Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันจะถ่ายทอดสดประหารนักโทษ กฎหมายว่าไงและจะไลฟ์ไปทำไม?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันจะถ่ายทอดสดประหารนักโทษ กฎหมายว่าไงและจะไลฟ์ไปทำไม?

9 ต.ค. 69
10:13 น.
แชร์

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ยืนยันว่า จะมีการถ่ายทอดสดการประหารชีวิตนีดัล มาลิก ฮาซัน (Nidal Malik Hasan) อดีตนายทหารยศพันตรีของกองทัพบกสหรัฐฯ ผู้ก่อเหตุกราดยิงที่ฐานทัพฟอร์ตฮูดด้วยวิธีการยิงเป้า 

กรณีดังกล่าวสร้างความตกใจ โดยสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ให้ข้อมูลยืนยันกับทางสำนักข่าวว่า การประหารชีวิตฮาซัน ซึ่งยิงทหารสหรัฐฯ ที่ไม่มีอาวุธเสียชีวิต 13 นาย ภายในฐานทัพฟอร์ตฮูด (Fort Hood) เมื่อปี 2009 จะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับชม

คาดว่า นี่จะเป็นการประหารชีวิตในที่สาธารณะครั้งแรกของสหรัฐฯ ในรอบเกือบหนึ่งศตวรรษ โดยจอห์น มิลส์ ทนายความที่ทำงานร่วมกับผู้ต้องขังที่ถูกตัดสินประหารชีวิต ระบุว่า การตัดสินใจถ่ายทอดสดครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในยุคปัจจุบัน” และมีประเด็นทางกฎหมายที่ยังไม่แน่ชัดว่า สามารถทำได้หรือไม่

Spotlight ชวนหาคำตอบว่า สิ่งนี้ผิดกฎหมายหรือไม่? ขณะที่มีทั้งเสียงสนับสนุนและไม่เห็นด้วยอย่างมากต่อเรื่องนี้ 

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ว่าไงบ้าง?

เฮกเซธกล่าวว่า “เราจะทำให้แน่ใจว่าประชาชนสามารถรับชมได้ และเรื่องนี้จะเป็นเรื่องสาธารณะ” โดยย้ำว่า “ประชาชนจำเป็นต้องเข้าใจว่า การกระทำในลักษณะนี้มีผลตามมาอย่างร้ายแรง”

เฮกเซธให้สัมภาษณ์กับ Real America's Voice สถานีโทรทัศน์แนวอนุรักษนิยมว่า ฮาซันจะถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าโดยทหาร ซึ่งเขามองว่า “ก็สมควรแล้ว”

เมื่อถูกถามว่า ฮาซันได้ยื่นคำร้องขอครั้งสุดท้ายหรือได้ติดต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์หรือไม่ เฮกเซธตอบว่า เขาไม่สนใจ 

ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า เฮกเซธเป็นผู้เสนอให้ดำเนินการประหารชีวิต และทรัมป์ได้อนุมัติแล้ว

บีบีซีรายงานว่า กำลังพยายามติดต่อทำเนียบขาวเพื่อขอความคิดเห็นว่า ทรัมป์สนับสนุนการถ่ายทอดสดการประหารชีวิตต่อสาธารณะหรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นแตกต่างกันต่อแผนดังกล่าว

กำหนดการประหารชีวิตฮาซันคือวันที่ 3 ธันวาคม ที่ฐานทัพฟอร์ตฮูดในรัฐเท็กซัส ตามที่เลขาธิการกองทัพบกสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันอังคาร โดยจะเป็นการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าครั้งแรกของกองทัพสหรัฐฯ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

อย่างไรก็ตาม การประหารชีวิตอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ เพราะผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ฮาซันอาจเลือกคัดค้านการประหารชีวิตและยื่นคำร้อง habeas petition ต่อศาลพลเรือน ซึ่งเป็นคำร้องทางกฎหมายเพื่อให้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการควบคุมตัว และอาจทำให้การประหารชีวิตล่าช้าออกไปอย่างมาก

ยูจีน อาร์. ฟิเดลล์ อาจารย์รับเชิญจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยล ซึ่งเชี่ยวชาญด้านกฎหมายทหาร กล่าวว่า กระบวนการนี้อาจยืดเยื้อไปจนพ้นวาระของรัฐบาลชุดปัจจุบันก็ได้ และใครจะรู้ว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะกระตือรือร้นกับการประหารชีวิตในระดับเดียวกันหรือไม่

เดโบราห์ เดนโน ผู้เชี่ยวชาญด้านโทษประหารชีวิตและศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฟอร์ดแฮม กล่าวว่า การถ่ายทอดสดการประหารชีวิตอาจทำให้กระบวนการมีความโปร่งใสมากขึ้นอย่างมาก และช่วยให้ประชาชนเข้าใจว่าการใช้โทษประหารชีวิตเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง เธอมองว่าประโยชน์เหล่านี้มีความสำคัญในช่วงที่กรณีการประหารชีวิตไพก์ที่ผิดพลาดทำให้เกิดคำถามใหม่เกี่ยวกับวิธีการประหารชีวิตผู้กระทำความผิด

ส่วนเบรนเนอร์ ฟิสเซลล์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยวิลลาโนวา และรองประธานสถาบัน National Institute of Military Justice กล่าวว่า หลายรัฐกำลังประสบปัญหาในการประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษ เนื่องจากเข้าถึงยาได้ยาก หรือไม่สามารถหาบุคลากรทางการแพทย์ที่ยินดีเข้าร่วมกระบวนการได้ ส่งผลให้การยิงเป้าถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่มีความโหดร้ายน้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม เขายังคงมองว่า นั่นอาจไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของการตัดสินใจเช่นนั้น เพราะการยิงเป้านั้นมีภาพลักษณ์ที่สื่อถึง “ความเป็นชายและความเป็นทหาร” มากกว่า ซึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งที่ตัวรัฐมนตรีกลาโหมคนปัจจุบันพยายามเชิดชู

เอลิซาเบธ เซเมล ผู้อำนวยการร่วมของคลินิกโทษประหารชีวิตจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ กล่าวว่า การประกาศของเฮกเซธทำให้เกิดคำถามมากมายทั้งด้านกฎหมายและนโยบายสาธารณะ รวมถึงประเด็นเรื่องศักดิ์ศรีของผู้ถูกประหารชีวิต ผู้ที่จะได้รับอนุญาตให้รับชมการประหารชีวิต และเหตุผลที่รัฐบาลทรัมป์เลือกนำเสนอเหตุการณ์ที่มีลักษณะเป็นมหรสพต่อสาธารณะ

เซเมลกล่าวเพิ่มเติมว่า ทรัมป์มักให้ความสำคัญกับการสร้างภาพเหตุการณ์อันน่าตื่นตา และเธอคิดว่านั่นคือสารที่เขาตั้งใจจะสื่ออย่างตรงจุด พร้อมระบุว่า เธอไม่แน่ใจว่ารัฐบาลได้พิจารณาประเด็นทางกฎหมายและผลกระทบทางสังคมที่เกิดจากการตัดสินใจครั้งนี้อย่างรอบคอบแล้วหรือไม่

การประหารชีวิตในที่สาธารณะยังคงเกิดขึ้นในบางประเทศ

แม้เมื่อปีที่ผ่านมา มีการประหารชีวิตมากกว่า 2,700 ครั้งใน 17 ประเทศ แต่มีเพียง 2 ประเทศที่ดำเนินการประหารชีวิตในที่สาธารณะ

ข้อมูลจากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่า ในปี 2025 มีรายงานการประหารชีวิตในที่สาธารณะ 11 ครั้งในอิหร่าน และอีก 6 ครั้งในอัฟกานิสถาน โดยประเทศที่มีจำนวนการประหารชีวิตสูงที่สุดในปีที่ผ่านมา ได้แก่ จีน อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย เยเมน และสหรัฐฯ ตามลำดับ

ทรัมป์สนับสนุนโทษประหารชีวิตมาอย่างยาวนาน

แม้ทรัมป์ไม่เคยแสดงจุดยืนสนับสนุนการประหารชีวิตในที่สาธารณะอย่างชัดเจน แต่เขาสนับสนุนโทษประหารชีวิตมาอย่างยาวนาน

ตัวอย่างเช่น ในปี 1989 ทรัมป์ซื้อพื้นที่โฆษณาขนาดใหญ่ในหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ เรียกร้องให้ประหารชีวิตสมาชิกกลุ่ม Central Park Five ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาข่มขืนและทำร้ายร่างกาย ก่อนที่ต่อมาพวกเขาจะได้รับการพิสูจน์ว่าไม่มีความผิด

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยประณามการประหารชีวิตในที่สาธารณะของอิหร่าน และเคยกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอิหร่านจะสังหารผู้ประท้วงว่า อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่สหรัฐฯ ใช้พิจารณาแทรกแซงทางทหาร ก่อนที่สหรัฐฯ จะโจมตีประเทศดังกล่าวเมื่อต้นปีนี้

รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้ดำเนินการประหารชีวิตผู้ต้องขังของรัฐบาลกลางเป็นเวลา 17 ปี จนกระทั่งในช่วงปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกของทรัมป์ ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการประหารชีวิตถึง 13 ครั้งในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

หลังกลับเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคมปีที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ยกเลิกมาตรการระงับการประหารชีวิตนักโทษของรัฐบาลกลางที่โจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนก่อนหน้า ประกาศไว้ และลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อฟื้นฟูการใช้โทษประหารชีวิตและคุ้มครองความปลอดภัยสาธารณะ

การประหารชีวิตบุคลากรทางทหารครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในปี 1961 เมื่อพลทหารกองทัพบกสหรัฐฯ นายหนึ่งถูกแขวนคอ หลังถูกตัดสินว่าข่มขืนเด็กหญิงชาวออสเตรียวัย 11 ปี

การประหารชีวิตดังกล่าวได้รับอนุมัติจากดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ประธานาธิบดีในขณะนั้น และเกิดขึ้นแม้ครอบครัวของเหยื่อจะร้องขอให้จอห์น เอฟ. เคนเนดี ผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา ใช้อำนาจอภัยโทษ

ส่วนการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าครั้งล่าสุดของกองทัพสหรัฐฯ เกิดขึ้นในเดือนมกราคม 1945 เมื่อเอ็ดดี สโลวิก พลทหารหนุ่มที่หนีทหาร ถูกยิงเป้าในช่วงเดือนสุดท้าย ๆ ของสงครามโลกครั้งที่สอง

แชร์
กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันจะถ่ายทอดสดประหารนักโทษ กฎหมายว่าไงและจะไลฟ์ไปทำไม?