ดราม่าสนั่น! ชาวเน็ตแฉ ‘อดีตดวงดาว’ อัพหนังโรงลง IG story

ดูท่าว่าจะกลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนฉ่าในโลกโซเชียลอีกหนึ่งเรื่อง เมื่อมีสมาชิกเว็บไซต์ดัง พันทิป.คอม (pantip.com) ได้เปิดประเด็นแฉว่ามีอดีตดวงดาวรายหนึ่ง ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายหนังที่กำลังฉายในโรงภาพยนตร์ แล้วอัพ IG story โดยตั้งกระทู้ว่า “วันนี้เห็นดาราอัพ IG story เป็นหนังในโรง ยาวมาก นี่เขาคิดไรอยู่ ??” เนื้อหาระบุว่า “ตามนี้เลยครับ ไม่รู้หรือว่ามารยาททางสังคมเขาห้ามใช้มือถือขณะอยู่ในโรงหนัง หรือถ้าเหมาโรงจริง อัพภาพแบบนี้ทางกฎหมายนี่ผิดไหม อันนี้ไม่ทราบจริง ๆ ครับ ?” ซึ่งมีคนมาตอบกระทู้กันจำนวนมาก ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการกระทำที่สามารถเอาผิดทางกฎหมายได้ ล่าสุด IG ของอดีตดวงดาวคนดังกล่าวได้ปิดเป็นส่วนตัวแล้ว

แฉผีน้อยทำเรื่องงามหน้า ล่ากวางป่าที่เกาหลีใต้ มาทำซกเล็กกินดิบ

เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กเพจ เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน ได้โพสต์แชร์ภาพและเรื่องราวของ “ผีน้อย” หรือ กลุ่มแรงงานไทยในประเทศเกาหลีใต้ที่เดินทางเข้าไปอย่างผิดกฎหมาย และได้ก่อเหตุล่ากวางป่ามาทำอาหาร ทั้งนี้ ทางเพจดังกล่าวได้เผยข้อมูลว่า สัตว์ป่าเหล่านี้คนในประเทศเกาหลีใต้มักไม่ล่ามาทำอาหาร มีแต่แรงงานไทยที่ลักลอบเดินทางไปทำงานที่นั้น และมีการบอกต่อๆ กันว่าในกลุ่มแรงงานที่เดินทางไปใหม่ๆ ว่าสามารถล่ามันมาทำอาหารกินได้ ภายหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปเป้นจำนวนมาก ได้มีเกิดกระแสวิจารณ์อย่างรุนแรงต่อพฤติกรรมดังกล่าว เพราะนอกจากคนกลุ่มนี้จะเดินทางเข้าไปแบบผิดกฎหมาย แถมยังทำเรื่องที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศที่ตนเองลักลอบเข้าไปทำงานอีก จนทำให้ท่องเที่ยวปกติได้รับผลกระทบในการเดินทางเข้าประเทศปลายทาง เนื่องจากถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผีน้อยเหมือนกัน เฮ้อออ ขอด่าหน่อยนะ เพราะเราทราบมาว่า ผีน้อยบอกต่อ ๆ กัน ว่าทำได้ มีการแนะนำคนที่มาใหม่ด้วย เมื่อต้นปี… โพสต์โดย เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน เมื่อ วันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2019

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 26 ‘รถปล่อยควันดำ’ ผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร?

พบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ จะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา ‘รถปล่อยควันดำ’ ผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ? กรณีที่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ปล่อย ควันดำ นั้น นอกจากจะสร้างฝุ่นและมลพิษทางอากาศ ยังบดบังวิสัยทัศน์การขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งกรณีเช่นนี้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจพบว่ารถมีค่าควันดำเกินกว่ามาตรฐาน ถือว่าเจ้าของรถคันดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับ และหากมีการตรวจพบซ้ำอีกโดยไม่มีการไปแก้ไขหรือปรับปรุงเครื่องยนต์ของรถหลังถูกตรวจพบครั้งแรก อาจจะถูกสั่งพักการใช้รถจนกว่าจะมีการแก้ไขได้ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เช็ค 5 เหตุผล ที่เราไม่ควรขับรถบนพื้นที่ “ไหล่ทาง”

