
วันนี้ (5 ตุลาคม 2569) MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง แถลงผลสำเร็จโครงการ TOU Plus โครงการทดลองเปรียบเทียบการใช้ไฟฟ้าอัตรา TOU โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับบ้านอยู่อาศัย มี รศ.ดร.อัศม์เดช วานิชชินชัย กรรมการการไฟฟ้านครหลวง นายกิตติศักดิ์ เจือจันทนศักดิ์ รองผู้ว่าการ MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง และนายมนัส อรุณวัฒนาพร ผู้ช่วยผู้ว่าการ MEA ร่วมเสวนาเผยผลการดำเนินโครงการ ซึ่งพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการ 96.88% มีค่าไฟฟ้าอัตรา TOU ต่ำกว่าอัตราปกติ โดยกลุ่มดังกล่าวสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้เฉลี่ย 14.25% หรือ 634.54 บาทต่อเดือน
รศ.ดร.อัศม์เดช วานิชชินชัย ประธานกรรมการตรวจสอบ การไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ของโครงการว่า เพื่อ 'เปิดโอกาส' ให้ผู้ใช้ไฟฟ้า 2,000 ราย ที่สนใจอัตรา TOU แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ ได้ทดลองเปรียบเทียบค่าไฟระหว่างอัตราปกติกับอัตรา TOU เป็นเวลา 3 เดือน โดย MEA ดำเนินการติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าอัตรา TOU ให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้ประชาชนได้เห็นข้อมูลจริงประกอบการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน MEA ยังได้ข้อมูลสำคัญเพื่อนำไปวิเคราะห์ผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า และพัฒนานโยบายการบริหารจัดการพลังงานของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ MEA ยังได้ขอให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ตอบรับใบแจ้งหนี้และใบเสร็จค่าไฟฟ้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bill) เพื่อช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย
นายกิตติศักดิ์ เจือจันทนศักดิ์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง อธิบายเพิ่มเติมว่า อัตรา TOU (Time of Use) แตกต่างจากอัตราปกติที่ผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่คุ้นเคย โดยเป็นอัตราค่าไฟฟ้าที่คิดตามช่วงเวลาการใช้ไฟฟ้า แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วง On-peak ซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง เวลา 09.00–22.00 น. ของวันจันทร์–ศุกร์ สำหรับบ้านอยู่อาศัยมีอัตราค่าไฟฟ้าหน่วยละ 5.7982 บาท และช่วง Off-peak ซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ เวลา 22.00–09.00 น. ของวันจันทร์–ศุกร์ รวมถึงตลอดทั้งวันของวันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดราชการ โดยมีอัตราค่าไฟฟ้าหน่วยละ 2.6369 บาท ซึ่งแตกต่างจากอัตราปกติที่คิดค่าไฟฟ้าแบบ “อัตราก้าวหน้า” กล่าวคือ เมื่อใช้ไฟฟ้ามากขึ้น อัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วยจะสูงขึ้นตามปริมาณการใช้ โดยไม่ได้แบ่งตามช่วงเวลาการใช้ไฟฟ้า
นายมนัส อรุณวัฒนาพร ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวเสริมถึงผลลัพธ์ของโครงการฯ ว่า จากการวิเคราะห์ผลเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าจำนวน 3 รอบบิล พบว่า บ้านที่เข้าร่วมโครงการฯ ส่วนใหญ่ 96.88% มีค่าไฟฟ้าลดลง โดยประหยัดค่าไฟฟ้าได้เฉลี่ย 634.54 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็น 14.25% ซึ่งบ้านในกลุ่มดังกล่าวมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูง โดยมีค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 4,452.94 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการประหยัดค่าไฟฟ้าเมื่อเปลี่ยนมาใช้อัตรา TOU มี 2 ประการ ได้แก่ 1) พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า โดยการเน้นใช้ไฟฟ้าในช่วง Off-peak และลดการใช้ไฟฟ้าในช่วง On-peak จะช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ และ 2) ปริมาณการใช้ไฟฟ้า โดยบ้านที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูง มีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์ด้านการประหยัดค่าไฟฟ้ามากกว่าบ้านที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าน้อย
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมวันหยุดราชการตามปกติที่คิดอัตราค่าไฟฟ้าเป็นช่วงเวลา Off-peak สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าอัตรา TOU ผ่านช่องทาง
#MEA #การไฟฟ้านครหลวง #อัตราTOU #TOU #ประหยัดค่าไฟ#ลดค่าไฟ #โครงการTOU_Plus #พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร
Advertisement