“วานูอาตู” ประเทศที่เล็กกว่าจังหวัดลำปาง และเคยติดอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก

“วานูอาตู” อาจจะเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูคนไทยสักเท่าไหร่ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าโลกนี้ไม่มีประเทศนี้อยู่จริงๆ และชื่อทางการของประเทศนี้คือ สาธารณรัฐวานูอาตู (Republic of Vanuatu) ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ประกอบด้วยเกาะจำนวนประมาณ 83 เกาะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศออสเตรเลีย 1,750 กม. และตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของนิวแคลิโดเนีย ทางทิศตะวันตกของประเทศฟีจี และทางทิศใต้ของหมู่เกาะโซโลมอน 500 กม. ชื่อของประเทศนี้ในยุคอาณานิคม คือ นิวเฮบริดีส์ (New Hebrides) จากข้อมูลของ กระทรวงการต่างประเทศ พบว่า สาธารณรัฐวานูอาตู มีพื้นที่ 12,190 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าจังหวัดลำปางของไทยเล็กน้อย (ลำปางมีพื้นที่ประมาณ 12,533 ตารางกิโลเมตร) มีเมืองหลวง กรุงพอร์ตวิลล่า (Port Vila) มีประชากรราว 276,244 คน (ผลการสำรวจโดย World Bank เมื่อปี 2560) มีภาษาทางการ 3 ภาษาด้วยกันคือ ภาษาบิสลามา (Bislama) ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส […]

“กะท่าง” ซาลาแมนเดอร์ชนิดเดียวในประเทศไทย และนิวต์ที่สวยงามที่สุดในโลก

ซาลาแมนเดอร์…ชื่อนี้อาจจะดูเหมือนเรากำลังพูดถึงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีอยู่ในต่างประเทศ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าในประเทศไทยเองก็มีสัตว์จำพวกนี้อยู่เหมือนกัน และยังเป็นซาลาแมนเดอร์ชนิดเดียวในประเทศอีกด้วย นั่นคือ “กะท่าง” กะท่าง หรือ Himalayan newt มีรูปร่างสีน้ำตาลคล้ำ มีแต้มสีส้มเหลืองบนส่วนปากและปุ่มบนแผ่นหลังและหางสีส้ม ด้านใต้ท้องสีออกส้มจนถึงสีน้ำตาลเหลือง ความยาวประมาณ 13-15 เซนติเมตร นิ้วเท้าหน้ามี 4 นิ้ว นิ้วเท้าหลังมี 5 นิ้ว มีลักษณะพิเศษคือ เมื่อขาหรือหางขาดไป สามารถงอกใหม่ได้ โดยจะอาศัยในลำธารตามเชิงเขา มีอาณาบริเวณแคบ ๆ มีต้นไม้ใหญ่ เช่น ยาง, ไทร, กระบาก, มะไฟ, มะกอกป่า และเถาวัลย์ขึ้นปกคลุม ในฤดูผสมพันธุ์ตกอยู่ในราวเดือนกันยายนจนถึงตุลาคม กะท่างโตเต็มวัยเมื่ออายุได้ 2 ปี จะมารวมกลุ่มเพื่อการผสมพันธุ์กันตามแอ่งน้ำนิ่งตามลำธาร ตัวเมียจะวางไข่ติดอยู่กับพืชน้ำ ไข่มีสีเทาดำห่อหุ้มด้วยวุ้นใส เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5.5 มิลลิเมตร ใช้เวลาฟักเป็นตัวประมาณ 16-20 วัน ที่อุณหภูมิประมาณ 19-20 องศาเซลเซียส และตัวอ่อนที่อาศัยอยู่ในน้ำจะมีเหงือกเป็นพู่เห็นได้ภายนอกจำนวน 3 คู่ ตัวอ่อนกินลูกอ๊อดและแมลงน้ำเป็นอาหาร […]

