ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต “อั๋น” อดีตเวรเปล มือฆ่าปาดคอพยาบาล รพ.ภาชี

คดีสะเทือนขวัญที่ นางศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ วัย 48 ปี พยาบาลห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลภาชี ถูกฆ่าปาดคอ และแทงกลางหน้าอก ทิ้งศพภายในรถยนต์ที่ถูกนำมาจอดทิ้งไว้ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลภาชี ถนนสายภาชี-หินกอง หมู่ 2 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 62 ที่ผ่านมา ก่อนที่ตำรวจจะตามจับกุมตัว นายอั๋น ฟักศิริ อดีตพนักงานเวรเปลของโรงพยาบาล ผู้ก่อเหตุ และยอมรับสารภาพในเวลาต่อมา ล่าสุด เมื่อเช้าวันที่ 6 ก.ย. 62 ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นัดฟังคำพิพากษาของคดี โดยครอบครัวของผู้เสียชีวิต และครอบครัวของผู้ต้องหา ต่างเดินทางมาฟังคำตัดสินของศาล ทั้งนี้ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายอั๋น แต่จำเลยรับสารภาพ จึงลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 36 ปี 4 เดือน พร้อมให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทางแพ่ง แก่โจทก์ร่วม ซึ่งเป็นบิดามารดา เป็นเงินทั้งสิ้น […]

ศาลไต้หวันตัดสินจำคุกอดีตปธน. ‘หม่า อิงจิ่ว’ ปมทำข้อมูลลับรั่วไหล

ศาลสูงของไต้หวัน มีคำพิพากษา “กลับคำตัดสิน” ของศาลชั้นก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า อดีตประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่วไม่มีความผิด โดยคณะผู้พิพากษาศาลสูงของไต้หวันลงความเห็นแย้งว่า การกระทำของอดีตผู้นำไต้หวันเข้าข่ายละเมิดต่อกฏหมายว่าด้วยการสื่อสารและการสอดแนมของประเทศ จากการเผยแพร่ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนต่อความมั่นคงของชาติ สื่อท้องถิ่นระบุว่า อดีตประธานาธิบดีหม่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรั่วไหลของข้อมูลลับ ภายหลังจากที่เขาเปิดเผยบทสนทนาที่ดักฟังโทรศัพท์ระหว่างนายหวัง จินผิง อดีตประธานสภานิติบัญญัติ และนายเค่อ เจี้ยนหมิง สมาชิกพรรค Democrat Progressive (ดีพีพี) ของน.ส.ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีหญิงคนปัจจุบันเมื่อกว่า 5 ปีก่อน อย่างไรก็ดี ตามกฎหมายของไต้หวันมีการเปิดช่องให้ผู้ที่ถูกพิพากษาให้รับโทษจำคุก สามารถเลือกจ่ายเงินค่าปรับแทนการติดคุกได้ ซึ่งในกรณีของอดีตประธานาธิบดีหม่าอิงจิวนั้น สื่อไต้หวันระบุว่า เขามีสิทธิ์เลือกจ่ายเงินค่าปรับจำนวน 120,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 128,420 บาท แทนการรับโทษจำคุก 4 เดือน ขณะที่แหล่งข่าวที่เป็นคนใกล้ชิดของอดีตผู้นำไต้หวันเผยว่า เขามีแผนจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลในเร็ว ๆ นี้

จำคุก 24 ปี! “พัค กึน ฮเย” อดีตผู้นำหญิงเกาหลีใต้ ฐานข่มขู่รับสินบน ชดใช้ 532 ล้านบาท

