเป็นกลางทางการเมืองโดยเคร่งครัดและไม่ใช้อำนาจ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมืองหรือเลือกปฏิบัติหรือให้โทษต่อพรรคการเมือง และนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ต้องกำชับให้หัวหน้าส่วนราชการ และรัฐมนตรี จะต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริง พร้อมกันนี้พรรคจะขอเรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ของรัฐในเหตุการณ์ต่างๆ ว่ามีการใช้อำนาจรัฐเพื่อเป็นคุณแก่พรรคการเมืองบางพรรคหรือไม่ และขอความร่วมมือ ประชาชนชาวไทยร่วมกันทำให้การเลือกตั้งสุจริต เสรี และเที่ยงธรรม ด้วยการสอดส่องและเปิดโปงการทุจริตการเลือกตั้งทุกรูปแบบ ส่วนพรรคการเมืองต่างๆ นั้นขอให้พรรคทำการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันนำเสนอนโยบายให้ประชาชนตัดสิน และเมื่อประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนและผลการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงความชัดเจนถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคว่า จะได้ความชัดเจนภายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร ส.ส. ส่วนในวันจันทร์ที่ 28 มกราคมนี้ จะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครแบบแบ่งเขต และกรณีที่พลเอกประยุทธ์ ออกมาเตือนการใช้งบประมาณในการหาเสียงของแต่พรรคการเมืองนั้น […]

เพจกฎหมายดัง เผย ม.44 ฉีกผังเมืองชั่วคราว ต้นเหตุเกิดฝุ่น PM 2.5

เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมาส ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก iLaw หรือ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ได้โพสต์ข้อความวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีการเชื่อมโยงถึงคำสั่งมาตรา 44 ที่ระบุข้อความว่า… ม.44 กำลังจะส่งผลต่อการเกิดฝุ่น PM 2.5 ที่กระทบสุขภาพประชาชน หากนับถึงวันนี้ (15 ม.ค. 62) ถือว่าเป็นเวลาเกือบสัปดาห์แล้วที่ประชาชนในเมืองใหญ่ หรือจังหวัดที่อยู่ใกล้พื้นที่อุตสาหกรรมต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือที่เรียกกันว่า PM 2.5 ซึ่งมีปริมาณมากพอจนเริ่มมีผลกระต่อสุขภาพ ข้อมูลจาก ‘กรีนพีช ไทยแลนด์’ ระบุว่า สาเหตุของมลพิษส่วนหนึ่งมาจากภาคอุตสาหกรรมการผลิต ที่ปล่อย PM 2.5 ราว 65,140 ตันต่อปี อีกทั้ง ภาคอุตสาหกรรมยังผลิตแหล่งกำเนิดทุติยภูมิที่เกิดขึ้นจากการที่ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ถูกปล่อยสู่อากาศ ก่อนจะไปทำปฏิกิริยาทางเคมีกับแสงแดดและโอโซน และเกิดเป็น PM 2.5 อีกด้วย อย่างไรก็ดี ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลังรัฐประหารเป็นต้นมา หัวหน้าคสช. ใช้ มาตรา 44 […]

จบปัญหายื่นลาออก! ‘ประยุทธ์’ งัด ม.44 ยกเลิก กก.สภามหาวิทยาลัย ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.61 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 21/2561 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยใช้มาตรา 44 ยกเลิกผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและเปิดเผยตามมาตรา 102 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561      

เอาจริง! ‘ศรีวราห์’ ปีใหม่นี้อนุโลมนั่งท้ายกระบะได้-เมาแล้วขับยึดรถ

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชุมมาตการการรักษาความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยย้ำปีใหม่ปีนี้เน้นบังคับใช้กฎหมายเมาไม่ขับ ไม่สวมหมวกกันน็อค ยังอนุโลมให้นั่งท้ายรถกระบะได้ วันที่ 18 ธ.ค.60 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้านมั่นคงและกิจการพิเศษ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2561 พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ในปีนี้เจ้าหน้าที่เน้นการปฏิบัติบังคับใช้กฏหมายเมาไม่ขับ เพิ่มด่านตรวจตามนโยบายในการลดอุบัติเหตุ สำหรับปีใหม่นี้ยังมีการผ่อนผันเรื่องการนั่งท้ายรถกระบะ ซึ่งเป็นตามนโยบายรัฐบาลที่ให้อำนวยสะดวกกับประชาชน ยกเว้นกรณีมีการกระทำที่ส่อให้เกิดอันตรายอาทิ นั่งบนขอบกระบะ หรือ มีการดื่มสุราจนมึนเมา แบบนี้ผ่อนผันไม่ได้ ส่วนกรณีเมาแล้วขับก็จะร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงตั้งจุดสกัด รถยนต์ รถจักรยานยนต์ โดยหากพบว่าผู้ขับขี่รายใดมีการดื่มสุราเกินกว่ากฎหมายกำหนด จะมีการยึดรถไว้ชั่วคราว ก่อนที่เจ้าของจะนำเอกสารมาขอรับคืนได้ภายหลัง สำหรับมาตรการนำร่องสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลก่อนจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในวันที่ 28 ธันวาคม นี้ โดยในช่วงแรกจะมีการว่ากล่าวตักเตือน และไม่ให้ขับขี่ต่อจนกว่าผู้ขับขี่จะหาหรือนำหมวกกันน็อคมาใส่ พร้อมยืนยันว่า ตำรวจไม่มีอำนาจยึดรถผู้ขับขี่ที่กระทำผิดไม่สวมหมวกนิรภัยได้ แต่หากมีเหตุให้สงสัยว่า ผู้ขับขี่มีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดกฏหมายในข้ออื่นตำรวจก็จะใช้ดุลยพินิจในการตรวจยึดไว้ เพื่อทำการตรวจสอบได้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวไม่ได้เป็นช่องโหว่ให้ข้าราชการตำรวจใช้เป็นช่องทางเรียกรับผลประโยชน์

ใครทำก็รับไป!! วัฒนาโพสต์เดือด กรณีใช้ ม.44 ปิดเหมืองทอง บอกใครสั่ง…ก็ต้องจ่าย

จากรณีบริษัท คิงส์เกต บริษทัสัญชาติออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทอัครา รีซอร์สเซส ยื่นฟ้องรัฐบาลไทย ภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยกว่า 30,000 ล้านบาท หลังจากมีการใช้อำนาจมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทองชาตรี ทั้งที่ไม่มีการแจ้งเหตุผลเพียงพอ ล่าสุดนายวัฒนา เมืองสุข อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Watana Muangsook โดยระบุถึงกรณีการสั่งปิดเหมืองทองด้วย ม. 44 ในครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่ลุแก่อำนาจ และหากประเทศชาติต้องชดใช้ค่าเสียหายไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการจ่ายเงินหรือชดใช้โดยวิธีอื่น คนที่ต้องรับผิดชอบคือหัวหน้า คสช. และ คสช. ทั้งคณะ แต่ถ้าหากนำเงินภาษีประชาชนไปจ่าย ตนจะเป็นคนหนึ่งที่ไม่ยอม เพราะไม่ได้มีส่วนร่วมหรือเห็นชอบกับการกระทำดังกล่าว ก่อนจะทิ้งท้ายว่า…ใครทำโง่คนนั้นก็ต้องจ่ายค่าโง่ ถ้าไม่เชื่อจะถามประชาชนดูก็ได้ ที่มา – Facebook.com / Watana Muangsook

“ทนายวรกร” นัดระดมพลหน้าทำเนียบฯ ทวงคืนสิทธินั่งท้ายรถกระบะ!

เมื่อวานนี้ (9 เม.ย.) นายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานสมาพันธ์ทนายความแห่งประเทศไทย ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ทนายวรกร พงศ์ธนากุล เชิญชวนให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายห้ามนั่งท้ายรถกระบะไปรวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอให้ยกเลิก ม.44 พร้อมข้อความว่า “10 เม.ย. เวลา 10.00 น. เจอกันที่ทำเนียบรัฐบาล” โดยเนื้อหาในคลิปดังกล่าว นายวรกร กล่าวว่า วันที่ 10 เม.ย. เวลา 10.00 น. เจอกันที่ทำเนียบรัฐบาล ถ้าเราอยากเอาสิทธิการใช้รถปิ๊กอัพคืน ต้องมาร่วมด้วยช่วยกัน ถ้าไม่มา ตนก็จะไม่ยื่นเรื่องหรือยื่นหนังสืออะไรทั้งนั้น ถ้าพี่น้องเดือดร้อนแล้วไม่กล้าออกมาต่อสู้เรียกร้องเพื่อสิทธิของตัวเอง ก็จะต้องรับผิดชอบในชีวิตของแต่ละคนเอง ส่วนตนจะกลับบ้าน และจะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรอีกเลย เพราะถือว่าตนเองทำดีที่สุดแล้ว ทั้งนี้ไม่อยากให้คิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง หากต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น ก็ต้องออกมาเรียกร้อง พรุ่งนี้ 10.00 น. เจอกันที่ทำเนียบรัฐบาล โพสต์โดย ทนายวรกร พงศ์ธนากุล บน 9 เมษายน […]

