
น.ส.จินตนา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี อดีตแฟนสาวของ นายณัฐวุฒิ (สงวนนามสกุล) เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ว่า เมื่อปี 2566 ตนไปเดินป่าและได้พบกับนายณัฐวุฒิ ซึ่งเป็นสตาฟของกลุ่มเดินป่าอีกกลุ่มหนึ่ง แต่เข้ามาพูดคุยและดูแลตนเป็นพิเศษ โดยช่วงนั้นตนเพิ่งเลิกรากับแฟนเก่า จึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายเข้ามาช่วยดูแลสภาพจิตใจในลักษณะพี่ชาย ก่อนจะแลกช่องทางติดต่อและพูดคุยกันเรื่อยมา กระทั่งตกลงคบหากันเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566
น.ส.จินตนา เล่าว่า หลังคบหากันได้ไม่นาน ทั้งคู่เดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด โดยนายณัฐวุฒิอ้างว่าต้องโอนเงินสำหรับการเดินป่า แต่ติดปัญหาเรื่องธนาคาร จึงขอให้ตนช่วยโอนเงินให้ก่อนจำนวน 10,000 บาท ซึ่งตนก็ยินยอม เพราะเชื่อใจอีกฝ่าย ประกอบกับนายณัฐวุฒิมักพูดถึงธุรกิจของตัวเองและแสดงให้เห็นว่ามีฐานะดี รวมถึงเคยเปิดลิ้นชักให้ดูเงินสด ทำให้ตนเชื่อว่าอีกฝ่ายมีเงินจริง แต่หลังจากนั้นกลับไม่ได้รับเงินคืน
ต่อมาในเดือนมกราคม นายณัฐวุฒิเล่าว่าอยากได้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า Monkey เหมือนเพื่อนในกลุ่มมอเตอร์ไซค์ โดยขอใช้ชื่อตนเป็นผู้ผ่อนรถ แต่ตนปฏิเสธ ก่อนที่อีกฝ่ายจะขอยืมเงินก้อนจำนวน 110,000 บาท อ้างว่าจะคืนให้ช่วงปลายปี และนำเงินไปซื้อรถด้วยเงินสดในชื่อตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่ารถคันดังกล่าวถูกนำไปไว้ที่ไหน โดยนายณัฐวุฒิอ้างว่านำไปไว้ที่อู่ ก่อนจะมาทราบภายหลังว่า รถไม่ได้ถูกนำไปขายในราคา 80,000 กว่าบาทตามที่เข้าใจ แต่มีการนำเงินไปซื้อรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์อีกคัน ทั้งนี้ รายละเอียดเรื่องเงินและรถดังกล่าวเป็นข้อมูลจากคำบอกเล่าของผู้ร้องเรียน ซึ่งยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
น.ส.จินตนา เล่าต่อว่า เมื่อปีที่ผ่านมา เคยจับได้ว่านายณัฐวุฒิแอบพูดคุยกับผู้หญิงคนอื่น จนเกิดการทะเลาะวิวาทกัน ก่อนจะตัดสินใจกลับมาคบกันอีกครั้ง และหลังจากนั้นตนไม่ได้ตรวจสอบโทรศัพท์ของฝ่ายชายอีก
ต่อมาในปีถัดมา เนื่องจากนายณัฐวุฒิทำงานเป็นนักดนตรีด้วย จึงพาตนไปที่ร้านอาหารย่านพระราม 5 โดยอ้างว่าอยากให้ไปด้วย แม้บางครั้งฝ่ายชายจะกลับถึงบ้านช่วงเที่ยงคืนหรือประมาณตีหนึ่ง ขณะที่ตนต้องตื่นไปทำงานในตอนเช้า แต่ก็ยอมไปเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และยังเชื่อใจอีกฝ่าย แม้จะเห็นว่าเขาใกล้ชิดกับนักร้องสาวหลายคน รวมถึงขับรถไปรับไปส่ง โดยไม่เคยคิดว่าจะมีพฤติกรรมเกินเลยกับผู้หญิงเหล่านั้น
น.ส.จินตนา ระบุว่า จุดเริ่มต้นของการเปิดเผยเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 หลังตนโพสต์คอนเทนต์ร่วมกับอดีตแฟนหนุ่มบนสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นมีหญิงรายหนึ่งติดต่อมาทาง TikTok เพื่อสอบถามว่าตนเป็นแฟนของนายณัฐวุฒิหรือไม่ ก่อนเล่าถึงพฤติการณ์ที่อ้างว่าชายคนดังกล่าวพยายามล่วงละเมิดทางเพศระหว่างการถ่ายแบบ