วันนี้ (6 เม.ย.) ผู้พิพากษาศาลแขวงกรุงโซล อ่านคำพิพากษาลงโทษ พัค กึน ฮเย อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ จากความผิดฐานทุจริต และใช้อำนาจโดยมิชอบในการข่มขู่เรียกรับสินบนจากนักธุรกิจ การอ่านคำพิพากษา ซึ่งมีการถ่ายทอดสด ผ่านทางโทรทัศน์ไปทั่วประเทศ เป็นการอ่านคำพิพากษาแบบลับหลัง เนื่องจาก นางพัค กึน ฮเย ซึ่งถูกสั่งกักบริเวณในบ้านพัก ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งได้แจ้งต่อศาลก่อนหน้านี้ว่า นางพัค กึน ฮเย จะไม่เดินทางไปฟังคำพิพากษา ศาลแขวงกรุงโซลพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 24 ปี พร้อมปรับเงินอีก 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 532 ล้านบาท จากความผิดฐานทุจริต และใช้อำนาจโดยมิชอบในการข่มขู่เรียกรับสินบนจากนักธุรกิจ โดยที่ผ่านมา อดีตผู้นำหญิงของเกาหลีใต้ วัย 66 ปี ได้ยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเองมาตลอด แม้จะเผชิญกับการถูกอัยการสั่งฟ้องถึง 21 คดี รวมถึง ความผิดฐานเรียกรับสินบน จากบริษัทเอกชนหลายแห่ง และการใช้อำนาจโดยมิชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับครอบครัวของ นางชเว ซุน ซิล ที่เป็นคนสนิท ทั้งนี้ สื่อเกาหลีใต้ รายงานว่า ในความเป็นจริงแล้ว ฝ่ายอัยการเสนอให้ศาลลงโทษจำคุก นางพัค […]

ศาลยกฟ้อง! ‘หญิงไก่’ คดีค้ามนุษย์ ชี้ไร้หลักฐานบังคับสาว 16 ทำงาน

ศาลชั้นต้นยกฟ้อง “หญิงไก่” ถูกลูกจ้างสาวอายุ 16 ชาวแม่ฮ่องสอน ร้องบังคับทำงานหนักโดยไม่จ่ายค่าจ้างเข้าข่ายค้ามนุษย์ เหตุไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าจำเลยบังคับใช้แรงงาน วันที่ 1 ธ.ค.60 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษา คดีพนักงานอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ 2 ยื่นฟ้อง นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ หญิงไก่ ฐานความผิดค้ามนุษย์ กระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ในลักษณะการบังคับใช้แรงงานเด็ก สืบเนื่องจากต้นเดือน พ.ค.51- 30 พ.ย.53 จำเลยได้ฉ้อฉล หลอกลวง น.ส.อี๊ด ผู้เสียหาย อายุ 16 ปีชาวแม่ฮ่องสอน อ้างว่าเป็นคนใจบุญ ชอบช่วยเหลือคนยากจน จึงชักชวนผู้เสียหายไปทำงานที่กรุงเทพฯ ให้เงินเดือนละ 5,000 บาท พร้อมอุปการะส่งเสียให้เรียนหนังสือและส่งเงินให้ทางบ้าน จนหลงเชื่อยอมไปทำงานกับจำเลยที่ประชานิเวศน์คอนโด จากนั้นบังคับให้ทำงานเป็นแม่บ้านหรือคนรับใช้ ตั้งแต่ เวลา 05.00 – 21.00 น. ทุกวันโดยไม่มีวันหยุดและไม่ได้รับค่าจ้าง ให้เพียงเงินยังชีพเล็กน้อย […]

ศาลแอฟริกาใต้สั่งจำคุก 14 ปี 2 หนุ่มรุมซ้อมชายผิวสีจับยัดโลงศพ-ขู่เผาทั้งเป็น อ้างแค่ต้องการสั่งสอน

