
ไม่ใช่แค่ฝรั่งเศสที่เผชิญการประท้วงรุนแรง แต่ขณะนี้หลายประเทศในยุโรปกำลังเผชิญกระแสต่อต้านจากประชาชนเช่นกัน โดยเฉพาะในอิตาลี ซึ่งเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงเหตุวางเพลิงและปล้นสะดมร้านค้าในเมืองมิลาน ขณะที่โปรตุเกส เบลเยียม สเปน และแอลเบเนีย ก็มีการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลเช่นกัน
อะไรคือเบื้องหลังความไม่พอใจของประชาชน และเหตุใดกระแสประท้วงจึงเกิดขึ้นในหลายประเทศของยุโรป Spotlight สรุปประเด็นสำคัญให้ติดตาม
ข้อมูลจาก Eurostat ระบุว่า ราคาอาหารและเครื่องดื่มในสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น 34% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลีระบุว่า อัตราเงินเฟ้อในเดือนกันยายนอยู่ที่ 4.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี สะท้อนแรงกดดันด้านค่าครองชีพที่ประชาชนต้องเผชิญ
Euronews รายงานว่า ค่าเช่าที่อยู่อาศัยในสเปนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ กรณีหญิงวัย 87 ปี ซึ่งเช่าบ้านในกรุงมาดริดมาเป็นเวลานานถึง 70 ปี ถูกเจ้าของบ้านปรับขึ้นค่าเช่าจากเดือนละ 500 ยูโร เป็น 2,650 ยูโร ได้กลายเป็นประเด็นที่สร้างความไม่พอใจในสังคม หลังมีข้อกล่าวหาว่าการขึ้นค่าเช่าดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เช่าเดิมย้ายออกและเปิดทางให้ผู้เช่ารายใหม่ที่จ่ายได้สูงกว่า กรณีนี้จุดกระแสการประท้วงในหลายสิบเมืองทั่วสเปน
ส่วนโปรตุเกสกำลังเผชิญแรงกดดันด้านที่อยู่อาศัยเช่นกัน โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ราคาบ้านเพิ่มขึ้นถึง 180% ส่งผลให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เผชิญความยากลำบากในการซื้อบ้านและเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เอื้อมถึง
จุดเริ่มต้นของการประท้วงใหญ่ในครั้งนี้ จริง ๆ แล้วก็มีสาเหตุสำคัญจากประเด็นการศึกษาในฝรั่งเศส เพราะนักเรียนระดับมัธยมปลายปิดกั้นทางเข้าโรงเรียนและจัดการประท้วงต่อเนื่องมานานกว่า 3 สัปดาห์ เพื่อเรียกร้องให้เพิ่มทรัพยากรด้านการศึกษา โดยระบุว่า โรงเรียนกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนครูและบุคลากร รวมถึงสภาพอาคารที่ทรุดโทรม โดยเฉพาะในย่านที่มีประชาชนรายได้น้อย
ต่อมา การประท้วงขยายวงกว้างขึ้น เมื่อสหภาพแรงงาน CGT ของฝรั่งเศสและนักเคลื่อนไหวกลุ่มต่าง ๆ เข้าร่วม หลังนักเรียนหยุดพักช่วงปิดภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วง ปัจจุบัน ข้อเรียกร้องของขบวนการประท้วงครอบคลุมถึงปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นและคุณภาพของบริการสาธารณะด้วย
ส่วนในสเปน ครูระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเริ่มผละงานประท้วงอย่างไม่มีกำหนดในกรุงมาดริดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าตอบแทนและปรับปรุงสภาพการทำงาน โดยก่อนหน้านี้ ครูในพื้นที่อื่น ๆ ของสเปนก็ได้ร่วมกันหยุดงานประท้วงในลักษณะเดียวกันมาแล้วในปีนี้
ในเบลเยียม ประชาชนออกมาประท้วงประเด็นค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและมาตรการลดรายจ่ายภาครัฐ ขณะที่ในแอลเบเนีย การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลมีข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ท่ามกลางความไม่พอใจเกี่ยวกับปัญหาการทุจริต การว่างงาน และคุณภาพการศึกษาที่ถดถอย
ภาพรวมของการประท้วงในยุโรปสะท้อนแรงกดดันหลายด้านที่ประชาชนกำลังเผชิญ ตั้งแต่ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ราคาที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูง ไปจนถึงความไม่พอใจต่อบริการสาธารณะและการบริหารประเทศ ปัจจัยเหล่านี้กำลังท้าทายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลในหลายประเทศ