
วันที่ 26 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา น.ส.สุรินธิดา (สงวนนามสกุล) ลูกจ้างภารกิจ ตำแหน่งผู้ช่วยนักประชาสัมพันธ์ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่งใน อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้นำพวงมาลัยพร้อมจุดธูปไหว้ศาลพระภูมิหน้า อบต. เพื่อขอความเป็นธรรม โดยหวังให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้นายก อบต.และปลัด อบต. ให้ความเป็นธรรมกับตนเอง
น.ส.สุรินธิดา ยอมรับว่า ขณะนี้รู้สึกกังวลและกลัวว่าจะถูกกลั่นแกล้ง จึงอยากฝากถึงผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับตนเองด้วย
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา น.ส.สุรินธิดา ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน และยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ โดยกล่าวหาว่าถูกปลัด อบต.ใช้อำนาจกดดันให้พ้นจากหน้าที่ ทั้งการเรียกไปตำหนิด้วยถ้อยคำหยาบคายหลายครั้ง และการประเมินผลการปฏิบัติงานในระดับ “พอใช้” ซึ่งเธอเชื่อว่าอาจส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง ทั้งที่ที่ผ่านมาได้รับการประเมินในระดับดีเยี่ยมมาโดยตลอด
น.ส.สุรินธิดา ระบุว่า จุดเริ่มต้นของปัญหาเกิดจากการขอเบิกเงินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ AI จำนวน 750 บาท ก่อนจะเกิดความขัดแย้งกับปลัด อบต. จนต้องนำหลักฐานคลิปเสียงเข้าแจ้งความที่ สภ.คูเมือง ในข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาเจ้าหน้าที่จากสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ ท้องถิ่นอำเภอคูเมือง และศูนย์ดำรงธรรม ได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้องภายใน อบต.พรสำราญ
อย่างไรก็ตาม น.ส.สุรินธิดา เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา นายก อบต.และนิติกรได้เรียกตนเข้าพบภายในห้องประชุม พร้อมยื่นหนังสือให้ลงลายมือชื่อรับทราบ โดยเนื้อหาในหนังสือระบุว่า เธอเป็นผู้โพสต์ข้อความบนโลกออนไลน์ด้วยตนเองจนทำให้ อบต.พรสำราญ ได้รับความเสียหาย พร้อมกำหนดเงื่อนไขให้ถอนแจ้งความที่ สภ.คูเมือง ถอนเรื่องร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม และถอนเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์
น.ส.สุรินธิดา กล่าวว่า หลังอ่านข้อความแล้วรู้สึกว่าตนเองอาจเสียเปรียบและกังวลว่าอาจถูกนำเอกสารดังกล่าวไปใช้ดำเนินการทางกฎหมาย จึงทักท้วงกลับไปว่า “หนูเป็นผู้เสียหาย ทำไมให้หนูสารภาพ”
Advertisement