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกษตรกรผิวขาวชาวแอฟริกาใต้ 2 คน ถูกศาลสั่งจำคุก 14 ปี และ 11 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า, ทำร้ายร่างกาย และลักพาตัว หลังรุมซ้อมชายหนุ่มผิวสีแล้วจับยัดลงโลงศพและขู่จะเผาทั้งเป็น พร้อมถ่ายคลิปเก็บไว้ก่อนจะปล่อยตัวเขาในเวลาต่อมา โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว หลังจากนั้นคลิปก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ ท่ามกลางเสียงประณามพฤติกรรมเหยียดสีผิว ที่ยังพบเห็นได้ทั่วไปในแอฟริกาใต้ แต่มาวันนี้คำตัดสินของศาลทำให้หลายฝ่ายเริ่มมีความหวัง หลังได้เห็นผู้พิพากษาหญิงผิวขาวเป็นผู้ตัดสินโทษให้จำเลยทั้ง 2 คนอย่างเป็นธรรม ผู้พิพากษายังได้ระบุด้วยว่าระหว่างการพิจารณาคดี จำเลยไม่มีท่าทีสำนึกผิดต่อสิ่งที่ทำลงไปเลยแม้แต่น้อย ด้านจำเลยอ้างว่าไม่ได้คิดจะฆ่าโจทก์จริงๆ ที่ทำลงไปเพียงต้องการสั่งสอนบทเรียน ที่มาบุกรุกที่ดินของพวกเขาแถมยังจับได้ว่าขโมยสายทองแดงไปด้วย ส่วนชายผิวสีอ้างว่าเขาไม่ได้ทำตามที่ถูกกล่าวหา แค่เดินลัดถนนไปร้านค้าตามที่แม่สั่งเท่านั้น

ศาลจำคุก ‘หญิงไก่’ 3 ปีคดีลวงสาวแม่ฮ่องสอน ยึดบัตรประชาชน-บังคับใช้แรงงานทาส

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 60 ศาลอาญา รัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาคดี อัยการคดีค้ามนุษย์ 2 ยื่นฟ้องนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ ฐานค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 สืบเนื่องจากจำเลยได้หลอกลวง น.ส.ดาลิน หล้าคำ อายุ 19 ปี ผู้เสียหายที่ 1 น.ส.กาญจนา ปองลาภสุนทร ผู้เสียหายที่ 2 ชาวแม่ฮ่องสอน และ น.ส.ขวัญจิรา จิรสกุลโชคชัย ผู้เสียหายที่ 3 โดยจำเลยหลอกลวงบังคับให้ผู้เสียหายทั้ง 3 ทำงานบ้านตั้งแต่ 05.00-22.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด โดยไม่จ่ายค่าจ้าง จ่ายเพียงค่ายังชีพเล็กน้อย แล้วยังขู่ว่าหากไม่ยอมทำงานแล้วจะกลับบ้าน จำเลยจะแจ้งตำรวจจับบิดามารดา ซึ่งมีลักษณะคล้ายการเอาคนลงเป็นทาสด้วยวิธีการ ข่มขู่ โดยชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยรับผู้เสียหายทั้ง 3 […]

จำคุก 10 ปี ‘สาวสปา’ มอมยารูดทรัพย์ กระทรวงยุติธรรมยัน! บริสุทธิ์ พร้อมสู้ต่อ

จากกรณีที่ น.ส.ปวิตรา กองกำพล หรือพลอย อายุ 32 ปี พนักงานนวดสปาแห่งหนึ่ง ใน จ.ภูเก็ตได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับกระทรวงยุติธรรมให้ช่วยเหลือด้านคดี หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดสำราญ จ.ตรัง แจ้งข้อกล่าวหามอมยาชิงทรัพย์ผู้เสียหายเมื่อปี 2554 โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุก 10 ปี โดย น.ส.ปวิตรา ยืนยันว่า ไม่เคยเดินทางไป จ.ตรัง และในเวลาเกิดเหตุตนทำงานอยู่ที่ร้านสปาที่ จ.ภูเก็ต โดยเมื่อช่วงเช้า (5 ต.ค. 60) ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ดุษฏี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้พานางสาวปวิตรา กองกำพล ผู้ต้องหา และครอบครัวเดินทางมาฟังคำพิจารณาตัดสินคดีชิงทรัพย์ในชั้นศาลอุทธรณ์ จ.ตรัง ซึ่งสุดท้ายศาลได้อ่านคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งจำคุกจำเลย เป็นเวลา 10 ปี และปรับเป็นเงิน 289,000 บาท โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานต่างๆที่ฝ่ายจำเลยได้ยื่นมา ไม่สามารถนำมาหักล้างข้อกล่าวหาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการของกระทรวงยุติธรรม ดำเนินการเพียงลำพังร่วมกับจำเลย โดยไม่มีการตั้งคณะทำงานหรือหน่วยงานอื่นร่วมทำงานด้วย จึงฟังไม่ขึ้น […]