ติด Top 10 แล้ว! กรุงเทพฯ ขึ้นอันดับ 8 เมือง “คุณภาพอากาศแย่” ที่สุดในโลก

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ทางเว็บไซต์ airvisual.com ได้เปิดเผยค่าเฉลี่ยคุณภาพอากาศประจำวันที่ 30 ม.ค. 62 เวลา 08.06 น. โดยพบว่าคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยติดอยู่ในอันดับ 8 ของเมืองทั่วโลกที่มีคุณภาพอากาศย่ำแย่ที่สุด และอันดับที่ 16 คือ จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย โดยอันดับ 1 นั้นเป็นเมืองในประเทศอินเดีย และเมืองที่มีสภาพอากาศดีที่สุดจากการจัดอันดับของเว็บไซต์ดังกล่าว ยังคงอยู่ที่เมืองอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ขอบคุณเว็บไซต์ airvisual.com

เดินไม่ดีมีคว่ำ! พบกับบันไดขนานหน้าผา ที่ได้ชื่อว่า ‘สูงชัน’ ที่สุดในโลก

โดยปกติทั่วไป ความชันของบันไดนั้นมักอยู่ที่ราว 33 – 40 องศา เพื่อไม่ให้เดินขึ้นลงยากเกินไป หรือทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย แต่สำหรับบันไดหินที่อยู่บนหน้าผาริมชายฝั่งบนเกาะ Corsica ในประเทศฝรั่งเศส ที่ได้ชื่อว่าเป็นบันไดที่ชันที่สุดในโลกนั้น กลับมีความชันถึง 45 องศา และมีจำนวนขั้นมากถึง 187 ขั้น ซึ่งแม้จะดูสวยงามแต่ในทางกลับกัน ก็เป็นบันไดที่ขึ้นลงได้ยากไม่ใช่เล่นเช่นกัน แม้จะดูเหมือนบันไดหินธรรมดา แต่สถานที่แห่งนี้กลับมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมาก ทั้งยังมีตำนานที่บอกว่ามันถูกแกะสลักเข้าไปบนหน้าผาด้วยมือของกองทัพทหารในสมัยของพระเจ้า Oragon Afronso ที่ 5 เมื่อปี 1420 และยังใช้เวลาทำขึ้นในเวลาเพียงคืนเดียวเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครสร้างบันไดสุดอลังการนี้ได้ในคืนเดียวแน่ และความเป็นจริง บันไดหินนี้ถูกสร้างขึ้นโดย Francescan พระที่พยายามทำทางเดินลงไปสู่บ่อน้ำแร่สะอาดที่ในถ้ำใต้หน้าผา ซึ่งในปัจจุบันมันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนที่แวะมาเยือนเกาะแห่งนี้ได้เป็นจำนวนมาก ที่มา – twistedsifter.com

หูยยยยย เสียว! สวิตเซอร์แลนด์เปิดใช้งาน ‘เส้นทางรถไฟ’ ที่มีความสูงชันที่สุดในโลก

สวิตเซอร์แลนด์ เผยทางรถไฟที่มีความสูงชันที่สุดในโลก ซึ่งเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว ข้อมูลระบุว่า ในช่วงที่สูงชันที่สุด รถไฟโดยสารที่แล่นผ่านทางรถไฟสายนี้ จะต้องไต่ระดับความชัน สูงถึง 110 เมตรเป็นเวลานานกว่า 4 นาที ถือเป็นระดับความสูงชันที่เป็นสถิติโลก เส้นทางรถไฟสายนี้ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 14 ปี ล่าช้าจากแผนในตอนแรกถึง 2 ปี และใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 52 ล้านฟรังค์สวิส หรือราว 1,710 ล้านบาท สื่อท้องถิ่นระบุว่า เส้นทางรถไฟสายนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นทางออกสู่โลกภายนอก ของชาวบ้านในหมู่บ้าน “สตูส” บนเทือกเขาแอลป์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ห้ามการใช้รถยนต์ทุกประเภท ขณะที่แต่เดิมเด็กๆ ในพื้นที่ ต้องเดินทางไปโรงเรียนด้วยกระเช้าลอยฟ้าเท่านั้น.

