ม็อบต้านแผนบำนาญยังเดือด! ชาวฝรั่งเศสนัดหยุดงาน-การเดินทางชะงักทั่วประเทศ

วันนี้(12 ธ.ค.) กลุ่มสหภาพแรงงานจากหลากหลายอาชีพในฝรั่งเศสยังนัดกันหยุดงานประท้วง และเดินขบวนไปตามท้องถนนในเมืองต่าง ๆ ทั้งในกรุงปารีส เมืองลียง เมืองบอร์โดซ์และเมืองเกรอน็อบอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 เพื่อประท้วงแผนแผนปฏิรูประบบบำนาญของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส โดยกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสระบุว่าผู้เข้าร่วมการประท้วงเมื่อวานนี้(11 ธ.ค.)มากกว่า 339,000 คน ในจำนวนนี้มีกลุ่มผู้ประท้วงในกรุงปารีสมากกว่า 31,000 คน เหตุประท้วงส่งผลกระทบต่อการเดินทางสัญจรตามเมืองต่าง ๆ ทั่วฝรั่งเศส โดยมีเที่ยวบินราว 25% และเส้นทางรถบัสโดยสาร 25% ต้องถูกยกเลิก ส่วนบริษัทผู้ให้บริการรถไฟในฝรั่งเศสต้องยกเลิกบริการรถไฟความเร็วสูงถึง 90% ขณะที่ประชาชนได้แห่กันไปใช้บริการรถไฟใต้ดิน จนทำให้ตามสถานีรถไฟใต้ดินหลายแห่งเต็มไปด้วยผู้โดยสาร ขณะที่โรงเรียนราว 10% ในกรุงปารีสได้ปิดการเรียนการสอนเมื่อวานนี้(11 ธ.ค.) เนื่องจากมีครูและอาจารย์เข้าร่วมการประท้วงด้วย ทั้งนี้ภาพรวมเหตุประท้วงในฝรั่งเศสยังคงเป็นไปด้วยความสงบและมีเหตุปะทะเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยขณะนี้มีผู้ประท้วงถูกจับกุม 22 คน ฐานแอบนำหน้ากากมาปิดบังใบหน้า สาเหตุของการประท้วงครั้งนี้ เพื่อต่อต้านแผนปฏิรูประบบเงินบำนาญของปธน.มาครง ซึ่งจะมีผลทำให้ชาวฝรั่งเศสต้องเกษียณอายุช้ากว่าเดิมและได้รับผลตอบแทนน้อยลง

‘เบบี้ชาร์ค’ ขึ้นแท่นเพลงประจำม็อบเลบานอน หลังผู้ชุมนุมใช้ร้องปลอบขวัญหนูน้อย

มีภาพน่าประทับใจเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ประท้วงที่ประเทศ เลบานอน โดยเกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมประท้วงรัฐบาลเลบานอน ที่ถนนสายหนึ่งในนครเบรุต มีคุณแม่ท่านหนึ่งได้ขับรถพาลูกชายวัย 15 เดือนผ่านมาทางเส้นทางดังกล่าวพอดี และเมื่อลูกชายเห็นคนล้อมรถ ก็มีอาการตกใจ จนสุดท้าย บรรดาผู้ชุมนุมต้องตัดสินใจเปลี่ยนโหมดมาร้องเพลงและเต้นประกอบเพลง เบบี้ชาร์ค เพื่อปลอบหนูน้อยแทน ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์นี้ ปรากฏว่าเพลง เบบี้ชาร์ค ได้กลายเป็นเพลงประจำม็อบไปโดยปริยาย เพราะระหว่างการชุมนุม ก็มีการเปิดเพลงด้วยเครื่องขยายเสียง สร้างบรรยากาศครึกครื้น ทั้งนี้การชุมนุมของชาวเลบานอนยังคงดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นและปัญหาเศรษฐกิจ โดยเริ่มปะทุจากการที่รัฐประกาศเก็บค่าบริการการใช้ WhatsApp จำนวน 0.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ประมาณ 6 บาท) และเตรียมขึ้นภาษีหลายรายการ