จากนี้ขอเริ่มต้นชีวิตใหม่ ‘แพะคดีฉกเพชร’ เตรียมเปลี่ยนชื่อ! ยันจำหน้า ตร.ที่ซ้อมได้ไม่มีวันลืม! (คลิป)

แพะคดีฉกเพชร 15 ล้านบาท เดินทางไปลงบันทึกประจำวัน ยืนยันไม่เคยนำสำเนาบัตรประชาชนไปใช้ในทางที่มิชอบ ระบุอยากเปลี่ยนชื่อใหม่ เพราะชื่อเดิมทำให้ต้องติดคุก เผยอย่างช้ำใจว่าจำหน้าตำรวจที่ซ้อมได้ดีไม่เคยลืม จากนี้ขอเริ่มต้นชีวิตใหม่ นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ พ่อค้าไก่ทอด ชาว จ.นครพนม ผู้ที่เคยตกเป็นแพะในคดีฉกเพชร 15 ล้านบาท ได้รับอิสรภาพวานนี้ ได้เดินทางมายัง สน.บางบอน เพื่อลงบันทึกประจำวัน ว่าหากมีบุคคลใดแอบอ้างนำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนายพิสิษฐ์ ไปดำเนินการทางธุรกรรม หรือดำเนินการใดๆ ในทางมิชอบ ตั้งแต่ก่อนเข้าเรือนจำ จนได้รับการปล่อยตัว ไม่ใช่ตนเอง จึงมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน นายพิสิษฐ์ กล่าวหลังลงบันทึกประจำวันเสร็จสิ้นว่า ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ และยืนยันว่าตนไม่ได้นำไปใช้ทางผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการลงบันทึกประจำวันเท่านั้น ยังไม่ได้มีการแจ้งความเอาผิดต่อบุคคลใด นายพิสิษฐ์ เล่าว่า หลังจากได้รับการปล่อยตัวออกมา เมื่อคืนนี้เป็นคืนแรกที่ได้นอนกับครอบครัว แต่ก็ยังนอนไม่ค่อยหลับ เนื่องจากยังชินกับการนอนในเรือนจำ ที่เปิดไฟนอน มีแสงสว่างส่อง และยังตื่นเต้นดีใจที่ได้รับอิสรภาพหลังรอคอยมานานกว่า 7 เดือน 10 วัน กว่าจะนอนหลับก็ประมาณ ตี 1-2 แล้ว และเมื่อคืนนี้ก็ได้คุยโทรศัพท์กับลูกชายวัย 14 ปี […]

ศาลฎีกาฯ เตรียมอ่านคำพิพากษาลับหลังคดี ‘จำนำข้าว’ คาดเริ่ม 11.00 น.

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 60 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยในคดีโครงการรับจำนำข้าว โดยขณะนี้องค์คณะผู้พิพากษาได้ประชุมเพื่อจัดทำคำพิพากษากลางตั้งแต่เวลา 07.00 น. ซึ่งคาดว่าจะสามารถขึ้นอ่านคำพิพากษาได้ในเวลา 11.00 น. ทั้งนี้ การที่ต้องทำคำพิพากษากลางในวันนี้ เนื่องจากครั้งที่ผ่านมา ศาลต้องรอให้จำเลยปรากฏตัว จึงไม่ได้ทำคำพิพากษากลางไว้ แต่ครั้งนี้ตามกฎหมายหลังการออกหมายจับจำเลย เนื่องจากไม่มาคำพิพากษาของศาลเป็นเวลา 30 วัน ศาลจึงทำคำพิพากษากลางในวันนี้ พร้อมกันนี้ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นความล่าช้าเป็นแต่ธรรมเนียมการปฏิบัติตามปกติของศาล นอกจากนี้ ศาลงดอ่านคำพิพากษาในคดีการระบายข้าวแบบจีทูจี โดยถือว่าจำเลยที่ 21 นางสาวธันยพร จันทร์สกุลพร บุตรสาวนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง รู้ผลการตัดสินแล้วในทางคดีให้จำจึงให้คุกจำเลย 4 ปี และออกหมายจับเพื่อมารับโทษ.

