
วันที่ 6 พ.ย.2569 บริเวณแยกปฐมพร ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ริมถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) มีประชาชนมารวมกันดักรอให้กำลังใจตั้งแต่ช่วงสาย จากการโพสต์เชิญชวนกันในสื่อออนไลน์ จนมีมารวมตัวกันเพิ่มจนแน่น ทำให้บริเวณนั้นรถสัญจรอย่างชะลอตัว ตลอดการรอให้กำลังใจ รถบรรทุกจำนวนมากบีบแตรส่งสัญญาณให้กับกลุ่มผู้มารวมตัว ชาวบ้านรวมเงินมาให้เพื่อใช้จ่ายในการเดินทางของขบวน อีกทั้งฝากถึงปัญหาค่าครองชีพในปัจจุบันว่าทุกวันนี้ค่าน้ำมันเพื่อเดินทางไปทำงานอย่างเดียวก็จะหมดแล้ว
นางประยูร ชั่งใจ เจ้าของแพปลาใหญ่ใน อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งมีผลกระทบเรือน้ำมันในการเดินเรือ กล่าวว่า ตนเองเห็นราคามะพร้าว 2 บาท มาจะ 30 ปีแล้ว วันนี้ราคา 2 บาท ยังขายยากเลย ข้าวของสินค้าอื่นขึ้นทุกอย่าง น้ำมันก็ขึ้น ขนาดต่างประเทศราคาน้ำมันจะลดลง ประเทศไทยก็ยังขึ้น หากแก้ปัญหาไม่ได้ก็ให้นายกฯออกไปเลย แถมทิ้งท้ายวลี “รวยไม่ไหวแล้ว”
กระทั่งช่วงประมาณ 16.00 น. นายมะโน เครือแก้ว ได้เดินทางมาถึงและขึ้นปราศรัยเป็นเวลาไม่นาน ก่อนกล่าวขอบคุณคนชุมพร ที่มาให้กำลังใจตลอดทาง และชี้แจงจุดยืนว่าถึงข้อเรียกร้องให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันลงลิตรละ 10 บาท และ ปัญหายาเสพติดที่ระบาดทุกพื้นที่ และขบวนจะเดินทางไปถึงประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงเย็นวันที่ 8 พ.ย. 69 ก่อนออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ อ.ท่าแซะ ที่มีชาวบ้านออกมาดักรอให้กำลังใจอีกเช่นกัน โดยมีเป้าหมายเข้าพักค้างคืนที่วัดน้ำตกเขาโพธิ์ทอง ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนเดินทางต่อเข้าสู่กรุงเทพมหานครต่อไป
นายพงษา ชูเนม ได้กล่าวถึงกำลังใจตลอดการเดินทางเห็นถึงการออกมาเพราะความอัดอั้นตันใจในปัญหา จากการบริหารของรัฐบาล และเสียใจที่จ.ชุมพร ยกเลิกการปราศรัยในพื้นที่เขาพางตามกำหนดการแรก แล้วตั้งคำถาม “นึกว่าชุมพรเป็นมณฑลของบุรีรัมย์ไปแล้ว” เป็นการเตือนสติแล้วทิ้งท้ายว่า เราชาวชุมพรลูกเสด็จเตี่ย เคารพสเด็จเตี่ยไม่ได้เคารพเดโชเนวิน
ท้ายนี้นายมะโน เครือแก้ว ก่อนเดินทางได้ให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวขอบคุณน้ำใจและกำลังใจตลอดเส้นทางมากๆ คนชุมพรใจดีกว่าที่เขาบอกกันมา แต่เหตุที่ต้องยกเลิกการปราศรัยที่ จ.ชุมพรนั้น เพราะมีคนเตือนมาถึง 4 คนเรื่องความปลอดภัยทำให้ต้องยกเลิก แต่จะมีการปราศรัยในคืนนี้ที่วัดน้ำตกเขาโพธิ์ทอง ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับจังหวัดชุมพร
Advertisement