Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
รีไฟแนนซ์บ้านทุก 3 ปี จำเป็นไหม เช็กให้ชัวร์ก่อนตัดสินใจ

รีไฟแนนซ์บ้านทุก 3 ปี จำเป็นไหม เช็กให้ชัวร์ก่อนตัดสินใจ

25 ส.ค. 69
11:35 น.
แชร์

รีไฟแนนซ์บ้านทุก 3 ปี จำเป็นไหม เช็กก่อนตัดสินใจประหยัดดอกเบี้ย

การรีไฟแนนซ์บ้าน คือ การขอสินเชื่อบ้านจากสถาบันการเงินแห่งใหม่ เพื่อนำเงินก้อนนั้นมาปิดสินเชื่อบ้านกับธนาคารปัจจุบัน ซึ่งเป้าหมายหลักคือการได้รับเงื่อนไขที่ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง" ส่งผลให้ค่างวดต่อเดือนลดลง หรือสามารถผ่อนชำระหนี้ได้หมดไวขึ้น แนวคิดที่ว่า "ต้องรีไฟแนนซ์บ้านทุก 3 ปี" จึงกลายเป็นกลยุทธ์ยอดนิยมสำหรับคนมีบ้าน แต่ในยุคปัจจุบัน การรีไฟแนนซ์บ่อยๆ ยังคงเป็นทางเลือกที่จำเป็นและคุ้มค่าที่สุดจริงหรือ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุด

จำเป็นต้องรีไฟแนนซ์บ้านทุกๆ 3 ปีมั้ย

คำตอบคือ “จำเป็นอย่างยิ่ง” หากคุณต้องการประหยัดค่าดอกเบี้ยบ้านให้ได้มากที่สุด เหตุผลหลักเป็นเพราะสัญญาเงินกู้บ้านส่วนใหญ่มักจะเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่ (Fixed Rate) ในช่วง 3 ปีแรกเท่านั้น หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวสูงขึ้นในปีที่ 4 เป็นต้นไป และปรับเป็นแบบลอยตัว (Floating Rate) ซึ่งโดยรวมแล้วมักจะสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ภาระการผ่อนชำระเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว การรีไฟแนนซ์ทุก 3 ปีจึงเปรียบเสมือนการกลับไปเริ่มต้นรับโปรโมชันดอกเบี้ยต่ำอีกครั้ง

แต่อย่างไรก็ตาม ความเชื่อที่ว่า รีไฟแนนซ์ทุก 3 ปี ทำให้ประหยัดดอกเบี้ยบ้านได้มากในความเป็นจริงในยุคปัจจุบันนี้ การประหยัดดอกเบี้ยบ้านให้ได้มากที่สุดนั้น ไม่จำเป็นต้องรีไฟแนนซ์ทุก 3 ปีอีกต่อไป เพราะปัจจุบันมีทางเลือกดอกเบี้ยที่คล่องตัวและตอบโจทย์ให้กับคนผ่อนบ้านมากขึ้น

สินเชื่อบ้านทีทีบี เข้าใจความต้องการของกู้บ้านที่เป็นคนผ่อนดี ผ่อนตรง เล็งเห็นถึงความยุ่งยากและภาระที่ต้องเผชิญในกระบวนการรีไฟแนนซ์ ไหนจะต้องปวดหัวเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร การเตรียมเอกสารจำนวนมาก และการเดินทางไปทำธุรกรรมที่กรมที่ดิน ซึ่งล้วนแต่ใช้ทั้งเวลาและแรงกายอย่างมาก เหนื่อยไม่แพ้กับการกู้ซื้อบ้านใหม่เลยทีเดียว

ดังนั้น จึงมีทางเลือกดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ครั้งสุดท้าย มาให้กับคนที่ผ่อนดี ผ่อนตรงด้วย "อัตราดอกเบี้ยเรทเดียวตลอดอายุสัญญา" ผ่อนดีปีที่ 4 ไม่ปรับขึ้น ทำให้ภาระการผ่อนในระยะยาวไม่สูงขึ้น แม้จะเข้าสู่ปีที่ 4 อัตราดอกเบี้ยก็ไม่ปรับขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่งช่วยปิดจบปัญหาส่วนนี้ที่หลายๆคนต้องเจอได้ ช่วยให้วางแผนการเงินได้ง่ายกว่า และยังสามารถปิดหนี้ได้เร็วใกล้เคียงกับการรีไฟแนนซ์ทุก 3 ปี โดยไม่ต้องวุ่นวายกับการดำเนินการต่างๆเลย

ชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อจำกัด ของการรีไฟแนนซ์บ้าน

ก่อนที่จะตัดสินใจรีไฟแนนซ์ การทำความเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสียอย่างรอบด้านจะช่วยให้เห็นภาพรวมและประเมินความคุ้มค่าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งแต่ละด้านมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาดังนี้

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์ ประหยัดเงินได้แค่ไหน ทำไมถึงควรทำ

• ลดภาระดอกเบี้ยจ่าย ประโยชน์สูงสุดของการรีไฟแนนซ์ คือ การที่จ่ายดอกเบี้ยลดลง เพราะส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงเพียง 1-2% อาจช่วยประหยัดเงินได้หลักแสนบาทตลอดอายุสัญญา

• ค่างวดต่อเดือนลดลง เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง ยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือนก็จะลดลงตามไปด้วย ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในแต่ละเดือน สามารถนำเงินส่วนต่างไปใช้จ่ายหรือลงทุนต่อได้

• ผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น หากเลือกยอดผ่อนชำระเท่าเดิม ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำลง ทำให้เงินที่จ่ายไป ตัดเงินต้นได้มากขึ้น ส่งผลให้ปิดหนี้บ้านได้ไวขึ้น ระยะเวลาการเป็นหนี้สั้นลง

• ขอวงเงินกู้เพิ่มได้ แม้ว่าบ้านผ่อนอยู่ หากต้องการเงินก้อนเพื่อ รวบหนี้บัตรที่ดอกเบี้ยสูง ต่อเติมบ้าน ตกแต่งซ่อมแซมบ้าน หรือใช้จ่ายยามจำเป็น สามารถยื่นขอวงเงินอเนกประสงค์เพิ่มเติมไปพร้อมกับการรีไฟแนนซ์ได้

ข้อจำกัดที่ต้องรู้เรื่องค่าใช้จ่ายแฝงที่มาพร้อมกับการรีไฟแนนซ์

• ค่าปรับกรณียังไม่ครบสัญญา สถาบันการเงินเดิมอาจมีเงื่อนไขค่าปรับหากรีไฟแนนซ์ก่อนครบกำหนด 3 ปี (Prepayment Penalty) ซึ่งต้องตรวจสอบในสัญญาให้ดี

• ค่าประเมินราคาหลักประกัน ธนาคารใหม่จะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินมูลค่าบ้าน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 - 3,000 บาท

• ค่าจดจำนอง เป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้กรมที่ดิน 1% ของวงเงินกู้ใหม่

• ค่าอากรแสตมป์ คิดเป็น 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่

• ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าอัคคีภัยที่ต้องทำใหม่ หรือค่าธรรมเนียมดำเนินการของธนาคาร

เช็กลิสต์ 4 ข้อง่ายๆ ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้าน

เพื่อให้การตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด การเตรียมตัวที่ดีคือหัวใจสำคัญ ในส่วนนี้ ทีทีบีได้สรุปประเด็นสำคัญที่ควรตรวจสอบออกมาเป็นเช็กลิสต์ 4 ข้อ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจดังนี้

1. ตรวจสอบสัญญาสินเชื่อเดิม

สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหยิบสัญญากู้บ้านฉบับเดิมขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด โดยเฉพาะเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาที่สามารถไถ่ถอนได้โดยไม่มีค่าปรับ ซึ่งโดยทั่วไปคือ 3 ปีขึ้นไป รวมถึงตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่กำลังจ่ายอยู่ เพื่อใช้เป็นฐานในการเปรียบเทียบกับข้อเสนอใหม่

2. คำนวณความคุ้มค่า ดอกเบี้ยที่ลด VS ค่าใช้จ่าย

นำส่วนต่างของดอกเบี้ยที่จะประหยัดได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า มาเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นจากการรีไฟแนนซ์ (ค่าจดจำนอง, ค่าประเมิน, ค่าอากรแสตมป์ และอื่นๆ) หากดอกเบี้ยที่ประหยัดได้มีมูลค่าสูงกว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างมีนัยสำคัญ ก็ถือว่าการรีไฟแนนซ์ครั้งนี้มีความคุ้มค่า

3. เช็กสถานะเครดิตบูโรของตนเอง

ประวัติทางการเงินของคุณเป็นปัจจัยสำคัญที่ธนาคารใหม่จะใช้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อและเสนออัตราดอกเบี้ย ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ไม่มีประวัติค้างชำระ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติและได้เงื่อนไขที่ดีที่สุด

