สุดโหด!! สเปนจัดประเพณีแปลก ควบม้ากระชากคอห่าน

อีกหนึ่งเหตุการณ์สุดแปลกจากงานเทศกาลที่จัดขึ้นทางตอนกลางของสเปนนี้ ที่เผยให้เห็นว่ามีการนำห่านมาแขวนห้อยหัวเหนือเส้นทางควบม้า โดยบรรดาชายขี่ม้า จะควบม้าผ่าน แล้วกระชากคอห่านให้หลุดจากลำตัว ท่ามกลางเสียงเชียร์ของฝูงชนที่มาร่วมงาน ภาพที่บันทึกไว้ระหว่างจัดกิจกรรม เผยให้เห็นประชาชนกำลังเพลิดเพลินกับงานเทศกาล โดยมีชายกลุ่มหนึ่ง นำห่านมาผูกห้อยหัวไว้กับเชือกที่พาดขวางถนน ก่อนที่ชายคนหนึ่งจะควบม้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว และพยายามกระชากหัวห่านให้หลุดจากตัว และชายคนแรกกระชากหัวห่านสำเร็จ ได้ส่งมันให้กับชายอีกคนที่นำถุงมารับหัวห่านไปใส่ไว้ ส่วนผู้ร่วมแข่งขันคนอื่นๆ ไม่สามารถกระชากคอห่านขาดได้ในรอบแรก จากรายงานข่าวได้อ้างแหล่งข่าวจากองค์กรพิทักษ์สัตว์ ซึ่งระบุว่า กิจกรรมนี้ เป็นวิธีการฝึกทหารม้าให้สามารถใช้มือขณะควบม้าได้ และเมื่อจัดขึ้นเป็นเทศกาล จึงมีการแข่งขันกันว่าจะเด็ดหัวห่านได้มากเท่าไร แต่อย่างไรก็ตาม ประเพณีนี้ ทำให้เด็กๆ ได้เห็นว่าการทำลายชีวิตผู้อื่นเพื่อความสนุกสนาน เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ซึ่งถือเป็นการไม่ปลูกฝังเรื่องของความรู้จักสงสารผู้อื่นๆ และความรับผิดชอบที่ควรมีต่อเพื่อนร่วมโลก

เปิดเบื้องหลังงานประเพณี “แห่เทียนพรรษา” กว่าจะเป็นขบวนประกวดสุดตื่นตา

อีกมีประเพณีหนึ่งที่สืบเนื่องในวันเข้าพรรษาและสืบทอดกันเรื่อยมาอย่างต่อเนื่องนั่นคือ ประเพณีหล่อเทียนพรรษา ที่เปิดให้พระภิกษุและพุทธศาสนิกชนทั่วไปได้จุดบูชาพระประธานในโบสถ์ซึ่งเทียนพรรษาสามารถอยู่ได้ตลอด 3 เดือน และเป็นกุศลทานอย่างหนึ่งในการให้ทานด้วยแสงสว่าง ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนามาเป็นงานประเพณี “ประกวดเทียนพรรษา” ของแต่ละจังหวัดโดยจัดเป็นขบวนแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ การถวายเทียนพรรษาโดยแกะสลักเป็นลวดลายต่าง ๆ นั้น มีมาแต่โบราณ โดยในอดีตนั้น การหล่อเทียนเข้าพรรษาถือเป็นพิธีสำคัญที่ชาวพุทธจะมารวมตัวกันนำขี้ผึ้งมาหลอมรวมเป็นแท่งเทียนเพื่อถวายแก่พระสงฆ์ แต่ในปัจจุบันชาวพุทธส่วนใหญ่จะนิยมการซื้อหาเทียนพรรษาจากร้านสังฆภัณฑ์ โดยบางส่วนมีการปรับเปลี่ยนไปซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่างถวายแก่พระสงฆ์แทนด้วย ซึ่งนับเป็นการปรับเปลี่ยนที่ได้ประโยชน์แก่พระสงฆ์โดยตรง เพราะปัจจุบันไม่ได้มีการนำเทียนมาจุดเพื่ออ่านหนังสืออีกแล้ว พระสงฆ์คงนำเทียนไปจุดบูชาตามอุโบสถวิหารเท่านั้น สำหรับเทียนแกะสลักที่ปรากฏว่ามีการจัดทำประกวดกันเป็นเรื่องราวใหญ่โตในปัจจุบันนั้น พึ่งเริ่มมีเมื่อปี พ.ศ. 2483 ในจังหวัดอุบลราชธานี โดยนายโพธิ์ ส่งศรี ได้เริ่มทำแม่พิมพ์ปูนซีเมนต์เพื่อหล่อขี้ผึ้งเป็นทำลวดลายไทยไปประดับติดพิมพ์บนเทียนพรรษา นับเป็นการจัดทำเทียนพรรษาแกะสลักของช่างราษฏร์เป็นครั้งแรก และนายสวน คูณผล ได้ทำลวดลายนูนสลับสีต่างๆ เข้าประกวดจนชนะเลิศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 จึงเริ่มมีการทำเทียนพรรษาติดพิมพ์ประกวดแบบพิสดารโดยนายประดับ ก้อนแก้ว คือทำเป็นรูปพุทธประวัติติดพิมพ์จนได้รับรางวัลชนะเลิศติดต่อกันมาหลายปี จนปี พ.ศ. 2502 นายคำหมา แสงงาม ช่างแกะสลัก ได้ทำเทียนพรรษาแบบแกะสลักมาประกวดเป็นครั้งแรกจนได้รับรางวัลชนะเลิศ จากนั้นจึงได้มีการแยกประเภทการประกวดต้นเทียนเป็นสองแบบคือ ประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลัก จนในช่วงหลังปี พ.ศ. 2511 นายอุตสาห์ และนายสมัย แสงวิจิตร […]

