Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ศุภจี ร่วมทีมไทยแลนด์+ เยือนสหรัฐฯ เข้าร่วม SelectUSA 2026 พร้อมหารือภาครัฐ–เอกชนสหรัฐฯ เดินหน้าขยายการค้าและการลงทุนไทย–สหรัฐฯ

ศุภจี ร่วมทีมไทยแลนด์+ เยือนสหรัฐฯ เข้าร่วม SelectUSA 2026 พร้อมหารือภาครัฐ–เอกชนสหรัฐฯ เดินหน้าขยายการค้าและการลงทุนไทย–สหรัฐฯ

8 พ.ค. 69
10:08 น.
แชร์

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ร่วมกับ "ทีมไทยแลนด์+" ในระหว่างวันที่ 4 – 5 พฤษภาคม 2569 ว่า การเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย โดยได้เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญและหารือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของสหรัฐฯ อย่างรอบด้าน ทั้งนี้ การเยือนดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในทุกมิติ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน โดยไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทุกภาคส่วนของสหรัฐฯ เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

นางศุภจี กล่าวว่า ตนได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 ร่วมกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะ “ทีมไทยแลนด์+” ผนึกกำลังระหว่าง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ และหอการค้าไทย พร้อมนักธุรกิจชั้นนำของไทยเพื่อเปิดโอกาสและส่งเสริมการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ สาขาพลังงาน เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนไทยต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และบทบาทของไทยในฐานะหุ้นส่วนการลงทุนสำคัญของสหรัฐฯ

ภายในงาน นางศุภจียังได้หารือกับผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและฝ่ายสหรัฐฯ แสดงความพร้อมในการอำนวยความสะดวกการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ อีกทั้งยังได้พบหารือกับผู้แทนภาคเอกชนจากหลายมลรัฐของสหรัฐฯ อาทิ Texas และ Utah ซึ่งเป็นแหล่งศักยภาพในการลงทุนด้านพลังงาน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยต่างแสดงความพร้อมในการรองรับการลงทุนจากไทยในระยะต่อไป

นางศุภจี กล่าวว่า ภาคเอกชนชั้นนำของไทยที่เข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 อาทิ กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี อาหาร และอิเล็กทรอนิกส์ สะท้อนถึงแผนการขยายการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันการลงทุนจากไทยในสหรัฐฯ มีมูลค่ากว่ากว่า 1.7 หมื่นล้านเหรียญ และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การเข้าร่วมงานดังกล่าวยังช่วยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยได้เชื่อมโยงกับพันธมิตรทางธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐฯ เพื่อขยายความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานและอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต

ภายหลังการเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 นางศุภจี ยังได้หารือกับสภาธุรกิจอาเซียน – สหรัฐฯ หรือ U.S. – ASEAN Business Council (USABC) โดยได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ต่อผู้นำภาคธุรกิจบริษัทเอกชนของสหรัฐฯ เชิญชวนเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งเน้นย้ำถึงนโยบายเศรษฐกิจของไทยในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่อนาคต ตลอดจนการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Food Innovation) และเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ซึ่งเป็นสาขาที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยกับสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ภาคเอกชนสหรัฐฯ ได้แสดงความสนใจในการขยายความร่วมมือและการลงทุนในไทยเพิ่มเติมในสาขาที่ไทยและสหรัฐฯ มีศักยภาพและพร้อมส่งเสริมซึ่งกันและกัน อาทิ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร การท่องเที่ยวและโรงแรม ตลอดจนการเป็นหุ้นส่วนที่จะสนับสนุนความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทาน และการผลิตร่วมในภูมิภาค รวมถึงการใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนและเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอาเซียน ภาคเอกชนสหรัฐฯ โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำ อาทิ กลุ่มเทคโนโลยี การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมการผลิต ได้แสดงความสนใจต่อทิศทางนโยบายของไทย โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกในการลงทุน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสนับสนุน SMEs ให้เข้าถึงตลาดและเทคโนโลยี ซึ่งนางศุภจีได้ชี้แจงถึงการดำเนินการสำคัญของรัฐบาล อาทิ การปรับปรุงกฎระเบียบภายในประเทศ การพัฒนาโครงการ skill bridge และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความสะดวกและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ

นางศุภจี เสริมว่า ตนยังได้ใช้โอกาสดังกล่าวแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกกับภาคเอกชนสหรัฐฯ พร้อมตอบข้อซักถามในประเด็นสำคัญ อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่มีมูลค่าสูงตามนโยบาย “value over volume” ซึ่งช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของไทย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐฯ ต่อศักยภาพของไทยในฐานะแหล่งลงทุนที่มีความพร้อมและมีทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจน

นอกจากนี้ นางศุภจียังได้หารือกับสภาหอการค้าสหรัฐฯ หรือ U.S. Chamber of Commerce (USCC) โดยนางศุภจี กล่าวว่า ตนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการค้าและการลงทุนของไทย รวมถึงพัฒนาการของการใช้มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งนางศุภจี ได้ให้ความเชื่อมั่นกับภาคเอกชนสหรัฐฯ เกี่ยวกับบทบาทเชิงรุกที่ไทยจะเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนให้คืบหน้าและมีข้อสรุปได้โดยเร็ว รวมถึงทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่สมดุลและสอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

นางศุภจี เสริมว่า ภาคเอกชนสหรัฐฯ ยังเห็นว่า ไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ดิจิทัล และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะเป็นสาขาสำคัญในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐฯ ในระยะต่อไป

นางศุภจี กล่าวทิ้งท้ายว่า การหารือดังกล่าวมีบรรยากาศที่ดี โดยภาคเอกชนสหรัฐฯ ตระหนักถึงความสำคัญของไทยในห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐและสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลไทย และเห็นว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–สหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต

ในปี 2568 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย ด้วยมูลค่าการค้ารวมกว่า 93,651.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าการส่งออกจากไทยไปยังสหรัฐฯ สูงถึง 72,506.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครอบคลุมสินค้าสำคัญอย่างคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณี รถยนต์ และเครื่องปรับอากาศ ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 21,144.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น น้ำมันดิบ เครื่องจักรกล เครื่องบินและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรไฟฟ้า โดยไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ มูลค่า 51,361.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Advertisement

แชร์
ศุภจี ร่วมทีมไทยแลนด์+ เยือนสหรัฐฯ เข้าร่วม SelectUSA 2026 พร้อมหารือภาครัฐ–เอกชนสหรัฐฯ เดินหน้าขยายการค้าและการลงทุนไทย–สหรัฐฯ