
“Honda Inner Cap” แคมเปญรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่จักรยานยนต์ ล่าสุดซึ่งทางไทยฮอนด้า และ เดนท์สุ ประเทศไทยร่วมกันจัดขึ้นจากข้อมูลเชิงลึกที่พบว่ายังมีผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์บางส่วนไม่ยอมสวมหมวกกันน็อก
ข้อมูลจากกรมขนส่งทางบกระบุจำนวนของรถจักรยานยนต์รับจ้างในประเทศไทยประมาณ 150,000[1] คัน ที่ให้บริการผู้โดยสารเป็นล้านคน และถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นผู้โดยสารที่ไม่สวมหมวกกันน็อกนั้นจะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ถึง 96.8%[2] โดยปัจจัยที่ผู้โดยสารไม่ยอมสวมหมวกกันน็อก เช่น มองว่าเป็นการใช้บริการเดินทางในระยะสั้นๆ ต้องการเดินทางด้วยความเร่งรีบ และไม่ต้องการใช้หมวกกันน็อกร่วมกันกับผู้โดยสารคนอื่นๆ
เดนท์สุมีการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นผู้โดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้างพบว่าเหตุผลที่ผู้โดยสารไม่เต็มใจสวมหมวกกันน็อกที่รถจักรยานยนต์มีไว้ให้บริการนั้นเกิดจากความกังวลเรื่องสุขอนามัยในการต้องใช้หมวกกันน็อกร่วมกับผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนใช้ร่วมกันมาตลอดทั้งวัน มากกว่าความกังวลเรื่องความไม่สะดวก หรือความเร่งรีบ Honda Inner Cap หรือ หมวกรองกันน็อก จึงเป็นแคมเปญที่มาแก้ไขความกังวลนี้ให้กับผู้โดยสารได้โดยตรง
ไทยฮอนด้า ได้เริ่มแคมเปญนี้ด้วยการแจกจ่าย Honda Inner Cap ตามจุดบริการวินมอร์เตอร์ไซต์ หรือ รถจักรยานยนต์รับจ้างตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2569 ตามจุดบริการฯ รอบๆ กรุงเทพฯ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ในการตัดสินใจ เลือกสวมหมวกกันน็อกเพื่อความปลอดภัยโดยใช้ Honda Inner Cap ที่ให้ทั้งความสะดวก ความมั่นใจ ความสะอาดและปลอดภัย
แคมเปญนี้ใช้การสื่อสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ Facebook ได้รับการความสนใจจากผู้โดยสารและผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ด้วยการสื่อสาร ทั้งภาพและเนื้อหาที่สร้างความตระหนักให้สังคมรับรู้ เรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสารนั้นเทียบเท่ากับความปลอดภัยบนท้องถนนเช่นกัน นอกจากนี้มีการสติกเกอร์ Honda Inner Cap ด้านหลังหมวกกันน็อกของผู้ขับขี่เพื่อเป็นช่องทางในการสร้างการรับรู้ผ่านสายตาของผู้ใช้งานท้องถนนและผู้โดยสารที่ใช้บริการจริงๆ ซึ่งวิธีนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดความอยากรู้อยากเห็นว่า Honda Inner Cap คืออะไร
คุณสุพจน์ พนธ์พงษ์ขจร ผู้จัดการทั่วไปสายงานส่งเสริมด้านความปลอดภัยทางถนน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า "ความปลอดภัยบนท้องถนนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้โดยสารและผู้ขับขี่สวมหมวกกันน็อกระหว่างเดินทาง และสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากแคมเปญนี้คือ ผู้โดยสารตระหนักดีเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน แต่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสุขอนามัย ไทยฮอนด้าต้องการช่วยจัดการความกังวลนี้ จึงคิดหาวิธีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนน ด้วยการทำงานกับเดนท์สุ ซึ่งได้ลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ใช้งานจริง รับฟังเสียงของผู้โดยสารที่ใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ในชีวิตประจำวัน เพื่อทำความเข้าใจข้อกังวลอย่างแท้จริง
แคมเปญ Inner Cap จึงเกิดขึ้นจากการมองปัญหาในระดับของการตัดสินใจเพียงไม่กี่วินาทีที่ผู้คนต้องเผชิญทุกวัน และเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการทำให้ผู้คนสามารถเดินทางในเมืองได้อย่างปลอดภัยและสบายใจมากยิ่งขึ้น”
คุณสุบรรณ โค้ว, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นว่า “แทบทุกครั้งที่มีการใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เรามักจะเห็นหมวกกันน็อกแขวนอยู่บนแฮนด์รถ แต่กลับไม่ได้ถูกหยิบมาใช้งานจริง สำหรับแคมเปญนี้ เราต้องการทำความเข้าใจ ‘ทุกคนในเส้นทางการเดินทาง’ อย่างลึกซึ้ง จึงลงพื้นที่ไปพูดคุยกับผู้โดยสาร ไปสังเกตการณ์ตามจุดวินฯ และอยู่ท่ามกลางสภาพการจราจรจริง เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมหลายคนถึงเลือกไม่สวมหมวกกันน็อกที่ใช้ร่วมกัน และเราก็พบว่าความกังวลของผู้โดยสารนั้นเป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง แต่ที่ผ่านมาแทบไม่มีใครให้ความสำคัญกับมันมากพอที่จะลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง
ในฐานะแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้ถนนในประเทศไทย ฮอนด้ามีความน่าเชื่อถือและศักยภาพในการเข้าถึงผู้คนบนท้องถนนได้อย่างแท้จริง พร้อมความตั้งใจที่จะยกระดับความปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับทุกคน เราภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับไทยฮอนด้าอีกครั้ง เพื่อร่วมสร้างถนนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นในประเทศไทย”
แคมเปญนี้เป็นการร่วมงานเป็นปีที่สองติดต่อกันที่ไทยฮอนด้าประเทศไทยและเดนท์สุ ประเทศไทยได้ให้ความสําคัญกับผู้โดยสาร โดยในปี พ.ศ. 2568 ได้ร่วมกันสร้างแคมเปญ "PROTECT The Power of Dreams" ซึ่งเป็นแคมเปญที่เปิดตัวในวันเด็กไทย ที่แสดงให้เห็นว่าอนาคตของเด็กควรค่าแก่การปกป้องจากเบาะหลัง ส่วนแคมเปญ Inner Cap ครั้งนี้ได้ขยายแนวความคิดนั้นไปยังผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งมีอุปสรรคที่แตกต่างแต่เป็นพฤติกรรมที่ทำกันมาจนเคยชินซึ่งถ้าสามารถเปลี่ยนแปลงได้จะช่วยให้มีความปลอดภัยบนท้องถนนมากขึ้น
การลงทุนด้านความปลอดภัยบนท้องถนนของไทยฮอนด้าประเทศไทย ไม่เพียงแต่การลงทุนไปกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ของบริษัท แต่การริเริ่มแคมเปญต่างๆ เหล่านี้แสดงถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการทํางานของทีมไทยฮอนด้า ในการช่วยสร้างความตระหนัก และช่วยให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนแบบยั่งยืน
Advertisement