ย้อมทะเลด้วยสีเลือด!! เผยเบื้องหลังประเพณี “ล่าวาฬ” แห่งหมู่เกาะแฟโร

ถึงชาติตะวันตกจะค่อนข้างไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับประเพณีการล่าวาฬและเทศกาลกินเมนูแปลกๆ แต่ก็ใช่ว่าทุกประเทศในแถบนั้นจะมีความเห็นเหมือนกันไปซะหมด เพราะยังมีบางประเทศที่มีวัฒนธรรมการล่า และนิยมทานวัตถุดิบแปลกๆ อย่างเช่นที่ หมู่เกาะแฟโร ของรัฐปกครองตัวเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก ที่ยังคงมีเทศกาลล่าวาฬประจำปีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ยุคของชาวไวกิ้งหลงเหลืออยู่ เช่นเดียวกับวิธีล่าวาฬหรือโลมาที่หลายคนคงเคยได้ยินหรือเห็นจากสารคดีกันมาบ้าง ชาวประมงบนหมู่เกาะแฟโรเองก็มีวิธีการไม่ต่างกัน โดยพวกเขาจะแล่นเรือออกไปในเขตนอกชายฝั่งเพื่อต้อนฝูงวาฬนำร่อง หรือ Pilot Whale เข้ามาในเขตน้ำตื้น และให้คนที่รออยู่ลงมือฆ่าวาฬด้วยการตัดกระดูกบริเวณหลังหัว ซึ่งจะทำให้เสียเลือดจำนวนมากและว่ากันว่าเป็นวิธีจบชีวิตวาฬได้เร็วที่สุด แม้จะมีเสียงคัดค้านเป็นจำนวนมากถึงความโหดร้ายป่าเถื่อนที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี แต่ขณะเดียวกันก็มีคนจำนวนมากที่ให้เหตุผลของการที่ไม่สามารถเอาผิด หรือประณามผู้คนในเกาะแฟโรที่ยึดถือวัฒนธรรมนี้ไว้อย่างเหนียวแน่นได้ อย่างกรณีที่สมาคมรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ MarineBio ได้เปิดเผยว่าวาฬที่คนบนเกาะล่านั้นมีเพียงสายพันธุ์เดียว ทั้งยังเป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ และแม้จะมีการล่าในแต่ละปีมากกว่า 1,000 ตัว แต่วาฬที่ถูกล่าทั้งหมด ถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็น เนื้อ กระดูก และน้ำมัน ซึ่งเป็นสินค้าซื้อขายหลักของเกาะแห่งนี้ รวมทั้งการล่าในแต่ละปีที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่การล่าเพื่อความสุขหรือในเชิงอุตสาหกรรมแต่อย่างใด นอกจากนี้ ในประเทศเดนมาร์กยังมีการเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องประเพณีที่สืบทอดกันมานานของหมู่เกาะแฟโรอย่างแข็งขัน แม้ว่าในสหภาพยุโรปจะมีกฎหมายห้ามล่าวาฬก็ตามที

