ดร.ศิลป์ชัย โพสต์โต้ นพ.เหรียญทอง ใหญ่โตมากหรือ ถึงขู่ ปชช. ไม่ให้อยู่ประเทศนี้

จากกรณีที่ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก เหรียญทอง แน่นหนา โดยมีเนื้อหากล่าวเตือนกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ซึ่งระบุว่าอย่าคลั่งประชาธิปไตยแบบไม่รู้จักกาละเทศะ พร้อมบอกว่า ถึงแม้เลือกตั้งได้ พวกคุณก็อยู่บนแผ่นดินนี้ไม่ได้ (อ่านเพิ่มเติม : นพ.เหรียญทอง โพสต์ซัดคนอยากเลือกตั้ง เตือนจะอยู่ประเทศไทยไม่ได้) ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ดร.ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ นักวิชาการด้านศาสนวิทยา ได้ดพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat โดยโต้ตอบกรณีโพสต์ของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ซึ่งมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ ช่างเป็นทหารที่มีความเป็นเผด็จการอยู่ในกมลสันดานอย่างเต็มเปี่ยม เสียทีที่เป็นหมอ แต่ช่างไม่มีความเมตตาตามจรรยาบรรณแพทย์เอาเสียเลย สู้แพทย์เด็กๆ ไม่ได้สักนิด ประชาชนคนที่เขาอยากเลือกตั้ง อยากได้ประชาธิปไตย มันผิดตรงไหน มันเป็นปกติวิสัยตามธรรมชาติที่มนุษย์ทุกคนย่อมปรารถนาได้สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค ขนาดพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดบุญคุณสูงสุดก็ยังไม่อาจอ้างสิทธิใดมาเหนือสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคอันนี้ได้ และพ่อแม่ที่แท้จริงก็จะไม่เรียกร้องสิทธิอำนาจเหนือลูกตลอดไป มีแต่อยากส่งเสริมให้ลูกมีความสุข และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสิทธิเสรีภาพที่จะตัดสินใจเองได้และสามารถปกครองดูแลตัวเองได้ พ่อแม่ที่อยากมีอำนาจปกครองลูกตลอดไปย่อมไม่ใช่พ่อแม่ที่ดีดอก ประเทศนี้เป็นของใครหรือ ประชาชนถึงไม่มีสิทธิ์เรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในกรณีที่มันรอมายาวนานแล้วและถูกเลื่อนมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ถ้ามันจำเป็นต้องเลื่อนจริง ๆ เพราะมีเหตุผลติดขัดอะไรตรงไหนก็ชี้แจงขอร้องกันดี ๆ ไม่ใช่มาขู่เอา ๆ แบบนี้ […]

‘ปวีณา’ เยี่ยมสาวถูกแฟนเก่าเพื่อนราดน้ำมันจุดไฟเผาสาหัส ซ้ำหลังได้ประกันตัวตามขู่อาฆาต

หลังเมื่อวานนี้ (20 ก.ค. 61) มีแม่ของหญิงสาวรายหนึ่ง เข้าร้องเรียนนางปวีณาให้ช่วยเหลือ หลังลูกสาวถูกแฟนเก่าเพื่อนราดน้ำจุดไฟเผาอาการสาหัส วันนี้ (20 ก.ค. 61) นางปวีณาเดินทางเข้าเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี (องค์การสาธารณประโยชน์) เดินทางไปที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เพื่อเข้าเยี่ยมอาการของ น.ส.เมย์ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี พนักงานออกแบบเสื้อผ้าอยู่บริษัทแห่งหนึ่งย่านถนนเจริญกรุง ถูกนายเก่ง (นามสมมติ) อายุ 23 ปีแฟนเก่าของเพื่อน ราดน้ำมันจุดไฟเผาได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเมื่อวานนี้ (19 ก.ค. 61) นางมล (นามสมมติ) อายุ 44 ปี อาชีพรับราชการ เดินทางมาจาก จ.อุบลราชธานี เข้าร้องเรียนต่อนางปวีณาให้เข้าช่วยเหลือ เพราะหลังเกิดเรื่องผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัวในชั้นศาล เมื่อได้รับการปล่อยตัวกลับออกมาข่มขู่อาฆาตจะทำร้ายลูกสาวและเพื่อน จึงขอให้นางปวีณาช่วยคุ้มครองและดำเนินการถอนประกันผู้ต้องหา เนื่องจากทุกวันนี้ลูกสาวที่นอนรักษาตัวมีอาการเครียดจัด อยู่ในอาการหวาดผวาเพราะกลัวจะถูกทำร้ายซ้ำ โดยวันนี้ (20 ก.ค. 61) นางปวีณา เดินทางมาพร้อมกับ พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี ผกก.สน.วัดพระยาไกร […]