4. เตรียมเอกสารให้พร้อมยื่นกู้

การรีไฟแนนซ์ใช้เอกสารคล้ายกับการขอกู้ซื้อบ้านครั้งแรก ควรเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมล่วงหน้า ซึ่งโดยทั่วไปประกอบด้วย:

• เอกสารส่วนตัว สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน

• เอกสารทางการเงิน สลิปเงินเดือนล่าสุด, หนังสือรับรองเงินเดือน, รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน

• เอกสารหลักประกัน สำเนาโฉนดที่ดิน, สัญญากู้เงินฉบับปัจจุบัน, ใบเสร็จผ่อนชำระค่างวด

สรุปบทความ

การรีไฟแนนซ์บ้าน ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการบริหารหนี้และลดภาระดอกเบี้ย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเสียเวลาเพื่อดำเนินการต่างๆและเสียค่าใช้จ่ายในกระบวนการรีไฟแนนซ์ ดังนั้น การพิจารณาทางเลือกใหม่ๆ อย่างสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์จากทีทีบีที่ให้อัตราดอกเบี้ยเรทเดียวตลอดอายุสัญญา ก็เป็นอีกหนึ่งทางออกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและวางแผนการเงินระยะยาวได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกังวลกับดอกเบี้ยที่ผันผวนในปีที่ 4 อีกต่อไป

สำหรับใครที่กำลังวางแผนรีไฟแนนซ์บ้าน วันนี้ ทีทีบี มีบริการสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ครั้งสุดท้าย ที่พร้อมให้คุณสามารถขอวงเงินกู้เพิ่ม (Top-Up) ไปพร้อมกันได้ ด้วยเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยสุดพิเศษ เพื่อให้ทุกเป้าหมายทางการเงินของคุณเป็นจริง

• ดอกเบี้ยสำหรับการรีไฟแนนซ์ครั้งสุดท้าย ด้วยดอกเบี้ยเรทเดียวตลอดสัญญา 3.24% ต่อปี (MRR-3.865%) ผ่อนดีมีรางวัล ดอกเบี้ยปี 4 ไม่ปรับขึ้น หมดกังวลกับดอกเบี้ยที่กระโดดขึ้นในปีที่ 4

• พร้อมทางเลือกดอกเบี้ยเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สะดวกในการรีไฟแนนซ์ทุก 3 ปี ด้วยดอกเบี้ยสำหรับสายโปะ ที่ต้องการดอกเบี้ยต่ำๆปีแรก ด้วยดอกเบี้ยปีแรก 1.50% ต่อปี(MRR-5.605%) หรือ สำหรับคนที่ต้องการดอกเบี้ยเรทเดิมตลอดสามปีแรก เพื่อจัดการยอดผ่อนได้แน่นอน ด้วยดอกเบี้ยสามปีแรก 2.89% ต่อปี(MRR-4.215%)

• กู้ได้ขั้นต่ำ 500,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50,000,000 บาท และไม่เกิน 100% ของราคาประเมินธนาคาร

• สามารถขอวงเงินกู้เพิ่มสำหรับ รวบหนี้ ต่อเติม ตกแต่ง ซ่อมแซมบ้าน หรือใช้จ่ายอเนกประสงค์ได้

• ฟรี! ค่าประเมินหลักทรัพย์ – ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย และทางเลือกฟรีค่าจดจำนอง*

*ธนาคารจะออกค่าธรรมเนียมจดจำนองให้ 1% ของวงเงินอนุมัติสินเชื่อรวมสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยลูกค้าชำระค่าธรรมเนียมจดจำนองก่อนแล้วธนาคารจะโอนค่าธรรมเนียมจดจำนองดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากของลูกค้าภายใน วันที่จดจำนองเรียบร้อย

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและเงื่อนไขการสมัคร สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทีทีบี หรือ สมัครได้ที่ ทีทีบีทุกสาขา และ แอปทีทีบีทัช

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว : สินเชื่อรีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3% - 6% ต่อปี • สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-3.865% ถึง MRR-0.130% ต่อปี • สินเชื่อบ้านแลกเงินท็อปอัป 5% - 8% ต่อปี • สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-1.605% ถึง MRR+1.200% ต่อปี • โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 2 มี.ค. 69 = 7.105% ต่อปี • อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ • เงื่อนไขและการอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกําหนด • รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ www.ttbbank.com

Advertisement

แชร์
รีไฟแนนซ์บ้านทุก 3 ปี จำเป็นไหม เช็กให้ชัวร์ก่อนตัดสินใจ