
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปรายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. พบปริมาณฝนตกสูงสุดรายภาค โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ จ.บึงกาฬ 141 มิลลิเมตร และภาคเหนืออยู่ที่ จ.สุโขทัย 102 มิลลิเมตร ขณะที่ภาคตะวันตก จ.เพชรบุรี มีฝนตก 93 มิลลิเมตร ภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช 72 มิลลิเมตร ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา 56 มิลลิเมตร และภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี 46 มิลลิเมตร
สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ทั้งนี้ สทนช. คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 6–7 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มกระทบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นส่งผลกระทบต่อภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ข้อมูล ณ เวลา 06.00 น. ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยที่สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำอยู่ที่ 35.45 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.80 เมตร) และสถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำอยู่ที่ 26.05 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.16 เมตร) ส่วนสถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,038 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำ 22.84 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.86 เมตร) โดยปัจจุบันมีการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,500 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.32 ม.รทก. และท้ายเขื่อนอยู่ที่ +15.93 ม.รทก.
พร้อมกันนี้ สทนช. ได้ออกประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 9/2569 เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 5–7 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่เสี่ยงครอบคลุมทุกภาคของประเทศ อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงจังหวัดในภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ อีกทั้งขอให้เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ และเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นฉับพลันในลำน้ำสาขาสำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำปิง แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำปราจีนบุรี และแม่น้ำโก-ลก
ส่วนสถานการณ์น้ำใน 3 เขื่อนหลักพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พบว่า เขื่อนหนองปลาไหลมีปริมาณน้ำเกินความจุอยู่ที่ 103% (168 ล้าน ลบ.ม.) เขื่อนประแสร์มีน้ำเต็มความจุ 100% (294 ล้าน ลบ.ม.) และเขื่อนบางพระมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 82% (95 ล้าน ลบ.ม.) จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์ข่าวสารอย่างใกล้ชิด
Advertisement