เปิดใจแพะ แฉโดนตร.อุ้มซ้อมยัดข้อหาฉกเพรช 15 ล. นอนคุก 7 เดือน ชี้ทำเป็นขบวนการ (คลิป)

สำหรับเหตุการณ์ที่นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ ผู้ถูกกล่าวหาคดีร่วมกันวิ่งราวทรัพย์และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ในกรณีชิงทรัพย์เป็นเพชรมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ในจังหวัดกรุงเทพฯ ซึ่งในวันดังกล่าวนายพิสิษฐ์ ผู้ทำอาชีพขายข้าวเหนียวไก่ทอด อยู่ที่จังหวัด นครพนม มีอาการปวดท้องจึงไปหาหมอที่คลินิก ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวไปที่สถานีตำรวจบางเสาธง และเเจ้งข้อหาร่วมกับพวกวิ่งราวทรัพย์เป็นเพชร มูลค่า 15 ล้านบาท ซึ่ง น.ส.ดารีวรรณ ยืนยันสามีตนเป็นผู้บริสุทธิ์ เนื่องจากวันเกิดเหตุสามีตนอยู่ที่จังหวัดนครพนม ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : คดีฉกเพชร15ล้านพิรุธ! คนขายหิ้วทรัพย์นับล้านแต่นั่งแท็กซี่-คฤหาสน์เกิดเหตุพบเปิดให้เช่า) ล่าสุด วันนี้(26 ก.ย.) ที่ศาลอาญาธนบุรีนัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ พ่อค้าขายข้าวเหนียวไก่ทอด ในจังหวัดนครพนม ตกเป็นจำเลยในคดีหน่วงเหนี่ยวกักขังและร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ ซึ่งเป็นเพชรมูลค่า 15 ล้านบาท เหตุเกิดในท้องที่สน.บางเสาธง โดยระหว่างการพิจารณาคดีนายพิสิษฐ์ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษธนบุรี ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้เสียหายซึ่งเป็นพยานโจทก์ ให้การไม่ชัดเจนเกี่ยวกับรูปพรรณคนร้ายที่มีลักษณะแตกต่างกับจำเลยทั้งรูปร่าง ส่วนสูง ดังนั้นยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายกระทำผิด จึงพิพากษายกฟ้อง ซึ่งทันทีที่ประตูเรือนจำเปิดออก นายพิสิษฐ์ ได้ก้มลงกราบเท้ามารดาทันที โดยมารดาได้นำน้ำมนต์มาพรมที่ศีรษะให้นายพิสิษฐ์เป็นการปลอบขวัญด้วย หลังจากนั้นนายพิสิษฐ์ มารดา และภรรยา ได้นำพวงมาลัยเข้ามอบให้กับ […]

พ้นคุกแล้ว! ปล่อยตัว ‘หนุ่มแพะ’ คดีชิงเพชร 15 ล้าน เผยภาพสุดซึ้งก้มกราบแทบเท้าแม่