เมื่อได้รับฟังเรื่องราวจากผู้หญิงรายดังกล่าว ตนจึงเริ่มรับรู้ถึงพฤติกรรมที่ไม่เคยทราบมาก่อน และตัดสินใจยุติความสัมพันธ์อย่างเด็ดขาดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569
หลังจากคลิปคอนเทนต์ที่ทั้งคู่ทำร่วมกันได้รับความสนใจและมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ก็มีหญิงสาวทยอยติดต่อเข้ามาเล่าประสบการณ์ที่อ้างว่าเคยพบเจอกับนายณัฐวุฒิ โดย น.ส.จินตนา ระบุว่ามีผู้หญิงติดต่อเข้ามามากกว่า 20 ราย
น.ส.จินตนา เปิดเผยว่า จากเรื่องราวที่ได้รับฟัง ผู้หญิงส่วนใหญ่กล่าวอ้างว่าถูกชักชวนให้ไปถ่ายแบบหรือถ่ายคอนเทนต์ตามสถานที่ต่างๆ โดยเสนอให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอในลักษณะคู่รักหรือฟีลแฟน ก่อนจะมีพฤติกรรมสัมผัสตัวนางแบบระหว่างถ่ายทำ จนทำให้รู้สึกอึดอัด และหลังจากถ่ายเสร็จก็พยายามเข้ามาจีบต่อ
นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างถึงการแสดงฐานะร่ำรวยและการอ้างว่ามีสปอนเซอร์สนับสนุน โดยระบุว่ามีสปอนเซอร์ 3 ราย รายละ 4,000 บาท รวมถึงมีการนำชื่อเพื่อนของตนไปกล่าวอ้างว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังและไม่ว่างรับงาน จึงต้องการหาผู้หญิงคนอื่นมาถ่ายงานแทน ทั้งที่เพื่อนคนดังกล่าวประกอบอาชีพพยาบาลเช่นเดียวกับตน ไม่ได้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ตามที่กล่าวอ้าง
น.ส.จินตนา ระบุอีกว่า ในบรรดาผู้หญิงที่ติดต่อเข้ามา มีบางรายให้ข้อมูลว่า ถูกหลอกไปถ่ายแบบก่อนถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีผู้หญิงที่กล่าวอ้างว่าถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์เกือบ 10 ราย
นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายบางรายอ้างว่าถูกข่มขู่ไม่ให้เข้าแจ้งความ โดยฝ่ายชายกล่าวอ้างว่ารู้จักตำรวจยศใหญ่ รู้จักทนายความ และมีทะเบียนสมรส พร้อมขู่ว่าจะฟ้องร้อง รวมถึงมีการกล่าวอ้างถึงการถ่ายคลิปและขู่ว่าจะเผยแพร่คลิปดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลจากผู้ร้องเรียนว่า นายณัฐวุฒิอ้างว่าเป็นบุคคลของบริษัทบันเทิงแห่งหนึ่ง และรู้จักอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมาก ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
นอกจากเรื่องที่ผู้หญิงหลายรายเข้ามาร้องเรียนแล้ว น.ส.จินตนา ยังเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 15.55 น. พบอุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง GPS แบบไร้สายอยู่ในกระเป๋าของตนเอง เมื่อติดต่อสอบถามนายณัฐวุฒิ อดีตแฟนหนุ่ม จึงทราบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นของฝ่ายชาย
ด้วยความกังวลว่าอาจเกิดอันตรายต่อตนเอง บุคคลใกล้ชิด หรือทรัพย์สิน จึงนำอุปกรณ์ GPS ดังกล่าวไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม เก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งความลงบันทึกไว้กับพนักงานสอบสวน