เปิดประวัติ “แห่นางแมว” ประเพณียามหน้าแล้งของคนไทย

การขอฝน เป็นประเพณีและพิธีกรรมที่มีมาอย่างยาวนาน ของสังคมเกษตรกรรมที่อยู่ในหลายชนชาติ และหลายวัฒนธรรม เมื่อฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือต้องการน้ำในการทำการเกษตร ซึ่งในประเทศไทยเองก็มีประเพณีที่ว่านี้เช่นกัน และถูกเรียกต่อๆ กันมาในชื่อ “แห่นางแมว” ในประเทศไทยมีหลายประเพณีและหลายความเชื่อเกี่ยวกับการขอฝน บางแห่งมีพิธีแห่ดอกไม้เจ้าพ่อ รูปอวัยวะเพศชาย เรียกว่า “ขุนเพ็ด” ทำด้วยต้นกล้วยหรือต้นข่อยใหญ่ แห่ขุนเพ็ดไปตามหมู่บ้านแล้วก็เอาไปเก็บไว้ที่ศาลเจ้าแม่ชายทุ่ง เชื่อว่าฝนจะตกทันที เมื่อเจ้าพ่อกับเจ้าแม่ได้อยู่ด้วยกัน ในตำราพิรุณศาสตร์ ใช้วิธีปั้นเมฆ คือการปั้นรูปชายหญิงเปลือยกาย แต่พิธีนี้ค่อนข้างอุจาด จึงไม่ให้ทำในพระนคร ต้องไปทำกันตามกลางทุ่งนา แต่พิธีขอฝนที่แพร่หลายที่สุด คือการแห่นางแมว วิธีการคือเอาแมวตัวเมียใส่ลอบดักปลา หรือใส่ในภาชนะที่เรียกว่า ตะเหลว แห่ไปตามหมู่บ้าน และสาดน้ำใส่แมวเพื่อให้เทวดาสงสาร และดลบันดาลให้ฝนตก เพราะเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์เก้าชีวิต เสียงแมวร้องเปรียบเสมือนว่าโลกมนุษย์กำลังเดือดร้อน ทวยเทพจึงดลบันดาลให้เกิดฝนเพื่อความชุ่มชื้นเย็นฉ่ำ จึงได้มีการแห่นางแมวไปตามบ้านเรือนให้คนเอาน้ำสาด อีกพิธีขอฝนอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจคือ การแห่ช้างแห่ม้าที่เรียกว่าช้างปัจจัยนาเคนทร์ เป็นพิธีที่จัดขึ้นเนื่องจากจุดบั้งไฟแล้วฝนก็ยังไม่ตก แห่นางแมวแล้วฝนก็ยังไม่ตก เป็นงานที่จัดขึ้นในระดับตำบลหรืออำเภอเพราะมีผู้มาร่วมงานอย่างล้นหลาม แต่ก็ไม่ได้จัดขึ้นบ่อยนัก

