
จากกรณีการแชร์คลิปบนโลกออนไลน์ของกลุ่มผู้ใช้ล้อเดียวไฟฟ้า (Electric Unicycle หรือ EUC) โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ขี่ล้อเดียวลงมาจากดอยสุเทพด้วยความเร็วและท่าทางน่าหวาดเสียว เสี่ยงเกิดอันตรายต่อผู้ร่วมใช้รถใช้ถนนในเส้นทางลาดชันและคดเคี้ยว
ล่าสุดพบว่ามีการขุดประวัติและพฤติกรรมในการทำคอนเทนต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวเพิ่มเติม โดยพบการขี่ไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งเส้นทางธรรมชาติ เส้นทางจราจร ถนนหลวง และทางสาธารณะโดยไม่สนใจกฎหมาย
จากการขุดภาพและคลิปทำคอนเทนต์ พบพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายหลายกรณี
ทั้งขี่ล้อเดียวไฟฟ้าด้วยความเร็วและหวาดเสียวในเส้นทางขึ้น-ลงดอยสุเทพ ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ประชาชนใช้สัญจร
นอกจากนี้ยังพบคลิปชายคนดังกล่าวอุ้มลูกน้อยขณะขี่ล้อเดียวไฟฟ้าไปตามถนนในเมืองเชียงใหม่ โดยมืออีกข้างถือกล้องถ่ายคลิปทำคอนเทนต์ไปด้วย สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมและความเสี่ยงอันตรายต่อเด็กหากเกิดอุบัติเหตุ
และยังพบว่ากลุ่มผู้ขี่ล้อเดียวไฟฟ้าได้ขี่ขึ้นไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติของน้ำตกแม่หาด ในเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเท้า โดยขี่ขึ้นไปจนถึงตัวน้ำตกพร้อมถ่ายคลิปทำคอนเทนต์ตลอดเส้นทาง
ล่าสุดนายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (สบอ.16) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยกรณีขี่ล้อเดียวไฟฟ้าลงดอยสุเทพ (ถนนศรีวิชัย) ซึ่งเป็นเขตทางออกจากอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จะอยู่ภายใต้การควบคุมของ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก และ พ.ร.บ.จราจรทางบก ส่วนกรณีการใช้ล้อเดียวไฟฟ้าในเขตอุทยานแห่งชาติ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ห้ามมิให้ขับขี่ก่อความหวาดเสียวหรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญ พร้อมแจ้งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ให้เร่งตรวจสอบกรณีขี่ล้อเดียวขึ้นน้ำตกแม่หาด ซึ่งอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายตามมาตรา 19 (2) และมาตรา 20 เพื่อดำเนินการต่อไป
ด้านพล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายก่อให้เกิดความหวาดเสียวและเสี่ยงอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น จึงสั่งการให้ตำรวจจราจรเชียงใหม่ตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่เพื่อกำหนดมาตรการและแนวทางป้องกัน
และล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. ทาง สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ได้เรียกตัว นายไชย (นามสมมติ) ชาว ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ล้อเดียวไฟฟ้า พร้อมนำของกลางล้อเดียวไฟฟ้าเข้ามาดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เน้นย้ำและประชาสัมพันธ์แจ้งไปยังประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนว่า "ยานพาหนะประเภทล้อเดียวไฟฟ้า หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ไม่สามารถนำมาขับขี่บนท้องถนนสาธารณะได้" เนื่องจากผิดกฎหมายจราจรทางบก และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง โดยเฉพาะในเส้นทางลาดชันและทางโค้งอันตราย
Advertisement