ศาลอาญาธนบุรี ปล่อยตัวพ่อค้าไก่ย่าง ชาว จ.นครพนม ที่ตกเป็นแพะในคดีฉกเพชร 15 ล้านบาทแล้ว เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ศาลอาญาธนบุรี ได้ปล่อยตัวจำเลย นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ ผู้ต้องหาในคดีวิ่งราวทรัพย์ และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ในกรณีการชิงทรัพย์เป็นเพชรมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เมื่อ 28 ธันวาคม 2559 โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าให้ ยกฟ้อง จำเลย เนื่องจากไม่มีเหตุให้สงสัย ตามด้วยหลักฐานที่จำเลยได้นำมาต่อสู้ อีกทั้งผู้เสียหายร่วม ได้ให้การถึงรูปพรรณของคนร้ายที่ไม่สอดคล้อง นางนวลนาง สุวรรณพิมพ์ มารดาของนายพิสิษฐ์ กล่าวหลังจากฟังคำพิจารณาคดีว่า ตนรู้สึกดีใจ และตื้นตันใจเป็นอย่างมาก ดีใจจนพูดไม่ออก โดยตนมาอยู่กับที่บ้านญาติที่กรุงเทพ กับลูกสะใภ้ กว่า 3 เดือนแล้ว นายพิสิษฐ์ยังบอกกับแม่ว่า ทำไมเหมือนแม่มาติดคุกกับลูก ตนจึงบอกกับลูกชายว่าถ้าเปลี่ยนได้ ให้แม่ติดคุกแทน แม่ก็ยอม ตั้งแต่เล็กจนโต ตนไม่เคยตั้งชื่อเล่นลูกว่าแดง หรือไม่เคยมีใครเรียกลูกว่าแดงเลย แต่ลูกกลับโดนข้อหา โดนแจ้งความว่า นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ ชื่อเล่น […]

ครอบครัวดีใจทั้งน้ำตา! ศาลยกฟ้อง ‘หนุ่มแพะ’ คดีชิงเพชร 15 ล้าน เจ้าตัวก้มกราบเท้าแม่-ปล่อยตัวเย็นนี้

ศาลพิพากษายกฟ้อง นายพิสิษฐ์ พ่อค้าไก่ย่าง ที่ตกเป็นแพะในคดีชิงเพชร 15 ล้านบาท เตรียมปล่อยตัว 17.30 น. ที่เรือนจำธนบุรี ด้านครอบครัวเผยทั้งน้ำตาดีใจจนพูดไม่ออก วันนี้ เมื่อเวลา 9.00 น. ศาลอาญา ธนบุรี นัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญาธนบุรี เป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ ในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ในกรณีการชิงทรัพย์เป็นเพชรมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เมื่อ 28 ธันวาคม 2559 ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าให้ ยกฟ้อง จำเลย เนื่องจากไม่มีเหตุให้สงสัย ตามด้วยหลักฐานที่จำเลยได้นำมาต่อสู้ อีกทั้งผู้เสียหายร่วม ได้ให้การถึงรูปพรรณของคนร้ายที่ไม่สอดคล้อง ซึ่งระบุว่า คนร้ายขณะนั้นมีรูปร่างท้วม ผิวดำแดง ลงพุง หัวเถิก และมีแผลเป็นที่ปาก ซึ่งไม่ตรงกับลักษณะของจำเลย อีกทั้ง เบอร์โทรศัพท์ที่ถูกอ้างว่าจำเลยที่นำไปใช้ติดต่อกับผู้เสียหายนั้น ทางพนักงานสอบสวนไม่ได้นำสืบต่อ รวมถึงในช่วงนั้นมีเบอร์ที่ติดต่อกับเบอร์ของคนร้ายหลายเบอร์ด้วย มีเพียงการใช้สำเนาบัตรประชาชนนำไปยื่นเปิดเบอร์ จึงไม่เพียงพอในการสนับสนุนว่าเบอร์ดังกล่าวเป็นของจำเลย รวมถึงบ้านที่ถูกกล่าวอ้างว่ามีการนำเพชรมาให้ดูนั้น มีโต๊ะทำงานที่ผู้เสียหายให้การว่าจำเลย นั่งและใช้โต๊ะทำงานดูเพชร […]

พิพากษา ‘ประหารชีวิต’ 3 โจ๋ ยิงแม่ค้าเมืองหาดใหญ่ ดับ! หวังล้างหนี้ 2 ล้าน (คลิป)