ฮาๆ งดดราม่า! ขบวนแห่นาคขานรับ ม.44 นั่งแบ็คโฮไปบวช ไม่ง้อท้ายกระบะ

กลายเป็นอีกหนึ่งภาพมันส์ ที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก เมื่อเจ้าของงานบวชในตำบลศิลาดาน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ซึ่งประกอบอาชีพธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ได้เกิดไอเดียสุดแนวโดยการนำเอารถแบ็คโฮมาใช้ในการนำนาคเข้าโบสถ์ ซึ่งเป็นการสร้างสีสันและได้รับความสนใจจากผู้คนทั้งจากผู้คนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง และผู้คนในโลกออนไลน์อย่างมาก เนื่องจากสอดรับกับกระแสเรื่องการใช้มาตรา 44 บังคับไม่ให้มีการห้ามนั่งท้ายรถกระบะ ที่มา – Facebook.com / Adisorn Sritumma

จับจริงปรับจริง! เปิดอัตราโทษ ‘ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย’ ปรับสูงสุด 5,000 บาท

แม้เรื่องการห้ามนั่งแคปและท้ายกระบะจะถูกเลื่อนการบังคับใช้ออกไปเป็นช่วงหลังสงกรานต์แทน แต่สำหรับใครที่กำลังจะเดินทางไปไหนช่วงนี้ ต้องไม่ลืมที่จะคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย เพราะทางรัฐบาล คสช. ได้ประกาศใช้มาตรา 44 เพื่อควบคุมวินัยจราจรนับตั้งแต่วันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา และได้มีโทษสำหรับผู้ที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย โดยที่ทางกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ได้ให้ข้อมูลอัตราโทษต่างๆ ไว้ดังนี้ สรุปแบบคร่าวๆ คือระเบียบดังกล่าวมีผลกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว รถกระบะ รถแท็กซี่ และรถโดยสารสาธารณะ จำเป็นต้องคาดเข็มขัดนิรภัย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับคนละ 500 บาท แต่สำหรับรถโดยสารขนาดใหญ่ หากผู้โดยสารไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จะมีโทษปรับสูงสุดถึง 5,000 บาท ทั้งยังมีข้อมูลว่าทางเจ้าหน้าที่จะไม่มุ่งเน้นการจับปรับ แต่จะใช้การตักเตือน และปรับตั้งแต่ 100-400 บาทแทน ที่มา – Facebook.com / FM91 Trafficpro

“ประวิตร” ยืดอกรับ ต้นคิดกฎห้ามนั่งท้ายกระบะ วอนอย่าด่านายกฯ

วันนี้ (7เม.ย.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม รวมทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้เดินทางมาร่วมทำพิธีบวงสรวงศาลเจ้าพ่อหอกลอง ในงาน 130 ปี วันสถาปนากระทรวงกลาโหม ซึ่งจะครบรอบในวันที่ 8 เมษายนนี้ ทั้งนี้รองนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนกรณีที่มีประกาศคำสั่ง คสช.มาตรา 44 ห้ามบรรทุกผู้โดยสารท้ายรถกระบะ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ แม้ว่าภายหลังรัฐบาลได้มีการผ่อนปรน เลื่อนจับปรับเป็นช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์แล้ว และให้เจ้าหน้าที่ใช้การตักเตือนแทน ว่า ตนเองเป็นคนต้นคิดเรื่องการเข้มงวดกฎหมายจราจร เรื่องห้ามนั่งท้ายกระบะเอง ไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่อย่างใด โดยนายกฯ เป็นเพียงผู้เซ็นอนุมัติเท่านั้น ถ้าจะด่าให้มาตนเองที่เป็นคนต้นคิด อย่าไปด่านายกฯ แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะอยากให้ประชาชนมีความปลอดภัย ส่วนข้อครหาที่ว่ารถทหารมีอภิสิทธิ์เหนือประชาชน ที่ไม่ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยนั้น พล.อ.ประวิตร ชี้แจงว่า เพื่อความสะดวกและความคล่องตัวในการปฏิบัติการทางทหาร จะให้มัวแต่นั่งคาดเข็มขัด ถอดเข็ดขัดนิรภัยไม่ได้ ภาพจาก Twitter @WassanaNanuam  

