Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
IMFเตือนโลกอย่าหวังพึ่งแค่ AI เศรษฐกิจบูมแต่เหมือนยืนขาเดียว จี้ลดหนี้
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

IMFเตือนโลกอย่าหวังพึ่งแค่ AI เศรษฐกิจบูมแต่เหมือนยืนขาเดียว จี้ลดหนี้

18 ต.ค. 69
13:59 น.
แชร์

เศรษฐกิจโลกยังรับมือกับแรงกระแทกได้ แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า ประเทศต่าง ๆ ยังชะล่าใจไม่ได้

เมื่อกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นแรงพยุงสำคัญของการเติบโต การฝากความหวังไว้กับแรงขับเคลื่อนเพียงด้านเดียวจึงเปรียบเสมือนการ “ยืนอยู่บนขาข้างเดียว” ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อ หนี้ระดับสูง และผลกระทบจากสงคราม ขณะที่ความสามารถในการรับมือวิกฤตของหลายประเทศเริ่มลดลง

ในการแถลงข่าว IMFC ช่วงปิดการประชุมประจำปี IMF–World Bank ณ กรุงเทพฯ คริสตาลินา กิออร์กิเอวา กรรมการผู้จัดการ IMF ชี้ว่า ประโยชน์จาก AI ยังกระจายไม่ทั่วถึง โดยประเทศผู้นำเข้าพลังงานที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่า AI เสี่ยงถูกทิ้งห่างมากขึ้น สำหรับไทย เธอชื่นชมฐานการผลิตที่เข้มแข็งและการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทาน AI โลก พร้อมยกย่องการเป็นเจ้าภาพที่สร้างบรรยากาศเอื้อต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ

กิออร์กิเอวาและโมฮัมเหม็ด อัลจาดาน ประธาน IMFC และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซาอุดีอาระเบีย จึงเรียกร้องให้รัฐบาลวางแผนการคลังระยะปานกลางที่น่าเชื่อถือ ลดหนี้ในประเทศที่มีหนี้สูง และเร่งสร้างกันชนรับความเสี่ยงในอนาคต โดยยังต้องคุ้มครองประชาชนกลุ่มเปราะบางและรักษาการลงทุนที่สนับสนุนการเติบโต ควบคู่กับการรักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลางและเฝ้าระวังความเสี่ยงในระบบการเงิน

ไทยเปลี่ยนไปในรอบ 35 ปี ฐานการผลิตเชื่อมห่วงโซ่ AI โลก

ในการแถลงข่าว IMFC ช่วงปิดการประชุมประจำปี ณ กรุงเทพฯ กิออร์กิเอวากล่าวแก่ผู้สื่อข่าวจาก SPOTLIGHT Amarin TV ว่า ไทยประสบความสำเร็จอย่างมากในการเป็นเจ้าภาพ โดยบรรยากาศและสภาพแวดล้อมของการประชุมมีความสำคัญเป็นพิเศษในช่วงที่โลกเผชิญสถานการณ์ซับซ้อน การจัดประชุมที่เอื้อต่อการหารือจึงสร้างประโยชน์ให้กับประชาคมโลกด้วย

เธอชี้ว่า แม้ไทยเคยเป็นเจ้าภาพเมื่อ 35 ปีก่อน แต่ประเทศไทยในวันนี้แตกต่างออกไปมาก ทั้งความมีพลวัต ความสามารถด้านการผลิตที่แข็งแกร่ง และการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทาน AI โลก ความเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นว่า ประเทศสามารถสร้างโอกาสให้ประชาชนได้ด้วยนโยบายที่ดีและสถาบันที่เข้มแข็ง

อีกสิ่งที่กิออร์กิเอวาประทับใจคือความมีน้ำใจและการต้อนรับผู้คนจากทั่วโลกของสังคมไทย ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมที่อาจเดินทางมาพร้อมความตึงเครียดรู้สึกผ่อนคลาย และเอื้อต่อบรรยากาศการทำงานร่วมกัน

ด้านอัลจาดานกล่าวเสริมว่า แม้หลายสิ่งในไทยเปลี่ยนแปลงไปตลอด 35 ปี แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมคือการเป็น “ดินแดนแห่งรอยยิ้ม” ที่ผู้คนมีน้ำใจและพร้อมต้อนรับ พร้อมกล่าวเชิงหยอกล้อว่า ไทยยกระดับมาตรฐานการเป็นเจ้าภาพไว้สูงมาก จนประเทศที่จะรับหน้าที่ต่อไปต้องเผชิญความท้าทายในการจัดงานให้ได้ระดับเดียวกัน

