“บิ๊กป้อม” เผย คำสั่งแต่งตั้ง ก.ตร. เป็นคำสั่งเก่า

พล.อ.ประวิตร เปิดเผยว่า คำสั่งแต่งตั้ง ก.ตร. เป็นคำสั่งเก่า ที่ยกเอาชื่อบิ๊กโจ๊กมาทดแทน อนุกรรมการ ตร.ที่เสียชีวิตไป และการแต่งตั้งอนุกรรมการ สามารถนำพลเรือนมาแต่งตั้งได้ หลังจากที่ เมื่อวานนี้ ( 25 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีมีกระแสข่าวว่ามีการใช้คำสั่งมาตรา 44 ย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้กลับเข้ามารับราชการตำรวจอีกครั้งว่า ไม่เคยมีย้ายใคร ไม่รู้ใครปล่อยข่าวก็ไม่รู้ ไม่มี ขอยืนยันย้ายตามความเหมาะสม ที่มีความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ล่าสุดวันนี้ ( 26 มิ.ย.) ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ใน “พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่ของตุลาการ​ ศาลทหารกรุงเทพฯ​ ประจำปี​2562​” หลังเสร็จสิ้นพิธี ทีมข่าวได้สอบถามเรื่องการรับ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล กลับเข้ามาทำงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกครั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ […]

“บิ๊กป้อม” ปฏิเสธข่าวลือ “บิ๊กโจ๊ก” จ่อนั่ง ผช.ผบ.ตร. ยัน ม.44 จะยังคงอยู่

“บิ๊กป้อม” ปฏิเสธกระเเสข่าวลือ ว่า “บิ๊กโจ๊ก” จะกลับมารับตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยัน เเม้ คสช.จะยุติบทบาทหน้าที่ เเต่ ม.44 จะยังคงอยู่ วันนี้ (24 มิ.ย.62) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังการเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2562 โดยระบุถึงกรณีกระแสข่าวการโยกย้ายพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ถูกคำสั่งย้ายให้มาเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าจะกลับมารับตำแห่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า ไม่มีเรื่องดังกล่าวตามที่มีกระแสข่าวออกมา ซึ่งคำสั่งตามมาตรา 44 ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจะยังคงอยู่ต่อไป แม้ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ต้องยุติบทบาทลง เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จสิ้น ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร ยังระบุอีกว่า การประชุมอาเซียนครั้งที่ 34 ที่ผ่านมา เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ส่วนการเตรียมความเรียบร้อยเรื่องการประชุม สุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 35 กับประเทศคู่เจรจา ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายนนี้ ยังมีเวลาอยู่  

“ศรีวราห์” เผยย้าย “บิ๊กโจ๊ก” เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายบ้านเมือง

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยคำสั่ง ย้ายพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายบ้านเมือง แต่ไม่ทราบว่า เรื่องนี้เป็นคดีหรือไม่ จากกรณีหัวหน้าคสช.มีคำสั่ง โอนย้าย พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มาเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น วันนี้ (11 เม.ย.62) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีสอบถามถึงสาเหตุของการตรวจสอบและย้าย พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล  กับพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มาร่วมรดน้ำขอพรนายกรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ปีใหม่ไทยที่ทำเนียบรัฐบาล โดยพลตำรวจเอกศรีวราห์ ระบุว่าไม่รู้ว่าเรื่องนี้ จะเป็นคดีความหรือไม่ อย่างไร เนื่องจากยังไม่ได้รับมอบหมายให้ดูแลกำกับกรณีดังกล่าว พร้อมกับตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ทุกอย่างให้เป็นไปตาม กบิลบ้านกบิลเมือง” (หรือที่แปลว่า เป็นไปตามระเบียบ กระบวนการของกฎหมายบ้านเมือง)