‘บิ๊กตู่’ ย้ำ ถึงมีรธน.ฉบับใหม่แล้ว แต่อำนาจม.44 ยังคงเดิม

เมื่อค่ำวานนี้ (6 เม.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า วันที่ 6 เม.ย. เมื่อ 235 ปีที่แล้ว เป็นวันสถาปนาพระบรมราชจักรีวงศ์ เริ่มต้นรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เราจึงเรียกว่าวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันเวลาได้ผ่านพ้นรัชสมัยของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ มาจนถึงรัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ตนจึงใคร่ขอเชิญชวนทุกท่านน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ที่ปกเกล้าปกกระหม่อมชาวไทยให้ร่มเย็นเป็นสุข และรักษาเอกราชอธิปไตย ยั่งยืนมาได้จนถึงทุกวันนี้ วันเดียวกันนี้ในปีนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่แก่ประชาชนชาวไทยเรียบร้อยแล้ว นับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ในประวัติการเมือง 85 ปีของไทยและเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบในการออกเสียงประชามติถึง 16 ล้านเสียงเศษ คิดเป็นร้อยละ 61.35 จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประมาณ 30 ล้านคน หรือร้อยละ 60 ของผู้มีสิทธิทั้งหมด ผลที่เกิดขึ้นจากการนี้ คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2557) […]

จับ ปรับ จริง ดีเดย์ ม.44 จับนั่งกระบะท้าย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

ผู้ใช้รถกระบะเรียกร้องให้ทบทวนมาตรการกวดขันห้ามนั่งด้านท้ายกระบะหรือแคป เพราะกระทบกับการใช้ชีวิต โดยวันนี้ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้พูดคุยกับผู้ถูกปรับรายแรกตามความผิดด้านการจราจร ของมาตรา 44 ซึ่งเจ้าตัวยังมีความสงสัยกับการบังคับใข้กฎหมาย เพราะเริ่มบังคับใช้วันนี้ แต่กลับถูกปรับวานนี้ วันนี้นับเป็นวันแรกที่เริ่มบังคับใช้กฎหมายจราจร ตามคำสั่งมาตรา 44 โลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแพร่หลาย ซึ่งเมื่อวานนี้มีผู้ใช้ Facebook ส่วนตัวรายหนึ่ง (ปูเก้ อารยา ใจภักดี) ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โพสต์ Facebook พร้อมด้วยรูปใบสั่งที่ระบุว่า มีความผิดในข้อหา “ขับรถไม่ตรงตามประเภท” เพราะเธอและเพื่อนเดินทางโดยรถกระบะ และมีผู้โดยสารนั่งท้าย ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อห้ามที่เริ่มประกาศใช้ในวันนี้ โดยถูกปรับเป็นเงินจำนวน 200 บาทบริเวณที่ตำรวจตั้งด่านตรวจไปแล้ววานนี้ ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี คุณปรัศนีย์ ตันนะไพบูรณ์ ได้วิดีโอคอลพูดคุยกับเจ้าของเฟซบุ๊ค และเพื่อนซึ่งเป็นคนขับรถเมื่อวาน คือ น.ส.อารยา ภูเกษ หรือน้องปูเก้ อายุ 26 ปี และนายสุรชัย ดรชัย หรือน้องเปิ้ล อายุ 26 ปี น้องปูเก้ บอกว่า ตัวเองและเพื่อนมีอาชีพเป็นนักแสดงหมอลำ เวลาเดินทางออกไปแสดงก็มักจะใช้รถกระบะเดินทาง เพราะสามารถไปพร้อมกันได้ทั้งหมด ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายตามคำสั่งมาตรา 44 […]

keyboard_arrow_up