อาจเพราะด้วยการจราจรที่คับคั่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไม่เว้นแม้กระทั่งบนสะพานหรือทางด่วน จึงทำให้หลายครั้งเรามักจะเห็นรถที่เปิดเลนใหม่ด้านซ้ายสุดหรือใช้ไหล่ทางเป็นช่องจราจร เพื่อให้สามารถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยลืมคำนึงไปว่าการกระทำดังกล่าวจะผิดกฎหมายหรือเสี่ยงต่อความปลอดภัยหรือไม่ เพราะตามหลัก พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 103 ได้ระบุว่า…ทางใดที่มีทางเท้าหรือมีไหล่ทางอยู่ข้างทางมีไว้สำหรับให้คนเดินเท้าเข้าไปใช้เท่านั้น รวมทั้งยังมีไว้สำหรับจอดรถกรณีฉุกเฉินเพื่อไม่ให้กีดขวางช่องทางจราจร ยกเว้นแต่กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเข้าไปโบกให้รถสามารถวิ่งได้เพื่อเป็นการระบายการจราจร แต่ผู้ขับขี่ก็จะต้องใช้ช่องทางด้วยความระมัดระวัง นอกจากในเรื่องของข้อกฎหมายที่ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องรู้แล้ว ยังมีเหตุผลอื่นๆ ที่พื้นที่ไหล่ทางไม่ได้มีไว้ให้ใช้ได้ตลอด (ไม่เว้นแม้แต่รถโล่งๆ) ตัวอย่างเช่น… 1. มีรถจอดหรือสิ่งกีดขวาง – ไหล่ทางเป็นช่องทางฉุกเฉินใช้สำหรับกรณีให้รถเสียจอดโดยให้จอดชิดขอบทางด้านซ้ายให้มากที่สุด ก่อนจะเคลื่อนย้ายรถออกให้พ้นทาง ดังนั้นบนไหล่ทางจึงอาจมีรถยนต์จอดเสีย, จอดหลับ และจอดหลงทาง ฉะนั้นการขับรถบนไหล่ทางทั้งการแซง การเปิดเลนพิเศษเอง หรือจะคร่อมเลนก็ตาม ย่อมมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ 2. ผิวถนนไม่ปลอดภัย – ไหล่ทางมักเป็นบริเวณที่มีสิ่งสกปรกต่างๆ ทั้งเศษวัสดุก่อสร้าง ฝุ่นผง คราบน้ำ แอ่งน้ำ ฝุ่นทราย ที่เกิดจากริมทางหรือจากรถบรรทุก สะสมบนพื้นผิว อาจเปียกลื่น เป็นสาเหตุให้รถเสียหลักได้ หากขับผ่านไปด้วยความเร็ว 3. ต้องไปเบียดหรือปาดหน้ารถคันอื่น – คงไม่มีใครชอบการโดน “ปาด-เบียด-แทรก” เวลาขับรถ และการอยู่บนพื้นที่ไหล่ทางนั้น ผู้ขับย่อมรู้แก่ใจว่าจะต้องขับขึ้นไปด้านหน้ารถที่แซงมา และก็ขอทางเข้ากลับช่องทางปกติ […]

โทร.ก่อนค่อยลงมือ! ป.ป.ส.เปิดสายด่วน 1386 ย้ำ ปชช.ทั่วไปยังไม่สามารถปลูก ‘กัญชา’ ได้

ป.ป.ส. เปิดสายด่วน 1386 ให้ประชาชนสอบถามเรื่อง “กัญชา” เริ่ม 27 กุมภาพันธ์นี้ ย้ำเตือนประชาชนทั่วไปยังไม่สามารถปลูก หรือใช้สารสกัดจากกัญชาในการบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยได้ ตามที่ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ทำให้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ และประชาชนหลายภาคส่วนให้ความสนใจในกฎหมายดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ “กัญชา” ไม่ว่าจะเป็นการผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก ครอบครอง หรือ เสพ” ประกอบกับขณะนี้ได้มีการนำเรื่อง “กัญชา” มากำหนดเป็นนโยบายของพรรคการเมืองในการรณรงค์หาเสียง เพื่อให้ประชาชนที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ สำนักงาน ป.ป.ส. จึงเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดได้ในวันและเวลาราชการ (08.30-16.30 น.) โดยเพียงกดหมายเลข 1386 และกด 3 สำนักงาน ป.ป.ส. ย้ำ “กัญชา” ยังคงเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 การผลิต นำเข้า […]