จากกรณีคนร้ายขับรถเก๋งบุกยิง น.ส.วิวดา วรรณทวี อายุ 52 ปี เจ้าของกิจการขายเครื่องสำอางในตลาดกิมหยง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เสียชีวิต ที่หน้าบ้านพักเลขที่ 54 ซ.พลับอุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ต่อหน้าลูกชายวัย 11 ขวบ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 2 ธ.ค. 59 ที่ผ่านมา และสามารถจับกุมคนร้ายเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 59 ประกอบด้วย นายสำราญ ธรรมสุวรรณ์ อายุ 21 ปี ผู้จ้างวาน นายยามัล มุบินเหล็บ อายุ 30 ปี และนายธีรพงษ์ แก้วปฏิมา อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถ ส่วนมือปืนยังคงหลบหนีซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบตัวแล้ว โดยเป็นการฆ่าล้างหนี้ที่นายสำราญ ยืมมาจาก น.ส.วิวดา จำนวน 2 ล้านบาทนั้น ล่าสุดในวันที่ 21 ก.ย. 60 ศาลจังหวัดสงขลาได้พิพากษาลงโทษประหารชีวิตผู้ต้องหาทั้ง […]

ครอบครัวเข้าเยี่ยม ‘บุญทรง’ เป็นห่วงอาการไซนัส-ภูมิแพ้ หารือทนายลุ้นยื่นประกันตัวรอบ 2

ครอบครัวพร้อมทนายความส่วนตัวเข้าเยี่ยม “บุญทรง” ปรึกษายื่นขอประกันครั้งที่ 2 ยอมรับเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ เนื่องจากผู้ต้องขังมีโรคประจำตัว เมื่อเช้าวันที่ 28 ส.ค. 60 นายนรินทร์ สมนึก ทนายความ และครอบครัว เข้าเยี่ยม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องกลายมาเป็นผู้ต้องขังในคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา ให้จำคุก 42 ปี ซึ่งนายบุญทรงและพวกได้ถูกย้ายมาคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่เย็นวันเสาร์ที่ 26 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา นายนรินทร์ เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาเข้าเยี่ยมและสอบถามความเป็นอยู่ปัจจุบันของนายบุญทรง เบื้องต้นทราบว่านายบุญทรงมีโรคประจำตัว เป็นไซนัส และภูมิแพ้ ซึ่งก็ได้เตรียมยามาด้วย การเข้าเยี่ยมวันนี้จะมีครอบครัว และ ญาติของนายบุญทรงเข้ามาเยี่ยม 2 รอบ คือรอบเช้า และรอบเย็น นอกจากนี้มีเรื่องที่จะต้องหารือด้วยกัน 2 เรื่อง คือการประกันตัว และการยื่นอุทธรณ์ โดย 2 เรื่องนี้จะมีการพูดคุยและตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งหากหารือกันแล้วตกลงว่าจะมีการยื่นประกัน ก็จะเดินทางไปที่ศาลฎีกาฯ เพื่อยื่นประกันครั้งที่ […]

คุมตัว ‘บุญทรง’ พร้อมพวกเข้าเรือนจำ รอตรวจสุขภาพ ทำประวัติ-ส่งแดนแรกรับ

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 60 หลังเสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษา ในคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี ซึ่งศาลฎีการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาตัดสินตัดสินจำคุก นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 42 ปี พร้อมพวก 28 คน โทษลดหลั่นกันไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายบุญทรง ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพแล้ว โดยบรรยากาศบริเวณหน้าเรือนจำ เต็มไปด้วยสื่อมวลชนเดินทางมาปักหลักรอทำข่าวอยู่บริเวณด้านหน้า ขณะเดียวกันทางเรือนจำได้มีการมาตรการดูแลความปลอดภัยหนาแน่น โดยตั้งจุดคัดกรอง ตรวจรถทุกชนิดที่จะเดินทางเข้าไปในพื้นที่เรือนจำ เพื่อตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบว่ามีมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจแต่อย่างใด หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวนายบุญทรง พร้อมพวก เข้าสู่กระบวนการคุมขัง โดยจะมีการตรวจร่างกาย พร้อมจัดทำประวัติ และส่งตัวเข้าสู่แดนแรกรับ ก่อนจะนำตัวไปยังพื้นที่คุมขังต่อไป

