
เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 15 ต.ค. 69 เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.วังแขม และตำรวจสายตรวจตำบลวังแขม อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งรถเก๋งขับพุ่งร่วงลงจาก “สะพานศรีมงคลวชิรานุสรณ์” หรือสะพานวังแขม ม.1 ต.วังแขม อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงเชื่อมโยงระหว่าง ต.วังแขม ข้ามไป ต.แม่ลาด อ.คลองขลุง ซึ่งอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
โดยได้ทรุดตัวลงเมื่อช่วงต้นปี 66 ที่ผ่านมา เนื่องจากมีกระแสน้ำและภัยธรรมชาติ ทำให้สะพานถล่มไม่สามารถใช้การได้ จนถึงปัจจุบันนานกว่า 3 ปี สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบรถเก๋ง พลิกคว่ำหงายท้องอยู่ด้านล่าง มีผู้โดยสารมาในรถทั้งหมด 3 คน เป็นพ่อแม่ลูกได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทั้งหมดเป็นชาว จ.สมุทรปราการ โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือทั้งหมดขึ้นมาจากด้านล่างที่มีความลึกกว่า 5 เมตร เพื่อนำส่งโรงพยาบาลคลองขลุง โชคดีมากที่ด้านล่างเป็นพื้นทราย และไม่ใช่ช่วงที่เป็นกระแสน้ำลึก ไม่อย่างนั้นอาจเกิดการสูญเสียอย่างแน่นอน
จากการสอบถามข้อมูลจากชาวบ้าน พบว่าจุดดังกล่าวเป็นบริเวณทางขึ้นสะพานฝั่งหน้าวัดจันทาราม แต่เนื่องจากสะพานอยู่ระหว่างการซ่อมแซมไม่แล้วเสร็จนานกว่า 3 ปีกว่าแล้ว ปกติจะมีเเบริเออร์แผงกั้นห้ามรถทุกชนิดข้ามสัญจร แต่เมื่อช่วง 2-3 วันก่อน ผู้รับเหมาได้มาขนอุปกรณ์ขึ้นไปทำงานบนสะพาน แต่ไม่ได้นำอุปกรณ์ป้องกันปิดกั้นไว้ดังเดิม อีกทั้งผู้ประสบเหตุเป็นคนต่างถิ่นอาจไม่ชินทางและไม่ทราบว่าสะพานปิดการใช้งานจนขับรถพุ่งลงไปดังกล่าว โดยชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมสะพานให้แล้วเสร็จและมีมาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยกว่านี้ซึ่งโชคดีว่ารอบนี้ไม่มีความสูญเสียจนถึงชีวิต ซึ่งไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอีกเป็นครั้งที่สอง
ต่อมาเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ต.ค. 69 ที่บริเวณสะพานศรีมงคลวชิรานุสรณ์ หรือสะพานวังแขม ม.1 ต.วังแขม อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางหลวงชนบท ,จนท.ป้องกัน อบต.วังแขม ใด้เข้ามาตรวจสอบจุดเกิดเหตุและตั้งกรวยตั้งแบริเออร์ปิดทางขึ้นสะพานเพื่อป้องกันเหตุซ้ำอีก โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการยกรถของผู้เสียหายขึ้นมาจากด้านล่างเรียบร้อย โดยขณะนี้ผู้บาดเจ็บอาการปลอดภัย และออกจากโรงพยาบาลแล้วเตรียมที่จะเดินทางเข้าแจ้งความหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย
ขณะที่ น.ส.นาตยา ประภาทร อายุ 40 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ และเข้าไปช่วย เล่าให้ฟังว่า ช่วงเวลาดังกล่าวสามีของตนนั่งทำงานอยู่หน้าบ้าน และเห็นรถขับขึ้นไปบนสะพาน หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงดังสนั่น จึงมาเรียกตนที่อยู่ในบ้านออกไปดูก็พบว่ารถเก๋งคันดังกล่าวร่วงลงไปหงายท้องอยู่ด้านล่างแล้ว จึงได้เร่งช่วยกันนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดขึ้นมา โดยผู้เป็นพ่อมีอาการเจ็บหน้าอก ส่วนผู้เป็นแม่ขอให้ช่วยนำตัวของลูกสาวออกมาจากรถ จากนั้นก็พาทั้งหมดส่งโรงพยาบาล โดยปกติจุดนี้จะมีอุปกรณ์กั้น เพื่อป้องกันไม่ให้รถขับขึ้นสะพานที่กำลังซ่อม แต่เมื่อหลายวันก่อน (14 ต.ค. 69) ผู้รับเหมาได้เปิดเข้าไปเก็บอุปกรณ์ลงมาจากหน้างานแต่น่าจะลืมที่จะปิดจุดดังกล่าวจนทำให้รถเกิดเหตุตกลงไป โดยบริเวณจุดนี้ไม่ได้มีป้ายเตือนแต่อย่างใด ยังโชคดีที่สามีของตนได้ยินเสียงเลยเข้าไปช่วยเพราะช่วงเวลานั้นดึกแล้วถ้าเกิดไม่มีคนเห็นก็จะไม่รู้ว่ามีเหตุรถตกลงไป
ขณะที่ นายมาโนช สารภี นายช่างโยธาชำนาญการทางหลวงชนบท ให้ข้อมูลว่า “ มีชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่าหลายวันก่อนผู้รับจ้างซ่อมสะพานได้เข้าไปเอาเครื่องมือด้านในแต่กลับไม่ได้ปิดจุดกั้นห้ามเข้า จนเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เชิงที่ผ่านมาได้มีการปิดกั้นจุดนี้ตลอดเวลา ซึ่งจากนี้คงต้องรอให้ผู้บริหารขององค์กรและผู้รับเหมาได้พูดคุยเยียวยาผู้เสียหายต่อไป
ด้าน นายณัฐพงศ์ มีชัย อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.วังแขม เล่าว่า หลังจากได้รับแจ้งตนได้เดินทางมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุก็พบว่ารถเก๋งได้คว่ำหงายท้องร่วงลงไปแล้ว ซึ่งผู้บาดเจ็บก็ได้ร้องขอความช่วยเหลือโดยมีชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยขึ้นมา และนำส่งโรงพยาบาล จากที่ตนเห็นทั้งจุดที่ขึ้นสะพานและจุดที่ร่วงลงไปไม่มีอุปกรณ์ใดกั้นห้ามเพื่อความปลอดภัยแต่อย่างใด และมืดไม่มีแสงไฟส่องสว่างแต่อย่างใด หากไม่ใช่คนในพื้นที่ ไม่คุ้นชินเส้นทางก็ไม่มีทางรู้เลยว่าสะพานปิดห้ามใช้เนื่องจากกำลังซ่อมแชม
Advertisement