บุกจับพระเฒ่า! คบด.ญ.14 พานอนซุกกุฏินาน 10 ปี อ้างเด็กสมยอม หลังหนีคดีตั้งแต่ปี 51

วันที่ 15 ม.ค. 62 ชุดปฏิบัติการตำรวจกองปราบปราม จับกุมตัวพระสรศักดิ์ สิริภัทโท หรือ นายสรศักดิ์ จ้ายนอก อายุ 61 ปี พระสงฆ์ที่วัดแห่งหนึ่ง ในตำบลบางบัวทอง ดำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี หลังได้รับการร้องเรียนว่า มีพฤติกรมกระทำชำเราเด็กหญิงวัย 14 ปี พร้อมแจ้งข้อหา กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบ ว่าเมื่อปี 2550 นายสรศักดิ์ ขณะอายุได้ 50 ปี บวชเป็นพระลูกวัดแห่งหนึ่งใน ตำบลบ้านค่าย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ และได้รู้จักกับ เด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่ง อยู่ติดกับวัด โดยเด็กหญิงอาศัยอยู่กับผู้เป็นย่า นอกจากนี้ ยังพบว่า เด็กหญิงเอได้คบหากับพระสงฆ์รูปดังกล่าว จนมีความสัมพันธ์ทางเพศกันอย่างลับ ๆ โดยได้นัดแนะกันให้เข้าไปหลับนอนที่กุฏิของนายสรศักดิ์ ในวัดดังกล่าว […]

ดวงจะซวย! น้องชายหนีตำรวจเข้าบ้าน ตร.ไล่ตามค้นบ้านพบพี่ชายสะสมปืนเถื่อน-กระสุนเพียบ

วันที่ 4 ต.ค. 61 พ.ต.ท.ถาวร ผลกล้า รองผู้กำกับการ สภ.สะเดา จังหวัดสงขลา นำตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปราม ลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่ และพบวัยรุ่น 3 คนนั่งอยู่บริเวณดังกล่าว และ 1 ใน 3 วัยรุ่นได้วิ่งหลบหนีเข้าบ้าน เลขที่ 9/8 หมู่ 1 ตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่จึงตามเข้าไปขอตรวจค้นในบ้าน พบมีอาวุธปืนจำนวน 4 กระบอกอยู่ภายในห้องนอนของนายเฉลิมชัย บุญสว่าง อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของชายวัยรุ่นที่วิ่งหลบหนีเข้ามาในบ้านหลังดังกล่าว นายเฉลิมชัยให้การรับสารภาพว่า อาวุธปืนและเครื่องกระสุนทั้งหมดนั้นเป็นของตนเอง จากการสอบสวนทราบว่านายเฉลิมชัยชอบ สะสมอาวุธปืน จึงได้ซื้อมาเก็บเอาไว้ ประกอบด้วย อาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองยาวเดี่ยว 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก อาวุธปืนอัดลม 1 กระบอก กล้องเล็งปืนระยะไกล […]

ไม่รอด!! ผีน้อยไทย เจอแท็กซี่เป็นงาน ขับรถพาส่งตำรวจเกาหลี หลังรู้เข้ามาทำงานผิดกฎหมาย