ของจริงไม่อิงไซไฟ!? นักวิทย์เชื่อ ‘ฉลามกรีนแลนด์’ อาจมีอายุได้มากกว่า 500 ปี

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โลกเพิ่งได้ทึ่งกับการค้นพบฉลามกรีนแลนด์เพศเมีย ที่มีความยาวกว่า 5 เมตร และคาดว่ามันอาจมีอายุกว่า 400 ปี และจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอาร์คติก ประเทศนอร์เวย์ ยังเชื่อว่าฉลามกรีนแลนด์ตัวดังกล่าวอาจมีอายุมากกว่านั้น จากการวิเคราะห์เลนส์และกระจกตาของฉลามกรีนแลนด์กว่า 28 ตัวที่พบในมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรอาร์กติก เพื่อตัวหาอายุคาร์บอนซึ่งสามารถชื่อมโยงไปถึงอายุที่แท้จริงของฉลามได้นั้น นักวิทยาศาสตร์พบว่าฉลามที่เขานับมาใช้เป็นตัวอย่างนั้นมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 392 ปี และแลามตัวที่ถูกพบไปก่อนหน้านั้นอาจมีอายุมากถึง 512 ปีเลยทีเดียว และส่งผลให้มันได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตมีกระดูกสันหลังที่อายุยืนที่สุดโลกด้วย อย่างไรตาม แม้จะสามารถให้การตรวจอายุคาร์บอนเพื่อคำนวณอายุของปลาฉลามกรีนแลนด์ได้ แต่ทีมนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่อาจถามคำถามถึงสาเหตุที่ทำให้พวกมันมีอายุยืนขนาดนี้ได้ ที่มา : thesciencepage.com / instagram.com/juniel85

ความเจริญมาเยือน! ‘เกาะเซนต์เฮเลนา’ ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษ มีเที่ยวบินพาณิชย์ลำแรกแล้ว

เกาะเซนต์เฮเลนา มีน้อยคนที่จะรู้จัก ซึ่งเกาะนี้ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ระหว่างทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา เป็นหนึ่งในเกาะที่ห่างไกลความเจริญที่สุดในโลก แต่ตอนนี้มีเที่ยวบินพาณิชย์ลำแรกที่เดินทางเข้าสู่เกาะนี้แล้ว ท่ามกลางความยินดีของคนบนเกาะ เที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินแอร์ลิงค์ร่อนลงจอดที่สนามบินบนเกาะเซนต์เฮเลนา ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษโดยสวัสดิภาพ ท่ามกลางเสียงปรบมือของนักท่องเที่ยวบนเครื่อง เที่ยวบินพาณิชย์เที่ยวแรกนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเกาะเซนต์เฮเลนา ที่อยู่ห่างไกลความเจริญ คนบนเกาะเพิ่งจะมีโทรศัพท์มือถือ และอินเตอร์เน็ตใช้กันได้เพียง 1 ปีครึ่งเท่านั้นเอง เกาะเซนต์เฮเลนา มีประชากรประมาณ 4,500 คน มีเมืองหลวงชื่อเจมส์ทาวน์ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ชาวเมืองบอกว่าหากนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่นี่ ก็ได้จะเพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำ ทั้งว่ายน้ำดูฉลามวาฬ ตกปลา และดำน้ำ แต่ข้อเสียที่มาพร้อมกับความเจริญก็คือ คนจากโลกภายนอกที่นำเชื้อโรคเข้ามาสู่เกาะ ก่อนหน้านี้คนบนเกาะไม่เคยได้รับเชื้อหรือป่วยเป็นโรคแบบประเทศอื่นๆ เพราะถูกตัดขาด แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนกว่า 80% บนเกาะต้องขาดเรียน เพราะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ติดจากคนจากแอฟริกาใต้ที่เดินทางมาที่เกาะ.   ที่มา — twitter @sthelenatourism

มาแล้ว! หนังสือ ‘กินเนสส์ บุ๊ค’ ประจำปี 2018 รวมสารพัดสถิติโลกสุดแปลกที่ต้องถามว่า…เพื่อ!?!

