
อาการหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ (Heart Palpitations) หรือใจสั่นถึงลำคอ เป็นอาการที่พบได้บ่อยและอาจสร้างความกังวล โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในช่วงที่ร่างกายกำลังพัก หลายคนจึงสงสัยว่า หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากอะไร ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความเครียด คาเฟอีน พฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือสัญญาณเตือนของโรคบางชนิด
การเข้าใจอัตราการเต้นของหัวใจปกติ หรือ Heart Rate ที่ปกติจะช่วยให้ประเมินอาการได้ว่าเป็นเพียงภาวะชั่วคราว หรือมีความเสี่ยงต่อหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ควรพบแพทย์ การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงและดูแลสุขภาพหัวใจในระยะยาวได้อย่างเหมาะสม
ภาวะหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เป็นอาการที่พบได้หลายรูปแบบ บางคนอาจรู้สึกว่าเต้นแรงและเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บางคนอาจมีอาการใจสั่นแบบเต้นสะดุดหรือไม่สม่ำเสมอ ซึ่งในบางกรณีอาจเข้าข่ายหัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia) โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในขณะพักหรือไม่ได้ออกกำลังกาย แต่กลับรู้สึกหัวใจเต้นแรงชัดเจนจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
หากตรวจวัดแล้วพบว่า หัวใจเต้นเร็ว 120 ครั้งต่อนาที หรือมากกว่านั้น โดยไม่มีปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจน อาจไม่ใช่ภาวะการเต้นของหัวใจที่ปกติ และควรให้ความสำคัญมากขึ้น นอกจากนี้ อาการหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ มักไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง แต่อาจมีอาการร่วม เช่น หน้ามืด วิงเวียน เจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือหายใจไม่อิ่ม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างเหมาะสม
อาการหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกลไกการทำงานของหัวใจ ซึ่งสามารถแบ่งสาเหตุออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือปัจจัยภายในร่างกาย และปัจจัยภายนอกที่กระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ดังนี้
• ความเครียดและความวิตกกังวล กระตุ้นการหลั่ง Adrenaline อย่างรวดเร็ว ทำให้หัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้น
เมื่อเริ่มมีอาการใจสั่นและสงสัยว่าเกิดจากอะไร ขั้นตอนแรกคือการซักประวัติอย่างละเอียด พร้อมวัดชีพจรเพื่อประเมินว่าชีพจรปกติเท่าไหร่ และมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรในช่วงที่มีอาการ เนื่องจากอาการใจสั่นมักเกิดเป็น ๆ หาย ๆ การวินิจฉัยจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เพื่อบันทึกจังหวะการเต้นของหัวใจในขณะเกิดอาการจริง
การตรวจพื้นฐานที่สำคัญคือ Electrocardiogram (EKG) เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หากผลยังไม่ชัดเจนแต่ยังมีอาการต่อเนื่อง อาจพิจารณาใช้เครื่องบันทึกจังหวะหัวใจ 24-48 ชั่วโมง เพื่อเก็บข้อมูลได้ละเอียดมากขึ้น นอกจากนี้ การตรวจหัวใจด้วย Ultrasound หรือ Echocardiogram ยังช่วยประเมินโครงสร้างหัวใจและประสิทธิภาพการสูบฉีดเลือดได้อย่างชัดเจน
แนวทางการดูแลและแก้ไขอาการหัวใจเต้นเร็วจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบเป็นหลัก หากเกิดจากพฤติกรรมหรือปัจจัยภายนอก แพทย์มักแนะนำให้ปรับไลฟ์สไตล์ เช่น ลดคาเฟอีน จัดการความเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งจะช่วยให้ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจกลับมาสมดุล
ในกรณีที่มีโรคประจำตัวหรือความผิดปกติของหัวใจ แนวทางรักษาอาจประกอบด้วย
อาการหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากทั้งพฤติกรรมในชีวิตประจำวันและโรคที่อาจซ่อนอยู่โดยไม่แสดงอาการ การหมั่นสังเกตว่าหัวใจเต้นปกติเท่าไหร่ รวมถึงรู้เท่าทันถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นและลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หากมีอาการใจสั่นเกิดขึ้นบ่อย หรือมีอาการหน้ามืดร่วมด้วย ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจที่รุนแรงขึ้นในอนาคต
เช็กสุขภาพหัวใจได้ที่ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลวิภาวดี มีบริการตรวจอย่างครบครัน ทั้งการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (EST) และการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) โดยอายุรแพทย์โรคหัวใจ เพื่อช่วยค้นหาสาเหตุของอาการได้อย่างแม่นยำ และวางแผนดูแลให้หัวใจกลับมาเต้นสม่ำเสมอและปลอดภัยในระยะยาว
Advertisement