ฮ่องกงเดือด! ผู้ประท้วงเดินหน้าเรียกร้องประชาธิปไตย มีขว้างระเบิด ตร.ต้องใช้แก๊สน้ำฉีดสะกัด

กลุ่มผู้ประท้วงฮ่องกงเดินหน้าเรียกร้องประชาธิปไตย และกดดันให้ต่างชาติสนับสนุนฮ่องกง ขณะที่สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังเกิดเหตุประท้วงรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา เหตุประท้วงในฮ่องกงยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่อง หลังกลุ่มผู้ประท้วงได้นัดเดินขบวนชุมนุมอีกครั้งเมื่อวานนี้ (15 ก.ย.) ในย่านคอสเวย์เบย์ และย่านการค้าอื่นๆ ซึ่งตำรวจประกาศห้ามชุมนุม โดยเหตุประท้วงได้กลายเป็นความรุนแรงเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมบุกทำลายสถานีรถไฟใต้ดินหลายแห่ง และขว้างปาระเบิดเพลิงใส่ที่ทำการของรัฐบาลฮ่องกง ทำให้ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำ และฉีดน้ำแรงดันสูงใส่กลุ่มผุ้ประท้วง ขณะที่ในช่วงเช้าวันนี้ (16 ก.ย.) สถานการณ์ในฮ่องกงได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และสถานีรถไฟใต้ดินกลับมาให้บริการประชาชนอีกครั้ง ทั้งนี้ ก่อนหน้าการชุมนุมเมื่อวานนี้ กลุ่มผู้ประท้วงฮ่องกงได้เดินทางไปยังสถานกงสุลอังกฤษ พร้อมกับร้องเพลง “ก็อด เซฟ เดอะ ควีน” ซึ่งเป็นเพลงชาติของอังกฤษเพื่อเรียกร้องให้อังกฤษปกป้องฮ่องกงจากจีน ที่เข้ามาจำกัดและควบคุมเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในการคืนเกาะฮ่องกงกลับสู่จีนเมื่อปี 1997   ขณะเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายโจชัว หว่อง หนึ่งในแกนนำผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงได้เดินทางไปยังนครนิวยอร์กของสหรัฐฯเพื่อเรียกร้องให้บรรดาสส.ในสหรัฐฯสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตย และให้มีการเลือกตั้งอย่างเสรีในฮ่องกง พร้อมกับประกาศด้วยว่าจะเดินหน้าประท้วงต่อไป.

นักโทษ 250 คน แหกคุกอินโดฯ อาศัยช่วงม็อบประท้วง

นักโทษมากกว่า 250 คน ได้หลบหนีออกจากเรือนจำในจังหวัดเวสต์ ปาปัว ประเทศอินโดนีเซีย หลังเกิดเหตุประท้วงและจลาจล และกลุ่มผู้ประท้วงได้ร่วมกันจุดไฟเผาสถานที่ราชการ ร้านค้าต่าง ๆ และเรือนจำจนพังเสียหาย  ทำให้มีนักโทษใช้โอกาสช่วงที่เกิดเหตุวุ่นวายนี้หลบหนี กระทรวงยุติธรรมของอินโดนีเซียเปิดเผยว่ามีนักโทษหลบหนีออกมาอย่างน้อย 258 คนจากนักโทษในเรือนจำทั้งหมด 500 คน โดยขณะนี้มีนักโทษเพียง 5 คนที่เดินทางกลับมายังเรือนจำแล้ว ขณะเดียวกันมีรายงานว่าผู้คุมและเจ้าหน้าที่ในเรือนจำหลายรายได้รับบาดเจ็บขณะห้ามนักโทษไม่ให้หลบหนี ทั้งนี้ เหตุจลาจลในจังหวัดเวสต์ปาปัวมีชนวนเหตุมาจากกลุ่มนักศึกษาชาวปาปัว 43 คนในเมืองซูราบายา ในจังหวัดอีสต์ชวาถูกจับกุม หลังถูกกล่าวหาทำลายธงชาติอินโดนีเซียในการฉลองวันประกาศเอกราชของอินโดนีเซีย และตำรวจก็พูดจาเหยียดเชื้อชาตินักศึกษาชาวปาปัวระหว่างการจับกุมด้วย ซึ่งเหตุการณ์ที่ดังกล่าวก็ทำให้ชาวปาปัวไม่พอใจ และก่อเหตุประท้วง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ตำรวจปะทะผู้ชุมนุมที่สนามบินฮ่องกง – นักท่องเที่ยวตกค้างเพียบ

