
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีชายที่ถูกกล่าวหาว่าแอบอ้างเป็นจิตอาสา หลอกให้อาจารย์เบียร์และขวัญ อุษามณี โอนเงินบริจาคสำหรับจัดทำโรงทานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยทั้งสองได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ร่มเกล้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้มีสื่อมวลชนหลายสำนักนำเสนอข่าวไปแล้ว
ล่าสุด ภายหลังข่าวเผยแพร่ออกไป มีพระสงฆ์ในพื้นที่ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความ ระบุว่า “#ให้กรรมตามทันเร็วไว้ เคยมาแอบอ้างทางวัดและคนที่รู้จักกับพระก็ไม่รู้โดนไป คนละเท่าไหร่ เพราะเราก็ไม่รู้” ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่บางรายออกมาให้ข้อมูลว่า ชายคนดังกล่าวเคยอาศัยอยู่ใน อ.กุดจับ และมีพฤติการณ์แอบอ้างเรื่องการทำบุญขอรับบริจาคเงินมาแล้วหลายครั้ง
ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัดศรีสว่างอารมณ์ หรือวัดบ้านจุ้ม ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พบพระอธิการศิวกร ปภสฺสโร เจ้าอาวาสวัด เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พระอธิการศิวกร เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2565 ชายที่รู้จักกันในชื่อ “ไอ้อ้วน” ทักข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กของวัด โดยอ้างว่าเป็นชาว จ.ชุมพร มีสวนยางพารา และมีญาติอยู่ในพื้นที่ อ.กุดจับ เมื่อทราบว่าทางวัดมีโครงการจัดสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณ จึงเสนอตัวช่วยหล่อองค์ท้าวเวสสุวรรณให้ฟรีจำนวน 2 องค์ พร้อมส่งภาพถ่ายโรงงานและภาพขั้นตอนการหล่อมาให้ดูเป็นระยะ ทำให้ทางวัดหลงเชื่อ
ต่อมาเมื่อใกล้ถึงกำหนดส่งมอบ ชายคนดังกล่าวอ้างว่ากำลังนำองค์ท้าวเวสสุวรรณขึ้นรถบรรทุกมาส่ง แต่เงินค่าน้ำมันไม่เพียงพอ ขอให้ทางวัดโอนเงินช่วยเหลือก่อน 5,000 บาท หลังโอนเงินแล้วกลับอ้างอีกว่าเดินทางถึง จ.นครราชสีมา แต่น้ำมันหมดระหว่างทาง ขอเงินเพิ่มอีก 5,000 บาท แต่ทางวัดมีเงินเหลือเพียง 3,000 บาท จึงโอนให้ รวมเป็นเงิน 8,000 บาท
หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวกลับขาดการติดต่อ ไม่สามารถติดต่อได้อีก ทางวัดจึงตรวจสอบภาพโรงงานที่ถูกนำมาใช้ประกอบเรื่องราว ก่อนพบว่าเป็นภาพจากโรงงานจริงที่ถูกนำมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือ ส่วนองค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่อ้างว่าจะนำมาส่งนั้นก็ไม่เคยปรากฏว่ามีการจัดสร้างตามที่กล่าวอ้าง
พระอธิการศิวกร กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ต่อมาเมื่อวัดจัดพิธีบวงสรวงองค์ท้าวเวสสุวรรณที่ทางวัดจัดสร้างขึ้นเอง ชายคนดังกล่าวกลับมาปรากฏตัวที่วัด ทำทีสนิทสนมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนเสนอตัวจัดทำเสื้อวัตถุมงคลจำนวน 200 ตัว โดยให้ทางวัดร่วมออกเงินครึ่งหนึ่ง จำนวน 15,000 บาท พร้อมอ้างว่าจะนำพราหมณ์และดารานักแสดงระดับวีไอพีมาร่วมงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม ภายหลังพบว่าชายคนดังกล่าวนำชื่อวัดและชื่อพระอาจารย์ไปแอบอ้างติดต่อกับลูกศิษย์ คนสนิท นักการเมืองท้องถิ่น และผู้มีจิตศรัทธา เพื่อขอรับเงินค่าบายศรีและเครื่องประกอบพิธีบวงสรวง รายละประมาณ 1,000-5,000 บาท บางรายโอนเงินให้แล้วแต่กลับถูกทวงเงินส่วนที่เหลือ จนเกิดข้อสงสัยและโทรศัพท์มาสอบถามพระอาจารย์ กระทั่งเรื่องถูกเปิดเผย
นอกจากนี้ พราหมณ์และดารานักแสดงที่เข้าร่วมงานบางรายก็ถูกกล่าวอ้างว่าได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมดังกล่าวเช่นกัน โดยชายคนนี้ยังเข้ามาเรียกเก็บเงินค่าพิธีจากทางวัดอีกกว่า 25,000 บาท แต่ทางวัดไม่ได้จ่ายให้ เนื่องจากเกิดความสงสัยและทราบถึงพฤติการณ์ก่อนหน้านั้นแล้ว
พระอธิการศิวกร กล่าวว่า สาเหตุที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราว เนื่องจากเห็นข่าวเกี่ยวกับชายคนดังกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์ จึงจำได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่เคยเข้ามาติดต่อและสร้างความเสียหายให้กับทางวัดและผู้มีจิตศรัทธาในพื้นที่ ส่วนการดำเนินคดีหรือการติดตามเงินคืน ทางวัดมองว่าเป็นเรื่องที่ดำเนินการได้ยาก จึงขออโหสิกรรมและปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกรรม พร้อมฝากเตือนวัดวาอารามและประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนโอนเงินหรือร่วมบริจาค โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้แอบอ้างชื่อวัด พระสงฆ์ หรือบุคคลมีชื่อเสียง
ด้านนายธนสิษฐ์ หรือโจ ชาวบ้านใน อ.กุดจับ ให้ข้อมูลว่า ชายคนดังกล่าวเคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากมีแม่อยู่ในอำเภอ และมักอ้างว่าจะจัดทำโรงทานหรือบริจาคเงินช่วยเหลือกิจกรรมการกุศล เช่น การบริจาคโลงศพและทำบุญตามวัดต่าง ๆ จากข้อมูลที่ได้รับจากนักการเมืองท้องถิ่นบางราย พบว่าชายคนนี้มักติดต่อขอเงินเมื่อทราบว่าจะมีการจัดงานบุญหรือทำโรงทานในพื้นที่ โดยมีผู้ได้รับผลกระทบหลายราย ตั้งแต่เงินหลักร้อยไปจนถึงหลักแสนบาท และอ้างว่ามีนักการเมืองท้องถิ่นใน อ.กุดจับจำนวนมากที่เคยถูกติดต่อขอเงินในลักษณะดังกล่าว
Advertisement