“ผักกูด” พืชตระกูลเฟิร์นกินได้ และเป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ผักกูด (Diplazium esculentum) เป็นชื่อของผักชนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลเฟิร์นที่อยู่ในวงศ์ Athyriaceae ที่สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้ นอกจากจะนำมาเป็นอาหารได้แล้วยังนำมาเป็นสมุนไพรได้อีกด้วย ผักกูดมักจะขึ้นอยู่ตามริมน้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำ มากกว่าในป่าทึบ มักพบบ่อยเพราะเป็นช่วงเจริญเติบโตในฤดูฝน มีเหง้าสูงได้ 1 เมตร ใบเป็นแผงรูปขนนก ตอนอายุยังน้อยจะแตกเป็นรูปขนนกชั้นเดียวคู่ขนานกันไปตั้งแต่โคนใบถึงปลายใบ เมื่ออายุมากขึ้นใบจะเปลี่ยนเป็นรูปขนนก 2 ชั้น ยอดอ่อนและปลายยอดม้วนงอแบบก้นหอย พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในทวีปเอเชียและโอเชียเนีย ใบของผักกูดใช้ต้มน้ำดื่มหรือกินสด ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน, แก้พิษอักเสบ, บำรุงสายตา, บำรุงโลหิต, แก้โลหิตจาง ป้องกันเลือดออกตามไรฟันและขับปัสสาวะเด็ดขาดมาก ลดความดันโลหิตสูง ลดคอเลสเตอรอลในเม็ดเลือด มีสารบีตา-แคโรทีนและธาตุเหล็กสูง ส่วนใหญ่จะนำใบอ่อน ช่ออ่อน ทำแกงกับปลาเนื้ออ่อนน้ำจืด เช่นปลาช่อนหรือลวกจิ้มน้ำพริกชนิดต่างๆ ยำผักกูด, ผักกูดผัดน้ำมันหอย, แกงกะทิกับปลาย่าง, ลวกกะทิ แต่ไม่นิยมกินสดๆ กันเพราะจะมียางเป็นเมือกอยู่ที่ก้าน นอกจากนี้แล้ว ผักกูดยังเป็นดัชนีชี้วัดถึงสภาพแวดล้อมให้ได้รู้ว่า บริเวณไหนอากาศไม่ดี ดินไม่บริสุทธิ์ มีสารเคมีเจือปนอยู่ ผักกูดจะไม่ขึ้นหรือแตกต้นในบริเวณนั้นเด็ดขาด

“เพรียงหิน” เมนูหน้าตาสุดพิลึกจากทะเล แต่เชื่อเถอะว่า…มันกินได้ !!

แม้โลกนี้จะมีอาหารจากท้องทะเลเป็นจำนวนมาก และมีหลายรายการที่มีมากจนราวกับว่าจะสามารถหากินได้แบบไม่มีวันหมด แต่ก็เพราะความชื่นชอบและอยากลิ้มลองที่ไม่รู้จักจบสิ้นของมนุษย์ ทำให้มีวัตถุดิบอีกหลายชนิดที่ถูกนำมาเปลี่ยนเป็นอาหาร แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของมันจะไม่ชวนให้รู้สึกหิวก็ตาม อย่างเช่นเจ้า “เพรียงหิน” (Pyura chilensis) สัตว์ในตระกูลเพรียง ที่เป็นจานโปรดของชาวเปรูและชิลี ถึงภายนอกจากจะดูน่าเกลียดมากกว่าน่ากิน แต่หากนำมากะเทาะเปลือกแข็งๆ ออก ก็จะพบกับเนื้อสีแดงสดอยู่ภายใน ซึ่งเนื้อในส่วนนี้สามารถกินมันได้ทั้งแบบสดๆ หรือเอาไปปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นต้มกับเครื่องเทศทำเป็นซุป หรือทอดแล้ววางบนขนมปัง ซึ่งจะมีรสชาติคล้ายกับหอยเม่น ที่ออกขมนิดๆ ทั้งยังอุดมไปด้วยไอโอดีนและธาตุเหล็กอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ก็รับประทานเพรียงเหล่านี้ก้มีความเสี่ยงต่อสุขภาพเช่นกัน เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์พบว่าเพรียงหินเหล่านี้สามารถเติบโตได้ในหลายพื้นที่ และไม่เกี่ยงคุณภาพของน้ำที่มันอาศัยอยู่ ดังนั้นหากเป็นเพรียงที่เก้บมาจากแหล่งที่น้ำไม่สะอาด มันก็จะกลายเป็นอาหารที่สะสมโลหะหนักไว้ในเนื้อของมันเป็นจำนวนมากไปโดยปริยาย