วานนี้ (13 ส.ค.) เกิดเหตุตำรวจปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงที่สนามบินนานาชาติ ฮ่องกง หลังผู้ชุมนุมหลายพันคนเข้าไปรวมตัวกันบริเวณอาคารผู้โดยสาร พร้อมกับตะโกน ร้องเพลง และชูป้ายต่าง ๆ ก่อนตำรวจจลาจลบุกเข้าไปผลักดันผู้ประท้วงให้ออกจากสนามบิน ด้วยการใช้สเปรย์พริกไทย โดยในบางจังหวะ ตำรวจต้องชักปืนออกมาข่มขู่ผู้ประท้วง ขณะที่ผู้ประท้วง พากันนำรถเข็น รั้วเหล็กและวัตถุอื่น ๆ มาขวางกั้นทางเดินภายในสนามบิน การปะทะกันเกิดขึ้นหลายระลอก โดยชายคนหนึ่งถูกนำตัวออกไปจากอาคารผู้โดยสารหลัก หลังถูกกลุ่มผู้ประท้วงกักตัวไว้ ผู้ประท้วงบางคนบอกว่า ชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจจีนแผ่นดินใหญ่แฝงตัวมา แต่มีการยืนยันภายหลังว่าเขาเป็นผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว Global Times ของจีน ส่วนในกรุงวอชิงตันดีซี ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ บอกว่า รัฐบาลจีน กำลังสั่งการให้ทหารไปประจำการบริเวณชายแดนฮ่องกงแล้ว ส่วนบรรดานักท่องเที่ยวในฮ่องกง บอกเมื่อช่วงคำวานนี้ว่า ยังคงกังวลเรื่องการประท้วงที่เกิดขึ้น และไม่แน่ใจว่าจะได้กลับบ้านเมื่อใด เนื่องจากสายการบินยังไม่สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติ นักท่องเที่ยวชาวอิตาลีคนหนึ่งบอกว่า เพื่อน ๆ ของเธอยังกลับบ้านไม่ได้เมื่อวานนี้ เนื่องจากสนามบินปิด และเธอกังวลว่าตัวเองก็อาจยังกลับไม่ได้เช่นกัน ส่วนนักท่องเที่ยวจากสวิตเซอร์แลนด์สองคน บอกว่า ยังกลับบ้านไม่ได้ และอาจต้องติดอยู่ในฮ่องกงอีกสามวัน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ตำรวจฮ่องกงเข้าสลายม็อบ หลังผู้ชุมนุมบุกยึด-ทำลายอาคารสภานิติบัญญัติ