เทรนด์เที่ยวใหม่ ‘มิวเซียมสยาม’ 5 ไฮไลท์สุดฟิน ตะลุยแหล่งเรียนรู้ทั่วไทย

มิวเซียมสยาม อัพเดท “5 ไฮไลท์” ท่องเที่ยวท้าร้อนสุดฟินตลอดเดือนเมษายน พร้อมชวนพกบัตรมิวพาส ตะลุยแหล่งเรียนรู้ทั่วไทย ร้อนขนาดนี้ คงจะไม่ไหว ออกเดินทางเที่ยวกันดีกว่า… วันนี้ อมรินทร์ทีวี ออนไลน์ จะพาออกเดินทางไปท่องเที่ยวที่ “มิวเซียมสยาม” ได้รับเกียรติจาก นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในแหล่งเรียนรู้ที่มีให้เลือกไปมากกว่าในอดีต ซึ่งความคึกคักของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในประเทศ ให้มีความพร้อมรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ทำให้เกิดเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวแนวใหม่ที่น่าจับตา และเป็นโอกาสที่ดีของผู้ถือบัตรมิวพาส ที่สามารถไปตามแหล่งเรียนรู้ที่ร่วมโครงการได้อย่างคุ้มค่า โดยมิวเซียมสยามมี 5 ไฮไลท์สุดฟินตลอดเดือนเมษายนมาแนะนำ และอยากเชิญชวนให้ออกไปสัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่สุดสร้างสรรค์ ตามแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทั่วประเทศ ที่สามารถกางปฏิทินท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งเดือน ที่คัดมาแล้วว่าถูกใจนักเดินทางแน่นอน • ชมศิลปะร่วมสมัยกับมิวเซียมน้องใหม่มาแรง ปล่อยให้ช่วงปิดเทอมเดือนเมษายนกลายเป็นวันว่างอยู่ทำไม ในเมื่อสามารถทำให้ทุกวันเป็นวันแห่งการเรียนรู้ได้ กับนิทรรศการเดี่ยว “ปิลาร์ อัลบาร์ราซิน” ศิลปินหญิงจากแคว้นอันดาลูเซีย ทางตอนใต้ของประเทศสเปน ซึ่งนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ครั้งแรกในเอเชีย พร้อมชมงานศิลปะร่วมสมัยภายในพิพิธภัณฑ์ ที่รวบรวมมาให้ชมทั้งของไทยและต่างประเทศ โดยพื้นที่แห่งนี้ได้ดัดแปลงพื้นที่คลังสินค้า ที่มีประวัติศาสตร์งานฝีมือมาช้านาน ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่ที่มาแรงที่สุดแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ • เที่ยวเชียงใหม่ต่อ […]

ด้วยแรงศรัทธา! ชาวบ้านนอนเรียงกับพื้นให้พระเดินข้าม ในประเพณีสรงน้ำพระ

อีกหนึ่งประเพณีเก่าแก่ที่ทำสืบต่อกันมาในเทศกาลสงกรานต์ นั่นคือ ‘ประเพณีสรงน้ำพระ’ ที่นิยมกระทำเป็นประจำทุกปีในช่วงนี้ และมีรูปแบบการทำพิธีแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ อย่างเช่นภาพการสรงนํ้าพระของชาวกระเหรี่ยง ณ วัดป่าท่ามะขาม อำเภอสวนผี้ง จังหวัดราชบุรี ที่ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Wattana Punsakorn และแสดงให้เห็นนาทีขณะชาวบ้านร่วมใจกันนอนเรียงแถวบนพื้น เรื่อยไปจนถึงขั้นบันไดวัด เพื่อให้พระสงฆ์เดินข้ามไปบนหลัง

ชาวบุรีรัมย์ทำพิธีกรรม ‘ลำผีฟ้า’ รักษาอาการป่วยตามความเชื่อตั้งแต่บรรพบุรุษ

ชาวบ้าน ผู้สูงอายุบ้านสวัสดี จ.บุรีรัมย์ ทำพิธีกรรม “ลำผีฟ้า” รักษาอาการเจ็บป่วยที่หาสาเหตุไม่ได้ ตามความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาแต่บรรพบุรุษ ผู้สูงอายุที่มาร่วมพิธีต่างแต่งชุดผ้าไหมพื้นบ้านฟ้อนรำตามจังหวะเสียงแคน วิ่งไล่แย่งหุ้นไม้แกะสลักช้าง ม้า ไปบูชาเป็นสิริมงคลตามความเชื่อด้วย เมื่อวันที่ 21 ก.พ.61 ชาวบ้านและผู้สูงอายุบ้านสวัสดี ม.3 ต.กลันทา อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ทำพิธีกรรม “ลำผีฟ้า” ตามประเพณีความเชื่อสามารถรักษาให้หายจากอาการป่วย ปัดเป่าสิ่งอัปมงคล เป็นพิธีกรรมที่ทำสืบทอดต่อกันมาตแต่บรรพบุรุษ โดยการทำพิธีกรรมลำผีฟ้าชาวบ้านจะแต่งเครื่องเซ่นบูชาพญาแถนด้วยเครื่องบูชาที่เรียกว่า “เครื่องคาย” คายขันห้า ขันแปด ประกอบด้วยธูปเทียน ดอกไม้ 13 คู่ เงิน 12 บาท ข้าวสาร 1 ถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟอง กล้วย 1 หวี เหล้าขาว 1 ขวด แต่ให้เรียกว่า น้ำหอม ข้าวต้ม 2 มัด กระจก หวี และผ้าไหม […]

