
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่ สภ.เมืองนครพนม พระอาจารย์ยุทธตะ อายุ 50 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งใน จังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วยสามเณร อายุ 17 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน หลังก่อเหตุจุดพลุดอกไม้ไฟจนเป็นเหตุให้ไฟลุกไหม้สร้อยพระศอองค์พญาศรีสัตตนาคราช ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา ก่อนจะขับรถยนต์กระบะสีแดงหลบหนีไป ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้
การเดินทางเข้ามอบตัวครั้งนี้ สืบเนื่องจากผู้ก่อเหตุเกิดความสำนึกผิด ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ หรือตั้งใจทำลายทรัพย์สิน แต่เกิดจากความเท่าไม่ถึงการณ์ โดย พระอาจารย์ยุทธตะ เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาเพื่อกราบไหว้พญาศรีสัตตนาคราชด้วยความศรัทธาในช่วงงานประเพณีไหลเรือไฟ แต่สามเณรที่เดินทางมาด้วยได้ถือโอกาสจุดพลุดอกไม้ไฟเพื่อถวายองค์ปู่ โดยไม่คาดคิดว่าพลุจะไปติดสร้อยพระศอจนเกิดไฟลุกไหม้ ด้วยความตกใจและกลัวความผิด จึงรีบขับรถหลบหนีไป แต่เมื่อเห็นข่าวภายหลังจึงตั้งสติได้ และตัดสินใจเดินทางกลับมาสารภาพผิดและยอมรับโทษตามกฎหมายทุกประการ
ต่อมา พ.ต.อ.ธนชิต สุขพัฒนานรากุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม ร่วมกับ นายโชคดี มังคละคีรี รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิองค์พญาศรีสัตตนาคราช ได้นำพระและสามเณรทั้งสองรูปไปทำพิธีขอขมาองค์พญาศรีสัตตนาคราชตามประเพณีความเชื่อ
ขณะเดียวกัน ทางเทศบาลเมืองนครพนมได้จัดพิธีถวายเครื่องบวงสรวงบูชาขอขมากรรม เพื่อความเป็นสิริมงคลของเมือง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดขัดคราบเขม่าควันที่ติดบริเวณองค์พญาศรีสัตตนาคราชออก ซึ่งตัวองค์พญาศรีสัตตนาคราชไม่ได้รับความเสียหายเนื่องจากเป็นเนื้อทองเหลืองทั้งองค์ นอกจากนี้ เตรียมอัญเชิญสร้อยพระศอเส้นใหม่ขึ้นถวายแทนเส้นที่เสียหาย และกำหนดมาตรการป้องกันความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก
ด้านคณะกรรมการมูลนิธิพญาศรีสัตตนาคราช ได้มีการหารือและมีความเห็นว่าจะไม่เอาความ เนื่องจากเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุและผู้ก่อเหตุไม่ได้มีเจตนา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีอาญา พ.ต.อ.ธนชิต เปิดเผยว่า คดีนี้เข้าข่ายฐานความผิดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะทำการรวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
Advertisement