เมื่อช่วงเช้าวันนี้(2 ก.ค.) ตำรวจฮ่องกงได้เข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วง ที่บุกเข้าไปในอาคารสภานิติบัญญัติเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุประท้วงรุนแรงเมื่อวานนี้(1 ก.ค.) ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 22 ปีการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนสู่จีนแผ่นดินใหญ่ โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้บุกเข้ามาทำลายทรัพย์สิน และพ่นสีใส่ตามกระจก รูปภาพ และผนังภายในอาคารสภานิติบัญญัติ ขณะที่ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุม และยึดอาคารสภานิติบัญญัติ และควบคุมสถานการณ์กลับคืนมาได้เมื่อเวลาราว  01.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเที่ยงคืนตามเวลาในไทย หลังกลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักประท้วงเวลานานถึง 12 ชั่วโมง โดยคาดว่ามีชาวฮ่องกงเข้าร่วมการเดินขบวนประท้วงในวันที่ 1 ก.ค. หลายแสนคน ขณะที่อาคารสภานิติบัญญัติได้ปิดทำการในวันนี้เป็นการชั่วคราว เนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ซึ่งทำให้ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในอาคารสภานิติบัญญัติแห่งนี้ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่อื่นแทน โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานกลุ่มผู้ประท้วงถูกจับกุมในเวลานี้ ด้านนางแคร์รี่ แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารเกาะฮ่องกงได้เปิดแถลงข่าวเมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ พร้อมประณามกลุ่มผู้ประท้วงที่ก่อเหตุใช้ความรุนแรง และทำลายทรัพย์สินในภายอาคารสภานิติบัญญัติ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

‘โจชัว หว่อง’ จี้ผู้บริหารฮ่องกงลาออก ปมกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

โจชัว หว่อง แกนนำนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกง ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำวันนี้ (17 มิ.ย.) และประกาศเข้าร่วมการประท้วงครั้งใหญ่ของชาวฮ่องกงเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปจีนแผ่นดินใหญ่ พร้อมกดดันให้ผู้บริหารสูงสุดลาออก รายงานข่าวระบุว่า หว่อง วัย 22 ปี ซึ่งเป็นแกนนำของ “ม็อบร่ม” ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อ 5 ปีก่อน ได้กล่าวต่อผู้สื่อข่าวทันทีที่ก้าวออกจากเรือนจำ เรียกร้องให้นาง แคร์รี หลำ หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ลาออกจากตำแหน่งโดยไม่มีเงื่อนไข ถึงแม้นางหลำจะประกาศระงับการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว รวมถึงออกมากล่าวขอโทษต่อชาวฮ่องกง โจชัว หว่อง ซึ่งได้รับอิสระหลังจากเข้ารับโทษจำคุกเป็นเวลา 1 เดือนในคดีหมิ่นศาล ระบุว่า จากนี้ไปชาวฮ่องกงจะออกมารวมตัวกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่ 1 ล้านหรือ 2 ล้านคน เพื่อกดดันให้นางหลำลาออก ก่อนถึงวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 22 ปี ที่อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้กับจีน ท่าทีล่าสุดของโจชัว หว่องมีขึ้นหลังจากที่เมื่อวันอาทิตย์ (16 มิ.ย.) มีชาวฮ่องกงเกือบ 2 ล้านคน แต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าสีดำ ออกมารวมตัวประท้วง […]

ฮ่องกงประท้วงเดือด! ตำรวจใช้กระสุนยาง-แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม

จากกรณีชาวฮ่องกงชุมนุมประท้วงการพิจารณาร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศจีน สถานการณ์ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กระสุนยาง และยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม หลังบรรดาแกนนำการประท้วงประกาศว่าพวกเขาจะไม่ยกเลิกการปิดล้อมสภานิติบัญญัติ จนกว่าจะแน่ใจว่า การพิจารณากฏหมายฉบับนี้จะถูกยกเลิกอย่างถาวร แม้สภานิติบัญญัติฮ่องกงประกาศเลื่อนการพิจารณาร่างกฏหมายไปเป็นวันที่ 20 มิ.ย.แล้วก็ตาม รายงานข่าวระบุว่า สถานการณ์การเผชิญหน้าระหว่างตำรวจฮ่องกงกับกลุ่มผู้ประท้วงถึงจุดแตกหัก หลังจากที่กลุ่มผู้ประท้วงเริ่มขว้างปาขวดน้ำ และดอกไม้ไฟเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงเริ่มรื้อถอนแนวกั้นของตำรวจโดยรอบอาคารสภานิติบัญญัติ ขณะที่ผู้ประท้วงบางรายได้เริ่มทุบตีตำรวจด้วยร่ม ส่งผลให้ทางตำรวจต้องเริ่มยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ ทั้งนี้การชุมนุมต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ เกิดขึ้นหลังจากที่ชาวฮ่องกงจำนวนมากมองว่า ร่างกฏหมายฉบับนี้เป็นการเปิดทางให้จีนรุกคืบเข้ามาแทรกแซงฮ่องกงและใช้กฏหมายนี้เป็นเครื่องมือในการกวาดล้างฝ่ายที่ต่อต้านจีนในฮ่องกง ท่ามกลางความกังวลว่า อาจมีการส่งตัวเหล่านักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ไปดำเนินคดีในจีน อย่างไรก็ดี นางแคร์รี่ แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ออกโรงเตือนผู้ชุมนุม ให้หลีกเลี่ยงการกระทำที่สุดโต่ง พร้อมยืนยันจะเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายนี้ต่อไป ด้านสถานกงสุลใหญ่ไทยประจำเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ออกคำเตือนผ่านเพจเฟซบุ๊ก Royal Thai Consulate-General, Hong Kong โดยขอให้คนในฮ่องกงพยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่โดยรอบสภานิติบัญญัติฮ่องกงในย่าน แอดมิรัลตี้ รวมถึงพื้นที่โดยรอบ นอกจากนี้ ขอให้นักท่องเที่ยวโปรดเผื่อเวลาในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ รวมถึงสนามบินด้วย เนื่องจากคาดการณ์ว่าการชุมนุมประท้วงครั้งนี้จะส่งผลให้การสัญจรทั้งทางรถยนต์และรถไฟใต้ดิน (MTR) ของฮ่องกงมีความหนาแน่นสูง จนถึงขั้นเป็นอัมพาต ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

สู้ไม่ถอย! กลุ่มต้านก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ปักหลักปิดถนน จราจรอัมพาต ลั่นรอนายกฯ สั่งยุติ

วันที่ 12 ธ.ค. 61 กลุ่มชาวบ้านอำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ยังคงใช้รถอีแต๋น ปิดยึดสี่แยกหนองบัว ที่มีเส้นทางสายหลัก ทั้งทางหลวงหมายเลข 11 อินบุรี-เขาทราย และทางหลวงหมายเลข 225 นครสวรรค์-ชัยภูมิ เพื่อประท้วงขับไล่ โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ให้ออกนอกพื้นที่ โดยอ้างว่าจะทำเกิดผลกระทบทางด้านมลพิษต่อชุมชน และจะไม่ยอมย้ายพื้นที่การชุมนุมออกไป จนกว่าจะได้รับคำตอบในการยุติการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะอย่างชัดเจน ล่าสุดการปิดถนนดังกล่าว ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นจำนวนมาก ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนที่เดินทางมาจากจังหวัดพิษณุโลก มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ไม่สามารถผ่านทางแยกดังกล่าวได้ ส่วนรถที่มาจากจังหวัดชัยภูมิ เข้าสู่อำเภอหนองบัว เข้าสู่จังหวัดนครสวรรค์ ก็ยังไม่สามารถผ่านสี่แยกดังกล่าวได้ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองบัว ต้องปัดรถบางส่วนให้ใช้เส้นทางการเกษตรของชาวบ้าน ลัดเลาะ อ้อมเข้าสู่เส้นทางหลัก ซึ่งสร้างความลำบากเป็นอย่างมาก ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกำลังพลกว่า 3 กองร้อย เพื่อเจ้าสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านโรงไฟฟ้าขยะ ตามคำสั่งของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านความมั่นคง และกิจการพิเศษ และจะเดินทางมาด้วยตัวเอง โดยยืนยันว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับการ ปลดล็อก ม.44 หรือการหาเสียงทางการเมือง ของ […]