นอกจากนี้ น.ส.จินตนา ยังแจ้งความเพิ่มเติมว่า เมื่อประมาณปี 2568 นายณัฐวุฒิได้นำรถยนต์ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ของตนไปใช้ถ่ายคอนเทนต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ โดยที่ตนไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน
กระทั่งวันที่ 17 ตุลาคม 2569 มีบุคคลที่อ้างว่าได้รับความเสียหายจากนายณัฐวุฒิติดต่อมาหา พร้อมแจ้งว่ารถยนต์คันดังกล่าวถูกนำไปใช้แอบอ้างและหลอกลวงบุคคลอื่น โดยตนไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องด้วย จึงเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว และไม่ประสงค์จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับนายณัฐวุฒิอีกต่อไป
ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติการณ์ของนายณัฐวุฒิและจำนวนผู้เสียหายทั้งหมดเป็นคำกล่าวอ้างจากผู้ร้องเรียนและบุคคลที่ติดต่อเข้ามา ยังต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างรอบด้าน
ด้าน น.ส.ปรายดาว (สงวนนามสกุล) นักดนตรีที่รับงานเล่นดนตรีกลางคืนและทำคอนเทนต์บน TikTok เล่าว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อชายคนดังกล่าวทักข้อความมาทาง TikTok สอบถามว่า สนใจไปเล่นดนตรีที่ร้านหรือไม่ ก่อนขอช่องทางติดต่อผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งตนได้ส่งให้และมีการนัดหมายรับงานร้องเพลงที่ร้านอาหาร โดยอ้างว่ามีผู้ว่าจ้างต้องการให้ไปร้องเพลง
เมื่อเดินทางไปถึงร้าน ชายคนดังกล่าวสอบถามอายุและอาชีพ พร้อมเปิดรูปศิลปินและบุคคลในวงการบันเทิงให้ดู โดยอ้างความเกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านั้น รวมถึงเปิดภาพถ่ายร่วมกับนักร้องดังอย่าง โจอี้ บอย และเสก โลโซ ให้ดูด้วย
จากนั้นตนขึ้นร้องเพลงโฟล์กเดี่ยว ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะขึ้นมาร่วมร้องเพลงและสร้างความสนุกสนานให้ลูกค้า ทำให้ตนรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น อีกทั้งเห็นว่าเขามีแฟนสาวมาด้วย จึงไม่ได้ระแวงมากนัก
อย่างไรก็ตาม ระหว่างอยู่ในร้าน ชายคนดังกล่าวมีพฤติกรรมเข้ามาจี้เอวและสัมผัสตัว ทำให้ตนตกใจ โดยวันนั้นตนสวมเสื้อสายเดี่ยวและมีผ้าคลุมปิดไว้ เห็นช่วงเอวเพียงเล็กน้อย แต่ชายคนดังกล่าวกลับพูดทำนองว่าเหตุใดจึงต้องคลุมผ้าไว้และพยายามให้ถอดออก เมื่อตนชี้แจงว่าเป็นแฟชั่นที่แต่งกายเช่นนั้น เขาก็ยังพยายามพูดให้ถอดผ้าออกอีก
หลังร้องเพลงเสร็จ ชายคนดังกล่าวโอนเงินค่าจ้างให้ ก่อนชักชวนออกไปพูดคุยด้านนอกร้าน พร้อมอวดรถเบนซ์สีดำเทา แต่วันนั้นไม่มีเหตุการณ์อื่นเกิดขึ้น
น.ส.ปรายดาว เล่าต่อว่า วันถัดมา ชายคนดังกล่าวทักมาย้ำเรื่องคิวงานร้องเพลง พร้อมสอบถามว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ เมื่อตนบอกว่าจะนำรถไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เขาก็ส่งข้อมูลร้านที่ตนเองใช้บริการเป็นประจำมาให้ พร้อมแนะนำสาขาใกล้บ้านและส่งเบอร์โทรศัพท์มาให้ ก่อนชักชวนว่าเมื่อทำรถเสร็จแล้วจะมารับไปกินข้าวด้วยกัน