ลูกหนี้ผวา! เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวร้องตร. ถูกแก๊งเงินกู้ข่มขู่

ที่จังหวัดชลบุรี พ่อค้าร้านก๋วยเตี๋ยวร้องขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกแก้งค์ทวงเงินกู้โหดเข้ามาข่มขู่ทวงเงินถึงในร้าน ทั้งที่ค้างเงินค่าดอกเบี้ยรายวันเพียงแค่ 80 บาทเท่านั้น จึงรู้สึกไม่ปลอดภัย นายทรงพล รักสุจริต อายุ 51 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ย่านพัทยากลาง เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร.เมืองพัทยา ว่าถูกแก๊งเงินกู้โทรข่มขู่ จะทำร้าย ก่อนส่งลูกน้องบุกทวงเงินถึงร้าน ตนเองรู้สึกหวาดกลัว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือและควบคุมตัวผู้ที่บุกมาทวงเงินเป็นเยาวชนชาย อายุ 17 ปี 2 ราย มาสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา นายทรงพล เล่าว่า ได้ติดต่อกู้เงินจำนวน 19,000 บาท กับเจ้าของเงิน และมีการผ่อนชำระดอกเบี้ยทุกวัน วันละ 330 บาท แต่มีบางวันที่ส่งไม่ครบ จะขาด80-100 บาท แต่ก็จะทยอยให้ จนกระทั่งวันนี้เจ้าของเงินได้โทรมาทวงเพราะตนเองส่งดอกขาดเพียง 80 บาท เจ้าของเงินจึงโทรมาข่มขู่ด้วยคำพูดหยาบคาย ก่อนจะส่งลูกน้อง 2 คนมาทวงเงินถึงหน้าร้าน ทำให้ตนเองรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เพียงค้างแค่ 80 บาท ทำไม่ถึงต้องทำกันขนาดนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวเพื่อติดตามตัวนายทุนรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แหย่รังแตน! เหยื่อสาวถูกหลอกถ่ายคลิปเปลือยเผยถูกขู่ประจานเพิ่มหลังร้องสื่อ

จากกรณีคนร้ายหลอกเหยื่อสาวสวย มาถ่ายงานรีวิวสินค้า จนลามไปถึงเรื่องดูดวงสรีระหรือให้เปลือยเรือนร่าง โดยอ้างว่าจะนำไปเป็นพรีเซนเตอร์คลีนิก จนสาวๆต่างหลงเชื่อ และตกเป็นเหยื่อนับ 100 ราย ล่าสุดหลังจากผู้เสียหายได้เข้าร้องเรียนสื่อ คนร้ายได้ปล่อยภาพ และคลิปของเหยื่อสาวแต่ละราย ออกมาข่มขู่บนโลกโซเชียล ก่อนจะลบทิ้งไปทั้งหมด ทีมข่าวอมรินทร์ได้เดินทางมาพบ น.ส.ฟา (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย วัย 19 ปี เปิดเผยว่า หลังจากเข้าร้องของความช่วยเหลือจากสื่อ ทางคนร้ายก็ปลอมเฟซบุ๊คขึ้นมาใหม่ โดยที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลย ทำทีเข้ามาทักผู้เสียหายที่อยู่ต่างจังหวัดในเชิงข่มขู่ ซ้ำยังให้ถ่ายภาพเปลือยไปให้อีก ไม่เช่นนั้นจะหาว่าไม่เตือน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้เสียหายแทบจะทั้งหมด ก็เจอหลอกแบบตนเอง แต่บางรายแตกต่างออกไป ซึ่งคนร้ายมักจะออกอุบายว่าจะดูดวงสรีระ และศัลยกรรมกรรม พูดง่ายๆ ว่าผู้เสียหายทุกรายถูกหลอกให้ถ่ายภาพ และวีดีโอเปลือยทุกคน หลังจากเกิดเหตุ ก็ได้รวบรวมผู้เสียหายจากหลายๆ จังหวัด อาทิ พิษณุโลก สกลนคร เชียงใหม่ ฯลฯ รวมแล้ว 10 กว่าราย โดยแทบทุกรายบอกว่า คนที่มาหลอกเป็นคนๆ เดียวกัน และพฤติกรรมคนร้ายมักจะเน้นส่งข้อความาหาส่วนตัว ก่อนที่จะขอไอดีไลน์ ซึ่งตนอยากจะฝากบอกกับกลุ่มคนไม่หวังดีว่า ขอให้หยุดทำ เพราะคนอื่นเดือดร้อน ลองคิดดูว่าถ้าลูกหลานโดนแบบนี้บ้างจะคิดยังไง […]

หนุ่มแค้น! ตามจีบสาวแต่ถูกปฏิเสธ คว้าปืนยิงหน้าบ้าน-ตร.เร่งล่าตัว (คลิป)

วันที่ 12 มิ.ย.61 เวลา 20.16 น. เกิดเหตุคนร้าย ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงเข้าใส่บ้านเรือนชาวบ้าน บ้านตะโล๊ะกือบอ ใกล้กับจุดตรวจถาวรโพธิ์ทอง หมู่ 6 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เจ้าหหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านแถวปูนชั้นเดียว เลขที่ 91/8 หมู่ 6 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เป็นบ้านของนางสาวแวซากีนะ ดาโอ๊ะมารียอ อายุ 41 ปี บริเวณหน้าบ้านมีร่องรอยถูกกระสุนปืน ปูนหลุดเป็นหลุมขนาดกว้าง 3 นิ้ว จำนวน 1 จุด แต่ไม่ผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด จากการสอบสวนนางสาวแวซากีนะ เจ้าของบ้านทราบว่า ขณะเกิดเหตุได้พักอาศัยอยู่กับนายมูหัมมัดนาซอรี ดือราแมหะยี สามี ได้มีนายมะยากี ลีเดร์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/2 หมู่ที่ 2 ต.เนินงาม อ.รามัน จ.ยะลา ขับขี่รถ จยย.มาจอดหน้าบ้าน […]

โปสเตอร์ขู่บึ้มรถไฟนิวยอร์ก ว่อนทั่วเน็ต! ด้าน ‘ไอเอส’ ปัดไม่ได้ทำ

มีการเผยแพร่ภาพในสังคมออนไลน์ของเครือข่ายกลุ่มก่อการร้าย เป็นภาพชายสวมเสื้อยืดสะพายเป้ มีข้อความเขียนเป็นภาษาอังกฤษและอาหรับว่า “คุณไม่มีทางเดาได้ว่าเราจะโจมตีที่หมายใด” ด้านหลังเป็นสถานีรถไฟใต้ดินบรู๊คลิน ในนิวยอร์ก มีระเบิดวางที่โคนเสาและยังมีคำว่าไอซิสเขียนอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม กลุ่มวาฟา ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงของไอเอสยืนยันว่าไม่ได้เป็นคำขู่ของกลุ่มตน ก่อนหน้านี้ เคยมีการเผยแพร่โปสเตอร์ขู่โจมตีฟุตบอลโลก 2018 ที่กำลังจะจัดขึ้นที่รัสเซีย โดยเป็นภาพการเล็งเป้าที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ยืนอยู่บนโพเดียมกลางสนามกีฬา ด้านล่างมีข้อความเขียนว่า ปูตินจะต้องรับผิดชอบที่ฆ่าชาวมุสลิม

สาวร้องถูกหนุ่มตีสนิทก่อนยกเค้า-ขู่ปล่อยคลิป คู่กรณีโต้คิดว่าเป็นทรัพย์แบบผัวเมีย (คลิป)

จากกรณีที่เพจ แหม่มโพธิ์ดำ เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง ได้เผยแพร่เรื่องราวของนางสาวเอ(นามสมมติ) ผู้ร้องเรียนรายหนึ่ง ซึ่งได้คบหาดูใจกับฝ่ายชายผ่านทางเฟซบุ๊ก จากนั้นฝ่ายชายขนของมาอยู่ที่บ้านด้วยและได้ขโมยของภายในบ้านไปขายนั้น นางสาวเอ(นามสมมติ) เล่าว่า ได้รู้จักกับนายป็อปในกลุ่มลับของเพจเฟซบุ๊กชื่อดังเพจหนึ่ง จากนั้นนายป็อปได้แชทมาคุยส่วนตัว คุยกันได้ประมาณ 1 เดือน ก็ได้ขนของมาอยู่กับตนที่คอนโดย่านอุดมสุข จากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ นายป็อปได้นำพระเครื่องของตนไปขาย และยืมเงินไปอีก 4 หมื่นบาท นอกจากนี้ยัพบว่าได้ขโมยทรัพย์สินอื่นๆ ไปขายและติดสารเสพติด จึงตัดสินใจบอกเลิกไปแต่นายป็อปไม่ยอม และขู่ว่าจะนำคลิปขณะที่เพศสัมพันธ์กันไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ตนจึงได้มาแจ้งความไว้ที่สน.บางนา แต่ฝ่ายชายก็ยังไม่ยอมเลิกและยังข่มขู่จะปล่อยคลิปต่อ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา ได้จับกุมตัวนายป็อป ชัยพงษ์ พรประเทือง อายุ 34 ปี มาเพื่อสอบสวน โดยนายป็อป กล่าวว่า ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายชวนให้ตนมาอยู่ด้วยที่คอนโดและได้อยู่กินกันเหมือนสามีภรรยา โดยยอมรับว่านำพระเครื่องและธนบัตรที่ฝ่ายหญิงสะสมไว้ออกมาขายจริง เพราะเข้าใจว่าเมื่ออยู่กินกันแล้วทรัพย์สินของภรรยาก็เหมือนทรัพย์สินของตน ซึ่งฝ่ายหญิงก็รับรู้ สาเหตุที่ทะเลาะกันเนื่องจากฝ่ายหญิงต้องการไปทำงานเป็นหมอนวดที่ต่างประเทศและพยายามบอกเลิกและไล่ตนออกจากห้อง ส่วนคลิปที่อ้างว่าจะปล่อยเป็นเพียงการข่มขู่เท่านั้นไม่มีคลิปดังกล่าวอยู่จริง ทั้งนี้รู้สึกผิดและจะไม่ทำเช่นนี้อีก