ตำรวจอินเดียยิงแก๊สน้ำตาสกัด ‘ม็อบชาวนา’ ประท้วงข้าวราคาตกต่ำ

เจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดียเปิดฉากยิงแก๊สน้ำตา และฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่กลุ่มชาวนามากกว่า 50,000 คนจากรัฐอุตตรประเทศ ทางตอนเหนือของประเทศที่ออกมาเดินขบวนมุ่งหน้าสู่กรุง นิวเดลี เมืองหลวงของประเทศ เพื่อประท้วงการที่ราคาข้าวตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี ภาพจากสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเผยให้เห็นภาพของกลุ่มชาวนาที่โกรธแค้น พยายามขับรถแทร็กเตอร์พุ่งชนแนวกำแพงแบร์ริเออร์ของตำรวจ ขณะที่เหตุจลาจลซึ่งเกิดขึ้นในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนครั้งนี้ ก่อให้เกิดรถติดยาว โดยมีรายงานว่า พบชาวนาหลายคนได้รับบาดเจ็บการแก๊สน้ำตา นอกเหนือจากปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ เหล่าชาวนาอินเดียที่รวมตัวเดินขบวนมุ่งสู่กรุงนิวเดลีในครั้งนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศมาตรการ “ล้างหนี้สิน”ให้กับพวกเขาด้วยเช่นกัน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

วานนี้อากาศเป็นพิษเพราะมีม็อบ!!! ‘บิ๊กตู่’ ขอบคุณทุกฝ่ายคลี่คลายด้วยสันติวิธี

นายกรัฐมนตรี พูดติดตลกเปรียบเทียบวานนี้อากาศเป็นพิษเพราะมีม็อบ พร้อมขอบคุณประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่คลี่คลายสถานการณ์ด้วยสันติวิธี ไร้เหตุบานปลาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมคณะรัฐมนตรีประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ ,พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี เปิดโครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ปี 2561 ที่ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยมีหัวหน้าหน่วยงานราชการ และประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมารอต้อนรับกว่า 7,000 คน ทั้งนี้ นายกฯ ได้เป็นสักขีพยานในการมอบหนังสืออนุญาตป่าชุมชน 5 หมู่บ้านใน อ.โพธาราม และได้มอบพันธุ์กล้าไม้ยางนาแก่ผู้ว่าราชการ 7 จังหวัด คือจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม เพชรบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ก่อนมอบนโยบายแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า […]

หนุ่มพิการไม่ท้อ! โพสต์หาซื้อคีย์บอร์ดมือ 2 ทำงานด้านกราฟิก ชาวเน็ตแห่คอมเม้นท์ช่วยเหลือกันเพียบ

กลายเป็นเรื่องซึ้งในโลกออนไลน์อีกเรื่อง หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Manakit Thawlom ได้โพสต์ข้อความลงในเพจ ExtremePC Market 2 หาซื้อคีย์บอร์ดมือสองเพื่อเอาไว้ใช้ทำงานด้านกราฟฟิก พร้อมภาพตัวเองขณะกำลังนั่งทำงาน โดยระบุสาเหตุว่า เพราะร่างกายพิการ จนทำให้ชาวเน็ตเข้ามากดไลค์และถามถึงประวัติชีวิตกันจำนวนมาก นอกจากนี้ เจ้าของโพสต์ ได้เล่าประวัติตัวเองคร่าว ๆ ถึงที่มาที่ไป เหตุใดชีวิตถึงพลิกผัน และอะไรเป็นตัวแปรสำคัญตลอด 22 ปีที่ผ่านมา ทำให้ลุกขึ้นสู้แม้จะเป็นผู้พิการ โดยข้อความที่โพสต์ ระบุดังนี้ ด้านสังคมออนไลน์ต่างก็เข้ามาให้กำลังใจและชื่นชมหนุ่มคนดังกล่าว พร้อมกับมีการแสดงความคิดเห็นและโพสต์รูปภาพคีย์บอร์ดที่จะมอบให้ชายหนุ่มคนดังกล่าวโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอีกด้วย ขอบคุณภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Manakit Thawlom    

