Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากอะไร? เช็กสัญญาณอันตราย

หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากอะไร? เช็กสัญญาณอันตราย

14 พ.ค. 69
16:51 น.
แชร์

หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากอะไร? วิธีรับมืออย่างถูกต้อง

อาการหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ (Heart Palpitations) หรือใจสั่นถึงลำคอ เป็นอาการที่พบได้บ่อยและอาจสร้างความกังวล โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในช่วงที่ร่างกายกำลังพัก หลายคนจึงสงสัยว่า หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากอะไร ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความเครียด คาเฟอีน พฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือสัญญาณเตือนของโรคบางชนิด

การเข้าใจอัตราการเต้นของหัวใจปกติ หรือ Heart Rate ที่ปกติจะช่วยให้ประเมินอาการได้ว่าเป็นเพียงภาวะชั่วคราว หรือมีความเสี่ยงต่อหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ควรพบแพทย์ การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงและดูแลสุขภาพหัวใจในระยะยาวได้อย่างเหมาะสม

หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ อาการใจสั่น สัญญาณเตือนอันตราย

ภาวะหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เป็นอาการที่พบได้หลายรูปแบบ บางคนอาจรู้สึกว่าเต้นแรงและเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บางคนอาจมีอาการใจสั่นแบบเต้นสะดุดหรือไม่สม่ำเสมอ ซึ่งในบางกรณีอาจเข้าข่ายหัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia) โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในขณะพักหรือไม่ได้ออกกำลังกาย แต่กลับรู้สึกหัวใจเต้นแรงชัดเจนจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

หากตรวจวัดแล้วพบว่า หัวใจเต้นเร็ว 120 ครั้งต่อนาที หรือมากกว่านั้น โดยไม่มีปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจน อาจไม่ใช่ภาวะการเต้นของหัวใจที่ปกติ และควรให้ความสำคัญมากขึ้น นอกจากนี้ อาการหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ มักไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง แต่อาจมีอาการร่วม เช่น หน้ามืด วิงเวียน เจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือหายใจไม่อิ่ม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างเหมาะสม

หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากปัจจัยใด? เจาะลึกสาเหตุใกล้ตัว

อาการหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกลไกการทำงานของหัวใจ ซึ่งสามารถแบ่งสาเหตุออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือปัจจัยภายในร่างกาย และปัจจัยภายนอกที่กระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ดังนี้

ปัจจัยภายใน

  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ความผิดปกติของสัญญาณไฟฟ้าในหัวใจ ทำให้จังหวะการเต้นไม่สม่ำเสมอ อาจรู้สึกเต้นสะดุดหรือเต้นรัวผิดปกติ
  • โรคลิ้นหัวใจ ลิ้นหัวใจเสื่อมหรือทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เลือดไหลย้อน หัวใจจึงต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อชดเชย
  • ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) ฮอร์โมนไทรอยด์ที่สูงเกินไป กระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วและแรงมากกว่าปกติ
  • ภาวะโลหิตจาง (Anemia) ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อส่งออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ กระตุ้นระบบประสาทให้หลั่งฮอร์โมน ส่งผลให้เกิดอาการใจสั่น เหงื่อออก และอ่อนเพลียร่วมด้วย

ปัจจัยภายนอก

• ความเครียดและความวิตกกังวล กระตุ้นการหลั่ง Adrenaline อย่างรวดเร็ว ทำให้หัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้น

  • การบริโภคสารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน นิโคติน หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งมีผลต่อระบบประสาทและการทำงานของหัวใจ
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาแก้ไอที่มี Pseudoephedrine ยาขยายหลอดลม หรือยาลดความอ้วน ที่อาจกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจ
  • ความไม่สมดุลของเกลือแร่ เช่น โพแทสเซียมหรือแมกนีเซียมต่ำ ส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจและจังหวะการเต้น
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติแปรปรวน ส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลง และอาจทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นผิดปกติได้ง่ายขึ้น

วินิจฉัยหัวใจเต้นแรงอย่างแม่นยำ ด้วยเทคโนโลยีตรวจเช็กหัวใจ

เมื่อเริ่มมีอาการใจสั่นและสงสัยว่าเกิดจากอะไร ขั้นตอนแรกคือการซักประวัติอย่างละเอียด พร้อมวัดชีพจรเพื่อประเมินว่าชีพจรปกติเท่าไหร่ และมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรในช่วงที่มีอาการ เนื่องจากอาการใจสั่นมักเกิดเป็น ๆ หาย ๆ การวินิจฉัยจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เพื่อบันทึกจังหวะการเต้นของหัวใจในขณะเกิดอาการจริง

การตรวจพื้นฐานที่สำคัญคือ Electrocardiogram (EKG) เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หากผลยังไม่ชัดเจนแต่ยังมีอาการต่อเนื่อง อาจพิจารณาใช้เครื่องบันทึกจังหวะหัวใจ 24-48 ชั่วโมง เพื่อเก็บข้อมูลได้ละเอียดมากขึ้น นอกจากนี้ การตรวจหัวใจด้วย Ultrasound หรือ Echocardiogram ยังช่วยประเมินโครงสร้างหัวใจและประสิทธิภาพการสูบฉีดเลือดได้อย่างชัดเจน

รักษาหัวใจเต้นแรงตามสาเหตุ และแนวทางป้องกันภาวะแทรกซ้อน

แนวทางการดูแลและแก้ไขอาการหัวใจเต้นเร็วจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบเป็นหลัก หากเกิดจากพฤติกรรมหรือปัจจัยภายนอก แพทย์มักแนะนำให้ปรับไลฟ์สไตล์ เช่น ลดคาเฟอีน จัดการความเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งจะช่วยให้ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจกลับมาสมดุล

ในกรณีที่มีโรคประจำตัวหรือความผิดปกติของหัวใจ แนวทางรักษาอาจประกอบด้วย

  • การใช้ยาควบคุมจังหวะหัวใจ เพื่อลดอัตราและแรงบีบตัวของหัวใจ
  • การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด
  • การรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Radiofrequency Ablation) สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติของวงจรไฟฟ้าหัวใจ

หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากอะไร ป้องกันได้หากรู้ทันสาเหตุ

อาการหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากทั้งพฤติกรรมในชีวิตประจำวันและโรคที่อาจซ่อนอยู่โดยไม่แสดงอาการ การหมั่นสังเกตว่าหัวใจเต้นปกติเท่าไหร่ รวมถึงรู้เท่าทันถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นและลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หากมีอาการใจสั่นเกิดขึ้นบ่อย หรือมีอาการหน้ามืดร่วมด้วย ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจที่รุนแรงขึ้นในอนาคต

เช็กสุขภาพหัวใจได้ที่ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลวิภาวดี มีบริการตรวจอย่างครบครัน ทั้งการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (EST) และการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) โดยอายุรแพทย์โรคหัวใจ เพื่อช่วยค้นหาสาเหตุของอาการได้อย่างแม่นยำ และวางแผนดูแลให้หัวใจกลับมาเต้นสม่ำเสมอและปลอดภัยในระยะยาว

  • Facebook: Vibhavadi Hospital
  • Line: @Vibhavadihospital
  • Tel: 02-561-1111 หรือ 02-581-1111

Advertisement

แชร์
หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากอะไร? เช็กสัญญาณอันตราย