
การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ คนส่วนใหญ่ต้องต่อยานพาหนะหลายรูปแบบในแต่ละวัน ทั้งรถไฟฟ้าต่างสาย รถเมล์ และเรือ ซึ่งมีระบบชำระค่าโดยสารแตกต่างกัน ระบบตั๋วร่วมที่ผู้โดยสารใช้บัตรเดียวเดินทางข้ามระบบขนส่งได้ก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง
ระหว่างที่ระบบตั๋วร่วมยังไม่เกิดขึ้น ซัมซุง (Samsung) ได้เสนอทางเลือกการจ่ายค่าโดยสารผ่าน Samsung Wallet ที่ให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ใช้โทรศัพท์มือถือแตะจ่ายค่าเดินทางได้เลย โดยเริ่มใช้กับรถไฟฟ้า BTS รถโดยสารด่วนพิเศษ BRT และเรือด่วนเจ้าพระยาได้แล้วตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2569 และจะสามารถใช้ได้กับรถไฟฟ้า MRT รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง รถไฟฟ้า Airport Rail Link และรถเมล์ ขสมก. ได้ภายในสิ้นปี 2569
นอกจากชูความสะดวกในการเดินทางแล้ว ซัมซุงยังใช้โปรโมชันค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายสำหรับผู้ใช้บริการ 10,000 รายแรกมาดึงให้ลูกค้าซัมซุงลองใช้บริการ
Samsung Wallet เป็นแอปกระเป๋าเงินดิจิทัลของซัมซุงที่รวบรวมสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตไว้ในที่เดียว รองรับทั้งบัตรผ่านขึ้นเครื่องบิน (boarding pass) กุญแจดิจิทัลสำหรับรถยนต์รุ่นที่รองรับ การใช้โทรศัพท์แทนบัตรเพื่อเข้าอาคารสำนักงาน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมที่รองรับระบบ และการแตะจ่ายค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ
สิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ที่ผู้คนพกติดตัวอยู่แล้วเกือบตลอดวัน ซัมซุงจึงต้องการให้โทรศัพท์ทำหน้าที่มากกว่าอุปกรณ์สื่อสาร โดยพัฒนา Samsung Wallet ให้เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลที่รวบรวมสิ่งจำเป็นต่อการเดินทางและการใช้ชีวิตไว้ในที่เดียว ล่าสุด สามารถใช้แตะจ่ายค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือด่วนเจ้าพระยาได้แล้ว ช่วยเชื่อมต่อให้ผู้คนเดินทางและใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น
แนวคิดการให้บริการ Samsung Wallet แตะจ่ายค่าโดยสาร เกิดจากวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ที่ต้องเดินทางผ่านระบบขนส่งหลายประเภทในแต่ละวัน ข้อมูลที่ซัมซุงนำเสนอระบุว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีประชากรตามทะเบียนราษฎร์และประชากรแฝงที่เข้ามาเรียนและทำงานรวมราว 11 ล้านคน มีการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะมากกว่า 4.5 ล้านเที่ยวต่อวัน ขณะที่ระบบรางมีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 1.43 ล้านเที่ยวต่อวัน และผู้ใช้ระบบรางราว 46% ต้องเปลี่ยนสายอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ส่วนการเดินทางทางน้ำมีผู้โดยสารประมาณ 70,000 คนต่อวัน
สิทธิโชคกล่าวว่า แม้ระบบตั๋วร่วมระหว่างรถไฟฟ้า BTS กับ MRT ยังไม่เกิดขึ้น แต่ซัมซุงสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ โดยใช้สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวแตะชำระค่าเดินทางได้ทุกระบบ
“ซัมซุงมีเป้าหมายในการทำให้ประสบการณ์ของผู้เดินทางสะดวกและเข้าถึงง่าย All-in-one สามารถเชื่อมต่อได้อย่างไร้รอยต่อที่แท้จริง โดยไม่ต้องรอโครงการระบบตัวร่วม เมื่อมองภาพรวมในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ Samsung Wallet จะครอบคลุมการเดินทางของคนกรุงเทพฯ ด้วยขนส่งสาธารณะได้ 100%”
ตั้งแต่วันที่ 20 ซัมซุงเริ่มทยอยอัปเดต Samsung Wallet ให้ผู้ใช้ Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับสามารถเพิ่ม Rabbit Virtual Card บน Samsung Wallet เพื่อแตะขึ้นขนส่งสาธารณะได้ทั้งรถไฟฟ้า รถโดยสารบีอาร์ที และเรือด่วนเจ้าพระยาได้ทันที โดยไม่ต้องเปิดหน้าจอ ไม่ต้องใส่รหัส และถึงแม้มือถือแบตหมดก็สามารถแตะได้