กิออร์กิเอวายังเล่าว่า นายกรัฐมนตรีไทยกล่าวในที่ประชุมใหญ่ถึงการเป็นเจ้าภาพเมื่อ 35 ปีก่อน การเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ และเชื้อเชิญให้กลับมาอีกใน 35 ปีข้างหน้า ก่อนที่เธอจะตอบรับคำเชิญดังกล่าวระหว่างการแถลงข่าว

เศรษฐกิจโลกยังทนทาน แต่การพึ่ง AI มากขึ้นสร้างความเสี่ยง

กิออร์กิเอวาสรุปบรรยากาศการประชุมว่า มีทั้งความหวังและความกังวล ความหวังมาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังทนทานต่อแรงกระแทก ศักยภาพของ AI และความมีพลวัตของเอเชีย ส่วนความกังวลครอบคลุมทั้งความเสี่ยงจาก AI เงินเฟ้อ หนี้ระดับสูง สงคราม และความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ

เธอย้ำว่า ความทนทานของเศรษฐกิจโลกมีรากฐานจากการดำเนินนโยบายที่ดีและการสร้างสถาบันที่เข้มแข็ง ขณะเดียวกัน กระแสการเติบโตของ AI กลายเป็นแรงพยุงสำคัญของเศรษฐกิจ แต่การพึ่งแรงขับเคลื่อนด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไปก็ทำให้เกิดความเสี่ยงตามมา

“เมื่อเราพึ่งพาแรงขับเคลื่อนการเติบโตเพียงด้านเดียว ก็เหมือนเรากำลังยืนอยู่บนขาข้างเดียว” กิออร์กิเอวากล่าว

ภายใต้ภาพความทนทานดังกล่าว ยังมีรอยร้าวจากกันชนด้านพลังงานและการคลังที่ลดลง เงินเฟ้อที่ยังลดลงได้ยาก และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อภาระชำระหนี้ของประเทศที่มีหนี้สูงอยู่แล้ว

อัลจาดานระบุว่า สงครามและความขัดแย้งสร้างทั้งความสูญเสียด้านมนุษยธรรม ต้นทุนทางเศรษฐกิจ และผลกระทบที่ลุกลามไปยังประเทศอื่น การหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือและเส้นทางการค้าที่สำคัญยังคุกคามความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร ขณะที่ความตึงเครียดทางการค้าและปัญหาห่วงโซ่อุปทานเพิ่มความไม่แน่นอนและแรงกดดันด้านราคา

นอกจากนี้ หนี้สาธารณะระดับสูงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น กำลังซ้ำเติมความเปราะบางทางการเงินและทำให้ภาวะการเงินตึงตัว ส่วน AI แม้มีโอกาสช่วยเพิ่มผลิตภาพอย่างมาก แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ช่องว่างทางเศรษฐกิจกว้างขึ้น โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำและรัฐเปราะบาง

กิออร์กิเอวาอธิบายว่า ประสบการณ์ทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศแตกต่างกันมาก ประเทศที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน AI หรือเป็นผู้ส่งออกพลังงานที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ย่อมอยู่ในสถานการณ์ต่างจากประเทศผู้นำเข้าพลังงานที่ไม่ได้เชื่อมกับห่วงโซ่มูลค่า AI กลุ่มหลังจึงเสี่ยงถูกทิ้งห่างมากขึ้น ทั้งที่เริ่มต้นจากฐานะที่เปราะบางอยู่แล้ว

ด้วยความเร็วในการพัฒนา AI การตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบายในวันนี้จึงมีส่วนกำหนดทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคต สมาชิก IMF ต้องการได้รับประโยชน์จาก AI ควบคู่กับการวางมาตรการป้องกันความเสี่ยงเพื่อคุ้มครองประชาชน ธุรกิจ และอนาคตของประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐบาล บริษัท AI และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

เร่งซ่อมฐานะการคลัง รักษาอิสระธนาคารกลาง และเฝ้าระวังความเสี่ยงการเงิน

อัลจาดานระบุว่า หน่วยงานด้านการคลังจำเป็นต้องมีแผนระยะปานกลางที่น่าเชื่อถือ เพื่อฟื้นความสามารถในการรับมือกับแรงกระแทก โดยยังต้องคุ้มครองประชาชนกลุ่มเปราะบางและรักษาการลงทุนที่สนับสนุนการเติบโต ขณะที่กิออร์กิเอวาเรียกร้องให้กระทรวงการคลังเร่งแก้จุดอ่อนของฐานะการคลัง และลดหนี้ในประเทศที่มีหนี้อยู่ในระดับสูง

