
เมื่อวันที่ 12 ต.ค.นายเวฟ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ข้าราชการทหารสังกัดหนึ่ง เดินทางนำเอกสาร ร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด
กรณีถูกสาวพยาบาล ลูกสาวร้านอาหารตามสั่งหน้าค่ายทหารและครอบครัวหลอกหมั้นหมาย หอบสินสอดไปสู่ขอ กว่า 4 แสนบาท ก่อนตีตัวออกห่าง ไม่ตอบแชต และมีชายอื่น พอทวงถามกลับบ่ายเบี่ยง
นายเวฟ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2568 ได้รู้จักกับหญิงสาวทำงานพยาบาลคนดังกล่าว เนื่องจากบ้านของฝ่ายหญิงเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่ง และก๋วยเตี๋ยว จะไปกินเดือนละ1-2 ครั้ง จนมีวันหนึ่งนั่งกินกับรุ่นพี่ช่วงบ่ายจนช่วงหัวค่ำ
ต่อมาแม่ฝ่ายหญิงมาแนะนำว่า มีลูกสาวกำลังโสด ซึ่งบ้านฝ่ายหญิงอยู่บริเวณหน้าค่ายทหาร ทำให้สนิทกับทางบ้านฝ่ายหญิง พร้อมให้ช่องทางติดต่อผ่านเฟซบุ๊กและติ๊กต็อกมา จึงลองทักไปคุย เมื่อคุยกันได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ฝ่ายหญิงเหมือนไม่อยากคุยด้วย ตนเองจึงเฉยๆ เพราะไม่อยากตื๊อใครอยู่แล้ว
เมื่อผ่านไป 1 อาทิตย์ทางฝ่ายหญิงทักมาคุยด้วย ก็เริ่มโทรคุยผ่านเเชต จนผ่านไปประมาณ 4-5 เดือน ทางพ่อและแม่ฝ่ายหญิงได้ให้ตนเองไปสู่ขอ และหมั้นกับลูกสาวไว้ก่อน และแม่ฝ่ายหญิงยังบอกกับตนเองว่า ตัวแม่มีหนี้สิน 3-4 แสนบาท จึงตกลงเงินหมั้นไว้ที่ 4 แสนบาท ต่อมาถึงวันหมั้น คือ วันที่ 17 เมษายน 2569 ได้นำเงินไปสู่ขอ จนผ่านไปประมาณ 4 เดือนได้ขอออกราชการสนาม ส่วนฝ่ายหญิงก็ลาออกจากการเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาล ทำให้ไม่มีเงินเดือน ประกอบกับรายจ่ายเงิน ทั้งค่างวดรถ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จึงขอย้ายไปปฎิบัติหน้าที่ชายแดน เพราะค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าครองชีพจะได้ต่างหากอีก 6-7 พัน ไม่รวมเงินเดือน และมีวันพัก 8-9 วัน
ต่อมาตนเองได้เข้ามา กรุงเทพฯ เพื่อสอบใบขับขี่รถยนต์ทหาร วันที่ 27 ส.ค.2569 แต่ฝ่ายหญิงบอกว่า หากตนเองไปทำงานชายแดน เขาก็จะมาทำงานที่กรุงเทพฯด้วย จากนั้นพ่อและแม่เขาได้พาเขาลงมากรุงเทพ โดยบอกกับตนเองว่า "ทาง รพ.ในกรุงเทพฯ โทรมาบอกว่าคนขาด หากพร้อมทำงานก็มาได้เลย" ซึ่งเริ่มงานวันที่ 1 กันยายน
จากนั้นตนเองมารอเจอที่กรุงเทพฯ 3 วันพยายามถามไถ่ ว่าทำงานและพักอยู่ตรงไหนของกรุงเทพฯ แต่ทางฝ่ายหญิงและครอบครัวก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบ เพราะไม่อยากเจอตน จึงลองกลับไปคุยกับพ่อแม่ฝ่ายหญิงที่บ้านอีกครั้ง พร้อมถามว่า "ทำไมโทรหาใครไม่รับสายเลย " ด้านแม่ของฝ่ายหญิงอ้างว่า "สัญญาณไม่ดี แบตมือถือหมด" แต่ก็ไม่บอกว่าผู้หญิงทำงานตรงไหน อ้างว่าจำไม่ได้ พอฝ่ายหญิงไปทำกรุงเทพฯก็เริ่มห่างกัน ไม่ตอบแชตใด ๆ และในเฟซบุ๊ก ไอจี ฝ่ายหญิงลบรูปภาพตอนงานหมั้นออกทั้งหมด เมื่อสอบถามสาเหตุว่าทำไมต้องลบรูปภาพออก จนเลิกติดต่อกันในที่สุด
จากนั้นตนเองได้ปรึกษากับทางบ้าน ก่อนที่ทางพ่อแม่ตนเองจะเข้าไปพูดคุยกับครอบครัวฝ่ายหญิงเพื่อจะขอสินสอดงานหมั้นคืน เพราะพฤติกรรมผู้หญิงเป็นแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้รับคำตอบใด ๆ จากฝ่ายหญิง ว่าจะเลิกคบหาหรือต้องการอะไร ซึ่งได้บอกกับครอบครัวว่าจะขอสินสอด และเงินที่แม่ฝ่ายหญิงยืมไปเอามาคืนทั้งหมด แต่ไม่ต้องคืนเต็มจำนวนก็ได้ ตนเองก็ยอมจบ แต่ฝั่งผู้หญิงอ้างว่าไม่ได้ทำผิดอะไรทำต้องคืน ทั้งที่พฤติกรรมบ่งบอกชัดเจน พร้อมบอกว่า "ไม่มีจะให้ หากอยากได้ให้ไปฟ้องเอา"
ผู้เสียหายกล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเรื่องเมื่อไปตรวจสอบฝ่ายหญิงมาขอยืมเงินหนึ่งแสนสามหมื่นบาท ไปจ่ายค่าซ่อมรถ อ้างว่าแฟนเก่าเอารถไปชนมา แต่รถมีประกันรับผิดชอบ และยังพบว่าฝ่ายหญิงมีการคบผู้ชายอื่นอีก 2 คน เป็นราชการ คนนึงทหาร อีกคนตำรวจ จากภาพถ่ายร้านคาเฟ่ลงสตอรี่ รวมถึงเคยหมั้นมาก่อนแบบเงียบๆ รู้แค่ภายในครอบครัวเท่านั้น ซึ่งตนเองได้พูดคุยกับ ผู้ชาย ซึ่งไม่ใช่ข้าราชการ หอบสินสอดกว่าแสนห้าหมื่นบาทด้วย ส่วนเงินหมั้นของตนเองได้กู้มาจำนวน 5 แสนบาท จึงอยากให้ฝ่ายหญิงและครอบครัวออกมารับผิดชอบ
Advertisement