ระบบขนส่งที่สามารถใช้บริการได้แล้วตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม ได้แก่
รถไฟฟ้าบีทีเอส รวม 3 เส้นทาง
รถไฟฟ้ามหานคร (MRT สีเหลืองและสีชมพู) รวม 2 เส้นทาง
รถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที
ให้บริการตั้งแต่สถานีสาทร (เชื่อมต่อกับ BTS สถานีช่องนนทรี) ถึงสถานีราชพฤกษ์ (เชื่อมต่อกับ BTS สถานีตลาดพลู)
เรือโดยสาร
ใช้แตะซื้อตั๋วเรือโดยสารที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ (Kiosk) ที่ท่าเรือทั้ง 10 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าสาทร-1 ท่าสาทร-2 ท่าราชวงศ์ ท่าราชินี ท่าช้าง-1 ท่าช้าง-2 ท่ามหาราช ท่าพรานนก ท่าพระอาทิตย์ และท่าเตียน เพื่อใช้บริการเรือโดยสารในเส้นทางต่อไปนี้
หลังจากนี้ ซัมซุงจะขยายบริการให้ครอบคลุม MRT สายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง และสีชมพู รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง รถไฟฟ้า Airport Rail Link และรถเมล์ ขสมก. ภายในสิ้นปี 2569
และนอกจากการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือแล้ว ซัมซุงยังมีแผนพัฒนาให้ผู้ใช้สามารถแตะผ่าน Galaxy Watch เพื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะได้ภายในปี 2570 เพิ่มทางเลือกในการเดินทางโดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาใช้งาน
ในช่วงเปิดตัวบริการใหม่ ซัมซุงนำเสนอสิทธิพิเศษค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สำหรับผู้สมัครใช้บริการ 10,000 บัตรแรก โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 และใช้สิทธิ์ได้ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายนถึง 31 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด
สิทธิ์ดังกล่าวครอบคลุมการเดินทางด้วย BTS สายสุขุมวิท (สีเขียวอ่อน) สายสีลม (สีเขียวเข้ม) สายสีทอง และ MRT สายสีเหลืองและสีชมพู จำกัด 2 สิทธิ์ต่อคนต่อบัตร
สำหรับการใช้สิทธิ์ ผู้ใช้ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าผ่าน SMS โดยพิมพ์ SAVE เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลข Rabbit Virtual Card 13 หลัก ส่งไปที่ 4694100 ซึ่งมีค่าบริการครั้งละ 3 บาท หรือผ่าน LINE Official Account: SAMSUNG THAILAND
ในส่วนการรับส่วนลด ผู้ใช้ต้องชำระค่าโดยสารตามอัตราปกติก่อน จากนั้นจะได้รับเงินคืนส่วนต่างระหว่างค่าโดยสารที่เรียกเก็บจริงกับ 20 บาท เข้าบัญชี Rabbit Wallet ที่ผูกกับบัตรในวันถัดจากวันที่เดินทาง
สิทธิโชคกล่าวว่า ซัมซุงไม่ได้มองโปรโมชันนี้เป็นเพียงการส่งเสริมการขาย แต่ต้องการสร้างพฤติกรรมการใช้งานให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน โดยเริ่มสร้างความคุ้นเคยด้วยการเดินทางซึ่งเป็นหนึ่งในกิจวัตรที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดไปสู่บริการอื่นใน Galaxy Ecosystem
สิทธิโชคเปิดเผยว่า ปัจจุบัน Samsung Wallet มีผู้สมัครใช้งานประมาณ 500,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้งานที่ยังมีความเคลื่อนไหว (active user) ราว 300,000 ราย และบริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้สมัครเป็น 1 ล้านราย และเพิ่มสัดส่วน active user เป็น 80% ของผู้สมัครใช้งานทั้งหมด ภายในสิ้นปี 2570
ในเชิงธุรกิจ สิทธิโชคบอกว่า ซัมซุงไม่ได้มุ่งสร้างรายได้โดยตรงจาก Samsung Wallet แต่ต้องการเพิ่มความสะดวกและประสบการณ์ใช้งานให้ลูกค้า ผ่านการเชื่อมต่อบริการต่าง ๆ ในระบบนิเวศ Galaxy โดยคาดหวังว่าประสบการณ์ที่ดีจะช่วยสร้างความผูกพันกับผลิตภัณฑ์ และอาจสนับสนุนยอดขายอุปกรณ์ในระยะยาว
สำหรับโมเดลรายได้ในอนาคต บริษัทอาจพิจารณาเก็บค่าธรรมเนียมจากพันธมิตรหรือผู้ให้บริการ โดยไม่เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการโดยตรง และเป็นค่าธรรมเนียมในระดับต่ำ