อิตาลีเปิดฉากประเพณีเก่าแก่ ‘สงครามปาส้ม’ ประจำปี บาดเจ็บแล้วกว่า 180 ราย

มหกรรมสงครามปาส้มประจำปีที่เมืองอิฟเรีย ของประเทศอิตาลีได้เปิดฉากขึ้นแล้วในวันที่ 11 ก.พ. 61 ที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดภายใน วันนี้ (13 ก.พ. 61) รายงานข่าวระบุว่า มหกรรมสงครามปาส้มนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองเทศกาลคาร์นิวัลนานต่อเนื่อง 3 วันของชาวเมืองอิฟเรีย ซึ่งถือเป็นประเพณีเก่าแก่ที่จัดต่อเนื่องกันมาหลายร้อยปีตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 12 ข้อมูลระบุว่า ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมในสงครามปาส้ม จะถูกแบ่งให้รับบทบาทสมมุติออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายขุนนางที่อยู่บนขบวนรถม้า กับฝ่ายสามัญชนทั่วไป ซึ่งแต่ละฝ่ายจะปาส้มเข้าใส่กันแบบไม่ยั้งนานต่อเนื่องวันละ 3 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 14.00 น. – 17.00 น. สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ในวันแรกของเทศกาลพบผู้ได้รับบาดเจ็บแล้วมากกว่า 180 คน โดยที่ผู้บาดเจ็บหลายรายได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา และศีรษะ ขณะที่จำนวนส้มที่ถูกนำมาขว้างปาใส่กันคาดว่าจะมีปริมาณไม่น้อยกว่า 500 ตัน เหมือนกับปีที่แล้ว

บรึ๊ยยยยย กิจกรรมสุดแปลก ท้าลมหนาว ต้อนรับปีใหม่ 2018 (คลิป)

พาไปชมกิจกรรมแปลกๆ ที่ต่างประเทศ หลายประเทศมีธรรมเนียมต้อนรับศักราชใหม่ ด้วยวิธีที่ไม่เหมือนใคร ที่ฝรั่งเศส ประชาชนหลายพันคนออกมารวมตัวกันที่ชายหาดมาโล เล แบงในเมืองชายฝั่งทางตอนเหนือ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกระโดดน้ำต้อนรับปีใหม่ โดยหลายคนสวมใส่ชุดแฟนซีหลากสีสัน กติกาก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร เพียงแค่วิ่งลงไปในทะเล ที่มีอุณหภูมิประมาณ 9 องศาเซลเซียส งานนี้เล่นเอามือสั่นปากสั่นกันหมด แต่กิจกรรมนี้ถือเป็นธรรมเนียมต้อนรับปีใหม่ของชาวเมืองต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว สำหรับเหล่ผู้กล้าก็จะมีรางวัลเป็นซุปหัวหอมร้อนๆ หลังขึ้นจากน้ำ ส่วนใครที่เคยมาลองท้าความหนาวครั้งแรก ทางผู้จัดงานก็มีประกาศนียบัตรมอบให้ด้วย ที่กรุงโรม อิตาลี มีธรรมเนียมกระโดดแม่น้ำไทเบอร์ในวันที่ 1 มกราคม โดยเชื่อว่าเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยในปีใหม่ กิจกรรมนี้ทำต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี 1946 แม้ว่าสภาพอากาศจะหนาวเย็นขนาดไหน ปีนี้ยังมีหนุ่มๆ ใจกล้าถึง 4 คน พุ่งหลาวลงมาจากสะพานเคเวอร์ ท่ามกลางเหล่าผู้ชมที่รอลุ้นและให้กำลังใจ ที่สหรัฐฯ หลายเมืองจัดกิจกรรมโพลาร์ พลั้นจ์ กระโดดน้ำท้าความหนาว บรรยากาศปีนี้หนาวเหน็บเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิบางพื้นที่ลดต่ำกว่าติดลบสิบองศาเซลเซียส แต่ถึงแม้จะหนาวยังไง ก็มีผู้คนสมัครใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ปิดท้ายที่เยอรมนี ที่กรุงเบอร์ลินมีการจัดกิจกรรมวิ่งรับปีใหม่ โดยเชื่อว่าจะเป็นการเริ่มต้นปีด้วยความแข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ กิจกรรมนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 47 แล้ว โดยจุดเริ่มต้นจะอยู่ที่ประตูแบรนเดนบูร์ก วิ่งไปตามถนนสายหลัก ก่อนจะวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น ระยะทางเพียงหกกิโลเมตรเท่านั้น. […]