ด้านนโยบายการเงิน กิออร์กิเอวาย้ำว่า ธนาคารกลางต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับการรักษาเสถียรภาพราคา ส่วนอัลจาดานชี้ว่า ความเป็นอิสระของธนาคารกลางเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อทั้งเสถียรภาพราคาและความน่าเชื่อถือของนโยบาย

อีกด้านหนึ่ง ประเทศต่าง ๆ ต้องเดินหน้าปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการลงทุนที่นำโดยภาคเอกชน ควบคู่กับการร่วมกันจัดการความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจโลกที่มากเกินไปและความตึงเครียดทางการค้า

สำหรับระบบการเงิน กิออร์กิเอวาระบุว่า หน่วยงานกำกับดูแลต้องติดตามความเสี่ยงจากการก่อหนี้หรือใช้เงินกู้เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงในสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ตลอดจนการโจมตีทางไซเบอร์และการฉ้อโกง

ในประเด็นการเงินดิจิทัล เธอยกบทบาทของหน่วยงานไทยในการผลักดัน Bangkok Blueprint โดยมองว่าเป็นก้าวหนึ่งไปสู่กรอบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึง และมีความรับผิดชอบ

ประเทศรายได้ต่ำต้องเก็บรายได้เป็นธรรม พร้อมดูแลการเติบโตและคนเปราะบาง

เมื่อถูกถามถึงความเหมาะสมของการปรับฐานะการคลังในช่วงที่ประเทศรายได้ต่ำต้องการความช่วยเหลือมากขึ้น กิออร์กิเอวาระบุว่า จุดเริ่มต้นคือการดำเนินนโยบายภายในประเทศให้เหมาะกับสถานการณ์ของตนเอง โดยเฉพาะการจัดเก็บรายได้อย่างเป็นธรรม และไม่เปิดทางให้คนร่ำรวยหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบต่อสังคม

ส่วนการจัดลำดับความสำคัญของรายจ่ายควรยึดสองเป้าหมายหลัก ได้แก่ การวางรากฐานเพื่อเพิ่มการเติบโตและเข้าร่วมกับพัฒนาการใหม่ ๆ รวมถึง AI และการคุ้มครองประชาชนกลุ่มเปราะบางที่สุดในสังคม

กิออร์กิเอวาชี้ว่า ประชาชนโดยเฉพาะในประเทศยากจนได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้ออย่างมาก โดยเปรียบเงินเฟ้อเสมือนภาษีที่ตกกับคนจน ประชาชนยังต้องการนโยบายที่ชัดเจนและคาดการณ์ได้ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ภาคเอกชนและผู้ประกอบการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม เธอระบุว่า ประเทศรายได้ต่ำหลายแห่งไม่จำเป็นต้องปรับฐานะการคลังอย่างรุนแรง เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับ IMF เพื่อลดหนี้และเสริมความแข็งแกร่งทางการคลังไปแล้ว โดยข้อมูลที่เธออ้างถึงสะท้อนว่า สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ของประเทศร่ำรวยกำลังเพิ่มขึ้น ขณะที่ของประเทศรายได้ต่ำลดลงเล็กน้อย

ปัญหาคือ แม้หนี้ลดลง แต่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังทำให้ภาระชำระหนี้เมื่อเทียบกับรายได้รัฐบาลเพิ่มขึ้นได้ กิออร์กิเอวาระบุว่า ในประเทศรายได้ต่ำ สัดส่วนภาระชำระหนี้ต่อรายได้เพิ่มจาก 8% เป็น 14% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้การจัดการหนี้และการเพิ่มความสามารถในการหารายได้ยังเป็นโจทย์สำคัญ

เร่งปรับโครงสร้างหนี้ เพิ่มศักยภาพเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรน

อัลจาดานระบุว่า สมาชิกยืนยันความมุ่งมั่นที่จะทำให้การปรับโครงสร้างหนี้เกิดขึ้นได้รวดเร็ว คาดการณ์ได้ และประสานงานกันดีขึ้น รวมถึงผ่านกรอบการทำงานร่วมของ G20 หรือ G20 Common Framework พร้อมสนับสนุนประเทศที่มีความเปราะบางด้านหนี้และเพิ่มขีดความสามารถของ IMF ในการช่วยเหลือประเทศรายได้ต่ำ