สังคมต่ำตม! เปิดแชท ‘นักเรียนนักเลง’ ข่มขู่ไถตังเพื่อน จนแม่เหยื่อต้องพาย้ายโรงเรียนหนี

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อมีคุณแม่รายหนึ่งซึ่งในชื่อในเฟซบุ๊กว่า Ae Supaporn ได้เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อพบลูกของตนโดนเด็กร่วมชั้นเรียนข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย และรีดไถเงินเพื่อนำไปเติมเกมออนไลน์ จนได้แผลกลับมาบ้านทุกวัน จนกระทั่งได้พบความจริงว่า ว่าลูกโดนเพื่อแชทมาข่มขู่ โดยบอกว่าถ้ามีใครรู้ จะให้พี่ชายที่เป็นนักเลงมายิงให้หมด ทั้งนี้ ทางผู้ปกครองคนดังกล่าวได้แจ้งให้ทางโรงเรียนดำเนินการลงโทษเด็กที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการข่มขู่ และรีดไถเงินแล้ว แต่ก็ไม่อาจหยุดพฤติกรรมของเด็กกลุ่มดังกล่าวได้ ทำให้คุณแม่รายนี้ตัดสินใจย้ายโรงเรียนให้ลูกของตน โดยมีข้อความตอนหนึ่งในโพสต์ที่คุณแม่ระบุว่า…หลังจากโรงเรียนทำโทษไปแล้ว เด็กก็ยังมาขู่อีก เพื่อความปลอดภัยแม่จึงต้องเอาลูกออกจากโรงเรียนก่อน แม้จะไม่ใช่คนผิด ผลที่ได้คือเสียงหัวเราะหยันของครูในโรงเรียน ว่าเรื่องแค่นี้ถึงกับต้องเอาออกเลยหรือ หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก ได้มีผู้คนแสดงความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ทั้งฝ่ายที่เข้ามาให้กำลังใจคุณแม่และครอบครัว และฝ่ายที่ต่อว่าสถาบันการศึกษาที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทั้งยังมีชาวเน็ตจำนวนมากที่พยายามล่าชื่อโรงเรียนและกลุ่มเด็กที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเหล่านี้

ตร.ค้านประกัน 3 ชายฉกรรจ์ อ้างตัวเป็น ป.ป.ส. – เพื่อน ‘หนอ’ อดีตดาราเข้าเยี่ยมพบไม่เครียด

อดีตนักแสดง “หนอ วีระชัยศรีวณิก” กับพวก อ้างตัวเป็น ป.ป.ส. ขอตรวจค้นบ้านผู้เสียหาย เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว ขณะที่ตำรวจค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ เตรียมแถลงข่าว บ่ายนี้ จากเหตุการณ์ที่ณัฐพงษ์ จิตรสงวน โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิด เหตุการณ์ขณะที่มีชายฉกรรจ์ 3 คน บุกเข้ามาที่ร้านของตัวเอง ที่เป็นร้านรับซ่อมจักรยานยนต์ที่ย่านสายไหม แล้วอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.พยายามจะยัดข้อหาทั้งเรื่องของยาเสพติดและฟอกเงิน โดยถือปืนมาข่มขู่ พ้อมใส่กุญแจมือผู้เสียหาย หลังจากที่พ่อของผู้เสียหาย บอกว่าเป็นทหาร กลุ่มชายฉกรรจ์ จึงรีบปล่อยตัวและขับรถหลบหนีไปนั้น ความคืบหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรี ออกหมายจับตามภาพกล้องวงจรปิด ข้อหาร่วมกันบุกรุกยามวิกาล โดยใช้อาวุธปืน แอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น พกพาอาวุธปืนไปใน ชุมชน หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และกักขังหน่วงเหนี่ยว จนค่ำวานนี้ นายวีระชัยศรีวณิก วรรณึกกุล หรือ หนอ อายุ 38 ปี นายศิวัช หล่ำศรี อายุ 36 ปี และนายณรงค์ฤทธิ์ ทองพันธุ์ […]

อย่ามาแอบอ้าง! ศิรินทร์ยายัน ‘3 ชายฉกรรจ์’ บุกค้นร้านชาวบ้าน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.

จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพพร้อมคลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เหตุการณ์ที่มีชายฉกรรจ์ 3 คน แอบอ้างเป็น ป.ป.ส. ถือปืน และเดินเข้ามาที่อู่ทำสีรถของผู้เสียหาย โดยแจ้งว่าผู้เสียหายมีหมายจับคดีครอบครองยาเสพติด เสพยา และฟอกเงิน พร้อมใส่กุญแจมือ ก่อนจะปิดประตูร้าน โดยอ้างว่ามีหลักฐาน และหมายค้น แต่ไม่แสดงต่อผู้เสียหายนั้น ความคืบหน้า ข้อเท็จจริงจากกรณีดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ทำการตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่า ไม่ใช่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในสังกัดของ สำนักงาน ป.ป.ส. สำหรับการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส ในการเข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจค้นบุคคล ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้น จะต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 ซึ่งในกรณีดังกล่าว มีการแอบอ้าง และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีโทษทั้งจำและปรับ โดยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท และตามมาตรา 309 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย […]

เหยื่อ ‘ยาขาว’ แฉขบวนการขายฝัน ใช้ ‘ตำรวจยศใหญ่’ ข่มขู่สั่งห้ามแชร์ข่าวเสียหาย (คลิป)

จากกรณีที่มีผู้เสียหายจำนวนมากออกมาแฉว่า ถูกหลอกให้เข้าร่วมธุรกิจขาย “ยาขาว” หลายรายสูญเงินไปเป็นหลักแสนนั้น ความคืบหน้าทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับผู้เสียหายอีกหนึ่งราย น้องเชอรี่ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ที่ถูกหลอกลวงให้ร่วมสมัครสมาชิกของบริษัทขายตรงยี่ห้อหนึ่งย่านรัชดา เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ตน และเพื่อนๆ ออกมาเปิดโปงถึงพฤติกรรมของบริษัทดังกล่าว ก็เริ่มมีการถูกข่มขู่จากบริษัทให้หยุดการเคลื่อนไหว หยุดแชร์ข่าวด้านลบของบริษัท พร้อมกับชี้แจงว่าบริษัทไม่ใช่เครือข่ายแชร์ลูกโซ่ บริษัทไม่ได้ผิดกฎหมาย ซึ่งตนได้แชร์ข่าวเพจเพจหนึ่งที่เกี่ยวกับบริษัทหลังจากบริษัทเป็นข่าวได้เพียงวันเดียว จากนั้นช่วงเย็นของอีกวัน ก็มีพนักงานบริษัทซึ่งเป็นหัวหน้าทีมโทรมา บอกว่าแคปหน้าจอที่แชร์ข่าวไม่ดีเกี่ยวกับบริษัทไว้แล้ว ให้ลบโพสต์ดังกล่าวทิ้ง รวมถึงห้ามแชร์ข่าวอะไรอีก หากไม่ทำตามจะฟ้องดำเนินคดี พร้อมกับส่งภาพตำรวจนายหนึ่งมาในไลน์ส่วนตัวเพื่อทำให้ตนเชื่อว่ารู้จักกับตำรวจจริง ซึ่งจากที่ตนทราบมาก็มีผู้เสียหายรายอื่นโดนแบบนี้เหมือนกัน ส่วนตัวตนจึงเชื่อว่า น่าจะมีคนมีสีอยู่เบื้องหลัง เพราะหากบริษัทถูกกฎหมาย หรือไม่ผิดจริง ทำไมเฟซบุ๊กของผู้บริหารถึงหายไป ผู้บริหารบางคนก็ลบโพสต์บางโพสต์ออกไป ซึ่งตอนนี้ตนเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าโดนหลอก รวมถึงบริษัทแห่งนี้เปิดมานานและเคยถูกฟ้องมาครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2558 ทั้งนี้ ยอมรับว่า แปลกใจว่ามีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก แต่ไม่เคยดำเนินคดีอะไรกับบริษัทได้เลย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ ว่าตำรวจนายนี้เกี่ยวข้องจริงหรือไม่ พร้อมยอมรับอีกว่า ตอนนี้รู้สึกกลัว และเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเหมือนกัน แต่หากไม่ออกมาปิดเผยเรื่องนี้ คงมีอีกหลายคนโดยเฉพาะเยาวชนที่หลงเชื่อ จึงอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์ เตือนทุกคนว่า ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ นอกจากนี้ ทีมข่าวได้ตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าตำรวจในภาพ […]

แจ้ง 3 ข้อหา! เฒ่าวัย 60 ใช้ไม้เท้าทุบรถ คู่กรณีเผยเมียท้องแก่และลูกวัย 1 ขวบนอนผวา (คลิป)

ความคืบหน้ากรณีคลิปจากกล้องหน้ารถพบชายสูงวัย ใช้ไม้เท้าเหล็กทุบเข้าที่กระจกรถ หลังจากถูกบีบแตรใส่ที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ล่าสุด ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ทิวรรณนา ร้อยเวรเจ้าของคดี ที่สภ.แม่ปิง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวานนี้ (3ธ.ค.60) ขณะที่ทางเจ้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายขึ้น ที่บริเวณถนนด้านหน้าห้างพรอมเมนาด้า อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้นำกำลังเข้าตรวจที่เกิดเหตุพบคู่กรณีทั้งสองฝ่าย โดยฝั่งผู้ได้รับความเสียหายคือนายสันติภาพ วิริโยทัย อายุ31ปี ขับรถวีออส กระจกได้รับความเสียหาย และได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจก และถูกของแข็งทุบ รวมทั้งที่ดวงตาถูกเศษกระจกบาด ส่วนคู่กรณีนายพรพรหม อายุ 60 ปี คนขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ รอมอบตัวกับทางตำรวจพร้อมไม้เท้าเหล็ก ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. วันนี้ (4ธ.ค.60) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกนายพรพรม ผู้ก่อเหตุเข้ารับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นได้แจ้ง 3 ข้อหาคือ ขับรถโดยประมาท ทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกายและข่มขู่ทำให้ผู้อื่นหวาดกลัว โดยนายพรพรมได้เดินทางมามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมเปิดเผยกับสื่อมวลชนในเบื้องต้นว่า ยอมรับผิด และไม่อยากพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากตนเป็นคนอารมณ์ร้อน หลังจากที่ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกมาก่อนหน้านี้ ทำให้เป็นคนที่หงุดหงิดง่าย ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ขณะเกิดเหตุมาคนเดียวเกิดความโมโหหลังถูกบีบแตรใส่ ทำให้คุมตัวเองไม่อยู่ ทางด้านนายสันติภาพ […]

ถูกผู้มีอิทธิพลข่มขู่ ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงนานร่วมปี ซ้ำ! ตร.ไม่ช่วยเหลือ

เรื่องราวของผู้ที่ทำอาชีพสุจริตแต่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงจากการถูกข่มขู่ เนื่องจากไปมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้มีอิทธิพล ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ซ้ำร้ายเมื่อเดินทางไปแจ้งความ หวังพึ่งพาตำรวจ กลับไม่ได้รับความร่วมมือช่วยเหลือ ครอบครัวหนึ่งได้ไปเซ้งสายส่งน้ำแข็งมา หวังเป็นอาชีพสร้างรายได้ แต่ปรากฎว่าได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที ในเวลาเช้ามืดที่ต้องเดินทางไปส่งน้ำแข็ง จะมีชายซึ่งเป็นลูกน้องของผู้มีอิทธิพลคนนั้น มาสอดส่อง คอยยืนมอง บางครั้งก็มายืนประกบ โชว์ปืนข่มขู่ หรือขับรถตาม โดยทำแบบนี้มานานร่วมปีทำให้เกิดความรู้สึกหวาดระแวงว่าจะโดนทำร้ายเข้าสักวันหนึ่ง จึงได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่ตำรวจกลับไปรับแจ้ง เนื่องจากยังไม่เกิดเป็นกรณีเข้ามาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บเป็นกิจจะลักษณะ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ผู้บังคับบัญชาต้องดูแลลูกน้องด้วย กรณีนี้อย่างน้อยพนักงานสอบสวนควรรับลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน หากเกิดอะไรรุนแรงขึ้นจริงๆ จะได้มีหลักฐาน ซึ่งถ้าหากไปแจ้งความครั้งหน้ายังไม่รับแจ้งความอีก สามารถนำชื่อของพนักงานรายนั้นมาประจานหรือแจ้งผู้บังคับบัญชาให้จัดการได้เลย ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

ปรับ ‘ลุงหัวร้อน’ 5,000 บาท รับทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ อาวุธที่ใช้เป็นไม้คมแฝกไม่ใช่มีด