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้เผยแพร่โพสต์ของคนไทยที่ลักลอบเข้าประเทศเกาหลีอย่างผิดกฎหมายเพื่อเข้าไปทำงาน โดยข้อความดังกล่าวเป็นของแก๊งผีน้อยกลุ่มหนึ่งที่มีการโพสต์เตือนกันผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อขอความช่วยเหลือของสาวรายหนึ่งที่ลักลอบเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมาย และถูกโชเฟอร์แท็กซี่เกาหลีขับรถพาส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง และสร้างความกังวลต่อผู้คนที่ตั้งใจเดินทางไปที่ประเทศเกาหลีอย่างมาก เพราะเกรงว่าจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็น ‘ผีน้อย’ ที่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ทั้งที่ตั้งใจจะไปเที่ยวจริงๆ —————————————————————————————————– ติดตามอมรินทร์ ทีวี ได้ที่ ทีวีดิจิทัล หรือ กล่องดิจิทัลทีวี ช่อง 34 Website : http://www.amarintv.com Facebook : https://www.facebook.com/AMARINTVHD Twitter : https://twitter.com/amarintvhd Instagram : https://www.instagram.com/amarintvhd Youtube : https://www.youtube.com/c/amarintvhd Line : http://line.me/ti/p/@amarintvhd

งามหน้า!! สื่อเกาหลีอ้าง ‘ผีน้อยไทย’ ก่อเหตุพยายามขืนใจสาวเกาหลีใต้

วันที่ 17 กันยายน 2561 เว็บไซต์ Naver ของประเทศเกาหลีใต้ได้รายงานว่า การจับกุมชายสัญชาติไทย อายุ 36 ปี ในสภาพมึนเมารายหนึ่งที่มีประวัติลักลอบเข้าเมืองมาทำงานในประเทศเกาหลีใต้แบบผิดกฎหมาย และถูกจับกุมตัวในข้อหาข้อหาทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศสาวเกาหลี หลังจากที่มีพลเมืองดีได้ยินเสียงหญิงสาวร้องขอให้ช่วยเหลือ จึงรีบโทรศัพท์แจ้ง 112 โดยผู้เสียหายได้เปิดเผยว่าชายไทยคนดังกล่าวได้ตบหน้าและพยายามข่มขืนตน บริเวณสวนสาธารณะเขต Seosan จังหวัดชุงช็องใต้ ทั้งนี้ ก่อนหน้าได้อีกหนึ่งเหตุการณ์อุทาหรณ์เตือนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nattapone Chokchai ได้โพสต์ข้อความเตือนคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ ว่าให้ระมัดระวังการแสดงความมีน้ำใจต่อคนไทยในต่างแดน ไม่งั้นอาจเกิดปัญหาตามมาภายหลัง เช่นกรณีของเขาที่ได้ให้เพื่อร่วมชาติรายหนึ่งยืมโทรศัพท์โทร. หาเพื่อน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นคนที่หวังหนีเข้าไปทำงาน ทำให้ตัวเองเกือบโชคร้ายไปด้วย ซึ่งผู้ที่ได้อ่านเรื่องดังกล่าว ต่างแชร์โพสต์นี้ออกไปเป็นจำนวนมาก และมองว่าอย่ามีน้ำใจให้คนไทยด้วยกันในต่างแดน เพราะไม่มีใครรู้ว่าคนเหล่านั้นเดือดร้อนจริง หรือมาหวังผลประโยชน์จากเรา และจะสร้างปัญหาให้เราในภายหลังหรือไม่ (อ่านเพิ่มเติม : ผีน้อยทำพิษ!! อุทาหรณ์เตือนคนไทย อย่าริช่วยเพื่อนร่วมชาติในเกาหลีใต้ หากไม่อยากเดือดร้อนไปด้วย) ที่มา – naver.com  

ชีวิตสำคัญกว่า! “อ. ปรเมศวร์” ชี้ เจาะถ้ำช่วย 13 ชีวิต ทำผิดกฎหมาย แต่ “จำเป็น” จึงไม่ต้องรับโทษ