ชมมหกรรมการ ‘ตกปลาหมู่’ ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก ประเพณีที่สืบทอดมานานนับร้อยปี

ที่มณฑลจี๋หลิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน มีประเพณีตกปลาฤดูหนาวอันเก่าแก่ ที่สืบทอดมายาวนานหลายร้อยปี รายงานข่าวระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงนักตกปลามืออาชีพจากมณฑลอื่นๆ ของจีนต่างเดินทางมุ่งหน้ามายังทะเลสาบฉากัน หนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของจีน เพื่อเข้าร่วมในการตกปลาฤดูหนาวในปีนี้ ซึ่งเปิดฉากอย่างเป็นทางการในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวจัด ในปีที่แล้ว ทีมงานของหนังสือกินเนสส์ บุ๊ค ออฟ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ได้บันทึกว่า ประเพณีการตกปลาที่ทะเลสาบฉากัน มณฑลจี๋หลินของจีนถือเป็นมหกรรมการตกปลาหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยปริมาณปลาที่ถูกตกขึ้นมาจากใต้พื้นน้ำแข็งมากถึง 260 ตัน และมีปลาเกือบ 70 ชนิด.

วินาทีระทึก! กัปตันหนุ่มโพสต์คลิปโคมลอยเฉียดหัวเครื่องบิน

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.60 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jakarin Sararnrakskul ซึ่งเป็นกัปตันสายการบินแห่งหนึ่ง โพสต์คลิปวิดีโอวินาทีที่โคมลอยลอยสูงที่ประมาณ 1900 Feet เหนือพื้นดิน ในแนวร่อน Runway 36 ที่สนามบินเชียงใหม่ โดยข้อความระบุว่า “วันนี้เจอโคมลอยผ่านหัวเครื่องไปที่ความสูงประมาณ 1900 Feet เหนือพื้นดิน ในแนวร่อน Runway 36 ที่เชียงใหม่ (ประมาณ 6 ไมล์ จากสนามบิน) ดวงเราคงยังดีอยู่สินะ”   ทั้งนี้ ช่วงเทศกาลลอยกระทง หรือ “ยี่เป็ง” ของทุกปี ประชาชนทางภาคเหนือจะร่วมกันปล่อยโคมลอยตามความเชื่อที่ว่าจะเป็นการลอยความทุกข์โศกออกไปจากชีวิต โดยในปีนี้ทางจังหวัดได้เปิดให้ประชาชนลอยโคมช่วงวันที่ 3-4 พ.ย.ที่ผ่านมาเท่านั้น แต่วานนี้ (6 พ.ย.) กัปตันรายนี้ยังพบเป็นการปล่อยโคมลอยของประชาชนอยู่ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสายการบิน ขณะที่เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานเชียงใหม่ รายงานสรุปสถิติการเก็บโคมลอย-โคมไฟ หลังจากเทศกาลลอยกระทง หรือ ประเพณียี่เป็ง ประจำปี 2560 ที่มาตกในพื้นที่เขตการบินระหว่างวันที่ […]

ซากโคมลอยร่วงในสนามบิน 107 ลูก ชาวบ้านวอนหยุดปล่อยหวั่นไฟไหม้

วันที่ 5 พ.ย.60 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานเชียงใหม่ รายงานสรุปสถิติการเก็บโคมลอย-โคมไฟ หลังจากเทศกาลลอยกระทง หรือ ประเพณียี่เป็ง ประจำปี 2560 ที่มาตกในพื้นที่เขตการบินระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายน จำนวน 107 ลูก ก่อนหน้าหน่วยงานราชการได้กำหนดให้ประชาชนสามารถปล่อยโคมได้ระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2560 ตั้งแต่เวลา 19.00 – 01.00 น. เท่านั้น ซึ่งเมื่อวันที่ 3-4 พฤศจิกายน เพียงวันเดียวเก็บซากโคมลอยได้ จำนวน 81 ลูก ส่วนวันที่ 4 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน เวลา 07.30 น. เก็บได้จำนวน 26 ลูก ขณะที่ยอดรวมซากโคมลอยทั้ง 3 วัน เจ้าหน้าที่เก็บได้จำนวน 107 ลูก ซึ่งมีปริมาณมากกว่าปีที่ผ่านมา […]

