
องค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า ความเสี่ยงเรื่องโรคระบาดในรัสเซียยังถือว่าต่ำมาก หลังจากนักวิจัยรายหนึ่งที่ทำงานในสถาบันวิจัยกาฬโรคในไซบีเรียเสียชีวิตกะทันหัน แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นข่าวใหญ่ จนถึงขั้นสหรัฐฯ สั่งจับตามอง เพราะว่านักวิจัยรายดังกล่าวเสียชีวิตหลังจากที่ทำหลอดบรรจุแบคทีเรียเชื้อกาฬโรคปอดแตกโดยไม่ตั้งใจ
ดารียา ชิปิโลวา นักวิจัยหญิงวัย 28 ปี เสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพียงสองวันหลังล้มป่วย โดยสื่อรัสเซียรายงานว่า เธออาจจะติดเชื้อหลังจากเกิดอุบัติเหตุหลอดแบคทีเรียแตก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของรัสเซียพยายามลดความตึงเครียดของเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า ชิปิโลวาเสียชีวิตจากอาการปอดบวมที่ไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งหมายความว่า ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
ส่วนการกักตัวผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับชิปิโลวายังคงเกิดขึ้นภายในเมืองอีร์คุตสค์ และในโรงพยาบาลที่ตั้งอยู๋ใกล้เคียง
คริสเตียน ไลด์ไมเออร์ โฆษกขององค์การอนามัยโลกเปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ยังไม่มีสัญญาณใดบ่งชี้ว่า เกิดการระบาดในวงกว้าง เพราะคนที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยได้รับการระบุตัวตนและได้รับการเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด รวมถึงยังไม่มีคนใดแสดงอาการป่วยด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่รัสเซียกำลังพยายามสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เชื้อกาฬโรคเป็นสาเหตุที่ทำให้ชิปิโลวาเสียชีวิตจริงหรือไม่ แต่ WHO ได้ประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพแล้วว่าอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำในเมืองอีร์คุตสค์ และต่ำมากสำหรับพื้นที่ส่วนที่เหลือในรัสเซีย รวมถึงต่ำมากต่อยุโรป
ส่วนนายแพทย์เทดรอด เกรเบเยซุส ผู้อำนวยการ WHO ออกมาแนะนำให้รัสเซียแสดงความโปร่งใส ชี้แจงให้ชัดเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของชิปิโลวา โดยขอให้มีการแบ่งปันข้อมูลกับหน่วยงานสาธารณสุขสากล ซึ่งถือว่ามีความสำคัญ เพราะจะช่วยให้การเมินความเสี่ยงด้านสาธารณสุขแม่นยำขึ้น
สื่อรัสเซียรายงานว่า เพื่อนร่วมงานของชิปิโลวา (Shipilova) จำนวน 60 คน ถูกกักตัวอยู่ภายในสถาบันที่เธอทำงานมาตั้งแต่วันศุกร์ โดยต้องนอนบนพื้นและเก้าอี้ระหว่างรอการตรวจหาเชื้อ ขณะที่มาตรการลักษณะเดียวกันถูกบังคับใช้ในโรงพยาบาล 5 แห่ง และไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมผู้ป่วย
ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน เรียกร้องประชาชนเมื่อวันอังคารว่าอย่าหลงเชื่อข่าวลือ และขอให้ติดตามข้อมูลจากสำนักงานคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคและสวัสดิภาพมนุษย์ของรัสเซีย หรือ Rospotrebnadzor ซึ่งระบุว่า สถานการณ์ในเมืองอีร์คุตสค์ยังคงอยู่ในระดับคงที่ และยังไม่พบผู้ติดเชื้อโรคติดต่อรายใหม่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ของสถาบัน
หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือทางการทูตลับ หรือ demarche ไปยังรัสเซีย เพื่อเตือนว่า การไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวอาจขัดต่อพันธกรณีด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศของรัสเซีย
โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เขามีกำหนดจะพูดคุยกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียในเร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการรายดังกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามที่ทำเนียบขาวว่า เขาได้พูดคุยกับปูตินเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วหรือยัง ทรัมป์ตอบว่า “ผมมีนัดคุยกันอยู่ ใช่” พร้อมระบุว่า การสนทนาจะเกิดขึ้น “เร็ว ๆ นี้”
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมให้ความช่วยเหลือรัสเซีย โดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมไม่อยากเห็นพวกเขาต้องเผชิญกับเรื่องนี้ เราจะช่วย ทุกคนที่ประสบปัญหาแบบนี้ เราจะช่วยเสมอ”
ขณะเดียวกัน ในลักษณะคล้ายกับการตอบโต้กัน สำนักงาน Rospotrebnadzor ของรัสเซียประกาศว่า รัสเซียก็พร้อมให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ ในการรับมือกับการระบาดของโรคติดเชื้อภายในประเทศเช่นกัน
Rospotrebnadzor ระบุว่า “สถานการณ์เกี่ยวกับโรคติดเชื้ออันตรายยังคงไม่แน่นอน” พร้อมชี้ว่า สถานการณ์โรคหัดใน 3 รัฐของสหรัฐฯ “เลวร้ายลงอย่างมีนัยสำคัญ” และยังกล่าวถึง “ผู้เสียชีวิตจากโรคกาฬโรค” ที่มีการบันทึกในรัฐนิวเม็กซิโกเมื่อเดือนมิถุนายนด้วย