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมงานกินเนสส์ บุ๊ค เตรียมเปิดตัวหนังสือกินเนสส์ บุ๊ค ออฟ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ เล่มใหม่ประจำปี 2018 ในวันที่ 7 ก.ย. 60 ซึ่งในเล่มมีเรื่องราวการทำสถิติโลกใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ถูกรวมเอาไว้หลายรายการ เคร็ก เกล็นเดย์ บรรณาธิการคนปัจจุบันของกินเนสส์ บุ๊ค เปิดเผยว่า หนังสือกินเนสส์ บุ๊ค ออฟ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ เล่มใหม่นี้จะถือเป็นเล่มที่ 63 แล้วตั้งแต่มีการจัดทำขึ้นมา โดยหนึ่งในความเป็นที่สุดในโลกที่น่าทึ่งที่สุดที่ถูกรวมไว้ในหนังสือกินเนสส์ บุ๊ค เล่มใหม่นี้ คือ เรื่องราวของ “อะยานนา วิลเลียมส์” จากมลรัฐเทกซัสของสหรัฐฯ ซึ่งไว้เล็บต่อเนื่องกันมาเกือบ 23 ปี จนเล็บของเธอมีความยาวถึง 576.4 เซนติเมตร ถือเป็นสถิติผู้หญิงที่มีความยาวของเล็บมือมากที่สุดในโลก ส่วนที่นครลอสแองเจลิส มีสถิติโลกของคุณปู่ จิม อาร์ริงตัน วัย 85 ปีที่ได้ชื่อว่า เป็นนักกีฬาเพาะกายที่มีอายุมากที่สุดในโลก ขณะที่ในมลรัฐมิชิแกน ลอเร็นและวิลเลียม […]

อลังการงานเกลือ!! เปิดทิวทัศน์สุดแปลกตาของบ่อเกลือโบราณบนเทือกเขาในเปรู

ลืมภาพวิวทิวทัศน์ของนาเกลือบนพื้นราบริมทะเลที่หลายๆ คนคุ้นเคยไปได้เลย เพราะที่จะได้ชมต่อไปนี้คือภาพสุดตระการตาของนาเกลือโบราณบนเขาของชาวอินคา ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Maras ประเทศเปรู ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนาเกลือที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และสร้างโดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทำบ่อน้ำลดหลั่นกันเป็นขั้นบันไดไปตามเชิงเขา เพื่อรองรับการไหลลงมาของน้ำที่มีเกลือผสมอยู่ เมื่อน้ำไหลลงมาขังตามขั้นบันได ก็จะถูกกักไว้และโดนแสงแดดเผาไหม้จนน้ำระเหยออกไปเหลือแต่เกลือที่มีค่าเอาไว้ อีกทั้งเมื่อเกลือในแต่ละบ่อเริ่มแห้งเป็นตะกอนเกลือจากด้านข้างและด้านล่างของบ่อ ก็จะช่วยให้ประสิทธิภาพการไหลลงมาของน้ำที่มีเกลือผสมอยู่นั้นไม่ไหลเร็วหรือไม่ช้าจนเกินไป แม้จะผ่านมานานหลายร้อยปีแล้ว แต่ปัจจุบันบ่อเกลือโบราณของชาวอินคานั้นก็ยังคงถูกใช้งานอยู่ และกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดย่อมๆ ของเปรู เนื่องจากเกลือที่ได้จากแหล่งนี้มีแร่ธาตุที่ทำให้รสชาติของเกลือแตกต่างจากที่อื่นอย่างมาก อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเลยทีเดียว ที่มา – boredpanda.com

หากไทยมีสนามฟุตบอลกลางน้ำ ที่นอร์เวย์ก็มี Henningsvær Stadion สนามบอลที่ตั้งอยู่กลางเกาะ

ไม่เพียงจะเป็นสถานที่ Unseen Thailand เท่านั้น แต่สนามฟุตบอลกลางน้ำที่เกาะปันหยียังถือเป็นสนามที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของด้วย แต่นอกเหนือสนามบอลที่อยู่กลางทะเลของประเทศไทยแล้ว ในโลกนี้ก็ยังมีสนามอื่นๆ ที่ตั้งอยุ่ในตำแหน่งแปลกๆ และมีความงามไม่แพ้กัน อย่างเช่นสนามแข่ง Henningsvær Stadion ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Henningsvær ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมง ทางตอนเหนือประเทศนอร์เวย์ และได้ชื่อว่าเป็นสนามฟุตบอลที่ได้ชื่อว่ามีบรรยากาศดีที่สุดในโลกด้วย ส่วนจะสวยงามขนาดไหนนั้น ลองไปชมด้วยตาตัวเองกันเลย ที่มา – Facebook.com / Terje Halvorsen