ยิ่งใกล้ยิ่งคึกคัก! ทั่วไทยเตรียมฉลองประเพณี ‘ลอยกระทง’

วันพรุ่งนี้แล้ว (3 ต.ค. 60) สำหรับงานลอยกระทง ซึ่งหลายจังหวัดขณะนี้เริ่มจัดกิจกรรมกันอย่างคึกคัก เริ่มด้วยสวนสัตว์เชียงใหม่ ร่วมสืบสานประเพณียี่เป็ง (ลอยกระทง) ด้วยการเปิดให้เข้าลอยกระทงในพื้นที่เชียงใหม่ ซู สโนว์โดม ท่ามกลางหิมะและอุณหภูมิหนาวเย็นติดลบ 7 องศาเซลเซียส ระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายนนี้ วันละ 80-100 คน โดยมีค่าใช้จ่ายผู้ใหญ่ 150 บาท และเด็ก 100 บาท พร้อมกระทงใบตองแจกฟรี ขณะที่เดียวกันเจ้าหน้าที่ ต่างเร่งตกแต่งโคมล้านนาเพื่อใช้ในงานประเพณียี่เป็ง ซึ่งจะเปิดอย่างเป็นทางการในค่ำวันนี้ (2 พ.ย.) โดยตั้งแต่เมื่อคืนมีประชาชน และนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาถ่ายรูปกับโคมล้านนาที่ประดับตามจุดต่าง ๆ รอบเชียงใหม่ คาดเทศกาลลอยกระทงนี้จะมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 450 ล้านบาท ส่วนที่ จ.พะเยา มีการจัดแข่งเรือพายจาก 14 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองพะเยา ในกว๊านพะเยา เป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนงานลอยกระทงในค่ำคืนวันพรุ่งนี้ โดยแต่ละชุมชนต่างขนกองเชียร์ผู้สูงอายุ และการรำวงย้อนยุค มาร่วมสร้างสีสัน ความสนุกสนาน และสร้างความสามัคคีในชุมชน ด้านเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี นำสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไม่ถูกรางวัลจำนวน 999 […]

ประเพณีแห่นาคโหด ประเพณีเก่าแก่ สืบทอดมานานหลายร้อยปี ที่นี่ที่เดียวในโลก

นับว่าเป็นประเพณีที่เก่าแก่ สืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปีแล้ว กับงานประเพณี “แห่นาคโหด” งานบุญสุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นที่บ้านโนนเสลา ต.หนองตูม อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ นับได้ว่าเป็นพิธีแห่นาคที่แปลกและเป็นหนึ่งเดียวในโลกก็ว่าได้ โดยชาวบ้านจะร่วมกันจัดงานอุปสมบทหมู่ให้กับคนหนุ่มหรือบุตรหลานในหมู่บ้านที่มีอายุครบ 20 ปี เพื่อให้ลูกหลานได้บวชแทนคุณบิดา มารดา หลังจากที่เข้าพิธีสู่ขวัญเรียบร้อยแล้ว ก็จะเป็นการแห่นาคไปรอบหมู่บ้าน โดยจะให้คนหนุ่มที่ยังไม่ได้บวชของแต่ละหมู่บ้านมาช่วยกันหามแคร่ไม้ไผ่ และเขย่าโยนนาคอย่างรุนแรง ถือเป็นการทดสอบความตั้งใจว่า ผู้บวชจะมีความมุ่งมั่นอดทนที่จะบวชแทนคุณบิดามารดาหรือไม่ ซึ่งนาคจะต้องประคองตัวเองไม่ให้ตกลงมาจากแคร่ หากใครตกลงมาถูกพื้นดินจะถือว่าขาดคุณสมบัติไม่ให้บวช และต้องไปบวชตามประเพณีธรรมดาที่อื่นแทน โดยจะเป็นเช่นนี้ตลอดระยะทางที่แห่รอบหมู่บ้านกว่า 3 กิโลเมตร สำหรับงานประเพณี “แห่นาคโหด” ในปีนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 2 พ.ค. 2560 ณ วัดตาแขก ต.หนองตูม อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ มีกำหนดการดังนี้ วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม 2560 เวลา 07.00 น. -พิธีการตัดและโกนผมนาค 10 คน ตามพิธีบวชปกติ แต่ก่อนจะเข้าพิธีสู่ขวัญนาคทุกคนจะต้องพากันออกจากวัดไป กราบศาลปู่ตาซึ่งเป็นศาลประจำหมู่บ้าน -ถวายภัตตาหารพระสงฆ์ เวลา 08.30 […]