ตอนนั้นตนตอบรับไปก่อน เพราะเกรงว่าจะเสียโอกาสในการทำงานและการสร้างคอนเนกชัน แต่พยายามหาทางปฏิเสธในภายหลัง โดยอ้างว่าไม่ว่างและไม่ได้ไปกินข้าวด้วย
หลังจากนั้นประมาณ 3-4 วัน ชายคนดังกล่าวติดต่อมาอีกครั้ง โดยเสนอว่ามีงานอีเวนต์ให้ พร้อมบอกว่าเป็นงานสบายและเวลาทำงานเหมาะสม ก่อนโทรศัพท์มาอธิบายรายละเอียด โดยอ้างว่ามีคนในร้านต้องการจ้างตนไปร้องเพลง ซึ่งตนขอเวลาตัดสินใจและปรึกษาครอบครัว ก่อนจะปฏิเสธงานในที่สุด
น.ส.ปรายดาว ระบุว่า หลังจากปฏิเสธงานหลายครั้งก็เริ่มรู้สึกกลัวและไม่รับงานจากชายคนดังกล่าวอีก ต่อมายังมีการติดต่อเสนออีเวนต์เพิ่มเติม โดยอ้างว่าเจ้าของงานวันเกิดชื่นชอบตนอีกครั้ง ทำให้เกิดความสงสัยว่าเหตุใดจึงมีผู้ต้องการจ้างงานตนบ่อยครั้ง และคลิปการร้องเพลงของตนอาจถูกนำไปเสนอให้ผู้ว่าจ้างรายอื่นหรือไม่ ท้ายที่สุด ตนตัดสินใจไม่ติดต่อและไม่รับงานจากชายคนดังกล่าวอีก เนื่องจากรู้สึกไม่สบายใจและหวาดกลัว โดยเฉพาะเมื่อทราบว่าอีกฝ่ายมีแฟนสาวอยู่แล้ว
ขณะที่ นางไผ่ อายุ 50 ปี ผู้จัดหานักดนตรีมาร้องที่ร้านอาหารย่านปทุมธานี แฉพฤติกรรมของ นายวุฒิ ว่าเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2567 นายวุฒิเคยค้างค่าจ้างเล่นดนตรีของแฟน เมื่อพยายามทักไปทวงถาม นายวุฒิก็เกิดโมโห ขับรถมาอาละวาดถึงที่ร้าน พร้อมพกอาวุธปืนมาข่มขู่ หนำซ้ำยังใช้มือทุบไปที่หลังคารถของเธอจนบุบ โดยยังอ้างอีกว่าเป็นทหารยศร้อยโท และเป็นชุดสืบของทหารทหารบก ซึ่งแฟนของเธอเคยเห็นชุดทหารและบัตรทหารอยู่ในรถของนายวุฒิ
นอกจากนี้ นายวุฒิ ยังมีพฤติกรรมลามกชอบพูดจาแซวลูกค้าและนักร้องในร้านเชิง 18+ ครั้งหนึ่งนายวุฒิเคยพยายามโชว์ควักเงินกว่า 5,000 บาท เลี้ยงค่าอาหารนักร้องหญิงเพื่อเอาใจ
ด้าน หญิงสาวรายหนึ่ง อายุ 19 ปี เล่าว่า ได้รู้จักกับชายคนดังกล่าว ระหว่างกำลังไลฟ์สด ฝ่ายชายได้ส่งข้อความมาชักชวนให้ไปเทสหน้ากล้อง และนัดมาพบกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม โดยเธอขับรถมากับพร้อมกับน้อง แต่เมื่อมาถึง ชายคนนั้นดังกล่าวได้บอกให้น้องไปรอที่ห้างฯ และให้เธอขึ้นไปคุยกันบนรถและพาไปยังจอดรถโดยได้พยายามคุยเรื่องส่วนตัวต่างๆ หลายเรื่อง กระทั่งเริ่มเปลี่ยนเรื่องมาคุยเรื่องเพศ และพยายามชักชวนเธอให้มีเพศสัมพันธ์ด้วยกัน พร้อมกับนำเงินสดเป็นปึกพร้อมโทรศัพท์ iPhone 18 มาเป็นข้อเสนอแลกเปลี่ยน เพื่อขอให้เธอเป็นแฟน พร้อมยืนยันว่าเขาเป็นคนดี แต่เธอปฏิเสธ ทว่าหลังจากนั้นฝ่ายชายเริ่มคุกคามด้วยการจับหัวไปหอม และจับมือของเธออ้างว่าเป็นการทดลอง หากจะต้องเล่นบทบาทนี้ ทั้งที่ตลอดเวลาไม่ได้อยู่หน้ากล้องหรือหลังกล้องแต่อย่างใด เพราะอยู่ในรถอยู่แบบนั้นประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนจะยอมปล่อยเธอลงจากรถ ซึ่งเธอรู้สึกหวาดกลัวจึงรีบแจ้งความ ที่ สน.คันนายาว ทันที
Advertisement