กรอบๆ มันๆ!! เปิดเมนูต้อนรับหน้าฝน “แมงอีนูน” แมลงศัตรูพืชที่สามารถกินได้

ย่างเข้าสู่ฤดูฝนแบบนี้ อีกหนึ่งเมนูบ้านๆ ที่หลายคนน่าจะชื่นชอบแล้วเฝ้ารอมาตลอด นั่นคือ แมงอีนูน หรือ แมงนูน แมลงปีกแข็งที่ชาวบ้านทั่วไปนิยมรับประทาน เพราะเชื่อว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณค่า ทางอาหารสูง นำไปคั่วทอดกรอบในน้ำมันกินทั้งตัว หรือนำไปเผาให้สุกแล้วตำกับน้ำพริก และด้วยช่วงเวลาที่สามารถจับได้เพียงไม่นานนัก ทำให้แมงนูนมีราคาค่อนข้างสูงในท้องตลาด ซึ่งอาจมีราคากว่ากิโลกรัมละ 1,000 บาท ในประเทศไทยนั้น แมงอีนูน (Cockchafer) จัดเป็นแมลงศัตรูพืช เพราะกัดแทะใบของพืชที่เป็นพืชเศรษฐกิจ อาทิ มะขามเทศ, มะขาม, อ้อย, มันสำปะหลัง, พุทรา แมงอีนูนมีวงจรชีวิตเป็นหนอนอยู่ใต้ดินนานนับปี ก่อนจะเข้าสู่ระยะดักแด้และเป็นตัวเต็มวัยในช่วงต้นฤดูฝนของทุกปี ซึ่งจะพบแมงอีนูนเป็นจำนวนมากในเวลานี้ จึงทำให้พวกมันจัดเป็นอาหารประจำฤดูกาลตามวิถีชีวิตของผู้คนในภาคเหนือและภาคอีสาน สำหรับการจับแมงอีนูนจะกระทำในช่วงหัวค่ำ ใช้แสงไฟจากนีออนเป็นตัวล่อ หรือเขย่าจากต้นไม้ที่มีแมงอีนูนจำนวนอาศัยอยู่ก็จะหล่นลงมาให้จับได้ง่าย ๆ ซึ่งการปรุงแมงอีนูนทำได้ทั้งวิธีการต้มและทอด ในบางพื้นที่ เช่น จังหวัดกำแพงเพชร มีการค้าขายกันเป็นล่ำเป็นสันด้วย

เมื่อเปลี่ยนนิสัยมนุษย์ให้เลิกทิ้งขยะมั่วๆ ไม่ได้ งั้นก็เปลี่ยนขยะให้สัตว์ ‘กินได้’ ซะเลย

คงต้องยอมรับว่าปัญหาขยะนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่ยังแก้ไม่ตกในยุคสมัยนี้ และดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาควบคุมหรือสร้างความเปลี่ยนแปลงให้มนุษย์เลิกการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางได้ นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้จำหน่ายเครื่องดื่มอย่าง Saltwater Brewery ใน Delray Beach รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา จึงเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ขยะที่มักสร้างปัญหาให้กับสัตว์น้ำอย่างพวกห่วงล็อคกระป๋องเบียร์ ให้กลายเป็นของที่ทำจากวัสดุที่ไม่เพียงจะย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นอาหารที่สัตว์กินได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย แม้ว่าแน่นอนว่าวัสดุคุณภาพระดับนี้ย่อมมีราคาแพงกว่าพลาสติกทั่วไป และคงยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายในเร็วๆ นี้แน่ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็แสดงให้เห็นว่ามนุษย์นั้นสามารถเลือกที่คิดค้นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวมได้ อยู่ที่ว่าจะทำกันหรือเปล่าเท่านั้นเอง

กินได้จริงๆ นะ!! ยลโฉมขนมหวานหน้าตาแปลกๆ ที่หลายคนอาจไม่กล้าเอาใส่ปาก

หากลองให้จินตนาการถึงหน้าตาขนมหวานแบบที่เรารู้จักกัน เชื่อว่าคงจะมีรูปร่างและรูปทรงอยู่เพียงไม่กี่แบบแน่ แต่ก็เพราะความซ้ำซากจำเจนี่แหละ ที่ทำให้เชฟขนมหวาดอย่าง Ben Churchill เกิดอย่างทำอะไรแปลกๆ ที่น้อยคนนักจะเคยลองทำ โดยเฉพาะถ้าคิดจะทำขนมเหล่านั้นออกมาขาย เพราะจากขนมหวานรูปร่างปกติทั่วไป เขาได้เพิ่มไอเดียลงไปอีกนิดหนึ่ง จนกลายเป็นของกินที่ไม่ค่อยน่านำมาใส่ปากสักเท่าไหร่ แม้เขาจะการันตีว่ามันสามารถกินได้จริงๆ ก็ตาม ที่มา – instagram.com/chefbenchurchill

ค่ดคูล! ‘แก้วกินได้’ ผลิตจากสาหร่าย นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม หวังลดขยะลง 70% (คลิป)

เดวิด คริสเตียน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท อีโว่แวร์ เผยว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ถูกออกแบบ และผลิตออกมาในครั้งนี้ คือ แก้วน้ำที่ผลิตขึ้นจากสาหร่าย และสามารถรับประทานได้จริง ไม่แตกต่างการการกิน เยลลี่ รายงานข่าวระบุว่า แนวคิดหลักในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ มีแรงผลักดันจากความต้องการแก้ปัญหาขยะพลาสติกล้นเมืองในอินโดนีเซีย ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนตามแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ขณะที่รัฐบาลแดนอิเหนาเองตั้งเป้าจะลดปริมาณขยะตามแหล่งน้ำลงให้ได้ 70 เปอร์เซ็นต์ภายในปี ค.ศ.2025 ทางผู้ผลิตยืนยันว่า สาหร่ายที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตแก้วน้ำชนิดนี้ ถูกเพาะเลี้ยงอย่างดีและมีความสะอาด ดังนั้นผู้บริโภคจึงไม่ต้องมีความกังวลที่จะรับประทานแก้วน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนี้ ที่ปลอดจากสารเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่า นอกจากแก้วน้ำที่สามารถรับประทานได้แล้ว ทางผู้ผลิตยังมีแผนผลิต โคนใส่ไอศกรีม และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมด้วย.

keyboard_arrow_up