กิออร์กิเอวาอธิบายว่า การช่วยเหลือต้องแยกตามลักษณะปัญหา ประเทศที่มีหนี้สูงและจำเป็นต้องปรับโครงสร้างหนี้ควรได้รับการดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่วนประเทศที่หนี้ยังอยู่ในระดับยั่งยืนแต่ขาดสภาพคล่อง ควรได้รับการสนับสนุนให้ระดมรายได้ภายในประเทศ ประสานแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศ และสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการลงทุนภาคเอกชน

ในส่วนของ IMF เธอระบุว่า การปฏิรูปกองทุนเพื่อการลดความยากจนและการเติบโต หรือ Poverty Reduction and Growth Trust (PRGT) ซึ่งเป็นกลไกสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรน ทำให้ IMF มีขีดความสามารถในการให้สินเชื่อลักษณะดังกล่าวเป็นมากกว่าสามเท่าของระดับก่อนการปฏิรูป

IMF ยังให้ความสำคัญกับการเสริมศักยภาพให้ประเทศสมาชิกบริหารการเงินของตนเองได้ดีขึ้น โดยในสัปดาห์ของการประชุมได้รับคำมั่นสนับสนุนเพิ่มเติม มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากพันธมิตร 10 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น คาซัคสถาน ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ สเปน และสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อนำไปสนับสนุนงานพัฒนาศักยภาพของประเทศสมาชิก

ปรับการทำงาน IMF ให้ทันความเสี่ยง ย้ำความร่วมมือท่ามกลางโลกแบ่งขั้ว

อัลจาดานระบุว่า สมาชิกสนับสนุนการทบทวนนโยบาย IMF อย่างครอบคลุม ทั้งการติดตามภาวะเศรษฐกิจ การวิเคราะห์หนี้ การให้สินเชื่อ และการพัฒนาศักยภาพ พร้อมเรียกร้องให้นำผลการทบทวนไปปฏิบัติอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิผล และอย่างเสมอภาค ขณะที่กิออร์กิเอวามองว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยให้ IMF ทำงานได้ละเอียดและให้น้ำหนักกับความเสี่ยงมากขึ้น เพื่อระบุจุดเปราะบางได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และสนับสนุนการปฏิรูปที่สร้างผลลัพธ์ได้มาก

สมาชิกยังยืนยันการสนับสนุน IMF ที่เข้มแข็ง ยึดระบบโควตาเป็นฐาน และมีทรัพยากรเพียงพอ โดยใช้หลักการชี้นำโดฮา หรือ Doha Guiding Principles เป็นแนวทางสำหรับการหารือในอนาคตเรื่องการปฏิรูปโควตาและธรรมาภิบาล เพื่อให้ IMF ทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลและสะท้อนความเป็นตัวแทนของประเทศสมาชิก

สำหรับความเสี่ยงระหว่างประเทศ อัลจาดานกล่าวถึงความสำคัญของการไหลเวียนพลังงานที่มั่นคงและทนทานต่อการหยุดชะงัก ตลอดจนการรักษาหลักเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก พร้อมย้ำว่า ความมั่นคงและความมั่งคั่งที่ยั่งยืนต้องอาศัยการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น

กิออร์กิเอวาระบุว่า แม้โลกเผชิญแรงกระแทกซ้ำและการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ประเทศต่าง ๆ ยังต้องการเวทีพูดคุยและความร่วมมือพหุภาคี โดย IMF ทำหน้าที่รวบรวมผู้แทนหลายพันคนมาร่วมหารือในกรุงเทพฯ เธอยังกล่าวถึงเรือพระราชพิธีจำลองในสถานที่จัดประชุมว่า เป็นเครื่องเตือนใจว่าทุกประเทศต่างอยู่ในเรือลำเดียวกัน

เธอกล่าวขอบคุณประเทศไทยสำหรับการต้อนรับ การจัดงาน และการแบ่งปันวัฒนธรรม พร้อมกล่าวถึงพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยถ่ายทอดสาระว่า ประโยชน์และผลลัพธ์ที่ดีต้องอาศัยการค่อย ๆ สร้าง สั่งสม และเสริมให้เข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อคิดที่คณะ IMF จะนำกลับไปเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานที่กรุงวอชิงตัน

แชร์
IMFเตือนโลกอย่าหวังพึ่งแค่ AI เศรษฐกิจบูมแต่เหมือนยืนขาเดียว จี้ลดหนี้