วันที่ 29 มิ.ย. 61 สืบเนื่องจากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปวิดีโอ ขณะ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) รับฟังการรายงานจากทีมขุดเจาะถ้ำหลวง วนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อระบายน้ำออกจากถ้ำ เปิดทางให้ช่วยเหลือกลุ่มนักฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี่แม่สายที่ติดอยู่ภายในถ้ำ และได้มีการยกอ้างข้อกฎหมายเตือนเจ้าหน้าที่ให้ระมัดระวังการเจาะถ้ำหลวง เพราะอาจผิดกฏหมายบางมาตรา จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตาม นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุข้อความว่า “การเจาะถ้ำหรือกระทำการอื่นใดในเขตอุทยานหรือป่าไม้ แม้จะมีความผิดตาม พรบ.อุทยาน หรือ พรบ.ป่าไม้ แต่ถ้ากระทำเพื่อช่วย ๑๓ ชีวิต ก็เป็นการกระทำความผิดด้วย “ความจำเป็น” เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึง และไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตน มิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแต่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้อง รับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๗ ครับ ทุกท่านที่กำลังช่วยน้องๆ ทำไปเถอะครับ ไม่ต้องดูหรอกว่ากฎหมายจะว่าอย่างไร ชีวิตน้องๆ เหล่านั้นสำคัญกว่ามาบังคับใช้กฎหมายในยามนี้”

อย่าเอาความจนมาอ้าง! โซเชียลรุมสวดแรงงานไทยลักลอบทำงานในเกาหลี หลังมีคลิปหลุดนาทีหนี ตม.

ปัญหาแรงงานไทยการลักลอบเข้าทำงานในเกาหลีใต้แบบไม่ได้รับอนุญาตนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นประเด็นที่ถูกเผยแพร่ทั้งบนหน้าสื่อและในโลกออนไลน์มาแล้วนับไม่ถ้วน ทั้งยังคงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ โดยที่หลายฝ่ายยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม และยังไม่สามารถห้ามปรามกลุ่มคนที่ต้องการไปแสวงโชคในต่างแดนกลุ่มนี้ได้ อย่างเช่นกรณีล่าสุด ที่เพจเฟซบุ๊ก โคตรห้าว V.4 ได้เผยแพร่คลิปที่หลุดมาจากแรงงานไทยลักลอบทำงานในเกาหลี ซึ่งเป็นนาทีขณะคนไทยหลายสิบคนกำลังวิ่งหนีไปตามร่องนา เนื่องจากถูก ตม. บุกไปตรวจค้นที่ทำงาน ทั้งนี้เพจดังกล่าวได้ระบุข้อความว่า…กูละเหนื่อยใจกับตรรกะของแรงงานไทยที่ลักลอบทำงานในเกาหลี เอาความจนมาเป็นข้ออ้างในการทำผิดกฎหมาย สารพัดจะสรรหาคำพูดมาตอบโต้เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่มันคือเรื่องที่ถูกต้อง ผิดก็คือผิดนะ ไม่ว่ามึงจะหยิบยกเหตุผลอะไรมาก็แล้วแต่ เพราะท้ายที่สุดแล้วพวกมึงก็คือคนที่เห็นแก่ตัวและเอาเปรียบคนอื่นอยู่ดี

4 โจ๋ปีนรถโดนจับ! เพื่อนแฉห้ามแต่รั้น สังคมบีบเลยขอโทษ คาใจปมขายยาเรียกกันว่า “พี่เสพ” (คลิป)

วันนี้ (14 มิ.ย. 61) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ นำตัวนายวันเฉลิม เปรมเกษม อายุ 19 ปี พร้อมพวกอีก 3 คน มาสอบปากคำ หลังจากแก๊งยูทูบเบอร์กลุ่มนี้ เผยแพร่คลิปวิดีโอการการวิ่งสไลด์บริเวณบันไดเลื่อนรถไฟฟ้าใต้ดิน ปีนหลังคาสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และวิ่งไปบนหลังคารถยนต์ที่จอดติดไฟแดงจำนวนหลายคัน จนทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดย พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผู้กำกับ สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า ได้มีการแจ้งข้อหา ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น โดยเปรียบเทียบปรับ 3 คน คนละ 1,000 บาท ความผิดนั้นเกิดจากการที่วัยรุ่นกลุ่มนี้ วิ่งข้ามต้นไม้ วิ่งขึ้นบนรถ และขึ้นไปนั่งบนต้นไม้ต่อหน้าประชาชน ทำให้พี่น้องประชาชนตกใจ และก่อความเดือดร้อนรำคาญ ส่วนอีกคนที่กระทำความผิดในท้องที่ สน.ลุมพินี ทางสน.ทองหล่อ ได้ประสานกับฝ่ายสืบสวนของ สน.ลุมพินี ให้มารับตัวไปดำเนินการในท้องที่ สน.ลุมพินี แล้ว พ.ต.อ.ขจรพงศ์ กำชับตักเตือนวัยรุ่นทั้ง 4 คน รวมถึงผู้ปกครองว่า สิ่งที่ทำเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย มีอัตราโทษค่อนข้างสูง คือปรับไม่เกิน 5,000 บาท […]