ตำรวจติดตามตัวชายสูงวัยชักอาวุธข่มขู่หญิงสาวบนท้องถนน ที่ จ.สมุทรปราการได้แล้ว เบื้องต้นเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 5,000 บาท ขณะที่หญิงสาวเจ้าของคลิปยืนยันไม่ติดใจเอาความ ซึ่งการนำคลิปมาแชร์ เพียงแค่อยากเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนน้ำใจให้กันและกัน นี่เป็นคลิปที่เพจชื่อดัง (Youlike คลิปเด็ด) แชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง ซึ่งคลิประบุเรื่องราวว่า เกิดกรณีพิพาทระหว่างเธอและชายสูงอายุคนหนึ่ง โดยชายคนดังกล่าวได้อาวุธขึ้นมาข่มขู่เธอบนท้องถนน ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ มีชาวเน็ตให้ความสนใจ และแสดงความคิดเห็นในเชิงจู่โจมชายคนดังกล่าวเป็นอย่างมาก ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจูดเกิดเหตุ ในซอยจตุรมิตร ย่านสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นซอยที่ค่อนข้างแคบ และมักมีรถขวางอยู่ โดยซอยนี้สามารถขับสวนทางกันได้แบบ 2 เลน พร้อมสอบถามจากชาวบ้านในพื้นที่ แต่ก็ไม่มีใครทราบเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ชาวบ้านบอกว่า ในจุดนี้มีเรื่องทะเลาะวิวาทเพราะไม่ให้ทางกันก็มีบ้าง แต่ก็แค่โวยวายกันธรรมดา ไม่คิดว่าจะถึงขั้นถืออาวุธมาข่มขู่อย่างในคลิป คุณอมรรัตน์ (สงวนนามสกุล) หรือคุณเอ เจ้าของคลิป เล่าว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ขณะที่ตนเข้าไปทำธุระแถวนั้น ตอนขับรถเข้าไป ก็มีรถจอดอยู่ 2 ฝั่งถนน ทำให้รถไม่สามารถวิ่งสวนทางกันได้ ระหว่างที่กำลังหลีกทางให้รถที่สวนทางมา ก็มีรถกระบะอีกคันตรงมาทำให้ต่างฝ่ายต่างไปไม่ได้ จากนั้นคนขับรถกระบะซึ่งเป็นคุณลุงที่ปรากฏในคลิป ก็ลงจากรถ และเดินมาถามว่า “จะเอาอย่างไร” ตอนนั้นคุณเอ บอกว่า ยังงงๆ […]

‘ดิว’ โชว์รอยฟกช้ำ ยันไม่ใช่คนเริ่มศึกตบ แฉลูกสาวอดีตนักการเมืองขู่ลั่น ‘มึงเจอพ่อกูแน่!’

หลังมีชื่อเอี่ยวตบลูกสาวอดีตนักการเมือง กลางผับดังย่านทองหล่อ ล่าสุด “ดิว อริสรา” ขอเคลียร์ไม่ใช่คนเริ่ม แถมตนเป็นฝ่ายโดนขมขู่ด้วยซ้ำ

ยอมรับ! ‘มาเฟียวิน’ ก็มีบ้างแต่อย่าเหมารวม ที่ให้ซ้อนสองทำจริง เฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน!

จากกรณีแฟนเพจชื่อดัง “แหม่มโพธิ์ดำ” มีการโพสต์เรื่องราวร้องเรียนของแฟนเพจ เกี่ยวกับกรณีวินมอเตอร์ไซค์ ภายในนิคมนวนคร จ.ปทุมธานี ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับลูกค้า เช่น การบังคับให้ซ้อนสองร่วมกับคนที่ไม่รู้จัก การข่มขู่แท็กซี่ที่เข้ามารับลูกค้าในเขตนวนคร และอื่นๆ นั้น วันนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง ซ.หมู่บ้านไทยธานี ซึ่งเป็นย่านที่ตั้งอยู่ภายในนิคมนวนคร และได้มีโอกาสพูดคุยกับวินมอเตอร์ไซด์รายหนึ่ง ซึ่งเปิดเผยว่า เขาได้ทราบข่าวแล้วว่าตอนนี้สังคมภายนอกกำลังวิจารณ์การทำหน้าที่ของพวกเขาอย่างหนัก โดยยอมรับว่า มีวินบางคนมีพฤติกรรมพูดจาไม่เพราะกับลูกค้าจริง แต่เป็นนิสัยเฉพาะของบางคนเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด ส่วนกรณีให้ลูกค้าซ้อน 2 ไปกับคนที่ไม่รู้จัก เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในบางครั้ง แต่จะเป็นเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนที่รถไม่เพียงพอ และผู้โดยสารก็รีบ อยากฝากไปบอกลูกค้าทุกคนว่า หากใครไม่อยากซ้อนรถไปกับคนอื่นที่ไม่รู้จักในชั่วโมงเร่งด่วน ก็สามารถแจ้งคนขับก่อนได้ เพราะอย่างไรก็จะไปส่งอยู่ดี  ส่วนกรณีการข่มขู่แท็กซี่ที่เข้ามารับส่งคนภายในนิคมนั้นไม่เป็นความจริง ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน ที่คนเล่าต่อๆ กันมา แต่ปัจจุบันไม่เป็นแบบนั้นแล้ว จากการสังเกตของผู้สื่อข่าวยังพบว่ามีการวิ่งเข้า-ออกภายในซอยปกติ สอบถามรถแท็กซี่ที่เข้ามาภายในนิคมนวนครรายหนึ่ง ระบุว่าไม่เคยถูกวินที่นี่ข่มขู่มาก่อน และมองว่า การจะนำผู้โดยสารออกไปข้างนอกครั้งละหลายๆ คนได้ ต้องอาศัยรถแท็กซี่ เพราะลำพังเพียงแค่รถจักรยานยนต์อาจไม่พอ ขณะที่ พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผู้กำกับการ สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า ทราบข่าวดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าว่า […]