แห่งเดียวในโลก! สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ ที่เกาะขามใหญ่ เมืองชล

ที่บริเวณชายหาดเกาะขามใหญ่  อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ทางตอนเหนือของเกาะสีชัง นายดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชัง และประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเกาะสีชัง กล่าวรายงานต่อนายธวัช สุวรรณ นายอำเภอเกาะสีชัง ที่ได้มาเป็นประธานในการเปิดงานเทศกาลสงกรานต์เกาะสีชัง วันไหลเกาะขามใหญ่ อุ้มสาวลงน้ำ โดยที่สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ หรือประเพณีสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำที่เกาะขามใหญ่ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นที่สนุกสนานของหนุ่มสาวชาวเกาะทั้งสองเกาะ ในปีนี้จัดขึ้น ที่บริเวณเกาะขามใหญ่ ซึ่งห่างจากตัว อำเภอเกาะสีชัง 1 กม. และนั่งเรือจากท่าเรือเกาะลอยศรีราชามา 45 นาที ภายในงานปีนี้มีการจัดกิจกรรมที่เรียบง่าย เช่น พิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ พิธีกองข้าวบวงสรวง การก่อพระเจดีย์ทราย และประเพณีอุ้มสาวลงน้ำ ซึ่งงดการจัดกิจกรรมรื่นเริง นายดำรงค์เภตรานายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชัง และประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเกาะสีชังเผยว่าสำหรับกิจกรรมในปีนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการน้อมเกล้าฯรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพื่อสะท้อนหยาดเหงื่อของพ่อหลวงและด้วยความคิดต้องการธำรงความเป็นเอกลักษณ์ของอำเภอเกาะสีชังไว้จึงได้จัดประเพณีกองข้าวและอุ้มสาวลงน้ำขึ้นเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็นถึงคุณค่าของประเพณีที่เก่าแก่และร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีให้คงอยู่สืบต่อไปชั่วลูกชั่วหลานซึ่งชาวเกาะสีชังนั้นจะไม่นิยมเล่นสาดน้ำกันมาตั้งแต่ดั้งเดิมเนื่องจากมีปัญหาการขาดแคลนน้ำจืดซึ่งการเล่นจะมีลักษณะเฉพาะของท้องถิ่นอุ้มสาวลงน้ำหรือจูงมือลงทะเล สำหรับความโดดเด่นของงานสงกรานต์เกาะสีชัง คือ ประเพณีอุ้มสาวลงน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 18 เม.ย.ของทุกๆปี ที่เกาะขามใหญ่ เนื่องจากชาวเกาะสีชังจะมีอาชีพประมงเป็นอาชีพหลักต้องออกทะเลอยู่เป็นประจำ ดังนั้นในช่วงประเพณีสงกรานต์จึงเหมือนเป็นวันที่พวกเขาได้หยุดพัก ไม่ออกทะเลแต่จะพาครอบครัวและรับประชาชนนักท่องเที่ยวเดินทางจากเกาะสีชัง มารวมตัวกันที่เกาะขามใหญ่ รวมทั้งชาวท้องถิ่นหรือลูกหลานที่ไปทำงานที่อื่นๆก็จะกลับมายังบ้านเกิดที่เกาะสีชังในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกปี ทำให้หนุ่มสาว และครอบครัวได้มีโอกาสได้พบเจอกัน […]

keyboard_arrow_up