สวนแรง! โซเชียลสวนวินมอไซค์ ร้อง Grab ทำถูกกฎหมาย แล้วตัวเองตามกฎหมายหรือไม่!?

จากรณีที่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจำนวนมากรวมตัววางพวงหรีดประท้วง เรียกร้องให้ Grab ประเทศไทย ปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาการแย่งผู้โดยสาร จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณืในสังคมอย่างกว้างขวาง และสร้างความไม่พอใจให้กับสังคมอย่างมาก เพราะมองว่าเหตุผลที่คนไม่ใช้บริการววินนั้น เกิดจากการเอาเปรียผู้ใช้บริการ และกำหนดราคาไม่เป็นธรรม ล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊ก เฮ้ย นี่มันฟุตบาทไทยแลนด์ ได้เผยภาพอัตราค่าโดยสารของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง พร้อมกับตั้งคำถามว่า กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ว่าเรียกร้องให้ Grab ทำถูกกฎหมายนั้น ตัวเองเคยทำถูกกฎหมายหรือไม่ ทั้งขี่รถบนทางเท้า ขี่รถย้อนศร ทั้งยังเก็บค่าโดยสารแบบเอารัดเอาเปรียบ ก่อนจะทิ้งท้ายว่า…ถามตัวเองก่อนไหม ก่อนจะเรียกร้องอะไร

เพจกฎหมายยกกรณี ‘ป้าทุบรถ’ เทียบคดีเก่า ชี้ผิดทั้งคู่ แต่คนทุบอ้างบันดาลโทสะได้ (คลิป)

จากกรณีผู้หญิงสูงวัยกำลังจะขับรถออกจากบ้านตน แต่มีรถมาจอดขวางอยู่ ทำให้นำรถออจากกบ้านไม่ได้ จึงออกมาเพื่อถามหาเจ้าของรถแต่ไม่เจอ ทำให้หญิงรายนี้โกรธ ก่อนที่จะนำไม้ และขวาน ทุบไปที่กระจก และฝาท้ายกระบะรถคันดังกล่าว ทำให้สังคมวิจารณ์พฤติกรรมของผู้หญิงรายนี้ (อ่านเพิ่มเติมที่: แชร์สนั่น! ป้าสายโหด ขวานจามรถจอดขวางทางเข้า-ออก) ล่าสุด ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ จากเพจเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์ ได้ทำการไลฟ์สดวิเคราะห์เหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าการจอดรถขวางหน้าบ้านผิดกฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งอาญาและแพ่ง ทั้งยังยกคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1908/2518 ถนนซอยในที่ดินเอกชนซึ่งแบ่งให้เช่าปลูกบ้าน ประชาชนชอบที่จะเข้า-ออกติดต่อกันได้เป็นสาธารณสถาน การเอารถยนต์จอดขวางกั้นไม่ให้รถข้างในออกจากซอยได้ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 310 แต่การที่ไม่ยอมถอยรถให้รถข้างในออกเป็นการรังแกข่มเหงผู้อื่น อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 แต่ขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้ที่นำเอาขวานออกมาทุบรถที่มาจอดขวาง ก็ถือว่าเป็นการกระทำละเมิดต่อรถที่จอดขวาง ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ในกรณีนี้ผู้เสียหายก็มีส่วนผิดเพราะมาจอดรถขวางหน้าบ้าน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 223 จึงอาจจะลดลงครึ่งหนึ่งได้ และผู้ที่ทุบรถสามารถอ้างบันดาลโทสะได้ เพราะไม่สามารถไปไหนได้ หลังจากบีบแตรนานกว่าชั่วโมง