เดินไม่ดีมีคว่ำ! พบกับบันไดขนานหน้าผา ที่ได้ชื่อว่า ‘สูงชัน’ ที่สุดในโลก

โดยปกติทั่วไป ความชันของบันไดนั้นมักอยู่ที่ราว 33 – 40 องศา เพื่อไม่ให้เดินขึ้นลงยากเกินไป หรือทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย แต่สำหรับบันไดหินที่อยู่บนหน้าผาริมชายฝั่งบนเกาะ Corsica ในประเทศฝรั่งเศส ที่ได้ชื่อว่าเป็นบันไดที่ชันที่สุดในโลกนั้น กลับมีความชันถึง 45 องศา และมีจำนวนขั้นมากถึง 187 ขั้น ซึ่งแม้จะดูสวยงามแต่ในทางกลับกัน ก็เป็นบันไดที่ขึ้นลงได้ยากไม่ใช่เล่นเช่นกัน แม้จะดูเหมือนบันไดหินธรรมดา แต่สถานที่แห่งนี้กลับมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมาก ทั้งยังมีตำนานที่บอกว่ามันถูกแกะสลักเข้าไปบนหน้าผาด้วยมือของกองทัพทหารในสมัยของพระเจ้า Oragon Afronso ที่ 5 เมื่อปี 1420 และยังใช้เวลาทำขึ้นในเวลาเพียงคืนเดียวเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครสร้างบันไดสุดอลังการนี้ได้ในคืนเดียวแน่ และความเป็นจริง บันไดหินนี้ถูกสร้างขึ้นโดย Francescan พระที่พยายามทำทางเดินลงไปสู่บ่อน้ำแร่สะอาดที่ในถ้ำใต้หน้าผา ซึ่งในปัจจุบันมันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนที่แวะมาเยือนเกาะแห่งนี้ได้เป็นจำนวนมาก ที่มา – twistedsifter.com

ดำดีสีไม่ตก! พบกับ Vantablack S-VIS สีที่สามารถดูดกลืนทุกแสงได้เกือบ 100 %

จากความรู้ชั้นประถมที่หลายๆ คนคงทราบกันดีว่า ที่เราเห็นสีดำเป็นสีดำนั้น เพราะมันดูดกลืนทุกแสงได้จนไม่มีสีใดสะท้อนออกมา แต่ถ้าคิดว่าสีดำที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้มีแค่เฉดเดียวและคิดว่าดำที่สุดแล้วล่ะก็ ขอบอกว่ามันเทียบไม่ได้เลยกับความดำของ Vantablack S-VIS สีดำที่มนุษยษืทำขึ้นมาและได้ชื่อว่า…ดำที่สุดในโลก Vantablack S-VIS นั้นถูกคิดค้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2014 ซึ่งเกิดจากเทคโนโลยี Carbon nanotube เทคโนโลยีระดับนาโน ที่จะดูดกลืนแสงและลดการสะท้อนกลับของแสงได้ถึง 99.8% ซึ่งมากกว่าสีดำที่ได้ชื่อว่าไม่สะท้อนแสงใดๆ ซึ่งถูกใช้ในกล้องโทรทรรศน์ Humble Telescope ถึง 17 เท่า และสิ่งที่โดนสีนี้ฉาบลงไป จะไม่สามารถสะท้อนแสงออกมาได้เลย จนถึงขั้นที่ไม่สามารถมองเห็นมิติ หรือรูปร่างของวัตถุ จนเหมือนทำให้วัตถุนั้นหายไปเลย ปัจจุบัน Vantablack S-VIS ถูกพัฒนาให้สามารถใช้การฉีดพ่นแบบสเปรย์ซึ่งแม้จะทำให้ประสิทธิภาพของสีดำลดลง แต่มันก็ยังจัดว่าดำมากกว่าสีปกติอยู่ดี แต่สามารถนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมถ่ายภาพ งานด้านอวกาศ แต่ทั้งนี้การใช้งานทั้งหมดจะยังถูกควบคุมบริษัท Surrey NanoSystems ในอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นสีดำที่ว่านี้ ที่มา – Wittyfeed.com

keyboard_arrow_up