‘บุญทรง’ พร้อมน้อมรับคำตัดสินคดีระบายข้าวจีทูจี แถมเตรียมหลักทรัพย์ไว้รอแล้ว

นอกจากคดีจำนำข้าวของ อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้ว ยังมีอีกคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำตัดสินในวันที่ 25 ส.ค. 60 คือคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ซึ่งมีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวกเป็นจำเลย ล่าสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โดยนายบุญทรง เปิดเผยก่อนเข้าฟังคำตัดสินของศาลฎีกาฯ ว่า ไม่กังวลเพราะที่ผ่านมาได้ต่อสู้เต็มที่ เพราะได้แสดงหลักฐานอย่างเต็มที่แล้ว วันนี้ได้มีการเตรียมหลักทรัพย์และหลักฐานในการยื่นประกันตัว และยื่นอุทธรณ์ในคดี หากศาลพิพากษาว่าตนมีความผิด แต่ขณะนี้ยังไม่ได้คิดเรื่องการยื่นอุทธรณ์ พร้อมยอมรับว่า คำตัดสินคดีในวันนี้จะส่งผลต่อคดีคำสั่งยึดทรัพย์ เพื่อชดเชยความเสียหายที่ตนเองได้ขอยื่นต่อศาลปกครองให้ทุเลาการยึดทรัพย์ของรัฐบาล แต่ส่วนตัวไม่ได้กังวล เพราะที่ผ่านมาได้ต่อสู้อย่างเต็มที่แล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้มีจำเลยหลบหนี 2 ราย และศาลฎีกาฯได้ออกหมายจับไปแล้ว ได้แก่ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือ ‘หมอโด่ง’ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายสุธี เชื่อมไธสง.

ทนายแจงเพิ่งทราบ ‘ยิ่งลักษณ์’ ป่วย เหตุไม่มีใบรับรองแพทย์ยืนยันศาล ปัดตอบยังอยู่ในไทยหรือไม่

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 60 นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังทราบว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อนุมัติหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากไม่เดินทางมาศาลเพื่อรับฟังคำพิพากษาในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ว่า ตนก็เพิ่งได้รับทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าป่วยเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.วันนี้ โดยเป็นการติดต่อผ่านตัวแทนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนหน้านี้ก็ไม่ทราบมาก่อนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีอาการป่วยเพราะช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา จะติดต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผ่านทางตัวแทนเท่านั้น ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่ได้นำใบรับรองแพทย์มายืนยันต่อศาล ก็เนื่องจากเป็นเหตุฉุกเฉินและเพิ่งได้รับทราบ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยืนยันได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ไหน ในประเทศหรือต่างประเทศ ส่วนการที่ศาลอนุมัติหมายจับแล้วหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาพบศาลก่อนวันที่ 27 ก.ย. 60 ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าว จะทำให้ศาลเพิกถอนหมายจับหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

อนุมัติหมายจับ ‘ยิ่งลักษณ์’ ไม่มาศาลทนายอ้าง ‘น้ำในหูไม่เท่ากัน’ เลื่อนฟังคำพิพากษาเป็น 27 ก.ย.60

ศาลอนุมัติออกหมายจับ ” ยิ่งลักษณ์ ” เหตุไม่เข้าฟังคำพิพากษา อ้างน้ำในหูไม่เท่ากัน โดยเห็นว่ามีพฤติการณ์เจตนาหลบหนี ยึดเงินประกัน 30 ล้าน เลื่อนอ่านคำพิพากษา 27 ก.ย.60 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ส.ค. 60 ความคืบหน้าการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ล่าสุดทนายจำเลยยื่นคำร้องต่อองค์คณะผู้พิพากษาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่สามารถเดินทางมาฟังคำพิพากษาได้ เพราะอาการป่วยน้ำในหูไม่เท่ากัน มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง  แต่ศาลวินิจฉัยเห็นว่าไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากไม่มีใบรับรองแพทย์ และเห็นว่าอาการเช่นนี้สามารถเดินทางมาได้ อีกทั้งมีพฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยหลบหนี จึงออกหมายจับ และปรับเงินประกันเต็มจำนวน 30 ล้านบาท ทั้งนี้ ศาลได้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาเป็น 27ก.ย.60 เวลา 09.00น. แทน

keyboard_arrow_up