บิ๊ก ตร.แจงภาพมวลชนปะทะ จนท.อาจจะดูรุนแรงบางมุม แต่ ปชช.ทำร้ายเจ้าหน้าที่ก่อน

วันที่ 28 พ.ย.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่ จ.สงขลา ซึ่งวันนี้เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ โดยใช้สถานที่ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องแกนนำกลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาที่ถูกควบคุมตัว ก่อนจะไปพบปะนักศึกษาและเยี่ยมชมนิทรรศการพร้อมชูสัญลักษณ์ไอเลิฟยู ให้สื่อและผู้เข้าร่วมงานอย่างอารมณ์ดี จากนั้นร่วมถ่ายภาพหมู่กับคณะรัฐมนตรี ซึ่งเดิมมีกำหนดจะถ่ายภาพหมู่ร่วมกันบริเวณ ประติมากรรมนางเงือกที่หาดสมิหลา แต่ต้องปรับเปลี่ยน มาถ่ายภาพหมู่ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยแทน เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงเช้า ขณะที่ความคืบหน้าการสอบสวนแกนนำกลุ่มค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา นั้น พลตำรวจโท รณศิลป์ ภู่สาระ รักษาการราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระบุว่า ได้แจ้งข้อหากับกลุ่มคัดค้าน 2 ข้อกล่าวหาคือทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน และฝ่าฝืนเจ้าคำสั่งเจ้าพนักงานชุมนุมในที่สาธารณะ ซึ่งบ่ายวันนี้จะนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดสงขลาฝากขัง โดยคัดค้านการประกันตัว พร้อมชี้แจงภาพเหตุปะทะที่เจ้าหน้าที่ใช้กำลัง เข้าควบคุมตัวจนมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ โดยยืนยันว่า การควบคุมตัวนั้น เป็นการปฏิบัติตามขั้นตอน ตั้งแต่เชิญตัวแทนกลุ่มคัดค้านมาเจรจา ทำความเข้าใจ ซึ่งได้ชี้แจงไปแล้วว่าการกระทำดังกล่าว ขัดต่อกฏหมาย แต่ผู้ชุมนุมยังยืนยันที่จะชุมนุมต่อแม้ภาพที่ออกมาอาจอาจดูรุนแรง แต่เป็นเพียงบางมุม เพราะประชาชนได้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ก่อน จึงต้องใช้กำลังเข้าควบคุม เพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย

ยังขาดความโปร่งใส! กสม. แนะ นายกฯ ให้ม็อบโรงไฟฟ้า’ เข้ายื่นข้อเสนอโดยสงบ

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ห่วงใยกลุ่มประชาชนคัดค้านโรงไฟฟ้าเทพา หลังตำรวจเข้าสลายการชุมนุม และจับกุมแกนนำ พร้อมระบุ ขอให้ทุกฝ่ายแก้ปัญหาโดยสันติวิธี นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวกรณีการเข้าสลายการชุมนุมและจับกุมกลุ่มแกนนำเครือข่ายประชาชนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมื่อวานนี้ (27 พ.ย. 60) พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทบทวนการแจ้งข้อกล่าวหา กับแกนนำ และดำเนินการทางกฎหมายอย่างรอบคอบ บนพื้นฐานของสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และควรเปิดโอกาสให้ทางเครือข่ายฯ ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลโดยสงบ เพราะโครงการนี้ มีพื้นที่ กว้างถึง 3,000 ไร่ มีชาวบ้านอาศัย 240 ครัวเรือน จึงอาจจะส่งผลให้ถูกรื้อถอนบ้านเรือนไปด้วย และชาวบ้านยังเป็นห่วงเรื่องของวิถีชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและทรัพยากรทางทะเล ส่วนเรื่องโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพานั้น ทาง กสม. ได้ตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นพบปัญหาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารไม่ตรงไปตรงมา และการจัดกระบวนการมีส่วนร่วมไม่ทั่วถึง อีกทั้งยังไม่มีการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทำให้กลุ่มประชาชนต้องยื่นหนังสือคัดค้านโครงการดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรี

keyboard_arrow_up