
วันที่ 14 พ.ค.69 กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียล เมื่อเพจดัง “เจ๊ม้อย v+” เปิดเผยเรื่องราวสุดช้ำของ “น้องบอย” นักเรียนจากจังหวัดนราธิวาส ที่ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนในกรุงเทพฯ หลังถูกครูยึดโทรศัพท์มือถือไอโฟน 15 และเรียกเงินค่าไถ่เครื่องคืนสูงถึง 10,000 บาท อ้างเป็นกฎ โดยระบุว่า เริ่มเรื่องคือ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 น้องบอย พื้นเพเป็นคนนราธิวาส ได้ขึ้นไปเรียนที่กรุงเทพฯ ซึ่งน้องก็ได้เอาโทรศัพท์ไปด้วย แต่ทางโรงเรียนมีกฎไว้ ว่าห้ามใช้โทรศัพท์ ต่อมา น้องบอยเกิดเผลอรับโทรศัพท์ เป็นเหตุทำให้คุณครูทราบว่าน้องบอยมีมือถือ
วันที่ 27 เมษายน 2569 น้องบอยก็ได้ทักแชทคุณแม่ขอที่อยู่ เพื่อจะให้คุณครูส่งโทรศัพท์กลับบ้าน พอช่วงบ่าย 2 คุณครูได้เปิดล็อกเกอร์ และริบโทรศัพท์เครื่องนั้นไว้ น้องบอยพยายามอธิบายคุณครูว่าจะส่งกลับบ้าน ขอที่อยู่จากแม่เรียบร้อยแล้ว คุณครูบอกว่าก็ให้คุณแม่มาคุยเองเพื่ออธิบาย
เวลา 16:00 น้องบอย ได้ยืมโทรศัพท์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แจ้งไปยังคุณแม่ว่าโทรศัพท์โดนยึดแล้ว ไม่ทันส่งกลับบ้าน ด้วยความกระวนกระวายใจ น้องบอยได้นั่งรถไปยังรามคำแหง 53 ซึ่งเป็นบ้านของน้าชาย เพื่อให้น้าชายช่วยไปเคลียร์ที่โรงเรียนเรื่องโทรศัพท์
เมื่อน้าชายไปถึงที่โรงเรียน ก็ได้คุยกับคุณครู แต่ปรากฏว่าเคลียร์ไม่ลงตัว คุณครูพูดคำเดียวบอกว่า “จะจ่ายเท่าไหร่” ด้านน้าชายไม่รู้จะทำยังไง จึงบอกไปว่าขอจ่าย 1,500 คุณครูได้หันไปถามน้องบอยว่า “ยังไง” สรุปแล้วไม่ลงตัว ไม่มีการจ่าย
วันที่ 30 เมษายน 2569 คุณแม่ของน้องบอยก็ได้ตัดสินใจให้น้องบอยกลับบ้าน ลาออกจากโรงเรียนนั้นทันที ภายในวันเดียวกัน คุณแม่ก็ได้แชทหาภรรยาครูแจ้งว่า พ่อของน้องไม่ประสงค์ให้น้องเรียนแล้ว และรบกวนส่งโทรศัพท์คืนมาตามที่อยู่นี้ด้วย
ทางด้านเมียของครูตอบว่า ตามกฎแล้วเด็กที่เล่นโทรศัพท์ในโรงเรียนถ้ายึดแล้วก็จะไม่ให้คืน หรือถ้าทางบ้านต้องการคืน “ต้องซื้อคืน” ผ่านไป 3 วัน คุณแม่ได้ขอช่วยให้คุณยายเจรจากับคุณครู เรื่องโทรศัพท์ คุณครูได้ยื่นข้อเสนอราคาไถ่ 10,000 แล้วจะส่งโทรศัพท์คืน
คุณแม่และคุณยาย รู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบมาก เพราะโทรศัพท์ก็ยังผ่อน (ไอโฟน 15) เพิ่งซื้อมาไม่นาน ไหนต้องจ่ายค่าไถ่อีก แบบนี้คือลักทรัพย์ คุณแม่และคุณยาย ตัดสินใจไปแจ้งความเพื่อจะเอาโทรศัพท์คืน ร้อยเวรก็ได้โทรเจรจากับครูให้คืน และถ้ายึดหรือเอาไปขาย หรือขายคืนเจ้าของ ถือว่าผิดกฎหมาย
พลเมืองดีติดต่อคุณครูไป ครูยืนยันว่ายังไงก็ไม่คืน การเจรจาเกิดขึ้น 8 ครั้งทั้งหมด ยายของน้องมาเจรจากับคุณครู 2 ครั้ง ขณะที่ครูคุยกับร้อยเวร บอกว่าจะขายแล้วก็เอามาคืนเป็นเงิน ร้อยเวรบอกว่าไม่ได้จะต้องคืนเป็นโทรศัพท์ค่ะ
Advertisement