
วันนี้ (29 เมษายน 2569) นายราเชนทร์ อันเวช รองผู้ว่าการ MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง ร่วมกับนายทินกร นาทองลาย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ดร.ปฐมพงศ์ ศรีนวล ผู้อำนวยการสำนักวิชาการเเละจัดการทรัพยากรโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. และนางสาวบุสยา คุณากรสวัสดิ์ สำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Kick Off รื้อสายสื่อสารที่ไม่ใช้งานบนเสาไฟฟ้า บริเวณถนนลาดพร้าว ช่วงที่ 2 ตั้งแต่แยกถนนรัชดาภิเษก ถึงถนนประดิษฐมนูธรรม รวมระยะทางทั้ง 2 ฝั่ง 8.4 กิโลเมตร
สำหรับกิจกรรมในวันนี้ เป็นการรื้อถอนสายสื่อสารเพื่อรองรับเส้นทางในการนำสายสื่อสาร และสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ตามโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมหานครสู่เมืองอัจฉริยะ โดยการดำเนินงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้แก่
กรุงเทพมหานคร สำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการทหารสื่อสาร กรมการสื่อสารทหาร บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ และผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม
รองผู้ว่าการ MEA กล่าวว่า การจัดระเบียบสายสื่อสารมี 2 แบบ ได้แก่ การนำสายสื่อสารลงใต้ดิน และการจัดระเบียบสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้า ซึ่งการไฟฟ้านครหลวงมีความมุ่งมั่นดำเนินการโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ตามแผนของสำนักงาน กสทช. เพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยการนำสายสื่อสารลงใต้ดินจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่ถนนลาดพร้าวถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากเป็นย่านธุรกิจ และที่พักอาศัยหนาแน่น โดยการดำเนินงานครั้งนี้เน้นการรื้อถอนสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้งานออกทั้งหมด หลังจากนั้นจะรื้อถอนเสาไฟฟ้าออกต่อไป และจัดระเบียบสายสื่อสารที่ยังใช้งานอยู่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยตามมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุจากสายสื่อสาร และลดโอกาสเกิดเหตุอัคคีภัยจากการลัดวงจร ซึ่งจะส่งผลให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง และเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ MEA มีแผนดำเนินโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินและโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 โดยครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศไทย
รองผู้ว่าการ MEA กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน จะช่วยสร้างเสถียรภาพในระบบการจ่ายไฟฟ้าให้มากขึ้น ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และที่สำคัญคือทำให้เมืองมีทัศนียภาพที่สวยงาม ไร้เสาสาย สำหรับความคืบหน้าภาพรวมของโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ปัจจุบัน MEA ดำเนินการเปลี่ยนระบบเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินสำเร็จไปแล้ว 105.3 กิโลเมตร โดยในปี 2569 นี้ มีเป้าหมายดำเนินการเพิ่มเติมอีก 39.9 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้มีระยะทางสะสมรวม 145.2 กิโลเมตร และ MEA มีแผนแม่บทที่จะดำเนินการให้ครบตามเป้าหมายเส้นทางที่ได้รับอนุมัติรวม 317.3 กิโลเมตร ภายในปี 2575
MEA ในฐานะหน่วยงานผู้ดูแลระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ได้สนับสนุนการจัดระเบียบสายสื่อสารตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย มีการดำเนินการจัดระเบียบรวมถึงบูรณาการร่วมกันเพื่อจัดทำโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินอย่างต่อเนื่อง โดย MEA พร้อมอำนวยความสะดวกในด้านความปลอดภัยจากการทำงานบนเสาไฟฟ้าให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบสายสื่อสาร เพื่อให้เกิดประโยชน์ในด้านความปลอดภัย ทัศนียภาพที่ดี รวมถึงความมั่นคงด้านระบบไฟฟ้า การลดอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับประชาชนที่พบเห็นสายสื่อสารที่รกรุงรัง หลุดห้อยไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน กสทช. โทร. 1200 หรือพบเห็นสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าของ MEA ชำรุด หรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งเหตุขัดข้องตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารหรือแจ้งเหตุได้ผ่านทาง Line: MEA Connect (@MEAthailand) สัญลักษณ์โล่สีเขียวนำหน้าชื่อบัญชีทางการ เลือกเมนู ติดต่อ MEA Call Center Online 1130 ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง และติดตามข่าวสารงานบริการของ MEA ผ่านทางเว็บไซต์ www.mea.or.th
#MEA #การไฟฟ้านครหลวง #จัดระเบียบสายสื่อสาร #ถนนลาดพร้าว #พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร #SmartCity #SmartLife #รื้อสายสื่อสาร #รื้อสายสื่อสาร #พลังดีดีที่รู้สึกได้ทุกวัน #โครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน #MEAsmartdistribution
Advertisement