ละอ่อนน้อยริเป็นโจร!! เมื่อเด็ก 7 ขวบเมืองผู้ดี ควงมีดจี้ ‘รถสกู๊ตเตอร์’ จากแก๊งวัยรุ่น

อีกหนึ่งคลิปที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมสังคมออนไลน์ของประเทศอังกฤษ เมื่อได้มีการเผยแพร่ภาพของเด็กชายคนหนึ่งจากเมืองแคมบอร์น ที่อายุเพียง 7 ขวบ ไม่สวมเสื้อ และเดินตรงเข้าไปขู่กรรโชกเอารถสกู๊ตเตอร์จากกลุ่มเด็กวัยรุ่นตอนกลางวันแสกๆ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวดูเหมือนว่ากลุ่มวัยรุ่นจะไม่ให้ความสนใจต่อท่าทีที่ก้าวร้าวของเด็กน้อยคนดังกล่าว แถมยังพากันหัวเราะกับพฤติกรรมที่เกินวัยของเด็กคนนี้ไม่หยุด จนทำให้หนูน้อยเกิดความโมโหและชักมีดออกมาแกว่งใส่วัยรุ่นกลุ่มนั้น พร้อมกับข่มขู่จะเอาสกู๊ตเตอร์ให้ได้ แต่เมื่อพวกวัยรุ่นต่างไม่มีท่าทีเกรงกลัวและยังคงถ่ายคลิปพร้อมกับหัวเราะต่อไป ทำให้เด็กชายคนนี้ร้องตะโกนออกมา ก่อนจะวิ่งหนีไป อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวได้สร้างความกังวลและกลายเป็นที่ถกเถียงถึงประเด็นการใช้ความรุนแรงในหมู่เยาวชนและเด็กของอังกฤษอย่างมาก เพราะดูเหมือนพฤติกรรมการก่ออาชญากรรมนี้จะมีแนวโน้มอายุลดลงเรื่อยๆ ในขณะที่รูปแบบนั้นกลับทวีความรุนแรงมากขึ้น ที่มา – Youtube.com / 5 star channel

โจ๋กร่าง! ขอจับมือ ‘ปู พงษ์สิทธิ์’ รอนานไม่ได้จับสักที ชักปืนขู่กลางผับที่อำนาจเจริญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการโพสต์คลิป และข้อความลงในเฟสบุ๊คส่วนตัวของผู้ใช้รายหนึ่ง พร้อมข้อความว่า “ใครกล้าไปเที่ยว ในเมื่อปล่อยให้มีปืนเข้ามาในผับ ดีนะที่ไม่ยิงไม่งั้นถูกลูกหลงตายฟรี คอนเสิร์ตปู พงษ์สิทธิ์” นอกจากนี้ ยังได้มีการส่งคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในผับหนึ่งในจังหวัดอำนาจเจริญ ไปยังแอพพลิเคชั่นแชท LINE โดยมีข้อความว่า “เพื่อหนูไปเที่ยว ผับแห่งหนึ่งในอำนาจเจริญค่ะ มีคอนเสิร์ตปู พงษ์สิทธิ์ และมีคนใช้ปืนมาขอจับมือหน้าเวทีพากันหนีตายสิค่ะ ซึ่งการนำปืนเข้าไปในผับได้แสดงว่าไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยแต่อย่างใด ใครจะไปเที่ยวระวังๆ ด้วยนะค่ะ” โดยคลิปดังกล่าวเป็นคลิปภาพเหตุกาณ์ที่ปู พงษ์สิทธิ์ กำลังเล่นของเสิร์ตที่ผับแห่งหนึ่งในจังหวัดอำนาจเจริญโดยระหว่างนั่นมีชายวัยรุ่นสวมเสื้อสีดำเข้ามาขอจับมือปู พงษ์สิทธิ์ ที่บริเวณหน้าเวทีขอจับมือได้สักพักชายวันรุ่นคนดังกล่าวก็ได้ทำการชักปืนออกมาขู่ปู พงษ์สิทธิ์ ก่อนที่ปู พงษ์สิทธิ์ จะเดินมาที่ชายวัยรุ่นคนดังกล่าว เพื่อแย่งปืน และเกิดการจลาจลขึ้น ก่อนที่จะมีคนนำตัวชายวันรุ่นคนก่อเหตุออกไป และเสียงคนที่มาเที่ยวโห่ไล่ชายวันรุ่นคนดังกล่าว.  

keyboard_arrow_up