ญาติลอยอังคารอัฐิ ‘น้องเคลียร์’ เข้าฝันยังอยู่ที่พระราม 8 ยายวอนแฟนหนุ่มขอขมา

ญาติเข้าเก็บอัฐิ “น้องเคลียร์” ที่วัดบัวขวัญ ก่อนจะนำไปลอยอังคาร พร้อมระบุอยากให้แฟนหนุ่มของน้องเคลียร์มาขอขมา ซึ่งทางญาติได้อโหสิกรรมให้หมดแล้ว วันที่ 9 ม.ค.61 คุณยายกาญจนา สุขุมวาท อายุ 72 ปี ยายของ น.ส.นิตยา สวัสดิวรรณ หรือ น้องเคลียร์ หญิงสาววัย 18 ปี ที่จ้างวินมอเตอร์ไซค์ไปส่งสะพานพระราม 8 ก่อนให้ถือโทรศัพท์ไลฟ์เฟซบุ๊ก ก่อนที่จะตัดสินใจกระโดดฆ่าตัวตายนั้น ได้เดินทางมาที่วัดบัวขวัญ จังหวัดนนทบุรี พร้อมครอบครัว เพื่อเข้าเก็บอัฐิน้องเคลียร์ หลังประกอบพิธีฌาปนกิจศพไปเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (8 ม.ค.) ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งหลังจากเก็บอัฐิเสร็จได้นำไปลอยอังคารที่แม่น้ำเจ้าพระยา ย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งทางญาติ บอกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาน้องเคลียร์มาเข้าฝัน ยืนยันยังอยู่ที่สะพานพระราม 8 หลังจากลอยอังคารแเล้วทางครอบครัวจึงจะไปประกอบพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณตรงจุดนี้ คุณยายกาญจนา บอกว่า ตั้งแต่เริ่มงานศพน้องเคลียร์จนถึงตอนนี้แฟนหนุ่มของน้องเคลียร์ ยังไม่ติดต่อมาขอขมาน้องเลย ทั้งๆที่เราอโหสิกรรมให้หมดแล้วแค่อยากให้มาขอขมาเท่านั้นเอง

ธ.จิตอาสา ยุติงมสมบัติแม่น้ำเพชร หลังเจอกระแสทำลายหลักฐานปวศ. – ผิดกม.

จากกรณีที่มีเพจเฟซบุ๊กชื่อ ธนาคารจิตอาสา ได้เผยแพร่โครงการอาสาผจญภัย เพื่อค้นหาของโบราณนับร้อยนับพันปี โดยระบุว่าเป็นงานอาสาหาสมบัติให้ ‘พิพิธภัณฑ์สมบัติใต้น้ำเพชร’ เก็บไว้เป็นของชาติ ในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และได้มีอดีตผู้อำนวยการกองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่าเป็นการทำลายหลักฐานทางโบรารคดีอย่างย่อยยับ และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายด้วย ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเพจของธนาคารจิตอาสา ได้ประกาศยกเลิกกิจกรรมดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งอธิบายว่าเพิ่งได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นจากอาจารย์ผู้เป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์ ว่ามีกิจกรรมพาคนดำน้ำลงไปดูวัตถุโบราณอยู่แล้ว แต่รายละเอียดทางเราขอศึกษาขัอมูลเพิ่มเติมก่อน และจะทำแนวทางที่เหมาะสม ถูกหลักวิชาการ ในการจัดการดูแลงานอาสาประเภทนี้ในอนาคต

