
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบน ในขณะที่ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่า มีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำเนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 26 - 29 ตุลาคม 2569 ดังนี้
1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง บริเวณภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดชุมพร (อำเภอพะโต๊ะ และหลังสวน) จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง กระบุรี กะเปอร์ และสุขสำราญ) จังหวัดพังงา (อำเภอเกาะยาว กะปง คุระบุรี ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า ทับปุด ท้ายเหมือง และเมืองพังงา) จังหวัดภูเก็ต (อำเภอเมืองภูเก็ต ถลาง และกะทู้) จังหวัดกระบี่ (อำเภอเกาะลันตา คลองท่อม เขาพนม เมืองกระบี่ เหนือคลอง อ่าวลึก ปลายพระยา และลำทับ) จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอกาญจนดิษฐ์ เกาะพะงัน เกาะสมุย เคียนซา ไชยา ชัยบุรี ดอนสัก ท่าฉาง ท่าชนะ บ้านตาขุน บ้านนาเดิม บ้านนาสาร พนม พระแสง พุนพิน เมืองสุราษฎร์ธานี วิภาวดี เวียงสระ และคีรีรัฐนิคม) จังหวัดนครศรีธรรมราช (อำเภอขนอม จุฬาภรณ์ ฉวาง เฉลิมพระเกียรติ ชะอวด ช้างกลาง เชียรใหญ่ ท่าศาลา ทุ่งสง ทุ่งใหญ่ ถ้ำพรรณรา นบพิตำ นาบอน บางขัน พรหมคีรี พระพรหม พิปูน ร่อนพิบูลย์ เมืองนครศรีธรรมราช ลานสกา สิชล และหัวไทร) จังหวัดตรัง (อำเภอกันตัง นาโยง ปะเหลียน เมืองตรัง ย่านตาขาว รัษฎา วังวิเศษ สิเกา ห้วยยอด และหาดสำราญ) จังหวัดสตูล (อำเภอควนกาหลง ควนโดน ท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง เมืองสตูล และละงู) จังหวัดพัทลุง (อำเภอกงหรา ควนขนุน ตะโหมด ปากพะยูน ป่าบอน ป่าพะยอม เมืองพัทลุง ศรีนครินทร์ และศรีบรรพต) จังหวัดสงขลา (อำเภอกระแสสินธุ์ จะนะ นาทวี นาหม่อม บางกล่ำ รัตภูมิ สะเดา สะบ้าย้อย คลองหอยโข่ง ควนเนียง และหาดใหญ่) จังหวัดยะลา (อำเภอกาบัง กรงปินัง ธารโต บันนังสตา เบตง เมืองยะลา ยะหา และรามัน) จังหวัดปัตตานี (อำเภอกะพ้อ โคกโพธิ์ ทุ่งยางแดง ปะนาเระ มายอ ไม้แก่น เมืองปัตตานี ยะรัง ยะหริ่ง สายบุรี หนองจิก และแม่ลาน) และจังหวัดนราธิวาส (อำเภอเจาะไอร้อง ตากใบ บาเจาะ เมืองนราธิวาส ระแงะ รือเสาะ แว้ง ศรีสาคร สุไหงโก-ลก สุไหงปาดี สุคิริน และจะแนะ)
2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ ๘๐ ของความจุเก็บกัก ได้แก่ อ่างเก็บน้ำรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกักบริเวณ จังหวัดชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ คลองชุมพรและแม่น้ำหลังสวน จังหวัดชุมพร แม่น้ำตาปี และแม่น้ำพุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี แม่น้ำตะกั่วป่า จังหวัดพังงา คลองชะอวดและคลองท่าดี จังหวัดนครศรีธรรมราช คลองปะเหลียนและแม่น้ำตรัง จังหวัดตรัง คลองละงูและคลองดุสน จังหวัดสตูล คลองท่าแนะ จังหวัดพัทลุง แม่น้ำปัตตานี จังหวัดปัตตานีและยะลา แม่น้ำสายบุรี จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส แม่น้ำโก-ลกและคลองตันหยงมัส จังหวัดนราธิวาส
ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้
1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ
2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและอิทธิพลของการขึ้น – ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก
3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที
4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์
Advertisement