“ศรีวราห์” ไม่หนักใจ หากรับคำสั่งทำคดีย้าย “โจ๊ก” ไม่รู้กระแสข่าวถูกตั้ง 6 ข้อหา

วันที่ 9 เม.ย. 62 พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำสั่งจากพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ให้มีการสอบสวนพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ยังไม่ได้เจอหรือพูดคุยในประเด็นนี้ เป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาในการสั่งโยกย้าย ตนเองไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งที่ผ่านมาพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ก็ทำงานตามหน้าที่ และที่จะมีใครร้องเรียนให้ตรวจสอบการทำงานหรือไม่นั้น ตนเองก็ไม่ทราบ เพราะ ตม. นั้นต้องติดต่อประสานงานกับหลายหน่วยงาน ทั้งไทยและต่างชาติ ส่วนที่จะมีการประชุมแต่งตั้ง ผบ.ตม. มีการคาดการณ์ว่า มีรายชื่อ พลตำรวจโทสมบัติ มิลินทจินดา พลตำรวจโทสัญชัย สุนทรบุระ เข้าพิจารณา ทั้งนี้ หากได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่ได้ปฏิเสธว่าหนักใจ แต่ระบุว่า ตนเองทำตามหน้าที่ ว่าไปตามพยานหลักฐาน ขณะนี้ยังไม่เห็นคำสั่งที่มีกระแสข่าวว่า พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ถูกตั้งหา 6 ข้อหา

ผบ.ตร. เซ็นเอง! เด้ง “บิ๊กโจ๊ก” เข้ากรุ ศปก. สั่งขาดจากตำแหน่งเดิม

วันที่ 5 เม.ย. 62 มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 232/0562 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ระบุว่า “เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8(1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 จึงให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเติม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นตันไป สั่ง ณ วันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2562″ คำสั่งดังกล่าว ลงนามโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ไทยไม่ส่งกลับสาวซาอุฯ ขอลี้ภัย ส่ง UNHCR ดูแลต่อ

จากกรณีนางสาวราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล กูนูน สาววัย 18 ปี ที่หลบหนีครอบครัวมาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย และขังตัวเองในห้องโรงแรม หลังถูกกักตัวไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้พบกับนายจูเซ็ปเป้ เดอ วินเซ็นทีส ผู้แทนจากสำนักงานของหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ประจำประเทศไทยแล้วเมื่อวานนี้(7 ม.ค. 61) โดยนายเดอ วินเซ็นทิส จากยูเอ็นเอชซีอาร์ได้ขอให้ทางการไทยอย่าส่งตัวนางสาวราฮาฟกลับไปหาครอบครัว เนื่องจากเกรงว่าหากถูกส่งตัวกลับ เธอจะถูกญาติและครอบครัวฆ่าหรือทำรายได้ พร้อมกับรับรองว่านางสาวราฮาฟว่าจะไม่ถูกส่งตัวกลับไปยังบ้านเกิดอย่างแน่นอน โดยในระหว่างนี้นางสาวราฮาฟได้เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว และจะยังคงอยู่ในประเทศไทยภายใต้การดูแลของยูเอ็นเอชซีอาร์ระหว่างรอพิจารณาทำเรื่องส่งตัวเธอไปยังประเทศอื่น ทั้งนี้นางสาวราฮาฟได้ถูกกักตัวห้ามเข้าไทย เนื่องจากเธอไม่มีตั๋วเครื่องบินขากลับ หลักฐานการจองที่พัก หรือหลักฐานที่แสดงว่าเป็นนักท่องเที่ยว โดยเธอระบุว่าหนังสือเดินทางของเธอถูกเจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุดิอาระเบียประจำไทยยึดไป ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ได้อัพเดทความคืบหน้าสถานการณ์ของเธอผ่านทางออนไลน์ ระหว่างถูกกักตัวในสนามบิน และทำให้ข่าวของเธอเป็นที่สนใจไปทั่วโลก ด้านพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า ได้รับอนุญาตให้เข้าไทยเป็นการชั่วคราว โดยทาง UNHCR จะใช้เวลา 5 วันที่ทำเรื่องส่งตัวเธอไปลี้ภัยในประเทศที่ 3 โดยสาเหตุที่ต้องเข้มงวดกับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยเป็นเพราะปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยมากขึ้น และอาจมีอาชญากรข้ามชาติที่แฝงตัวมาในคราบของนักท่องเที่ยว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

keyboard_arrow_up