พบร่างสาว 18 ไลฟ์สดดิ่งสะพานพระราม 8 ลอยห่างจุดกระโดด 500 เมตร

จากกรณีสาววัยรุ่นวัย 18 ปี ที่ว่าจ้างให้หนุ่มจักรยานยนต์รับจ้างช่วยถ่ายคลิประหว่างไลฟ์สดฆ่าตัวตาย ด้วยการกระโดดสะพานพระราม 8 ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มีการคาดการว่าชนวนเหตุจากการผิดหวังในเรื่องความรัก ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบร่างสาว 18 ปี แล้ว วันที่ 4 ม.ค.61 จากกรณีที่นางสาวนิตยา สวัสดิวรรณ หรือ น้องเคลียร์ หญิงสาววัย 18 ปี ที่ว่าจ้างผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ขณะตนเองกระโดดลงจากกลางสะพานพระราม 8 หายไปในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อช่วงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา วันนี้ชุดค้นหาร่างของเข้ากู้ร่างของน้องเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเมื่อเวลา 14.30 น. เรือชาวบ้านขับผ่านและพบร่างลอยกลางแม่น้ำ บริเวณระหว่างท่าพระอาทิตย์ และสะพานพระปิ่นเกล้า ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร พล.ต.ต. สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าร่างดังกล่าวเป็นสาววัย18 ปีที่กระโดดสะพาน อย่างแน่นอน ซึ่งจากนี้จะต้องนำร่างไปชันสูตรพลิกศพ เพื่อยืนยันตัวตน และตรวจสอบโดยละเอียด อีกครั้งที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ทั้งนี้ได้มีการประสานญาติของผู้เสียชีวิตที่จังหวัดระนองให้มานำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป […]

ลุงเปิดใจหลานไลฟ์สดโดดสะพานผิดหวังรัก-วินจยย.ผวาคุกไม่ช่วยเพราะคาดไม่ถึง (คลิป)

จากกรณีหญิงสาวแพร่ภาพไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ค ขณะกำลังถ่ายรูปอยู่บนสะพานพระราม8 จนกระทั่งปรากฏภาพหญิงสาวรายดังกล่าวกระโดดลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า สาเหตุใดที่ทำให้หญิงสาวกระโดดลงไป และขณะนี้มีชะตากรรมเป็นอย่างไร วันนี้(2ม.ค.61)ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี จึงได้เดินทางไปสัมภาษณ์ นายภัทรดนัย พุ่มศรีนารถ อายุ25ปี หนุ่มขับวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง และคนไลฟ์เฟซบุ๊คให้สาวรายดังกล่าว ซึ่ง นายภัทรดนัย ได้พาทีมข่าวไปดูจุดที่หญิงสาวกระโดดลงไปในแม่น้ำซึ่งอยู่กลางสะพานพระราม8 พร้อมบอกว่า ไม่เคยรู้จักกับหญิงสาวรายนี้ เพียงแต่ก่อนที่หญิงสาวจะกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เรียกใช้บริการรถมอเตอร์ไซด์ตนจากถนนนาคนิวาส ย่านลาดพร้าว ไปส่งที่สะพานพระราม8 ระหว่างทางเธอร้องไห้มาตลอดทาง แต่ไม่ได้มีบ่นหรือพูดอะไร จนกระทั่งมาถึงสะพานพระราม8 ช่วงประมาณเที่ยวคืน หญิงสาวคนดังกล่าว บอกให้ตนช่วยอยู่เป็นเพื่อนก่อน โดยจะให้เงินค่าจ้างเพิ่มอีก 500 บาท ตนจึงตัดสินใจอยู่ ต่อมาสาวรายนี้ก็ไปนั่งร้องไห้ เอาขาหย่อนลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใต้สะพานพระราม8 พร้อมกับบ่นถึงผู้ชายคนหนึ่ง คล้ายว่า ชายรายนั้นมีแฟนอยู่แล้ว แล้วมาคบกับตัวเอง ส่วนตัวไม่กล้าถามอะไรมาก เพียงแต่ถามว่า จะโดดลงไปหรือไม่ หญิงสาวตอบว่า ไม่ เพราะว่ายน้ำไม่เป็น นายภัทรดนัย เล่าต่อว่า นั่งคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นหญิงสาวได้ชวนตนขึ้นไปบนสะพานพระราม8 เพื่อจะให้ตนถ่ายรูปให้ ซึ่งทุกอย่างก็ปกติ ตนเดินถ่ายรูปให้ตามทาง หญิงสาวคนดังกล่าวยังให้ตนถือโทรศัพท์เพื่อไลฟ์เฟซบุ๊กไปด้วย […]

keyboard_arrow_up