Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
WHO ประเมินความเสี่ยง "ต่ำ" เกิดโรคระบาดในรัสเซีย ยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

WHO ประเมินความเสี่ยง "ต่ำ" เกิดโรคระบาดในรัสเซีย ยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม

7 ต.ค. 69
11:37 น.
แชร์

องค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า ความเสี่ยงเรื่องโรคระบาดในรัสเซียยังถือว่าต่ำมาก หลังจากนักวิจัยรายหนึ่งที่ทำงานในสถาบันวิจัยกาฬโรคในไซบีเรียเสียชีวิตกะทันหัน แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นข่าวใหญ่ จนถึงขั้นสหรัฐฯ สั่งจับตามอง เพราะว่านักวิจัยรายดังกล่าวเสียชีวิตหลังจากที่ทำหลอดบรรจุแบคทีเรียเชื้อกาฬโรคปอดแตกโดยไม่ตั้งใจ 

ดารียา ชิปิโลวา นักวิจัยหญิงวัย 28 ปี เสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพียงสองวันหลังล้มป่วย โดยสื่อรัสเซียรายงานว่า เธออาจจะติดเชื้อหลังจากเกิดอุบัติเหตุหลอดแบคทีเรียแตก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของรัสเซียพยายามลดความตึงเครียดของเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า ชิปิโลวาเสียชีวิตจากอาการปอดบวมที่ไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งหมายความว่า ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด 

ส่วนการกักตัวผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับชิปิโลวายังคงเกิดขึ้นภายในเมืองอีร์คุตสค์ และในโรงพยาบาลที่ตั้งอยู๋ใกล้เคียง 


WHO ประเมินความเสี่ยงยังต่ำ

คริสเตียน ไลด์ไมเออร์ โฆษกขององค์การอนามัยโลกเปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ยังไม่มีสัญญาณใดบ่งชี้ว่า เกิดการระบาดในวงกว้าง เพราะคนที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยได้รับการระบุตัวตนและได้รับการเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด รวมถึงยังไม่มีคนใดแสดงอาการป่วยด้วย 

ด้านเจ้าหน้าที่รัสเซียกำลังพยายามสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เชื้อกาฬโรคเป็นสาเหตุที่ทำให้ชิปิโลวาเสียชีวิตจริงหรือไม่ แต่ WHO ได้ประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพแล้วว่าอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำในเมืองอีร์คุตสค์ และต่ำมากสำหรับพื้นที่ส่วนที่เหลือในรัสเซีย รวมถึงต่ำมากต่อยุโรป 

ส่วนนายแพทย์เทดรอด เกรเบเยซุส ผู้อำนวยการ WHO ออกมาแนะนำให้รัสเซียแสดงความโปร่งใส ชี้แจงให้ชัดเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของชิปิโลวา  โดยขอให้มีการแบ่งปันข้อมูลกับหน่วยงานสาธารณสุขสากล ซึ่งถือว่ามีความสำคัญ เพราะจะช่วยให้การเมินความเสี่ยงด้านสาธารณสุขแม่นยำขึ้น 

สื่อรัสเซียรายงานว่า เพื่อนร่วมงานของชิปิโลวา (Shipilova) จำนวน 60 คน ถูกกักตัวอยู่ภายในสถาบันที่เธอทำงานมาตั้งแต่วันศุกร์ โดยต้องนอนบนพื้นและเก้าอี้ระหว่างรอการตรวจหาเชื้อ ขณะที่มาตรการลักษณะเดียวกันถูกบังคับใช้ในโรงพยาบาล 5 แห่ง และไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมผู้ป่วย

ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน เรียกร้องประชาชนเมื่อวันอังคารว่าอย่าหลงเชื่อข่าวลือ และขอให้ติดตามข้อมูลจากสำนักงานคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคและสวัสดิภาพมนุษย์ของรัสเซีย หรือ Rospotrebnadzor ซึ่งระบุว่า สถานการณ์ในเมืองอีร์คุตสค์ยังคงอยู่ในระดับคงที่ และยังไม่พบผู้ติดเชื้อโรคติดต่อรายใหม่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ของสถาบัน

สหรัฐฯ ส่งหนังสือไปรัสเซีย เตือนต้องเปิดเผยข้อมูล

หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือทางการทูตลับ หรือ demarche ไปยังรัสเซีย เพื่อเตือนว่า การไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวอาจขัดต่อพันธกรณีด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศของรัสเซีย

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เขามีกำหนดจะพูดคุยกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียในเร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการรายดังกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามที่ทำเนียบขาวว่า เขาได้พูดคุยกับปูตินเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วหรือยัง ทรัมป์ตอบว่า “ผมมีนัดคุยกันอยู่ ใช่” พร้อมระบุว่า การสนทนาจะเกิดขึ้น “เร็ว ๆ นี้”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมให้ความช่วยเหลือรัสเซีย โดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมไม่อยากเห็นพวกเขาต้องเผชิญกับเรื่องนี้ เราจะช่วย ทุกคนที่ประสบปัญหาแบบนี้ เราจะช่วยเสมอ”

ขณะเดียวกัน ในลักษณะคล้ายกับการตอบโต้กัน สำนักงาน Rospotrebnadzor ของรัสเซียประกาศว่า รัสเซียก็พร้อมให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ ในการรับมือกับการระบาดของโรคติดเชื้อภายในประเทศเช่นกัน

Rospotrebnadzor ระบุว่า “สถานการณ์เกี่ยวกับโรคติดเชื้ออันตรายยังคงไม่แน่นอน” พร้อมชี้ว่า สถานการณ์โรคหัดใน 3 รัฐของสหรัฐฯ “เลวร้ายลงอย่างมีนัยสำคัญ” และยังกล่าวถึง “ผู้เสียชีวิตจากโรคกาฬโรค” ที่มีการบันทึกในรัฐนิวเม็กซิโกเมื่อเดือนมิถุนายนด้วย

https://www.theguardian.com/world/2026/oct/06/plague-epidemic-risk-russia-low-death-darya-shipilova-who

แชร์
WHO ประเมินความเสี่ยง "ต่ำ" เกิดโรคระบาดในรัสเซีย ยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม